เกาหลีใต้สั่งแบน! พ่อแม่ “ไม่ส่งเสียลูก” ห้ามออกนอกประเทศ - ยึดใบขับขี่
กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวของเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ทางกระทรวงได้อนุมัติมาตรการลงโทษผู้ปกครองจำนวน 184 ราย ที่ละเลยการส่งเสียค่าเลี้ยงดูบุตร โดยมาตรการลงโทษในครั้งนี้ประกอบไปด้วย การสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ 120 ราย สั่งพักใบอนุญาตขับขี่ 41 ราย และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อสาธารณะอีก 23 ราย
ตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ในกรณีของครอบครัวที่ผู้ปกครองหย่าร้างกัน ถือเป็นหน้าที่ของพ่อหรือแม่ที่ไม่ได้เป็นผู้ดูแลบุตรที่จะต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้แก่อีกฝ่าย โดยมาตรการลงโทษดังกล่าว จะนำมาบังคับใช้กับบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูบุตรนานกว่า 30 วัน บุคคลที่ขาดส่งค่าเลี้ยงดูอย่างน้อย 3 ครั้ง หรือบุคคลที่มียอดค้างชำระเกินกว่า 30 ล้านวอน (หรือประมาณ 6.6 แสนบาท)
ผลจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างจริงจัง ส่งผลให้ตัวเลขผู้ถูกลงโทษในเกาหลีใต้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยเพิ่มขึ้นจาก 639 รายในปี 2023 เป็น 947 รายในปี 2024 และเพิ่มเป็น 1,389 ราย เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา ส่วนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้ มีการลงโทษตามมาตรการนี้ไปแล้วถึง 720 ราย
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนจะยกระดับมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อหาบทลงโทษที่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงิน และเยียวยาครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูบุตรอย่างตรงเวลา
นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกาบังคับใช้กฎหมายช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว มาตรา 10 ของเกาหลีใต้ (Enforcement Decree of the Single-Parent Family Support Act) ยังครอบคลุมถึงชาวต่างชาติและชาวไทยที่แต่งงานกับชาวเกาหลีด้วย โดยระบุว่า หากแยกทางกันแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ถ้าฝ่ายที่เป็นชาวต่างชาติต้องรับหน้าที่ดูแลบุตรที่มีสัญชาติเกาหลีเพียงลำพัง ก็มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือในฐานะครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจากทางภาครัฐได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้น การยกระดับมาตรการและใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญของภาครัฐในการปกป้องสิทธิ์ของเด็กทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ควบคู่ไปกับการย้ำเตือนผู้ปกครองไม่ให้ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมีคุณภาพ
ที่มาhttps://en.yna.co.kr/view/AEN20260621002100320https://easylaw.go.kr/CSM/SubCnpclsCmd.laf?csmSeq=2330&ccfNo=1&cciNo=1&cnpClsNo=1https://www.asiae.co.kr/en/article/202606210832013421
0 ความคิดเห็น