แจกลิสต์! 10 หนังรักครบรส เปิดดูเพิ่มความอิน & ฝึกภาษาฟีลๆ ฟินๆ ช่วงวาเลนไทน์

On cloud 9 with my Valentine.️ ช่วงวาเลนไทน์นี้ถ้ายังไม่มีแพลนออกไปไหน ลองชวนคนที่รัก ไม่ว่าจะแฟน เพื่อน เฟื่อน หรือครอบครัวมาดูหนังรักเพลินๆ ที่ดูแล้วอิน ฟิน แถมได้ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวกันดีกว่า! 

One Next Class #ชีวิตติดเรียนรู้ ได้ลิสต์มาให้แล้ว 10 เรื่อง บอกเลยว่าครบรส จัดเต็มทุกฟีล  ตั้งแต่โรแมนติกใสๆ ฟินจิกหมอน ไปจนถึงดราม่าเข้มข้น // บอกเลยบางเรื่องอาจไปสะกิดความรู้สึกลึกๆ ในก้นบึงหัวใจ (จนเสียน้ำตา TT) แต่ละเรื่องมีระดับภาษาหลากหลาย ตามมาเลือกเรื่องที่ชอบแล้ว bookmark เก็บไว้ดูกันได้เล้ยย! 

เพิ่มเติม: ขอแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น รอบแรกให้ดูแบบเปิดซับภาษาไทยก่อนเพื่อเข้าใจเนื้อเรื่อง จากนั้นรอบสองค่อยดูพร้อมซับภาษาอังกฤษ และรอบถัดไปค่อยดูแบบไม่มีซับ และอย่าลืมจดคำศัพท์ & ประโยคใหม่ๆ เอาไว้ด้วยนะ 

ღ รักหวานๆ ฟีลกู้ด ดูเพลิน

1. To All the Boys I’ve Loved Before (2018)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 39 นาที
  • ระดับภาษา: ง่าย ()
    สำเนียงอเมริกัน ตัวละครพูดไม่เร็วจนเกินไป จัดเต็ม slang วัยรุ่นเมกันที่ใช้ในชีวิตประจำวัน 

เรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีของ Jenny Han เล่าถึง “ลาร่า จีน” เด็กสาวที่ชอบเขียนจดหมายถึงคนที่แอบชอบใส่กล่องเอาไว้ แต่ก็ยังไม่เคยส่งออกไปจริงๆ แต่แล้ววันหนึ่งจดหมายทั้ง 5 ฉบับนั้นกลับถูกส่งไปถึงมือผู้รับแบบงงๆ และเผยความลับที่ถูกเก็บไว้ก็ถูกเปิดเผยแบบไม่ทันตั้งตัว แถม 1 ใน 5 คนนั้นยังเป็นแฟนเก่าของพี่สาวเธออีก!  

สุดท้ายลาร่าก็เลยต้องสร้างดีลลับกับหนุ่มฮอตอย่าง “ปีเตอร์” เพื่อเอาตัวรอด  แต่เรื่องราวดันไม่จบง่ายๆ แถมความสัมพันธ์กลับบานปลายไปอีก แล้วจะลงเอยยังไง วาเลนไทน์นี้ต้องดูแล้วล่ะ! 

……….

2. The Perfect Date (2019)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • ระดับภาษา: ง่าย ()
    บทพูดตรงไปตรงมา ใช้สแลงวัยรุ่นบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ซับซ้อนมาก

เรื่องนี้ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือ  “The Stand-In” เขียนโดย Steve Bloom พูดถึงเรื่องราวของ “บรูคส์” หนุ่มไฮสคูลที่ฝันอยากเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเยล เขาเลยให้เพื่อนช่วยสร้างแอปพลิเคชันรับจ้างเดตกับตัวเองขึ้นเพื่อหาเงินเรียนต่อ โดยได้ไอเดียมาจากที่เคยรับจ้างเป็นคู่เดตให้ “ซีเลีย” ซึ่งทุกครั้งที่ต้องออกเดตกับสาวๆ ไม่ซ้ำหน้า เขาก็ต้องเปลี่ยนบุคลิกไปมาตามความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ จนวันหนึ่งเขาก็เริ่มสับสนว่า “ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไงกันแน่นะ?”

……….

3. Love in the Villa (2022)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 55 นาที
  • ระดับภาษา: ง่าย ()
    ภาษาไม่ซับซ้อน ใช้ประโยคสั้น ฟังง่าย  มีบทสนทนาเบาๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ความรัก และเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน

เรื่องราวความรักในเมืองสุดโรแมนติกของ “จูลี่” หญิงสาวที่เพิ่งผิดหวังจากรักครั้งก่อน เพื่อนๆ ก็เลยจองวิลลาสุดหรูให้เธอบินไปพักใจถึงอิตาลี แต่พอจะเช็กอินเธอกลับต้องแชร์วิลลากับชายแปลกหน้าอย่าง “ชาร์ลี” ที่จองซ้อนกันมาเสียอย่างนั้น! 

ตอนแรกก็ไม่ถูกชะตา แต่อยู่ๆ เสียงในหัวก็เปลี่ยนไปและกลายเป็นความผูกพันซะงั้น อิตาลีสร้างเรื่องซะแล้วสิ!

……….

ღ รักวุ่นๆ ขำๆ สไตล์ Rom-Com

4. Holidate (2020)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 44 นาที
  • ระดับภาษา: กลาง (⋆⋆)
    ตัวละครพูดค่อนข้างไว มีการใช้มุกตลก สแลง และบทสนทนาประชดประชันบ้าง เหมาะกับคนที่เริ่มคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษในระดับหนึ่งแล้ว 

เคยมั้ย? วันหยุดยาวหรือวันรวมญาติทีไร ก็มักมีคำถามแสนห่วงใย ถามไถ่เรื่องความรักทุกกกกที ซึ่งเช่นเดียวกับ  “สโลน” และ “แจ็กสัน” ที่ต้องตกลงเป็นคู่เดตหลอกๆ กันตลอดทุกช่วงเทศกาล เพื่อเลี่ยงคำถามเรื่องความรักจากครอบครัวและคนรอบข้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากข้อตกลงก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกจริง เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มรู้สึกเกินคำว่าเพื่อนเดต! 

……….

5. Set It Up (2018)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 45 นาที
  • ระดับภาษา: กลาง (⋆⋆)
    Setting อยู่ในออฟฟิศ มีการใช้ภาษาอังกฤษแบบที่ใช้ในที่ทำงาน รวมไปถึงคำศัพท์ธุรกิจพื้นฐาน ผสมบทสนทนาที่ค่อนข้างเร็ว  

ถ้าอยู่ๆ กามเทพเกิดแผลงศรมาโดนตัวเอง จะเป็นยังไงกันนะ? พาไปดูเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศสองคนที่ทำงานหนักจนแทบจะไม่มีชีวิตส่วนตัว เลยขอสวมบทบาทกามเทพจำเป็น วางแผนจับคู่เจ้านายของตัวเองเพื่อหวังให้ทั้งคู่เลิกบ้างานและปล่อยให้เลขาอย่างพวกเขาไปใช้ชีวิตเสียที แต่ใครจะไปคิดว่าระหว่างภารกิจ “ฮาร์เปอร์” และ “ชาร์ลี” จะกลับตกหลุมรักกันเองล่ะ

……….

6. Always Be My Maybe (2019)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 41 นาที
  • ระดับภาษา: กลาง (⋆⋆)
    บทพูดธรรมชาติ มีมุกตลกเยอะ มีการใช้สแลงและวัฒนธรรมร่วมสมัย เหมาะกับการฝึกฟังบทสนทนาในชีวิตประจำวันทั่วไปที่ไม่เป็นทางการมาก

เพื่อนสนิทสมัยเด็กที่เลิกติดต่อกันไปนานมาก จู่ๆ วันหนึ่งต้องวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่ชีวิตของทั้งสองเปลี่ยนไป คนหนึ่งก้าวไปไกลแล้ว ในขณะที่อีกคนยังอยู่ที่เดิม แถมกลับมารอบนี้ยังเป็นการกลับมาพักใจจากความรักที่ผิดหวังของ “ซาช่า” ด้วย แน่นอนว่าช่วงเวลาที่เธอได้กลับมาเจอกับ “มาร์คัส” ทำให้ทั้งคู่หวนนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่ผ่านมา แต่ความต่างของชีวิตก็ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยความลังเล 

……….

ღ รักอบอุ่นชวนว้าวุ่นใจ

7. Your Place or Mine (2023)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 51 นาที
  • ระดับภาษา: กลาง (⋆⋆)
    บทสนทนาคุยกันแบบเพื่อนสนิท พูดเร็ว มักใช้คำศัพท์ในชีวิตประจำวันทั่วไป 

“เด็บบี้” และ “ปีเตอร์” เป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อโตขึ้นทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตอยู่คนละเมือง คนหนึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกชายอยู่ที่ LA ส่วนอีกคนเป็นผู้บริหารอยู่ในนิวยอร์ก แต่ทั้งคู่ก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ กระทั่งวันหนึ่งได้ตัดสินใจสลับบ้านกันชั่วคราว ซึ่งการใช้ชีวิตในมุมของอีกฝ่ายก็ทำให้ทั้งคู่ต่างเริ่มมองเห็นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ และค้นพบว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการอาจไม่ใช่สิ่งที่คิดมาตลอดก็ได้ 

……….

8. The Half Of It (2020)

Photo Credit: Netflix
Photo Credit: Netflix
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 44 นาที
  • ระดับภาษา: ยาก (⋆⋆⋆)
    บทพูดค่อนข้างช้า มีคำศัพท์เฉพาะทางเยอะ บทสนทนาออกแนวปรัชญาๆ  มีการเปรียบเปรย

เรื่องราวรักสามเส้าเราสามคนของ “เอลลี่” เด็กสาวชาวเอเชียที่รับจ้างเขียนจดหมายรักให้เพื่อนหนุ่มนักกีฬาอย่าง “พอล” เพื่อจีบหญิงสาวที่เขาแอบหลงรักอย่าง “เอสเธอร์” ความพีคคือเอลลี่เองก็ตกหลุมรักเอสเธอร์อยู่เหมือนกัน! จากงานรับจ๊อบหารายได้เล็กๆ จึงกลับกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง ที่ดูท่าจะชุลมุนขึ้นเรื่อยๆ ว่าแต่จะลงเอยยังไง?  ใครชอบหนังแนวเดาทางยาก ถูกใจแน่นอน!

……….

9. Red, White & Royal Blue (2023)

Photo Credit: Prime Video
Photo Credit: Prime Video
  • แนว: Romance/Comedy
  • ระยะเวลา: 1 ชั่วโมง 58 นาที
  • ระดับภาษา: ยาก (⋆⋆⋆)
    มีศัพท์ทางการเมือง การทูต และราชาศัพท์ บทสนทนาค่อนข้างเป็นทางการ แต่ก็ปะปนกับภาษาพูดที่ไม่ได้ยากเกินไป แถมได้ฝึกฟังสำเนียงทั้งแบบ British และ American อย่างเห็นภาพชัดมากขึ้นอีกด้วย  

จากหนังสือขายดีติดอันดับของ The New York Times ที่เขียนโดย Casey McQuiston สู่หนังที่คนให้ความสนใจทั่วโลก พูดถึงความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่าง “อเล็กซ์” ลูกชายประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ “เฮนรี่” เจ้าชายแห่งอังกฤษ ที่ไม่ชอบหน้ากันและกันเอาเสียเลย ทว่าหลังเหตุการณ์ความบาดหมางครั้งใหญ่ที่ทำให้เรื่องนี้ตกเป็นประเด็นร้อนฉ่า แถมส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งคู่จึงต้องสงบศึกด้วยความจำเป็นเพื่อกลบข่าวลือเหล่านั้น ซึ่งความใกล้ชิดนั้นก็ได้ทลายกำแพงที่มีต่อกันลง และเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและสังคม 

……….

ღ รักดราม่าเคล้าน้ำตา

10. Blue Valentine (2010)

Photo Credit: Prime Video
Photo Credit: Prime Video
  • แนว: Romance/Drama
  • ระยะเวลา: 2 ชั่วโมง 
  • ระดับภาษา: ยาก (⋆⋆⋆)
    เนื้อเรื่องค่อนข้างบีบอารมณ์ บทสนทนามีความจริงจัง และตัวละครค่อนข้างพูดเร็ว

Valentine แต่ทำไมถึง So blue? ปิดท้ายด้วยความรักขมๆ กับเรื่องราวที่เล่าถึงชีวิตคู่หลังแต่งงานของ “ดีน” และ “ซินดี้” โดยตัวหนังจะเล่าย้อนกลับไปยังช่วงเวลาในอดีตแรกรักที่แสนหวานชื่น สมัยที่ความรักและความฝันยังคงไม่จืดจางและสลายไป ในขณะที่หลังแต่งงาน พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าชีวิตคู่ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด ทั้งความฝันที่ค่อยๆ จางหาย ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พังทลาย ไหนจะต้องเผชิญกับปัญหาครอบครัวมากมาย แม้ว่าทั้งคู่จะพยายามประคับประคองเพื่อลูก แต่ก็ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์นี้คงมาถึงทางตันแล้วจริงๆ

________________________________

ติดตามแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ ก่อนใครที่ One Next Class #ชีวิตติดเรียนรู้ 

- ติดต่อ/ลงข่าวประชาสัมพันธ์ contact@dek-d.com 

- X: @tornokandcourse 

- IG:  @tornokandcourse 

- TikTok:  @tornokandcourse

พี่แพรว
พี่แพรว - Columnist ติ่งเกาหลีที่ชอบดูการ์ตูน อ่านนิยาย และหาของอร่อยกิน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น