“สัญญา K-POP” ยุติธรรมจริงไหม? ทำไมหลายคนเรียกว่า สัญญาทาส?
น้อง ๆ ชาว DEK-D คนไหนอยากเป็นศิลปิน K-POP ยกมือขึ้น! พี่มายด์เชื่อว่า หลายคนต้องมีความฝันที่อยากจะเป็นศิลปิน หรืออาจเป็นแฟนคลับศิลปิน K-POP อยู่แน่ ๆ แต่ทุกคนรู้ไหมคะว่า กว่าศิลปิน K-POP จะได้ขึ้นมาอยู่บนเวทีให้เราได้ชื่นชมนั้น พวกเขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง?
เส้นทางก่อนเดบิวต์ของไอดอลเกาหลี
ก่อนจะเป็นศิลปิน K-POP ได้นั้น เราจะต้องเข้ามาเป็นเทรนนี หรือ เด็กฝึกในค่ายให้ได้ก่อน ซึ่งเทรนนีจะต้องฝึกฝนทั้งการร้องเพลง การแรป การเต้น และทักษะอื่น ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นศิลปิน K-POP ในอนาคต โดยวิธีการที่จะเข้ามาเป็นเทรนนีได้นั้น ก็มีหลายรูปแบบ ทั้งการที่เราเข้าออดิชั่นกับทางค่ายเพลงเอง หรือหากค่ายเพลงสนใจในตัวเรา ก็อาจติดต่อให้เราลองไปออดิชั่นดู
แต่! การเข้ามาเป็นเทรนนีได้ ≠ จะได้เดบิวต์เป็นศิลปิน K-POP เพราะถ้าค่ายรู้สึกว่าเรายังมีศักยภาพไม่มากพอ เราก็อาจไม่ได้เดบิวต์สักที ซึ่งค่ายจะต้องใช้เงินลงทุนในการฝึกฝนเทรนนีทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะได้เดบิวต์หรือไม่ ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร และลงทุนสำหรับการเรียนทักษะต่าง ๆ ในการเป็นศิลปิน โดยเงินที่ค่ายลงทุนไปนั้น จะได้คืนก็ตอนที่เทรนนีเดบิวต์ และทำเงินให้กับค่ายได้นั่นเอง
ดังนั้น ค่ายและศิลปินจึงมี “สัญญา” ระหว่างกันที่ยาวนานหลายปี จนหลาย ๆ คนมักจะเรียกสัญญานี้ว่า “สัญญาทาส”
“ดงบังชินกิ” จุดเปลี่ยนสัญญาศิลปิน K-POP
ในอดีตระยะเวลาสัญญาของศิลปินจะยาวนานหลัก 10 ปี แต่มีหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สัญญานี้เปลี่ยนไป นั่นคือ “การฟ้องร้องระหว่าง ดงบังชินกิ และ ค่าย SM Entertainment” โดยในปี 2009 สมาชิก 3 คนจากวงดงบังชินกิ ได้ฟ้องร้องค่ายต้นสังกัดอย่าง SM Entertainment เนื่องจากสัญญาที่ผูกมัดสมาชิกในวงนาน 13 ปีโดยที่ศิลปินไม่ยินยอม และการแบ่งรายได้ให้ศิลปินอย่างไม่เป็นธรรม
การฟ้องร้องในครั้งนั้น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสัญญาเลยก็ว่าได้ เพราะสัญญาที่ยาวนานจนหลายคนเรียกว่า “สัญญาทาส” ทำให้ในปี 2009 คณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมแห่งเกาหลีใต้ (KFTC) ได้กำหนดให้สัญญาศิลปินมีระยะเวลาแค่ 7 ปี และถ้าครบ 7 ปีแล้ว ศิลปินสามารถเลือกได้ว่าจะต่อสัญญา หรือยกเลิกสัญญา
สัดส่วนรายได้ที่ศิลปินได้รับ
ต้องมีคนสงสัยอยู่แน่ ๆ ว่า ศิลปิน K-POP จะได้เงินจากการทำงานเยอะขนาดไหน เพราะไอดอลหลายคนก็ทำงานหนักมาก ทั้งร้องเพลง จัดคอนเสิร์ต งานอีเวนต์ต่าง ๆ รวมถึงบางคนอาจมีงานแสดงซีรีส์หรือภาพยนตร์อีกด้วย ก่อนอื่นพี่มายด์จะพาทุกคนไปดูก่อนว่า ส่วนใหญ่ค่ายเพลงได้รายได้จากอะไรบ้าง ไปดูกัน!
ข้อมูลจาก PGP Capital Advisors, LLC ปี 2566 ระบุว่า ช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 รายได้เฉลี่ยของ 4 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในเกาหลีใต้ ได้แก่ HYBE Corporation, JYP Entertainment, SM Entertainment, YG Entertainment มีรายละเอียด ดังนี้
- ยอดขายอัลบั้มและดิจิทัล 45%
- สินค้า/ค่าลิขสิทธิ์/คอนเทนต์ต่าง ๆ 28%
- การจัดคอนเสิร์ต 11%
- โฆษณา/การจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ 9%
- อื่น ๆ 7%
ทั้งหมดนี้คือ ช่องทางต่าง ๆ ที่ทำเงินให้กับค่ายเพลง เชื่อว่าทุกคนคงเกิดคำถามว่า แล้วศิลปินได้ส่วนแบ่งเท่าไร? คำตอบก็คือ! ส่วนแบ่งรายได้ระหว่างศิลปินกับค่ายเพลงจะถูกเก็บเป็นความลับ เพราะเป็นรายละเอียดในสัญญาจ้างงานและเป็นข้อมูลทางการเงิน จึงเป็นความลับของบริษัทต้นสังกัดศิลปิน
แต่ส่วนใหญ่รายได้ของศิลปินจะขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งความนิยมของศิลปิน ฐานแฟนคลับ รวมถึงระยะเวลาในอาชีพศิลปินก็มีผลกับรายได้ที่ได้รับ พูดง่าย ๆ ก็คือ ศิลปินที่เพิ่งเดบิวต์ใหม่อาจได้เงินส่วนแบ่งน้อยกว่าค่าย เพราะค่ายต้องการกำไรคืนจากที่ลงทุนฝึกศิลปินตอนเป็นเป็นเทรนนี และในขณะเดียวกัน ศิลปินที่อยู่ในอาชีพนี้มานานก็อาจได้ส่วนแบ่งรายได้มากกว่าค่าย เพราะมีฐานแฟนคลับที่แข็งแรง มีมูลค่าทางสื่อ และที่สำคัญคือ มีอำนาจต่อรองส่วนแบ่งจากค่ายมากขึ้นนั่นเอง
“กฎหมายอีซึงกิ” กฎหมายที่คุ้มครองศิลปิน K-POP
กฎหมายอีซึงกิ คือ กฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของศิลปินเกาหลีใต้ โดยกฎหมายกำหนดให้ ค่ายต้นสังกัดของศิลปินต้องเปิดเผยรายได้ของศิลปินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังคุ้มครองสิทธิของศิลปินที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีกด้วย โดยค่ายห้ามละเมิดสิทธิการศึกษาของผู้เยาว์ ห้ามใช้ภาษาที่รุนแรงหรือกดดันในเรื่องรูปลักษณ์มากเกินไป และยังจำกัดชั่วโมงในการทำงานอีกด้วย ได้แก่
- ผู้ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี สามารถทำงานได้ไม่เกิน 35 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ผู้ที่มีอายุ 12-15 ปี สามารถทำงานได้ไม่เกิน 30 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี สามารถทำงานได้ไม่เกิน 25 ชั่วโมง/สัปดาห์
โดยกฎหมายนี้มีที่มาจาก “อีซึงกิ” นักแสดงและนักร้องชื่อดัง ที่ฟ้องร้องค่ายต้นสังกัดอย่าง Hook Entertainment เพราะตลอด 18 ปีที่เขาอยู่ในค่าย เขาไม่เคยได้รับค่าตอบแทนการทำเพลงจากทางค่ายเลย ทั้ง ๆ ที่เพลงของเขาเป็นเพลงฮิตที่หลายคนรู้จัก ซึ่งทางบริษัทกล่าวว่า เพลงของเขาไม่ได้ทำกำไรให้กับบริษัท
จากเหตุการณ์นี้ ในวันที่ 21 เมษายน 2566 กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว (MCST) ของเกาหลีใต้ จึงได้ผ่านร่างกฎหมาย “ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาอุตสาหกรรมศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย” (Popular Culture and Arts Industry Development Act) หรือ “ร่างกฎหมายอีซึงกิ” นั่นเอง
ความขัดแย้งระหว่างศิลปินกับค่ายในปัจจุบัน
ถึงแม้จะมีกฎหมายต่าง ๆ ออกมาคุ้มครองศิลปิน K-POP แล้ว แต่ทุกคนรู้ไหมว่า ในปัจจุบัน ข่าวความขัดแย้งระหว่างศิลปินกับค่ายก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เพราะสุดท้าย การเซ็นสัญญาก็ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอื่น ๆ ที่กฎหมายอาจไม่ครอบคลุมอยู่ดี เดี๋ยวพี่มายด์จะพาไปดูเคสตัวอย่างกัน!
ความขัดแย้งระหว่างวง NewJeans และค่ายต้นสังกัด ADOR
หลายคนอาจเคยเห็นเรื่องนี้ผ่านตากันมาบ้าง อย่างเรื่องของวง NewJeans ที่ได้ยื่นขอยกเลิกสัญญากับค่ายต้นสังกัด ADOR เนื่องมาจาก เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่าง “ค่าย HYBE” (บริษัทแม่ของ ADOR) กับ “มินฮีจิน” อดีตโปรดิวเซอร์ของ NewJeans และอดีตผู้บริหารค่าย ADOR
จนสุดท้ายในเดือน ส.ค. 2567 มินฮีจินก็ถูกปลดจากตำแหน่งผู้บริหารค่าย ADOR
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ NewJeans กล่าวว่ารู้สึกไม่เชื่อใจค่ายอีกต่อไป และต้องการยกเลิกสัญญากับค่าย ซึ่งในวันที่ 30 ต.ค. 2568 ศาลเกาหลีใต้ได้ตัดสินให้สัญญาระหว่าง NewJeans กับค่าย ADOR ซึ่งมีผลถึงปี 2572 ยังคงบังคับใช้เช่นเดิม
จากเคสตัวอย่าง เห็นได้ว่า แม้จะมีกฎหมายที่ออกมาคุ้มครองศิลปิน K-POP แล้ว แต่ก็อาจจะยังเกิดความขัดแย้งระหว่างศิลปินกับค่ายได้ ดังนั้น ในอนาคตเราอาจได้เห็นร่างกฎหมายใหม่ที่ครอบคลุมปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ระหว่างศิลปินกับค่ายได้มากขึ้น
และนี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับสัญญาศิลปิน K-POP ที่พี่มายด์นำมาแบ่งปันให้กับน้อง ๆ ชาว DEK-D อ่านกันในวันนี้ สำหรับใครที่มีเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับวงการ K-POP แล้วอยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ชาว DEK-D อ่าน ก็สามารถคอมเมนต์มาได้เลย!
ข้อมูลจาก
https://heyhallyu.com/blog/how-do-k-pop-traineeships-workhttps://respawn.outlookindia.com/pop-culture/pop-culture-guideshttps://www.koreaherald.com/article/10580914https://www.thaipbs.or.th/news/content/130067https://kpopbeen.com/how-much-do-k-pop-idols-get-paid/https://nolae.eu/blogs/overview/was-steckt-hinter-dem-7-year-cursehttps://www.allkpop.com/article/2023/05/industryhttps://www.koreaboo.com/news/dispatch-reveals-lee-seung-gihttps://pgpcapital.com/wp-content/uploads/2023/09/ปกิณ กะกฎหมาย (Legal Miscellaneous)Thai-Journalhttps://www.bbc.com/thai/articles/czr1pl1275zo
0 ความคิดเห็น