มจพ. สร้างประวัติศาสตร์ ปล่อยดาวเทียม "KNACKSAT-2" ทะยานสู่วงโคจรโลก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียม KNACKSAT-2 (KMUTNB Academic Challenge of Knowledge Satellite 2) เข้าสู่วงโคจรโลกจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
การปล่อยครั้งนี้ควบคุมโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งญี่ปุ่น (JAXA) ผ่านโมดูล Kibo โดยดาวเทียมได้ถูกลำเลียงขึ้นไปรออยู่บน ISS ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ด้วยจรวด HTV-X1
ความพิเศษของดาวเทียม KNACKSAT-2
- เป็นฝีมือคนไทย เป็นดาวเทียมประเภท CubeSat ขนาด 3U (30x10x10 ซม.) น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ที่ออกแบบและพัฒนาโดยนักศึกษาและนักวิจัย มจพ.
- ใช้วัสดุภายในประเทศสูงถึง 98% ซึ่งเป็นการยืนยันศักยภาพว่าไทยสามารถเป็น "ผู้สร้าง" เทคโนโลยีอวกาศได้เอง
ที่สำคัญคือ เป็นโมเดลแบ่งปันพื้นที่ (Ride Sharing) KNACKSAT-2 ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลาง (Ride Sharing Platform Satellite) ที่เปิดให้หน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศร่วมใช้พื้นที่บนดาวเทียมเพื่อปฏิบัติภารกิจวิจัยถึง 7 ระบบ โดยแต่ละเพย์โหลดเป็นโครงการความร่วมมือพัฒนาระหว่าง มจพ. กับ 7 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ
- หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
- บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด
- โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมไทย-เยอรมัน มจพ.
- Rail Systems Cluster มจพ.
- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
- UiTM ประเทศมาเลเซีย
- UPHSD ประเทศฟิลิปปินส์
โดยภารกิจและการปฏิบัติงานในวงโคจร หลังการปล่อยดาวเทียม KNACKSAT-2 จะโคจรที่ระดับความสูงประมาณ 400 กิโลเมตร จากพื้นโลก มีอายุการปฏิบัติภารกิจประมาณ 18 เดือน และสามารถควบคุมวงโคจรผ่านประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงได้
อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมอวกาศผ่านการเรียนรู้จากภารกิจจริง สนับสนุนการทดลองและนวัตกรรม เช่น ระบบ IoT ผ่านดาวเทียม วางรากฐานสู่ เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ของประเทศไทย
ที่มา https://www.facebook.com/engineering.kmutnb/https://www.youtube.com/live/NqIeWM0Hj98
0 ความคิดเห็น