เตือน! น้ำท่วมปราจีนฯ เสี่ยงสารเคมีปนเปื้อน เช็ก 8 วิธีป้องกันตัว
ตอนนี้ในพื้นที่อุตสาหกรรม จ.ปราจีนบุรี ยังประสบปัญหาน้ำท่วม และพบสารปนเปื้อนกลุ่ม “ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน” ในปริมาณสูงบริเวณแหล่งน้ำท้ายบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแหล่งน้ำ และผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่
ล่าสุด กรมควบคุมโรคเผยผลคัดกรองประชาชน 73 ราย ในพื้นที่เสี่ยง จ.ปราจีนบุรี พบว่า ร้อยละ 52 มีอาการผิดปกติ โดยอาการที่พบมากที่สุดคือผื่นผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้โดยตรงว่า อาการดังกล่าวเกิดจากการสัมผัสสารปิโตรเคมี จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
กรมอนามัยเตือนว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริเวณที่มีโรงงานใช้หรือจัดเก็บสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียม น้ำมันดิบ น้ำมันหล่อลื่น และสารตัวทำละลาย อาจทำให้สารเคมีปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำได้ ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนที่สงสัยว่าปนเปื้อน รวมถึงระวังการสูดดมไอระเหยจากสารเคมี
8 วิธีป้องกันตัวจากสารเคมีปนเปื้อนในพื้นที่น้ำท่วม
1. งดใช้น้ำจากแหล่งที่เสี่ยงปนเปื้อน
หลีกเลี่ยงการนำน้ำมาใช้ทั้งการอุปโภคและบริโภค เช่น ดื่ม อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้า และรดผัก จนกว่าจะได้รับการยืนยันความปลอดภัย
2. เลือกใช้น้ำที่สะอาดและได้มาตรฐาน
ใช้น้ำประปาที่ได้มาตรฐานหรือน้ำดื่มบรรจุขวดแทน ไม่ควรนำน้ำจากแหล่งที่สงสัยว่าปนเปื้อนมาต้มเพื่อดื่ม เพราะการต้มไม่สามารถรับประกันว่าจะกำจัดสารเคมีเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนโดยตรง
งดลงเล่นน้ำ ตักน้ำ หรือลุยน้ำในบริเวณที่สงสัยว่าปนเปื้อน โดยเฉพาะจุดที่พบคราบน้ำมันหรือมีกลิ่นสารเคมีผิดปกติ
4. หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน
ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากจำเป็นต้องเข้าไปปฏิบัติงาน ให้สวมรองเท้าบูต ถุงมือที่เหมาะสมกับสารเคมี และเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวหนังมิดชิด ทั้งนี้ อุปกรณ์ป้องกันต้องเหมาะกับชนิดของสารเคมีที่อาจสัมผัส
5. รีบล้างร่างกายหลังสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อน
หากสัมผัสน้ำหรือสารเคมี ให้รีบล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากสารเคมีเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที
6. งดจับและบริโภคสัตว์น้ำหรือพืชน้ำจากพื้นที่เสี่ยง
หลีกเลี่ยงการจับ เก็บ หรือรับประทานสัตว์น้ำและพืชน้ำจากแหล่งน้ำที่พบคราบน้ำมันหรือสงสัยว่าปนเปื้อน จนกว่าจะมีการประเมินความปลอดภัย เนื่องจากสารไฮโดรคาร์บอนบางชนิด เช่น สารในกลุ่ม PAHs อาจสะสมในเนื้อเยื่อของสัตว์น้ำได้
7. ระวังการสูดดมไอระเหยจากสารเคมี
หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีกลิ่นสารเคมีหรือไอระเหยผิดปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหายใจผิดปกติ ให้รีบออกไปยังพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์และถ่ายเท
8. หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการผื่นแดง คัน ระคายเคืองตา เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หรือหายใจติดขัด ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และระยะเวลาที่สัมผัสสารเคมี เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
ตอนนี้ขอให้ทุกคนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เลี่ยงการใช้น้ำ และทำกิจกรรมในบริเวณที่สงสัยว่าปนเปื้อน หมั่นดูแลสุขภาพ และขอส่งกำลังใจ ขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วนะคะ สู้ ๆ
ที่มาhttps://www.hfocus.org/content/2026/10/39906https://www.facebook.com/DoHdepartmentofhealth/https://www.facebook.com/DoHdepartmentofhealth/
0 ความคิดเห็น