วิจัยพบ! “อารมณ์ครู” ส่งผลต่อการเรียนโดยตรง “ครูขี้โมโห” ทำให้ "เด็กเรียนแย่ลง"

วิจัยพบ! “อารมณ์ครู” ส่งผลต่อการเรียนโดยตรง “ครูขี้โมโห” ทำให้ "เด็กเรียนแย่ลง"

งานวิจัยพบว่า ความสุขและความโกรธของครู สามารถส่งผลต่อคุณภาพการสอน และเชื่อมโยงไปถึงความมั่นใจ ความสนใจในการเรียน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้โดยตรง

งานวิจัยเรื่อง “Linking Teacher Emotions, Teaching Quality Indicators, and Student Outcomes in Mathematics: Results from OECD’s Global Teaching InSights Study” โดย Dr. Marina Elena Pfeifer จากมหาวิทยาลัย Ludwig Maximilian University of Munich ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Educational Psychology ได้เก็บข้อมูลจากครูคณิตศาสตร์ 679 คน และนักเรียนมากกว่า 17,500 คน ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ชิลี จีน โคลอมเบีย เยอรมนี ญี่ปุ่น เม็กซิโก สเปน และสหราชอาณาจักร

โดยให้นักเรียนทุกคนเรียนคณิตศาสตร์ชุดเดียวกัน จากนั้นครูจะประเมินระดับความสุข และความโกรธของตนเอง ขณะที่นักเรียนจะประเมินคุณภาพการสอน รายงานระดับความมั่นใจ และความสนใจในวิชา รวมถึงทำแบบทดสอบวัดผลการเรียน

วิจัยวัดคุณภาพการสอนจาก 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • การจัดการชั้นเรียน (Classroom Management)
  • ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างครูกับนักเรียน (Supportive Teacher-Student Relationships)
  • การกระตุ้นการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้เชิงลึก (Cognitive Activation)

ผลการวิจัยสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า อารมณ์ของครูส่งผลต่อผลลัพธ์ของนักเรียนผ่านคุณภาพการสอน

 

"ครูที่มีความสุขกับการสอน" มักบริหารจัดการชั้นเรียนได้ดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน และใช้วิธีสอนที่กระตุ้นการคิด ส่งผลให้นักเรียนมีความมั่นใจ สนใจเรียน และมีผลการเรียนที่ดีขึ้น

 

ในทางตรงกันข้าม "ครูที่ชอบโกรธหรือขี้โมโห" มักมีคุณภาพการสอนลดลงในทั้ง 3 ด้าน และสัมพันธ์กับผลการเรียนรู้ที่แย่ลงของนักเรียน

หนึ่งข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สุดคือ แม้ทั้ง 8 ประเทศ จะมีความแตกต่างกัน ทั้งด้านวัฒนธรรม ภาษา และเศรษฐกิจ แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาทิศทางเดียวกัน คือ อารมณ์ของครูมีอิทธิพลต่อคุณภาพการสอน และคุณภาพการสอนก็ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในลักษณะเดียวกันทั่วโลก

ในขณะเดียวกัน นักวิจัยพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจอีก 1 ข้อ คือ ครูกับนักเรียนที่มีความใกล้ชิดกันในบางกรณี กลับมีผลการเรียนที่ต่ำลง ผู้วิจัยคาดว่า อาจเป็นเพราะครูมักจะเข้าไปดูแลนักเรียนที่มีปัญหา หรือมีผลการเรียนอ่อนอย่างใกล้ชิดมากกว่า จึงมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมมากกว่า

สิ่งสำคัญคืองานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสุขภาวะทางอารมณ์ของครูเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของนักเรียน! โรงเรียนควรให้ความสำคัญกับการลดภาระ และความเครียดของครู รวมถึงจัดหาเครื่องมือช่วยดูแลสุขภาพจิต เช่น การฝึกสติ และพัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์ให้กับครูทุกคน

เพราะอารมณ์ของครูสามารถสร้าง “วงจรลบ” ได้ ถ้าครูโกรธหรือโมโห - โฟกัสอยู่กับการดุ - คุณภาพการสอนลดลง - ส่งผลให้นักเรียนเรียนได้ไม่ดี - ยิ่งทำให้ครูโมโหขึ้นไปอีก วงจรลบ ๆ นี้ก็จะส่งผลลบต่อทุกฝ่าย

ในทางกลับกัน ครูที่มีความสุขกับการสอน มักสร้าง "วงจรบวก" เพราะ บรรยากาศการเรียนที่ดี - ทำให้นักเรียนสนใจการเรียน - ส่งผลให้ผลการเรียนดีขึ้น - ผลการเรียนก็ย้อนมาสร้างความภาคภูมิใจ และความสุขให้ครู เป็นการเสริมการเรียนรู้ร่วมกันอย่างยั่งยืน

 

ที่มาhttps://www.apa.org/news/press/releases/2026/06/teachers-emotions-student-learning
พี่แพม
พี่แพม - Columnist คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น