|
ช่วงนี้ พี่ลาเต้ เชื่อว่าน้องๆชาว Dek-D หลายคน...คงนอนตีลังกา (ท้าฝัน) อยู่ที่บ้านเพื่อรอคอยการเปิดเทอมใช่ไหมครับ...แหม...สบายจริงเชียว...อิจฉา อิจฉา อิจฉา... แต่ก่อนที่จะสบายๆไปมากกว่านี้ พี่ลาเต้ ก็ขอเพิ่มเติมประสบการณ์เคล็ดลับดีๆในการเลือกแผนการดีเรียนดีกว่าครับ...เพราะหากน้องๆที่กำลังจะขึ้น ม.4 ปีนี้จะได้เก็บเอาไปใช้เป็นแนวคิดในการตัดสินใจเลือกแผนการเรียน ตอนเปิดเทอม... เอาหละครับน้องๆ...ยิ่งเราเรียนสูงขึ้นมากเท่าไร เนื้อหาวิชาที่เรียนก็ยิ่งจะลึก จะเน้นเฉพาะทางมากขึ้นเท่านั้นนะครับ...และยิ่งหากเราเลือกทางผิดไปเรียนวิชาที่เราไม่ถนัด ไม่ชอบ ไม่สนใจ หละก็...คงไม่สนุกแน่ๆ...ดังนั้นก่อนที่จะเลือก ก่อนที่จะตัดสินใจ ก็ลองสละเวลาสัก 10 นาทีถามใจตัวเองให้ดีก่อนครับ... พเก่งวิชาไหน ก็ให้เรียนสายวิชานั้นพ ข้อนี้ง่ายมากๆ...โดยน้องๆไม่ต้องเสียเวลาไปถามใคร ให้ถามใจตัวเองนั้นแหละ...ว่าชอบเรียนวิชาไหนมากที่สุด...ขยันทำการบ้านวิชาไหนมากที่สุด...โดยวิชาที่นำมาคิด นำถามใจตัวเองนั้น...ก็ไม่ต้องเอามาทั้งตารางสอน ทั้งหลักสูตร ให้เอามาแค่วิชาหลักๆก็พอเช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษก็ว่าไป...ซึ่งจาก 5 วิชานี้ให้น้องๆเลือกตอบมา 2 วิชาที่ชอบเรียนมากที่สุด... คนที่เลือก วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ก็ไม่ต้องกลุ้มใจให้เมื่อยตุ้ม...เพราะแผนการเรียนที่ดีและเหมาะสมสำหรับน้องมากที่สุดคือ วิทย์-คณิต ตรงๆ คนที่เลือก วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ซึ่งน่าจะหาได้ยากสำหรับน้องๆที่ชอบแบบนี้...และแผนการเรียนที่ดีที่สุดของน้องคือ วิทย์-คณิต เพราะการเรียนสายนี้จะทำให้น้องได้เรียนวิทยาศาสตร์อย่างเต็มอิ่ม ส่วนสังคมศึกษาไม่ต้องคิดมาก เพราะไม่ว่าน้องจะเลือกสายการเรียนอะไร ก็จะได้เรียนสังคมในจำนวนคาบที่เท่ากัน แต่หากคนที่เลือกข้อนี้ก็ต้องอดทน กัดฟันเรียนเลขไปด้วยนะครับ...ซึ่งหากมั่นใจว่าชอบวิทยาศาสตร์ เรื่องเลขคณิตก็ไม่น่ายากจนเกินไปครับ...
คนที่เลือก วิทยาศาสตร์ และภาษาไทย อังกฤษ และอื่นๆ ซึ่งดูแล้วมันไม่น่าจะเข้ากันได้เลย...555...เพราะต้องบอกตามตรงๆว่าทั้ง 2 วิชานี้...เป็นเหมือน 2 วิชาใหญ่ที่น้องๆควรจะเลือกวิชาใด วิชาหนึ่ง ไม่ควรเลือกมาคู่กัน(เพราะมันอาจจะกลายเป็นคู่กรรมได้)และ 2 วิชานี้ก็สามารถแตกแยกไปได้อีกหลายแขนง วิทย์ ก็แตกเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ส่วนภาษา ก็แตกเป็น จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ต่างๆนาๆ แต่หากมันจำเป็นต้องเลือกจริงๆ สายวิทย์-คณิต เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของน้องครับ...เพราะสายวิทย์เป็นสายที่มีเนื้อหาวิชาที่ควรจะเรียนในห้องเรียน กับเพื่อน กับครูอาจารย์ ส่วนภาษานั้นเหมาะที่จะไปเรียนกับครูสอนพิเศษ หรือกับเจ้าของภาษาของจริง ซึ่งจะได้ฝึกอะไรที่มากกว่า...แต่หากเรียนจบม.6แล้วเบื่อและปวดหัวกับสายวิทย์ก็สามารถที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในคณะด้านภาษา อักษร ได้เช่นกันครับ... คนที่เลือก คณิตศาสตร์ และสังคมศึกษา คำตอบที่ตอบได้เลยโดยไม่ต้องคิดมากคือ แผนศิลป์-คำนวณ โดยต้องทำความเข้าใจกับน้องๆที่เลือกข้อนี้ก่อนว่า 2 วิชาที่เลือกนี้จะต้องให้น้ำหนักที่วิชาคณิตศาสตร์เป็นหลัก เพราะวิชาสังคมจะเลือกสายไรก็ได้เรียนคาบเท่ากัน ดังนั้นหากให้คณิตเป็นหลักก็จะมีอยู่ 2 แผนการเรียนที่เป็นตัวเลือกได้ นั้นก็คือ วิทย์-คณิต และ ศิลป์-คำณวน ซึ่งคราวนี้ก็ต้องมาคิดดูดีๆว่า หากเลือกวิทย์-คณิต ก็จะต้องอยู่กับ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และถ้าหากเลือก ศิลป์-คำณวน ก็จะต้องอยู่กับพวกภาษาต่างประเทศ และถ้าบวกลบคูณหารแล้ว...จากที่ได้เจอคนที่ชอบ 2 วิชานี้ส่วนใหญ่จะมีนิสัย ที่อารมณ์ศิลป์ ซึ่งเหมาะกับ แผนศิลป์-คำนวณ มากกว่า...ดังนั้นแผนศิลป์-คำนวณ จึงเป็นคำตอบสุดท้ายครับ... คนที่เลือก คณิตศาสตร์ และภาษาไทย อังกฤษ และอื่นๆ ก็ไม่ต้องคิดมาก คิดไกลแล้ว...เพราะมีทางออกที่ดี และเหมาะสมที่สุดเท่าที่เคยมีมารอน้องๆอยู่แล้ว คือ สายศิลป์-คำนวณ ตรงๆ อิจฉาคนที่ชอบ 2 วิชานี้จัง...ได้เรียนแบบที่ถูกใจทั้ง 2 วิชาเลย... คนที่เลือก สังคมศึกษา และภาษาไทย อังกฤษ และอื่นๆ ซึ่งต้องบอกว่าคนที่เลือกข้อนี้...มีความชอบคล้ายๆ พี่ลาเต้ เหมือนกัน...และแผนการเรียนที่เหมาะที่สุดนั้นคือ ศิลป์- สังคม ครับ...พี่ลาเต้ ต้องบอกก่อนเลยว่าแผนการเรียนของข้อนี้ อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูของน้องๆซักเท่าไหร่ เพราะมีเฉพาะบางโรงเรียนเท่านั้น...ซึ่งหากโรงเรียนน้องคนไหนไม่มีก็อย่าเพิ่งไปวีนใส่ ผอ.นะครับ...เพราะสายศิลป์-คำนวณ ก็ยังสามารถเข้ากับคนที่เลือกข้อนี้ได้ไม่ต่างกัน...
และสุดท้าย ท้ายสุด สำหรับน้องๆที่รู้ตัวเองว่า อ่อนในทุกวิชา เลือกไม่ถูกว่าจะชอบวิชาอะไร แต่กลับมองว่าตัวเองชอบที่จะปฏิบัติในด้านวิชาชีพมากกว่า อยู่บ้านก็ซ่อมรถเก่ง คิดเงินเก่ง ชอบค้าขาย สายอาชีพ หรืออาชีวศึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจครับ...อย่างที่รู้กันดีว่าสายอาชีพนั้นแตกต่างจากสายสามัญแค่เพียงการแต่งกาย และวิชาที่เรียน โดยสายอาชีพ จะเน้นปฏิบัติมากๆ มีการฝึกงานมีรายได้ระหว่างเรียน และพอจบออกมาก็จะสามารถสอบแอดมิชชั่นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน...ซึ่งสายอาชีพนั้นก็จะแบ่งแผนการเรียนตามความถนัดเหมือนกัน เช่น สายช่างอุตสาหกรรม สายพณิชยกรรม สายคหกรรม สายศิลปกรรม ครับ... เป็นยังไงบ้างหละครับน้องๆ...แผนการเรียนของแต่ละโรงเรียนนั้น ก็มีให้เลือกหลายหลายนะครับ ไม่เฉพาะเจาะจงแค่ 3 แผนการเรียนที่ยกตัวอย่างมานี้ อย่างโรงเรียน พี่ลาเต้ เป็นโรงเรียนชายล้วน มีแผนการเรียนศิลป์-อุตสาหกรรมด้วย เรียกได้ว่าหลากหลายมากๆ...และบทความนี้ พี่ลาเต้ ก็ขอให้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในการตัดสินใจของน้องๆนะครับ ไม่ต้องเก็บไปยึดถือ 100% เพราะคนที่จะตัดสินใจได้ดีที่สุด คือ ตัวน้องเองครับ...(อย่าเลือกตามเพื่อนนะ...) |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



119 ความคิดเห็น
นู๋เรียนสายอาชีพค่ะ แต่ชอบพวกสังคม 555
จะเลืแกเรียนไรดี
เพราะเกลียดเลขเปนที่สุด T^T
ตัดสินจัยมะถูกอ่ะ
ชอบภาษาอ่ะค่ะ
เวลาสอบภาษาจีนจะได้ท้อปตลอดเลย ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้อ่าน - -''(ขณะนี้พ่อแม่ของข้าพเจ้าขนเอาซีดีฮั่นจื้อกงมาให้ทุกชุด แถมกับหนังสือภาษาจีนอีกหลายเล่ม เฮือก!! ปิดเทอมนี้ เดี๊ยนจะตายม๊ายยย)
แต่ภาษาอังกฤษก็ยังพอได้อยู่อ่ะนะ