ทุก 30 นาที ลุกขยับ 3 นาที ช่วยลดความเสี่ยงจากการนั่งนาน
ไม่ต้องรอให้มีเวลาว่างมากมาย ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และไม่ต้องออกกำลังกายจนเหนื่อย
ขอแค่ ทุก 30 นาที ลุกขยับอย่างน้อย 3 นาที ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ตัดช่วงการนั่งนาน และเปิดโอกาสให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานระหว่างวัน
นี่คือแนวคิดหลักของแคมเปญ “ลุกค่ะเทวดา ลดเนือยนิ่ง” จาก สสส. ที่ชวนให้คนไทยเปลี่ยนจากการนั่งต่อเนื่อง มาเป็นการขยับสั้น ๆ แต่สม่ำเสมอ เพราะเบื้องหลังคำชวนง่าย ๆ นี้ มีงานวิจัยรองรับว่า การลุกเดินหรือทำกิจกรรมเบา ๆ เป็นช่วง ๆ ช่วยให้ร่างกายจัดการระดับน้ำตาลหลังอาหารได้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อปัจจัยเสี่ยงด้านหัวใจและเมตาบอลิซึมบางประการ
ทำไมไม่อยากให้นั่งนาน
เมื่อเรานั่ง เอน หรือนอนเล่นขณะตื่นต่อเนื่องนาน ไม่ว่าจะเป็นช่วงทำงาน เดินทาง พักผ่อน หรือหลังรับประทานอาหาร กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณขาและสะโพก จะทำงานน้อยลง ร่างกายใช้พลังงานต่ำ และการนำน้ำตาลจากกระแสเลือดไปใช้ก็อาจลดลง
หลังรับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ หากยังนั่งต่อเนื่อง กล้ามเนื้อก็มีโอกาสนำน้ำตาลจากกระแสเลือดไปใช้น้อยลง งานวิจัยหลายชิ้นจึงใช้ระดับน้ำตาลและอินซูลินหลังอาหารเป็นตัวชี้วัดผลของการหยุดช่วงนั่งนาน
หากพฤติกรรมเนือยนิ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องและสะสมเป็นประจำตลอดวัน อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
เพราะฉะนั้น การลุกขยับจึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะหลังอาหาร แต่ควรเกิดขึ้นในทุกช่วงที่เรานั่งต่อเนื่องนาน
ดังนั้น คำถามจึงไม่ใช่แค่ “วันนี้ออกกำลังกายหรือยัง” แต่ต้องถามเพิ่มว่า “ครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เราได้ลุกขยับบ้างหรือยัง”
งานวิจัยพบว่า การลุกขยับสั้น ๆ ช่วยได้จริง
งานวิจัยในผู้ชายวัยหนุ่มที่มีภาวะอ้วนลงพุง เปรียบเทียบการนั่งต่อเนื่องกับการเดินเบา 3 นาทีทุก 30 นาที พบว่า การเดินเป็นช่วง ๆ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร เมื่อเทียบกับการนั่งต่อเนื่อง
อีกงานวิจัยหนึ่งในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วนพบว่า การเดินเบา 3 นาทีทุก 30 นาที ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารและส่งผลดีต่อความดันโลหิต เมื่อเทียบกับการนั่งต่อเนื่อง
ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 การเดินเบา 3 นาทีทุก 30 นาที หรือทำกิจกรรมแรงต้านง่าย ๆ เช่น ย่อเข่า ยกส้น เกร็งสะโพก และยกเข่า ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลิน และ C-peptide หลังอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อรวบรวมผลจากงานวิจัยหลายฉบับ พบว่า การลุกขยับเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนั่ง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินหลังอาหาร และอาจช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ เมื่อเทียบกับการนั่งต่อเนื่อง
หลักฐานจากงานวิจัยหลายชิ้นจึงไปในทิศทางเดียวกันว่า
ลุกขยับเป็นช่วง ๆ ดีกว่านั่งยาวต่อเนื่อง
3 นาทีช่วยอะไรกับร่างกาย
เมื่อเราลุกเดิน ย่อเข่า ยกขา หรือขยับแขนและขา กล้ามเนื้อขนาดใหญ่จะกลับมาทำงาน ช่วยเพิ่มการใช้พลังงานและช่วยนำน้ำตาลจากกระแสเลือดไปใช้
จึงอาจช่วยลดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร ลดความต้องการในการหลั่งอินซูลิน และส่งผลดีต่อความดันโลหิตบางส่วน
อย่างไรก็ตาม การลุกขยับ 3 นาทีทุก 30 นาทีไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันโรค NCDs ได้ทั้งหมด หรือใช้แทนการออกกำลังกายตามเกณฑ์ได้ แต่เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดช่วงการนั่งต่อเนื่อง และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงบางประการจากการนั่งนาน ควรทำควบคู่กับการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ กินอาหารเหมาะสม นอนให้พอ และดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ
ขยับแบบไหนก็ได้ ขอให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน
หลักสำคัญคือ เปลี่ยนจากการอยู่นิ่ง มาเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน เพียงยืนเฉย ๆ อาจยังเพิ่มการใช้พลังงานไม่มากนัก ดังนั้น หากทำได้ ควรเพิ่มการเดินหรือการขยับแขนขาเข้าไปด้วย
อย่าปล่อยให้คำว่า “เดี๋ยว” กลายเป็นนั่งยาว
ปัญหาของการนั่งนานคือ เรามักคิดว่า
“เดี๋ยวทำงานตรงนี้ให้เสร็จก่อน”
“เดี๋ยวเล่นอีกตา”
“เดี๋ยวดูอีกตอน”
“เดี๋ยวค่อยลุก”
เผลอแป๊บเดียว “เดี๋ยว” ก็กลายเป็นยาวไปอีกหลายชั่วโมง
แคมเปญ “ลุกค่ะเทวดา ลดเนือยนิ่ง” จาก สสส. จึงชวนให้ตั้งจังหวะใหม่ในชีวิตประจำวันว่า
ทุก 30 นาที “ลุกค่ะ” ขยับอย่างน้อย 3 นาที
ไม่ต้องลุกไปไกล
ไม่ต้องรอให้ว่าง
และไม่ต้องรอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนก่อน
เพราะการลดความเสี่ยง NCDs เริ่มได้จากการไม่ปล่อยให้ครึ่งชั่วโมงแล้วครึ่งชั่วโมงเล่าผ่านไป โดยที่ร่างกายยังอยู่ในท่าเดิม
ลุกค่ะ ลดเนือยนิ่ง ทุก 30 นาที ขยับอย่างน้อย 3 นาที ด้วยความปรารถนาดีจาก สสส.
กดติดตามข้อมูลข่าวสาร แคมเปญที่น่าสนใจ และกิจกรรมดีๆ จาก สสส เพิ่มเติมได้ที่ :
Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส.
Line : @thaihealththailand
Tiktok : @thaihealth
Youtube : SocialMarketingTH
Website : Social Marketing การตลาดเพื่อสังคม
แหล่งข้อมูลและงานวิจัยประกอบ
- Ku, P.-W., Steptoe, A., Liao, Y., Hsueh, M.-C., & Chen, L.-J. (2018). A cut-off of daily sedentary time and all-cause mortality in adults: A meta-regression analysis involving more than 1 million participants. BMC Medicine, 16, 74. งานวิจัยรวบรวมข้อมูลจาก 19 การศึกษา ผู้เข้าร่วม 1,259,482 คน
- Dunstan, D. W., et al. (2012). Breaking Up Prolonged Sitting Reduces Postprandial Glucose and Insulin Responses. Diabetes Care, 35, 976–983. ทดลองเดิน 2 นาทีทุก 20 นาทีในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน
- Dempsey, P. C., et al. (2016). Benefits for Type 2 Diabetes of Interrupting Prolonged Sitting With Brief Bouts of Light Walking or Simple Resistance Activities. Diabetes Care, 39, 964–972. ทดลองเดินเบาหรือทำกิจกรรมแรงต้าน 3 นาทีทุก 30 นาทีในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
- Loh, R., Stamatakis, E., Folkerts, D., Allgrove, J. E., & Moir, H. J. (2020). Effects of Interrupting Prolonged Sitting with Physical Activity Breaks on Blood Glucose, Insulin and Triacylglycerol Measures: A Systematic Review and Meta-analysis. Sports Medicine, 50, 295–330. รวบรวมงานวิจัย 42 เรื่อง และนำ 37 เรื่องมาวิเคราะห์ผล
- Wongpipit, W., Zhang, X., Miyashita, M., & Wong, S. H.-S. (2021). Interrupting Prolonged Sitting Reduces Postprandial Glucose Concentration in Young Men With Central Obesity. The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism, 106(2), e791–e802. ทดลองเดินเบา 3 นาทีทุก 30 นาที
- Wongpipit, W., et al. (2024). Light Walking Patterns and Postprandial Cardiometabolic Responses in Young Obese Adults: A Randomized Crossover Study. The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism. เปรียบเทียบการนั่งต่อเนื่อง การเดินต่อเนื่อง และการเดินเบา 3 นาทีทุก 30 นาที
- Dempsey, P. C., Sacre, J. W., Larsen, R. N., et al. (2016). Interrupting prolonged sitting with brief bouts of light walking or simple resistance activities reduces resting blood pressure and plasma noradrenaline in type 2 diabetes. Journal of Hypertension, 34, 2376–2382. ศึกษาผลของการลุกเดินเบาหรือทำกิจกรรมแรงต้านสั้น ๆ ต่อความดันโลหิตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
0 ความคิดเห็น