“มีคณะที่ชอบแล้ว แต่จะเรียนที่ไหนดี?” เป็นอีกเรื่องที่น้อง ๆ หลายคนตัดสินใจได้ยาก เพราะคณะเดียวกันอาจเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัย และแต่ละแห่งก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไปเพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งเลือกจากแค่ชื่อมหาวิทยาลัย มาเช็ก 8 เรื่องสำคัญ ที่จะช่วยให้เราเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้นกันค่ะ
8 เรื่องที่เด็ก ม.6 ควรเช็ก ก่อนตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย
1. หลักสูตร
ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยอาจเป็นสิ่งแรกที่น้อง ๆ รวมถึงผู้ปกครองหลายคนใช้ตัดสินใจ แต่จริง ๆ แล้ว หลักสูตรที่จะเรียนก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองดูว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมีวิชาเรียนและเนื้อหาตรงกับสิ่งที่เราอยากเรียนหรือเปล่า แล้วลองนำหลักสูตรของแต่ละที่มาเปรียบเทียบกันว่า แตกต่างกันตรงไหนบ้าง เช่น มีวิชาเอก–วิชาโทให้เลือกไหม หรือมีวิชาเลือกที่เปิดโอกาสให้เราเรียนตามความสนใจมากน้อยแค่ไหน
อีกหนึ่งเรื่องคือ บางมหาวิทยาลัยอาจให้นักศึกษาปี 1 เรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันก่อน แล้วค่อยเลือกเอกในปีต่อ ๆ ไป ขณะที่บางแห่งอาจกำหนดเนื้อหาหลักไว้เหมือนกันตลอด 4 ปี และเปิดให้เลือกเพิ่มเติมผ่านวิชาเลือก ดังนั้น ก่อนตัดสินใจให้พิจารณาก่อนว่า หลักสูตรของที่ไหน ตรงกับสิ่งที่เราอยากเรียนและอยากต่อยอดมากที่สุด
2. การเดินทาง
อีกเรื่องที่ควรคิดไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกมหาวิทยาลัยคือ การเดินทางในแต่ละวัน เพราะเราต้องเดินทางไปเรียนตลอดหลายปี ลองเช็กว่า จากบ้านไปมหาวิทยาลัยใช้เวลานานแค่ไหน เดินทางสะดวกไหม มีรถสาธารณะอะไรผ่านบ้าง และจำเป็นต้องอยู่หอหรือเปล่า
ถ้าจำเป็นต้องอยู่หอ ลองดูว่ามีหอพักในมหาวิทยาลัย หรือบริเวณใกล้เคียงไหม ค่าเช่าเท่าไร เดินทางจากหอไปมหาวิทยาลัยสะดวกแค่ไหน รวมถึงดูค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจตามมา เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทางด้วย
นอกจากนี้อย่าลืมดูด้วยว่า แต่ละชั้นปีเรียนที่วิทยาเขตเดียวกันไหม หรือมีบางวิชาที่ต้องเดินทางไปเรียนอีกวิทยาเขต เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ถ้าต้องเจอทุกวัน ก็มีผลกับทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน
3. ค่าใช้จ่าย
นอกจากดูว่าอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนแล้ว อย่าลืมดูด้วยว่า มหาวิทยาลัยที่เราสนใจมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และต้องใช้เงินประมาณเท่าไร เพราะค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าเทอมเท่านั้น ลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าเทอม, ค่าหอพัก, ค่าเดินทาง, ค่าอาหาร และค่าครองชีพในแต่ละเดือน แล้วเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยที่สนใจว่าแต่ละที่มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน
จากนั้นลองประเมินว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเหมาะสมกับงบประมาณของเราและครอบครัวหรือเปล่า ถ้าต้องการทุนการศึกษาก็ควรเช็กเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยหรือคณะที่สนใจมีทุนอะไรบ้าง ใครมีสิทธิ์สมัคร และมีเงื่อนไขอย่างไร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเรียน
4. สภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของมหาวิทยาลัยก็เป็นอีกเรื่องที่ควรเช็กว่า เข้ากับการใช้ชีวิตของเราหรือเปล่า เพราะเราจะต้องใช้ชีวิตที่นี่ไปอีกหลายปี
ลองดูทั้งพื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัย ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นไหม เช่น ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, โรงพยาบาล, คลินิก หรือห้างสรรพสินค้า รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในมหาวิทยาลัย เช่น รถโดยสารภายในมหาวิทยาลัย, ห้องสมุด, Co-working Space, สนามกีฬา,ร้านสหกรณ์, สัญญาณอินเทอร์เน็ต, ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ไปดูสถานที่จริง หรือพูดคุยกับรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ เพื่อดูว่าบรรยากาศและการใช้ชีวิตจริงเป็นอย่างไร จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
5. ครอบครัวและผู้ปกครอง
หลาย ๆ ครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครองอาจมีส่วนในการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยของลูกหลาน ไม่ว่าจะเป็นการอยากให้เรียนมหาวิทยาลัยที่ท่านเคยเรียน มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง หรือมหาวิทยาลัยที่มองว่าเหมาะสม รวมถึงบางบ้านอาจมีเงื่อนไขและข้อจำกัดในบางเรื่อง เช่น ที่ตั้งมหาวิทยาลัยต้องอยู่ในเมือง การเดินทางต้องเดินทางสะดวก งบประมาณของค่าเทอม หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
เพราะฉะนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย แนะนำว่าให้พูดคุยกับผู้ปกครองให้ชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าเราสนใจที่ไหน มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร และมีเรื่องไหนที่ต้องคำนึงถึงบ้าง จะได้วางแผนร่วมกันและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังค่ะ
6. การสนับสนุนและการดูแลนักศึกษา
นอกจากเรื่องเรียนแล้วควรดูด้วยว่า มหาวิทยาลัยมีระบบสนับสนุนและดูแลนักศึกษาอย่างไร เพราะชีวิตมหาวิทยาลัยไม่ได้มีแค่การเข้าเรียนและสอบ แต่ยังเป็นช่วงที่เราต้องปรับตัว ค้นหาความสนใจ และเตรียมตัวสำหรับการทำงานในอนาคต ลองเช็กว่าแต่ละมหาวิทยาลัยมีอะไรให้เราบ้าง เช่น
- ทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
- การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน หรือสิ่งที่จำเป็นต่อการเรียน
- อาจารย์ที่ปรึกษา หรือระบบให้คำปรึกษาด้านการเรียน
- บริการแนะแนวอาชีพ หรือช่วยเตรียมตัวก่อนเข้าสู่การทำงาน
- โอกาสฝึกงาน ทำกิจกรรม หรือพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน
- บริการหรือพื้นที่สำหรับช่วยเหลือนักศึกษา เมื่อเจอปัญหาด้านการเรียน หรือการใช้ชีวิต
ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่ในหน้าแนะนำหลักสูตรเสมอไป ลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย สอบถามรุ่นพี่ หรือดูประสบการณ์ของนักศึกษาที่เรียนอยู่จริง ก็จะช่วยให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ
7. โอกาสทำงานในอนาคต
อีกเรื่องที่ควรเช็กก่อนเลือกมหาวิทยาลัย คือ โอกาสในการฝึกงานและการต่อยอดไปสู่อาชีพหลังเรียนจบ เพราะหลายคนอาจสงสัยว่า “เรียนที่นี่แล้ว จบมาจะมีโอกาสทำงานแบบไหนบ้าง?”
ลองดูว่ามหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับบริษัท องค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ หรือเปล่า มีโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานหรือทำงานร่วมกับภาคธุรกิจจริงแค่ไหน รวมถึงมีเครือข่ายศิษย์เก่าที่ทำงานในหลากหลายสายอาชีพหรือเปล่า ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพว่า ระหว่างเรียนมีโอกาสได้เก็บประสบการณ์อะไรบ้าง และหลังเรียนจบสามารถต่อยอดไปทางไหนได้บ้างค่ะ
8. เกณฑ์การคัดเลือกและคะแนนที่ใช้
ไม่ว่าเราจะเลือกมหาวิทยาลัยจากเหตุผลไหน สุดท้ายแล้วเกณฑ์การคัดเลือกนักศึกษาก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องเช็กให้ดี เพราะแต่ละคณะและแต่ละรอบอาจใช้ คะแนนสอบ, รูปแบบ Portfolio หรือความสามารถพิเศษแตกต่างกัน
ลองเช็กตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า คณะและมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าใช้คะแนนอะไรบ้าง มีสัดส่วนคะแนนเท่าไร และกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างไรบ้าง และอย่าลืมประเมินดูว่าคะแนนหรือผลงานของเราตอนนี้อยู่ในระดับไหน เพราะมหาวิทยาลัยที่เราอยากเข้าอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูด้วยว่าคุณสมบัติและคะแนนของเราตรงตามเกณฑ์การคัดเลือกหรือเปล่า จะได้วางแผนเตรียมตัวและเลือกมหาวิทยาลัยได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้นค่ะ
การเลือกมหาวิทยาลัยไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ลองเลือกจากสิ่งที่เราให้ความสำคัญและเหมาะกับตัวเองที่สุด ก่อนตัดสินใจ ลองนำมหาวิทยาลัยที่สนใจมา เทียบกันตาม 8 หัวข้อ แล้วดูว่า ที่ไหนตอบโจทย์เราและการใช้ชีวิตของเรามากที่สุด การค่อย ๆ เปรียบเทียบแต่ละด้านจะช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้น และตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
0 ความคิดเห็น