เช็กสัญญาณ Gaslighting กำลัง 'ถูกรัก' หรือ 'ถูกควบคุม' แบบไม่รู้ตัว
เคยไหม... คุยกับใครสักคนแล้วรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงเรื่อย ๆ จากที่เคยเป็นคนร่าเริง กลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ถ้าความสัมพันธ์มันเริ่มทำให้เราเหนื่อยใจมากกว่าสุขใจ มาเช็กดูหน่อยว่าเรากำลังโดน "ปั่น" จนติดอยู่ใน Toxic Relationship หรือเปล่า!
Gaslighting คืออะไร ทำไมถึงน่ากลัว
มันคือการ "ปั่นประสาท" ที่อีกฝ่ายใช้เพื่อควบคุมเราค่ะ เขาจะค่อย ๆ บิดเบือนความจริงจนเราเริ่ม "สงสัยในตัวเอง" ว่าสิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราจำ หรือสิ่งที่เราเจ็บปวด มันเกิดขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า? สุดท้ายเราจะกลายเป็นคนที่เสียศูนย์ และยอมเขาไปซะทุกเรื่องเพราะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเอง
Checklist 6 สัญญาณอันตราย “นี่รักหรือกำลังโดนสะกดจิต”
มาลองเช็กดูสิว่า คนที่เราคุยอยู่มีพฤติกรรมแบบนี้กี่ข้อ?
1.อยู่ด้วยแล้วอึดอัดจนเสียอาการ
เราจะรู้สึกเกร็งตลอดเวลา ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง จะพิมพ์แชตอะไร หรือจะแต่งตัวแบบไหน ต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะกลัวเขาไม่พอใจหรือกลัวเขาจะชวนดราม่าใส่
2.ขุดเรื่องเก่ามาโจมตี
พอเราพูดถึงความผิดเขาในตอนนี้ เขากลับขุดเรื่องผิดพลาดของเราเมื่อ 3 เดือนที่แล้วมาอ้าง เพื่อให้เรากลายเป็นฝ่ายผิดแทน
3.กีดกันสังคม
เขาพยายามทำให้เราห่างจากเพื่อน หรือพยายามดิสเครดิตเพื่อนสนิทเราว่าคนนี้ดูไม่หวังดีนะเพื่อให้เราเหลือแค่ "เขา" เป็นโลกทั้งใบ
4.ความมั่นใจลดฮวบ
จากที่เคยเป็นคนมั่นใจ พอคุยกับคนนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเอง ไม่เก่งพอ ไม่สวยพอ หรือต้องปรับปรุงตัวเองเพื่อเขาตลอดเวลา
5.ลงโทษด้วยความเงียบ
เวลาทำอะไรไม่ถูกใจ แทนที่จะเคลียร์กันตรง ๆ เขากลับ หายเงียบ ไม่อ่านแชท ไม่รับสาย เพื่อบีบให้เราเป็นฝ่ายง้อทั้งที่เราไม่ได้ทำผิด
6.ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว
อ้างว่ารักและห่วง เลยต้องขอรหัส โซเชียล หรือต้องเช็กมือถือตลอดเวลา ถ้าเราไม่ให้เขาก็จะหาว่าเรา มีความลับหรือนอกใจ
How to Deal วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่าติดกับดัก คนใจร้าย
เมื่อรู้ตัวว่าโดนปั่น โดนบงการชีวิต อย่าเพิ่งสติแตกค่ะ ลองทำตามสเต็ปนี้ดู
1.เชื่อในสัญชาตญาณตัวเอง
ถ้าลึกๆ รู้สึกว่ามันไม่ปกติ นั่นแหละคือคำตอบ อย่าปล่อยให้คำพูดของเขามาลบความจริงในใจเรา
2.หยุดหาข้ออ้างให้เขา
เลิกคิดว่า ที่ทำไปเพราะรัก แต่มองที่ การกระทำจริง ๆ ว่ามันทำร้ายใจเราไปกี่ครั้งแล้ว
3.บันทึกความจริงไว้เตือนสติ
เวลาเขาบอกว่าเรามโนไปเอง ให้ลองแคปหน้าจอแชท หรือจด Diary ไว้ เพื่อยืนยันกับตัวเองว่า สิ่งที่เราเจอคือเรื่องจริง ไม่ได้คิดไปเอง
4.หาที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้
ลองเล่าให้เพื่อนสนิทหรือคนที่เราไว้ใจฟัง เพราะคนนอกมักจะมองเห็น Red Flags ได้ชัดกว่าเราเสมอ
5.กล้ายืนยันสิทธิของตัวเอง
กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ไม่โอเค ถ้าเขาเคารพพื้นที่ส่วนตัวของเราไม่ได้ ก็ถึงเวลาต้องถอยออกมาแล้วค่ะ
6.กลับไปเป็นตัวเราคนเดิม
ออกไปเจอเพื่อน กลับไปทำสิ่งที่ชอบ เพื่อดึงความมั่นใจที่หายไป ให้กลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง
เพราะความรักไม่ใช่ การกักขังคนรักที่ดีคือคนที่ซัพพอร์ตให้เราเก่งขึ้น มีความสุขขึ้น และภูมิใจในตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่คนที่คอยมาตัดปีกหรือทำให้เราตัวเล็กลงเรื่อย ๆ เพื่อให้เขารู้สึกเหนือกว่า การเดินออกมาจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษอาจจะเจ็บในช่วงแรก แต่มันคุ้มค่ากว่าการยอมให้ใครบางคนมาทำลายตัวตนของเราไปตลอดชีวิตนะคะ รักตัวเองให้เป็น แล้ววันหนึ่งเราจะเจอความรักที่เป็น Safe Zone ของเราจริง ๆ ค่ะ
ข้อมูลจาก https://www.psychologytoday.com/
0 ความคิดเห็น