กรมลดโลกร้อน จับมือองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
เปิดตัว “เครือข่ายเยาวชน TYCC” ดึงพลังคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero

วันที่ 26 ตุลาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดกิจกรรมเปิดตัว (Kick - off Event) เครือข่ายเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งประเทศไทย (Thailand Youth Climate Council :TYCC) เพื่อส่งเสริมกลไกการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนอย่างเป็นทางการ พร้อมผลักดันเยาวชนเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้รับผลกระทบ” สู่ “หุ้นส่วนทางความคิดและการทำงาน” (From Beneficiaries to Equal Partners) ในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศระดับชาติและนานาชาติ โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดพร้อมมอบนโยบาย และคุณเซเวอรีน เลโอนาร์ดี รองผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวถ้อยแถลงถึงแนวคิดการส่งเสริม Meaningful Youth Participation เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเยาวชนไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เข้าร่วมกว่า 160 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนาศักยภาพของคนให้มีความพร้อมและความสามารถเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและนานาชาติ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยประสานงานหลักของประเทศไทย ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับเยาวชน ในฐานะพลังสำคัญในการขยายความร่วมมือเชื่อมโยงสู่การขับเคลื่อนการดำเนินงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยการตอบสนองกับแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชนในการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย และข้อเสนอของเยาวชน ใน Youth Statement กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และสิ่งแวดล้อม และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายเยาวชน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งประเทศไทย (Thailand Youth Climate Council) หรือ TYCC ขึ้น เพื่อส่งเสริมบทบาทเยาวชนให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในการมีส่วนร่วมต่อแผนนโยบาย และกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองและวิสัยทัศน์ และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนกลไกสู่การแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกเดือดที่เกิดขึ้นในเวทีระดับประเทศ และนานาชาติ

ด้าน คุณเซเวอรีน เลโอนาร์ดี รองผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า เยาวชนมีบทบาทสำคัญและเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนงานตั้งแต่เริ่มต้น เยาวชนบางคนเคยเข้าร่วมการประชุม COP ขณะที่อีกหลายคนมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในชุมชนของตนเองอยู่แล้ว “เยาวชนบอกเราว่า พวกเขาต้องการมากกว่าการมีส่วนร่วมในการประชุม แต่ต้องการมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการและกำหนดทิศทางการตัดสินใจที่ส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาด้วย ในโอกาสที่ TYCC ได้รับการจัดตั้งเป็นกลไกอย่างเป็นทางการ และกำลังจะเริ่มต้นการทำงาน เราหวังว่า TYCC จะสามารถเข้าถึงเสียงของเยาวชนที่เราไม่ค่อยได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนในพื้นที่สูงและชุมชนชายฝั่ง เยาวชนที่ย้ายถิ่นฐาน เยาวชนที่มีความพิการ ตลอดจนเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บทบาทของ TYCC คือการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ที่ไม่ค่อยมีโอกาสส่งเสียงกับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ และความเข้มแข็งของ TYCC ไม่ได้วัดเพียงการมีอยู่ของกลไก แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเข้าถึงเยาวชนได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ตลอดจนการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”
กิจกรรมในวันนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ เวทีเสวนา ในหัวข้อ “From Beneficiaries to Equal Partners: Working Together with Youth on Climate Action” และอภิปรายแลกเปลี่ยน ในหัวข้อ “A climate future for all" อนาคตที่เราทุกคนมีสิทธิร่วมกำหนด” ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดให้ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้แทนเยาวชน TYCC ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความท้าทายในการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ของหน่วยงานร่วมกับเยาวชน และแนวทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่จะนำไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมของเยาวชน และช่องทางการเข้าร่วมกับแต่ละหน่วยงาน
ช่วยลดช่องว่างการดำเนินงาน สามารถร่วมกันพัฒนาโครงการ พร้อมเข้าถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณ และอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างความรับผิดชอบต่อการรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ 2050 ต่อไป





0 ความคิดเห็น