“ไม้เรียว - ติดคุก - พ่อแม่โดนด้วย” บทลงโทษ “การบูลลี่ในโรงเรียน” จาก 5 ประเทศ
ปัญหาเรื่อง การกลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือ การบูลลี่ (Bullying) เป็นปัญหาใหญ่ที่หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีความพยายามในการแก้ปัญหาแตกต่างกันไป มาดู ตัวอย่างการป้องกันและการลงโทษจาก 5 ประเทศที่น่าสนใจกันค่ะ
“สิงคโปร์” ใช้ไม้เรียวฟาด!
กระทรวงศึกษาธิการของประเทศสิงคโปร์ ยกระดับการลงโทษเด็กที่บูลลี่เพื่อนในโรงเรียน อนุญาตให้ใช้ "ไม้เรียว" ลงโทษได้ ซึ่งถือว่าเป็นการลงโทษสำหรับความผิดร้ายแรงขั้นสุด และจะตีเฉพาะ "เด็กนักเรียนชาย" เท่านั้น
แต่ไม่ใช่ว่าจะลงโทษใครก็ได้ตามใจชอบนะ! เพราะก่อนจะหวดไม้เรียว ก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากครูใหญ่ และลงมือโดยครูที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น นอกจากนี้โรงเรียนจะต้องประเมินวุฒิภาวะของเด็ก เพื่อพิจารณา ว่าการลงโทษนี้จะทำให้เด็กสำนึก และเรียนรู้จากความผิดพลาดได้หรือไม่ โดยการลงโทษนี้จะเริ่มบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
“มาเลเซีย” ลูกผิด พ่อแม่ต้องรับผิดชอบ
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มาเลเซียเพิ่งประกาศใช้กฎหมายต่อต้านการบูลลี่ฉบับใหม่ โดยมีสาระสำคัญคือ ผู้ปกครองต้องรับผิดทางกฎหมายต่อพฤติกรรมของบุตรหลาน หากเด็กถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานบูลลี่ ผู้ปกครองอาจถูกดำเนินคดีในชั้นศาล หรือถูกปรับเงินด้วยเช่นเดียวกัน หวังว่าแนวทางนี้จะทำให้เด็กที่ชอบบูลลี่คนอื่นรวมถึงครอบครัว จะตระหนักได้ว่า การบูลลี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก มีบทลงโทษที่รุนแรง และทุกคนต้องรับผิดชอบ
“ฝรั่งเศส” การบูลลี่มีความผิดทางอาญา
เมื่อปี 2023 รัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวว่า ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีเด็กนักเรียนชาวฝรั่งเศสถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนกว่า 1 ล้านคน และมีเด็กที่จบชีวิตตัวเองจากการโดนบูลลี่ รัฐบาลจึงบังคับในทุกโรงเรียนสอนวิชา “ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy classes)" นอกจากนี้ยังเพิ่มความเข้มงวดทางกฎหมาย คือผู้ที่บูลลี่คนอื่นจนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ถือว่าเป็นความผิดทางอาญา และอาจติดคุกสูงสุด 10 ปี
“เกาหลีใต้” คนบูลลี่จะมีประวัติติดตัวไปตลอดชีวิต!
การกลั่นแกล้งในโรงเรียนไม่จบแค่ที่โรงเรียน! เพราะเกาหลีจะบันทึกประวัติเอาไว้ ถ้าใครมีพฤติกรรมการบูลลี่คนอื่น ก็จะมีบันทึกติดตัวแบบไม่สามารถลบได้ และมหาวิทยาลัยก็จะใช้เกณฑ์นี้ในการปฏิเสธการรับเข้าเรียน รวมถึงการสมัครงานในบริษัทเอกชนชั้นนำ และหน่วยงานของรัฐบาลก็ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติการบูลลี่เช่นเดียวกัน ทำให้การบูลลี่อาจส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษาและการทำงานในระยะยาว
“ฟินแลนด์” ไม่ลงโทษ แต่พยายามทำความเข้าใจ
ประเทศที่ขึ้นชื่อว่า การศึกษาดีที่สุดในโลกอย่างฟินแลนด์ มีวิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องการกลั่นแกล้งในโรงเรียนที่แตกต่างและเห็นผลจริง ด้วยโครงการ KiVa Anti-Bullying Program โดยการสอนนักเรียนให้รู้จักเรื่องการบูลลี่ผ่านกิจกรรมและเกมต่าง ๆ โดยไม่ได้เน้นแค่คนกระทำ และเหยื่อผู้ถูกกระทำเท่านั้น แต่รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้เพิกเฉย
ถ้ามีเหตุการณ์การบูลลี่เกิดขึ้น จะต้องแจ้งคุณครูทันที และคุณครูจะไม่ลงโทษคนกระทำ แต่จะใช้กระบวนการพูดคุย เน้นแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ โดยอาศัยความร่วมมือกันจากทุกฝ่าย ทั้งโรงเรียน เด็ก และผู้ปกครอง
แต่ละประเทศก็มีวิธีการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันไป และสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เลยตอนนี้ก็คือ มองว่าการบูลลี่ไม่ใช่เรื่องปกติ และไม่เพิกเฉยนั่นเอง!
ข้อมูลจากhttps://www.dek-d.com/teentrends/68560/ https://www.abc.net.auhttps://apnews.com/https://www.eef.or.th/news-280623/https://www.dek-d.com/teentrends/68727
0 ความคิดเห็น