ยุโรปเผชิญปัญหา "คลื่นความร้อน" ต้องสั่งปิด - ปรับเวลาเรียน
ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในยุโรปต้องเผชิญกับปัญหาคลื่นความร้อน หรือ Heat Wave อุณหภูมิพุ่งสูงทะลุ 40 - 44 องศาเซลเซียส ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ จนต้องประกาศเตือนภัยอันตรายจากความร้อน ส่งผลต่อการใช้ชีวิต สุขภาพ รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต รวมถึงการเรียนการศึกษา และการเรียนรู้ของนักเรียน โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
ปรับกฎระเบียบ
เนื่องจากโรงเรียนในยุโรปส่วนใหญ่ไม่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เมื่ออากาศร้อนมาก ๆ หลาย ๆ โรงเรียนมีกฎพิเศษเปลี่ยนจากการใส่เครื่องแบบชุดนักเรียน มาใส่เสื้อผ้าที่สบายขึ้น บางโรงเรียนมีแจกไอศครีม อนุญาตให้เด็กเล่นน้ำ ควบคู่ไปกับใช้ฟอยล์ฉุกเฉินติดหน้าต่างเพื่อสะท้อนความร้อน ติดตั้งพัดลม เพิ่มพัดลมละอองน้ำเพื่อคลายความร้อนในโรงเรียน
ปรับรูปแบบการเรียนการสอน
วิจัยในปี 2019 พบว่าอุณหภูมิในห้องเรียนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนรู้ การลดอุณหภูมิในห้องเรียนจาก 30 องศาเซลเซียส เหลือ 20 องศาเซลเซียส ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้ถึง 20% เพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
โรงเรียนส่วนใหญ่ในสเปนจึงเปลี่ยนมาเรียนแค่ครึ่งวันเช้า เพื่อเลี่ยงอากาศร้อนจัดในช่วงบ่าย และในหลายพื้นที่ก็มีการปรับตารางเรียน ลดเวลาเรียนให้สั้นลง
ปิดโรงเรียน
โรงเรียนกว่า 1,000 แห่งในอังกฤษ รวมถึงกว่า 13,500 แห่งในฝรั่งเศส ต้องปิดทำการ หรือปรับตารางเรียนเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด นอกจากนี้โรงเรียนในสเปน กรีซ และอิตาลี ยังเลื่อนการปิดภาคเรียนให้เร็วกว่ากำหนด
ผู้ปกครองไม่ให้เด็กไปโรงเรียน
พ่อแม่จำนวนมากเลือกที่จะให้ลูกอยู่บ้านแทนการไปเรียนในวันที่อากาศร้อนจัด รวมถึงให้เด็กหยุดเรียนก่อนที่จะถึงเวลาปิดเทอมภาคฤดูร้อน
ที่มาhttps://www.straitstimes.com/world/europe/not-cool-at-school-europes-classrooms-struggle-with-the-heathttps://www.theguardian.com/education/2026/jul/11/uk-pupils-struggle-extreme-heat-schools-classroomsเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา หลาย ๆ โรงเรียนจัดสรรงบประมาณปรับปรุงโรงเรียน ติดตั้งเครื่องปรับอากาศในโรงเรียน เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้มากขึ้น เพื่อให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในอนาคต
1 ความคิดเห็น