สวีเดนกลับมาใช้ “หนังสือ” แทน “แท็บเล็ต” หลังการเรียนรู้ถดถอย
รัฐบาลสวีเดนประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาครั้งสำคัญ ด้วยการเรียนการสอนในหนังสือแบบเดิม แทนการใช้แท็บเล็ต โดยทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 6,542 ล้านบาท) เพื่อจัดซื้อหนังสือให้แก่นักเรียน ด้วยความเชื่อมั่นว่าการเรียนในหนังสือจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนผ่านหน้าจอ
เมื่อต้นปี ค.ศ. 2000 - 2010 สวีเดนถือเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่เริ่มมีการใช้แท็บเล็ตในการจัดการเรียนการสอน โดยเริ่มมีการใช้ตั้งแต่เด็กระดับปฐมวัย และในปี ค.ศ. 2015 แท็บเล็ตถูกบรรจุให้ใช้ในการศึกษาภาคบังคับ ทำให้นักเรียนกว่า 80% มีแท็บเล็ตเป็นของตัวเองเพื่อใช้ในการเรียน
แต่เมื่อผลสอบ PISA (การทดสอบที่ใช้วัดระดับทักษะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน) ออกมา พบว่าคะแนนด้านการอ่านจับความในเด็กอายุระหว่าง 15-16 ปี มีระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งก่อนหน้านี้สวีเดนเป็นประเทศที่มีผลสอบ PISA ที่อยู่ในระดับดีเยี่ยม
ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ ดร.ซิสเซลา นัทลีย์ นักปราสาทวิทยาจากสถาบันคาโรลินสกา ที่ออกมาเตือนว่าการใช้เทคโนโลยีในเด็กส่งผลให้สมาธิต่อการจดจ่อลดถอยลง และยังส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองอีกด้วย
เหตุนี้ทำให้สวีเดนหันกลับมาทบทวนนโยบายทางการศึกษาอีกครั้ง ว่าการใช้เทคโนโลยี อาจไม่ใช่คำตอทั้งหมดของการเรียนรู้ การกลับมาใช้หนังสือจึงเป็นทางออกให้กับสถานการณ์ของสวีเดนในตอนนี้ โดยรัฐได้กำหนดมาตรการห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารกับเด็กปฐมวัยในโรงเรียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2025 และห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปีใช้แท็บเล็ตภายในโรงเรียนโดยเด็ดขาด เพื่อให้เด็กได้กลับมามีสมาธิจดจ่อกับการเรียนรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าหน้าจอแท็บเล็ต
ที่มาhttps://www.bbc.com/news/articles/cly0vk77vdkohttps://apnews.com/article/
0 ความคิดเห็น