|
สวัสดีคร๊าบ...น้องๆชาวเด็กดีที่น่ารัก(แต่น้อยกว่า พี่ลาเต้) ทุกคน...วันนี้ พี่ลาเต้ มีบุญมาบอกครับ...ซึ่งบุญครั้งนี้นั้นนอกจากจะสร้างความสุขกาย สุขใจให้กับตัวเราแล้ว ยังสร้างชีวิตใหม่ให้กับคนอื่นๆอีกด้วย... และบุญที่ พี่ลาเต้ พูดถึงนั้นก็คือ การบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือ Stem cells นั่นเอง...แต่ เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ...พี่ลาเต้ เกริ่นมาเรื่องบริจาคน้องๆก็อย่าเพิ่งขวัญเสียไปหละครับ...เพราะการบริจาคในครั้งนี้ น้องๆจะไม่ต้องเสียอะไรเลย...ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น...ลองไปทำความเข้าใจ และรู้จักกับเรื่องนี้ดูครับ... เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือ Stem cells เป็นเซลล์ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เซลล์นี้จะทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เราเกิดจนเสียชีวิต
และเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือ Stem cells นี้ก็มีคุณสมบัติพิเศษ คือสามารถแบ่งตัวให้เกิดได้เอง จึงทำให้ไม่มีวันหมดไปจากร่างกาย เหมือนเส้นผม หรือเล็บ ซึ่งสามารถงอกออกมาใหม่ได้ตลอดเวลา ในทางการแพทย์การบริจาค Stem cells จากบุคคลหนึ่งให้อีกบุคคลหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่มีอันตรายต่อผู้บริจาค โดย Stem cells นั้นจะมีปริมาณมากที่สุดในไขกระดูก เลือด รก และตับของทารกในครรภ์ แต่ส่วนใหญ่การบริจาค Stem cells นั้นจะนิยมเอาจากไขกระดูก หรือเลือดซะส่วนใหญ่ โดยโรคซึ่งสามารถรักษาด้วยการปลูกถ่าย Stem cells นั้นได้แก่ โรคไขกระดูกฝ่อ (aplastic anemia) โรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง (acute and chronic leukemia) การบริจาค Stem cells แบ่งเป็น 2 ชนิดตามคุณลักษณะของผู้บริจาคได้แก่ ได้มาจากตัวเอง (autologous) หรือได้มาจากบุคคลอื่น (allogeneic) กรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคของ stem cells เอง stem cells ที่จะใช้ต้องได้มาจากบุคคลอื่นเสมอ ผู้ที่บริจาค stem cells ในเบื้องต้นต้องเป็นผู้ที่แพทย์ได้ตรวจประเมินแล้วว่ามีสุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง และข้อสำคัญที่สุดต้องมีชนิดของเนื้อเยื่อที่เรียกว่า HLA (histocompatibility leucocyte antigen) ตรงกับผู้ป่วย
การตรวจ HLA สามารถกระทำได้จากการตรวจเลือดคล้ายกับการตรวจหมู่เลือด A, B, O แต่วิธีการยุ่งยากซับซ้อนกว่า ผู้บริจาคได้รับการเจาะเลือดประมาณ 10-15 ซีซีเพื่อตรวจชนิดของ HLA โดยทั่วไปแพทย์จะเลือกผู้บริจาคที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับผู้ป่วยก่อน แต่โอกาสที่จะพบผู้บริจาคดังกล่าวมีเพียงร้อยละ 25-30 ของผู้ป่วย ซึ่งขึ้นกับจำนวนพี่น้องของผู้ป่วยว่ามีมากน้อยเพียงใด เมื่อไม่มีพี่น้องที่สามารถเป็นผู้บริจาคได้ แพทย์จึงพิจารณาผู้บริจาคอื่นๆที่ไม่ใช่สายเลือดของผู้ป่วย แต่มี HLA ตรงกัน การบริจาค Stem cells จึงนับเป็นการบริจาคอวัยวะซึ่งง่ายกว่าการบริจาคอวัยวะอื่นๆมาก วิธีการไม่สลับซับซ้อน ผู้บริจาคไม่สูญเสียสิ่งใดจากร่างกาย แต่สามารถช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่ร้ายแรง ถ้าท่านต้องการเป็นผู้บริจาค stem cells ท่านสามารถแสดงเจตจำนงได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจเลือดเหมือนกับที่ตรวจกับผู้บริจาคโลหิตอื่นๆ แต่เพิ่มการตรวจ HLA ซึ่งเป็นการตรวจพิเศษ ผลการตรวจ HLA ของท่านจะถูกเก็บไว้ในข้อมูลทะเบียนของอาสาสมัครเพื่อบริจาค Stem cells
เมื่อมีแพทย์ติดต่อขอ Stem cells จากอาสาสมัครมาที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และผู้ป่วยรายนั้นมี HLA ตรงกับท่าน เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับมายังท่านอีกครั้งเพื่อยืนยันความสมัครใจ หลังจากนั้นแพทย์จะทำการตรวจร่างกายท่านอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าท่านสามารถเป็นผู้บริจาค stem cells ได้ จากนั้นท่านก็จะได้รับการฉีดยากระตุ้น stem cells และบริจาค stem cells โดยใช้เครื่องมือพิเศษดังกล่าวข้างต้น ซึ่งวิธีการทั้งหมดนี้สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล จึงเห็นได้ว่าการสมัครเป็นอาสาสมัครเพื่อบริจาค Stem cells ถือเป็นการบริจาคที่ได้บุญกุศลสูงสุดวิธีหนึ่ง เนื่องจากเป็นการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ซึ่งกำลังเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงซึ่งมักเสียชีวิตในเวลารวดเร็ว ถ้าท่านสนใจต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อมาที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02-2513111 ต่อ 114, 162 |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




6 ความคิดเห็น