วิจัยชี้! วัยรุ่นคุยกับ AI ระบายอารมณ์ เสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตเพิ่ม 2 เท่า
ทุกวันนี้หลายคนใช้ AI ช่วยค้นหาข้อมูล ช่วยทำงาน ทำการบ้าน ดูดวง รวมถึงใช้ AI เป็นเพื่อนคุยแก้เหงา เล่าเรื่องปัญหาที่ชีวิตที่ไม่รู้จะปรึกษาใคร ล่าสุดมีงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ JAMA Pediatrics ศึกษานักเรียนเกือบ 40,000 คน ตั้งแต่ระดับ ป.4 - ม.6 ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เรื่อง "ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ Generative AI กับสุขภาพจิตของเยาวชน"
ผลการศึกษาพบว่า วัยรุ่นมากกว่า 21% เคยใช้ AI เพื่อพูดคุย หรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องทางอารมณ์ เช่น ปัญหาครอบครัว เพื่อน ความสัมพันธ์ หรือเรื่องที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ซึ่งนักเรียนกลุ่มที่ใช้ AI เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว มีแนวโน้มพบปัญหาทางอารมณ์มากกว่า โดยมีความเสี่ยงที่จะมีอาการในระดับที่อาจต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ AI ปรึกษาปัญหาทางใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กผู้หญิง เยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มชาติพันธุ์ และเชื้อชาติที่ไม่ใช่คนผิวขาว มีการใช้ AI ปรึกษาปัญหาจิตใจมากที่สุด
วัยรุ่นที่ใช้ AI เพื่อพูดคุยเรื่องอารมณ์ มักรู้สึกโดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ และหลายคนเลือกคุยกับ AI เพราะ กลัวถูกคนอื่นตัดสิน และรู้สึกว่าง่ายกว่าการเปิดเผยปัญหากับคนจริง ๆ
ถึงแม้ว่างานวิจัยจะเป็นการศึกษาความสัมพันธ์ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การใช้ AI เป็นสาเหตุโดยตรงของปัญหาสุขภาพจิต แต่ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำว่า ไม่ควรใช้ AI เป็นที่พึ่งหลักด้านสุขภาพจิต เพราะแชตบอตอาจให้ข้อมูลผิดพลาด หรือไม่เหมาะสมได้ ควรมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมเท่านั้น
หากใครมีปัญหาทางด้านจิตใจ และอารมณ์ ควรพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจ เพื่อน ผู้ปกครอง ครู หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม
ที่มาhttps://nypost.com/2026/08/31/health/ai-chatbots-linked-to-higher-emotional-problems-for-teens/
0 ความคิดเห็น