ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว
คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ยกเครื่องกฎหมายเดิมให้ทันกับปัญหายุคใหม่ ขยายความรุนแรงครอบคลุมทั้งความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนความผิดเป็น “ยอมความไม่ได้” เพิ่มโทษ และเปิดทางเจ้าหน้าที่สั่งมาตรการคุ้มครองผู้ถูกกระทำได้ทันที
ครม. เห็นชอบร่างกฎหมายฉบับใหม่
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เสนอโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ สภาผู้แทนราษฎร ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายเดิม พ.ศ. 2550 เพื่อให้ทันต่อรูปแบบความรุนแรงในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมเพิ่มกลไกคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
1. ขยายความหมาย “ความรุนแรงในครอบครัว”
ปรับให้ครอบคลุมมากกว่าการทำร้ายร่างกาย โดยรวมถึง
- การทำให้เกิดความหวาดกลัว
- การข่มขู่ คุกคาม
- การบั่นทอนหรือควบคุมทางเศรษฐกิจ
- พฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความปลอดภัย
2. ขยายกลุ่มผู้ได้รับความคุ้มครอง
เพิ่มความครอบคลุมของคำว่า “บุคคลในครอบครัว” ให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน เช่น
อดีตคู่สมรส ผู้ที่เคยมีความสัมพันธ์ในครอบครัว ผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน
เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงการคุ้มครองตามกฎหมายได้มากขึ้น
3. เพิ่มความเข้มงวดทางกฎหมาย
กำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็น ความผิดที่ยอมความไม่ได้
บทลงโทษ:
- จำคุกไม่เกิน 1 ปี
- ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีมีความรุนแรงมากขึ้น เช่น
- กระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
- กระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี
- จะได้รับโทษหนักขึ้น
มาตรการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างรวดเร็ว
4. ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อ “หยุดความรุนแรงก่อนเหตุลุกลาม”
เจ้าหน้าที่สามารถออกคำสั่ง เช่น
- ห้ามผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ
- ห้ามกระทำพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เสพสิ่งมึนเมา
- ก่อนเสนอให้ศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริต ไม่ให้ต้องรับผิดทางกฎหมาย
ปรับแนวทางหลังเกิดเหตุ
5. เปลี่ยนจาก “ไกล่เกลี่ย” เป็น “แผนแก้ไขและป้องกัน” จากเดิมที่เน้นการยอมความ ปรับเป็นการจัดทำ “แผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
ผลดำเนินการ:
- หากปฏิบัติตามแผนสำเร็จ ศาลอาจสั่งยุติคดีได้
- หากฝ่าฝืน ศาลสามารถนำคดีขึ้นพิจารณาพิพากษา
สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ข้อมูลปี 2568 พบว่า
- มีเหตุความรุนแรงในครอบครัวที่ได้รับรายงาน มากกว่า 2,000 กรณี
- ประมาณ 20% เกิดจากอารมณ์และความโกรธจนทำร้ายกัน
- มากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด
- สะท้อนว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเชื่อมโยงกับปัจจัยด้านสังคมและพฤติกรรมหลายด้าน
ระบบป้องกันในระยะยาว
ร่างกฎหมายกำหนดให้มี
- ระบบฐานข้อมูลกลางด้านความรุนแรงในครอบครัว
- การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
- การติดตามและประเมินผลกฎหมายทุก 5 ปี
เพื่อให้สามารถป้องกัน ติดตาม และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างเป็นระบบ
เป้าหมายสำคัญ
รัฐบาลมุ่งสร้าง “ครอบครัวที่เข้มแข็ง” และทำให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
โดยเน้นการเคารพ เข้าใจ และดูแลกันของสมาชิกทุกช่วงวัย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพื่อสร้างสังคมที่ลดความรุนแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
ที่มาhttps://gcc.go.th/?p=33388https://www.facebook.com/GCC1111/
0 ความคิดเห็น