ร้อนนี้ต้องรอด! How To เอาตัวรอดเมื่อค่าดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตราย
เตรียมรับมือให้ดี! เพราะกรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าสภาพอากาศในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้ ประเทศไทยจะมีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อุณหภูมิสูงสุดอาจพุ่งไปถึง 42.0 – 43.0 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ค่าดัชนีความร้อน หรืออุณหภูมิที่ร่างกายเรารู้สึกจริง มีแนวโน้มพุ่งสูงเกิน 52.0 องศาเซลเซียส ถือเป็นระดับสีแดงที่อันตรายมาก ทำให้ร่างกายเราระบายความร้อนไม่ทัน และเสี่ยงต่อโรคลมร้อนหรือ Heat Stroke ได้ง่าย วันนี้เลยมีวิธีรับมือมาฝากกันค่ะ
1. การแต่งกาย: เน้นระบายอากาศ ไม่เก็บความร้อน
• เลือกเนื้อผ้าธรรมชาติ: ใส่ ผ้าฝ้าย หรือ ผ้าลินิน เพราะช่วยระบายความร้อนและซับเหงื่อได้ดี
• ทรงหลวมใส่สบาย: เลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปที่ทำให้อึดอัด ควรใส่ชุดทรงหลวมเพื่อให้ลมพัดผ่านผิวหนังได้สะดวก
• โทนสีอ่อน: สีขาวหรือสีครีมจะช่วยสะท้อนแสงแดดได้ดีกว่าสีเข้ม ลดการสะสมความร้อนบนตัวเรา
• อุปกรณ์กันแดด: หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และร่มกัน UV คือไอเทมที่ขาดไม่ได้เมื่อต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน
2. อาหารและเครื่องดื่ม: ดับพิษร้อนจากภายใน
• เน้นผักผลไม้ที่ฉ่ำน้ำ: เช่น แตงโม, แคนตาลูป, แตงกวา หรือแก้วมังกร ช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดความร้อนในร่างกาย
• จิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวัน: ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ ให้จิบน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องบ่อยๆ เพื่อรักษาความสมดุล
• เลี่ยงอาหารรสจัดและของทอด: พริกจะกระตุ้นการเผาผลาญจนตัวร้อนขึ้น ส่วนของทอดทำให้ร่างกายย่อยยากและสะสมความร้อน
• งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน: เครื่องดื่มพวกนี้ทำให้ร่างกายขับน้ำออกบ่อย เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำรุนแรง
3. การจัดการที่พักอาศัย: เปลี่ยนบ้านให้เป็นที่หลบภัย
• ปิดม่านกันความร้อน: ช่วง 10.00 - 16.00 น. ควรปิดม่านด้านที่แดดส่องเพื่อกันความร้อนสะสมในห้อง
•ปรับสูตรแอร์ 27 องศา + พัดลม: ลองขยับอุณหภูมิแอร์ขึ้นมาที่ 27 องศาแล้วเปิดพัดลมช่วย วิธีนี้พัดลมจะช่วยพัดพาความร้อนออกจากผิว ทำให้เรารู้สึกเย็นสบายเหมือนอยู่ห้อง 24 องศาเลยค่ะ แต่ประหยัดไฟได้มากกว่าเดิมถึง 10-30% เพราะพัดลมกินไฟน้อยกว่าการเร่งแอร์ให้หนาวจัด
• ระบายอากาศตอนกลางคืน: เปิดหน้าต่างให้อากาศหมุนเวียนในช่วงที่อากาศภายนอกเย็นลงแล้ว เพื่อลดอุณหภูมิสะสมในตัวบ้าน
4. ทริคดับร้อนเร่งด่วนระหว่างวัน
• ประคบจุดชีพจร: ใช้ผ้าเย็นประคบที่ ข้อมือ, ข้อพับ, หลังคอ หรือขมับ เพื่อลดอุณหภูมิเลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย
• เช็ดตัวแทนการอาบน้ำบ่อยๆ: ถ้าอยู่บ้าน การใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวจะช่วยระบายความร้อนออกจากผิวหนังได้ดีมาก
• สเปรย์น้ำแร่/สเปรย์เย็น: พกติดตัวไว้ฉีดพ่นตามร่างกายเพื่อลดความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะและเพิ่มความสดชื่น
5. กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
• เด็กเล็กและผู้สูงอายุ: ร่างกายปรับตัวกับความร้อนได้ช้ากว่าปกติ ต้องคอยให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ และอยู่ในที่อากาศถ่ายเท
• สัตว์เลี้ยง: อย่าปล่อยน้องหมาน้องแมวไว้กลางแจ้ง เตรียมน้ำสะอาดไว้ให้เพียงพอ และระวังเรื่องพื้นถนนที่ร้อนจัดอาจลวกเท้าสัตว์เลี้ยงได้
สัญญาณอันตรายและการปฐมพยาบาล เมื่อเกิดอาการHeatstroke
หากพบเห็นคนมีอาการ ตัวร้อนจัดแต่เหงื่อไม่ออก, มึนหัว, ใจสั่น หรือเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ให้รีบทำดังนี้
1.รีบพาเข้าที่ร่ม หรือห้องแอร์ที่อากาศเย็น
2.ถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้ระบายความร้อนได้สูงสุด
3.ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบตามรักแร้ ขาหนีบ และศีรษะ
4.ถ้ายังมีสติ ให้ค่อยๆ จิบน้ำ แต่ถ้าหมดสติให้รีบโทรแจ้ง 1669 ทันที
อากาศร้อนจัดขนาดนี้ ร่างกายของเราทำงานหนักกว่าปกติมาก อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนในที่ร่ม สังเกตอาการคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ และที่สำคัญที่สุด "อย่าลืมใจเย็นๆ" ไปกับอากาศนะคะ เพราะสุขภาพกายที่แข็งแรงต้องเริ่มจากสุขภาพจิตที่ไม่หงุดหงิดไปตามดีกรีความร้อนค่ะ
ข้อมูลจาก http://www.rnd.tmd.go.th/heatindexanalysis/https://inno.co.th/heat-index/
0 ความคิดเห็น