แบบนี้ก็มีด้วย! 6 วิชาสุดแปลกที่เปิดสอนในม.มหิดล
เพื่อน ๆ เคยได้ยินประโยคที่ว่า “Don't judge a book by its cover” หรือที่แปลเป็นไทยได้ว่า “อย่าตัดสินหนังสือแค่จากหน้าปก” ไหมคะ? ประโยคนี้บอกเลยว่าใช้ได้ดีกับวิชาสุดแปลกของมหาวิทยาลัยมหิดล เพราะหลาย ๆ วิชาที่เห็นชื่อแล้วชวนเอ๊ะ หรือฟังดูไม่น่าเป็นวิชาที่จะเอามาสอนได้ จริง ๆ แล้วเป็นวิชาที่มีการเปิดสอนจริง แถมเนื้อหาข้างในยังอัดแน่นไปด้วยสาระที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงได้ด้วย
วันนี้ Dek-D เลยจะขอพาทุกคนไปดูว่า มีวิชาอะไรบ้างที่แปลกแหวกแนวต่างจากวิชาทั่วไปที่เราเคยเจอ บอกเลยว่าลบภาพจำการนั่งฟังเลกเชอร์น่าเบื่อไปได้เลยค่ะ เพราะแต่ละวิชาที่คัดมาในวันนี้ ทั้งท้าทาย สนุกสนาน และรับรองว่าหาจากมหาวิทยาลัยอื่นไม่ได้อีกแน่นอน ถ้าอยากรู้แล้วว่าแต่ละวิชาจะน่าเรียน น่าสนุกขนาดไหน เรามาดูกันเลย!
1.วิชา การอ่านภาษากาย ภาษาใจ (Body language as a mind reading)
อ่านภาษากายทำไม? อ่านยังไง? แล้วภาษากายมันอ่านได้จริง ๆ เหรอ? นี่น่าจะเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนตอนเห็นชื่อวิชา แต่สำหรับใครที่เป็นคอซีรีส์แนวสืบสวน สอบสวน ล่าตัวคนร้าย หรือแนวจิตวิทยา น่าจะคุ้นเคยกับฉากที่ตัวเอกจับพิรุธผู้ต้องสงสัย แล้วรู้ทันทีว่าคนร้ายกำลังโกหก! ซึ่งอยากจะบอกเพื่อน ๆ ว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่ตัวอักษร หรือคำพูดเท่านั้นที่อ่านได้ แต่สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ก็เป็นสิ่งที่สามารถนำมาถอดรหัสเพื่อหาความหมายที่ซ่อนอยู่ได้เหมือนกัน
ผู้รับผิดชอบรายวิชา : คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ช่องทางการเรียน :
- นักศึกษา/บุคคลทั่วไป (ไม่มีค่าใช้จ่าย) https://mux.mahidol.ac.th/courses/course
2.วิชา เพื่อนร่วมงานจิตอปกติ จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร (Abnormal Colleagues:How Do I Make This Work?)
ขนาดพระพุทธเจ้ายังหลีกเลี่ยงการถูกนินทาไม่ได้ แล้วคนธรรมดาจะรับมือกับปัญหานี้ได้อย่างไรใช่ไหมล่ะคะ แค่เห็นชื่อวิชาก็อาจจะสะดุ้งกันบ้าง แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะนี่คือวิชาสุดเจ๋งจากหลักสูตรนานาชาติ ที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้วิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตการทำงาน
โดยเฉพาะเรื่องสุดคลาสสิกที่แทบทุกคนต้องเคยเจออย่าง “การถูกนินทา” ซึ่งวิชานี้ จะช่วยให้ทำความเข้าใจหลักจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์ เพื่อช่วยกันหาวิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เรียกได้ว่าเป็นวิชาที่ช่วยเพิ่มทักษะการเข้าสังคม และเตรียมความพร้อมสู่โลกวัยทำงานได้อย่างดีทีเดียว
ผู้รับผิดชอบรายวิชา : วิทยาลัยนานาชาติ
ช่องทางการเรียน :
สำหรับนักศึกษาหลักสูตรนานาชาติเท่านั้น
3.วิชา ปรัชญาความรัก (Philosophy of Love)
ใครที่เห็นชื่อวิชานี้อาจจะคิดว่า เป็นวิชาสอนจีบหนุ่มจีบสาวอย่างแน่นอน แต่ระดับมหิดล เขาแอดวานซ์กว่านั้นเยอะ เพราะวิชานี้จะพาเพื่อน ๆ วาร์ปไปเจาะลึกแนวคิดเกี่ยวกับความรักผ่านมุมมองของเหล่านักปรัชญาในตำนานอย่าง โสเครตีส (Socrates), เพลโต (Plato) และอริสโตเติล (Aristotle)
มาดูกันว่าเหล่านักคิดระดับโลกเขามองความรักต่างไปจากคนทั่วไปอย่างไร แล้วความรักที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ บอกเลยว่าเป็นวิชาที่ชวนให้เพื่อน ๆ ได้ตกผลึกมุมมองความรักที่ต่างออกไปจากเดิม และที่สำคัญวิชานี้ยังเปิดให้นักศึกษาหลักสูตรไทยทุกคณะสามารถลงเรียนได้อีกด้วย!
ผู้รับผิดชอบรายวิชา : คณะศิลปศาสตร์
ช่องทางการเรียน :
- นักศึกษา/บุคคลทั่วไป (ไม่มีค่าใช้จ่าย) https://mux.mahidol.ac.th/courses/course
4.วิชา การ์ตูนศึกษา (Comics Studies)
“โตแล้วยังอ่านการ์ตูนอยู่อีกเหรอ?” น่าจะเป็นประโยคที่หลายคนเคยได้ยินจากผู้ใหญ่ บ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้ว มหาวิทยาลัยมหิดลเล็งเห็นความสำคัญจนนำมาเปิดเป็นรายวิชา ให้ได้เรียนกันอย่างจริงจัง โดยไม่ได้มองว่าการ์ตูนเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
จริง ๆ แล้ว วิชานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอ่านการ์ตูนทั่วไป แต่จะพาไปเจาะลึกกระบวน การสร้างสรรค์คาแร็กเตอร์ตัวละคร และการออกแบบสัญลักษณ์หรือมาสคอต รวมถึงศึกษาภาพรวม ของอุตสาหกรรม เพื่อให้เข้าใจว่าการ์ตูนที่ใคร ๆ มองว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ ก็สามารถสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนสังคมได้มหาศาลขนาดไหน
ผู้รับผิดชอบรายวิชา : คณะศิลปศาสตร์
ช่องทางการเรียน :
- สำหรับนักศึกษาหลักสูตรไทยที่ลงทะเบียนในระบบลงทะเบียนเท่านั้น
5.วิชา ศาสนากับการรักษาโรค (Religion and Healing)
หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมมหาวิทยาลัยสายวิทยาศาสตร์และการแพทย์อย่างมหิดล ถึงมีวิชาการรักษาโรคด้วยศาสนา แต่ความจริงแล้วที่นี่มีทั้งวิทยาลัยศาสนศึกษา รวมถึงคณะ สายสังคมอีกหลายคณะ ที่จะมาช่วยเปิดมุมมองให้เห็นการใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมือบำบัด รักษาในอีกแง่มุมหนึ่ง
เพราะตามหลักการดูแลสุขภาพ นอกจากการรักษาโรคทางกายด้วยวิทยาศาสตร์แล้ว การเยียวยาทางใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย การนำหลักศาสนาและคำสอนมาเป็น เครื่องมือช่วยบำบัดโรคทางใจ เช่น การเจริญสติ การทำสมาธิ หรือการสวดมนต์ จึงเป็นสิ่งที่ช่วย ลดความเครียด และช่วยให้ผู้ป่วยมีพลังใจที่ดีขึ้น ถือเป็นวิชาที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ของการรักษาทั้งทางกายและบำบัดจิตใจได้อย่างรอบด้าน
ผู้รับผิดชอบรายวิชา : คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ช่องทางการเรียน :
- สำหรับนักศึกษาหลักสูตรไทยที่ลงทะเบียนในระบบลงทะเบียนเท่านั้น
6.วิชา ความสุข (Happiness)
หดหู่ ซึมเศร้า คนเก่าไม่กลับมา ปัญหาทุกอย่างจะหมดไป ถ้าคุณได้ลองมาเรียนวิชาที่มีชื่อว่า “ความสุข” ใช่ค่ะฟังไม่ผิด วิชานี้มีอยู่จริง และใครที่คิดว่าการเรียนหนังสือเท่ากับความเครียด และไม่มีความสุข ขอให้หยุดความคิดนั้นไว้ตรงนี้ก่อน
เพราะในคลาสนี้เขาจะพาเรามาเจาะลึกตั้งแต่แนวคิดของคำว่าความสุข เพื่อให้เรา พร้อมรับมือกับทุกปัญหา ถือเป็นอีกหนึ่งวิชาที่ช่วยฮีลใจเพื่อน ๆ จากปัญหาหนัก ๆ เพราะเป็นวิชา ที่ไม่ได้สอนให้เราไปแข่งกับใคร แต่สอนให้เรากลับมารัก และดูแลตัวเองให้มีความสุขในแบบของเรา
ผู้รับผิดชอบรายวิชา : คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ช่องทางการเรียน :
- สำหรับนักศึกษาหลักสูตรไทยที่ลงทะเบียนในระบบลงทะเบียนเท่านั้น
บางทีชื่อวิชาอาจจะฟังดูแปลกแหวกแนวหรือชวนขำในตอนแรก แต่พอได้เจาะลึกเข้าไปดูเนื้อหาจริง ๆ แล้ว ทุกวิชาล้วนอัดแน่นไปด้วยสาระและมีประโยชน์ในแบบของตัวเอง แถมสกิลที่ได้มายังเอามาปรับใช้ในชีวิตจริงได้อีกด้วย ไม่ได้ตั้งชื่อมาขำ ๆ อย่างเดียวแน่นอน
แล้วเพื่อน ๆ มีวิชาไหนที่เห็นชื่อแล้วอยากไปเรียนจริง ๆ กันบ้าง หรือมหาวิทยาลัยของใครมีวิชาที่แปลกกว่านี้อีก ลองแวะมาแชร์ให้ฟังกันหน่อยน้า ส่วนคราวหน้าจะมีเรื่องราวการเรียนสนุก ๆ อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ!
ที่มา https://mux.mahidol.ac.th/courses/course-v1:MU-SH+SH2024-02+MU-SH_000013/abouthttps://la.mahidol.ac.th/th/wp-content/uploads/tqf2/thai/LALA_176.pdfhttps://mux.mahidol.ac.th/courses/course-v1:MU-SH+SH004+MU-SH_000004/abouthttps://mux.mahidol.ac.th/courses/course-v1:MU-LA+MOOC66-06+MU-LA_000019/about
0 ความคิดเห็น