|
อีกไม่ถึงเดือน จะประกาศผลสอบ A-net คะแนนส่วนหนึ่งที่มีผลอย่างมากต่อผลสอบแอดมิดชั่นของน้องๆ ม.6 แล้ว นั่นเป็นสัญญาณว่า อีกไม่นานน้องๆ ม.6 จะก้าวสู่ชีวิต ในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า แต่ก่อนที่เราจะเข้ามหาวิทยาลัยนั้น เราควรเตรียมตัวเรื่องการเรียนให้ดีก่อน แล้วจะเตรียมตัวอย่างไรหล่ะ และเมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยในคณะที่ใฝ่ฝันได้แล้ว ต้องทำอย่างไรอีกหล่ะ หาคำตอบได้ จากเคล็ดลับการเรียนในวันนี้ ก่อนที่เราจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยนั้น สิ่งสำคัญที่เราควรทำก่อนเลยตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมศึกษา สรุปแล้วเป็นข้อๆได้ดังนี้
1. หาจุดหมายให้ได้ว่าจะเรียนอะไร ด้านไหน หาตัวตนให้พบ หาให้เจอตั้งแต่อยู่ ม.ต้น หรือ ประถมเลยยิ่งดี แต่ถ้า เพิ่งค้นพบตอน ม.ปลายก็ไม่สาย 2. เมื่อค้นพบแล้วว่าอยากเรียนด้านไหน ควรศึกษาหาความรู้ในด้านนั้นๆ นอกเหนือจากที่ได้เรียนในห้องเรียน เดี๋ยวเราจะมาดูเป็นสาขาๆเลยว่าแต่ละสาขาเตรียมตัวอย่างไร 3. หาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนั้นๆ ว่าเรียนอะไรบ้าง 4. เมื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนั้นแล้ว มาหาข้อมูลแอดมิดชั่นกันบ้างว่า ในคณะนั้นๆใช้คะแนนส่วนไหนบ้าง ....ยิ่งตอนนี้ แอดมิดชั่น เปลี่ยนไปเรื่อย เรายิ่งต้องติดตามหาข้อมูลอยู่เสมอ 5. สำหรับใครที่ไม่อยากแอดมิดชั่น ควรหาข้อมูลโควตา รับตรง อยู่เสมอ บางที่มีทุนการศึกษาให้ด้วย ยิ่งดี ครบแล้วทั้ง 5 ข้อ ที่พี่ปอสรุปมาให้น้องๆในเรื่องของการเรียน การเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย...พี่ปอคิดว่าเมื่อน้องๆอ่าน ทั้ง 5 ข้อแล้ว หลายคนคง ค้นพบว่าอยากเรียนทางด้านไหน เหมือนข้อ 2 ที่พี่ปอบอกไปแล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีการเรียนเพื่อให้บรรลุสู่จุดหมายการเข้าสู่มหาวิทยาลัยในด้านที่เราหวังไว้ สายวิทยาศาสตร์ ขอ ยกตัวอย่าง เป็นคณะวิทยาศาสตร์ ก่อนเลยแล้วกัน
ฉากแรก เรียนในตำรา คณะวิทยาศาสตร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าวิทยาศาสตร์ สาขานี้จึงเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ แล้วแต่ว่ามหาวิทยาลัยไหนจะเปิดสาขาอะไรบ้าง แต่ที่มีแทบทุกที่ ได้แก่ สาขา ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และวิทยาการคอมพิวเตอร์ หลายคนมองว่าคณะนี้สอบเข้าได้ง่ายๆ ไม่ยากเหมือนคณะทางสายวิทยาศาสตร์อื่นๆ เช่น คณะแพทย์ เภสัช ดังนั้นการเตรียมตัว คงไม่มีอะไรมาก สิ่งที่ควรทำ ได้แก่ - ตั้งใจเรียนวิชาด้านวิทยาศาสตร์ พวก ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ (โดยเฉพาะ เรื่องแคลคูลัสและสถิติ) โดยวิชาเหล่านี้ ไม่เฉพาะตอนสอบที่เราต้องใช้สอบ แต่พอเข้าสู่มหาวิทยาลัย เราต้องเรียนวิชาเหล่านี้ ในปี 1 ของคณะวิทยาศาสตร์ แน่นอน ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับวิชาเหล่านี้ตอนเรียนมัธยม มากพอ น้องๆอาจได้สัตว์เลี้ยงหลายๆตัวมาเลี้ยงก็ได้นะ เช่น C (cat) D(dog) F(fish) หรือ อาจจะได้ W (Whale ) ซึ่งสัตว์เหล่านี้ เป็นตัวแทนของเกรดนั่นเอง โดย C D F น้องๆคงรู้นะว่าหมายถึงอะไร แต่ W คงยัง งงๆ มันหมายถึง drop เรียนวิชานั้นๆครับ - วิชาทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวไปข้างต้นนั้น เราต้องสนใจการทำแลปด้วย หัดทำแลปให้เป็น ส่วนนี้อาจมองว่าไม่สำคัญ ตอนสอบเข้า ไม่มีสอบแลป นี่นา แต่มันเป็นการฝึกกระบวนการคิด ให้เรามีความรู้ในวิชานั้นๆมากขึ้น ที่สำคัญ ถ้าเราทำแลปเป็น การเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ น้องจะสบายมากๆ อย่าทำตัวเหมือนพี่ปอนะ ไม่เคยสนใจทำแลป แล้วเป็นไงหล่ะ แลปฟิสิกส์ ได้ น้องหมาเลือดบวก (D+) มากิน แต่แลปวิชาเมเจอร์ ได้ A นะ แฮ่ะๆ แอบโฆษณา - ไม่ควรทิ้งวิชาอื่นๆ ที่ไม่ใช่วิชาสายวิทย์ เช่น สังคม ไทย อังกฤษ โดยเฉพาะอังกฤษ ควรให้ความสำคัญมากๆ เนื่องจากถ้าเราทำคะแนนส่วนนี้ได้ดี เราจะมีชัยเหนือคู่แข่งไปมากกว่าครึ่ง เพราะความจริงที่คนไทยยังหนีไม่พ้นนั่นคือการอ่อนเรื่องของภาษาอังกฤษ ฉากที่สอง (สุดท้าย) เรียนนอกตำรา สำหรับการเรียนรู้นอกตำรา ของการเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ นั้น ไม่ยากครับ ขึ้นอยู่กับสาขาที่เราเรียน - สาขา ชีววิทยา ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการเรียนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เราก็ควรศึกษาเรื่องพวกนี้จากของจริง อย่างเช่น สารานุกรมสิ่งมีชีวิตออนไลน์ ที่พี่ปอเคยนำเสนอไปแล้ว www.eol.org - สาขา เคมี ความรู้นอกตำรา ควรมองสิ่งต่างๆรอบตัวเราว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของเคมี หัดตั้งคำถาม หัดช่างสังเกต ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ นักวิทยาศาสตร์พึงมี - สาขา คณิตศาสตร์ ควรฝึกคำนวนอยู่เสมอ ที่สำคัญควรฝึกการคิดให้เป็นระบบ และมีความรอบคอบโดยเฉพาะในสาขาคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ - สาขาฟิสิกส์ คล้ายๆกับสาขาอื่นๆที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ที่แตกต่าง ได้แก่ ฝึกเป็นคนช่างตัวน้อยๆ แม้เราจะไม่เรียนวิศวะ แต่การประดิษฐื การทำกลไกต่างๆของอุปกรณ์ จะทำให้เราเรียนฟิสิกส์ได้ดีขึ้น - สาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หาความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้มากๆ อ่านข่าวสารเทคโนดลยีอยู่เสมอ อย่าทำตัวล้าหลัง เมื่อคิดว่ามีความรู้คอมพิวเตอร์ในระดับหนึ่งแล้ว ควรเรียนรู้ด้วยตนเองแบบเจาะลึก ในด้านที่สนใจจริงๆ เช่น ถ้าชอบด้านโปรแกรม อาจจะเจาะไปในเรื่องของ พัฒนา web application ด้วย php การเจาะลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นสิ่งที่ดีมากๆ ในการเรียนสายคอม เพราะสายคอมนั้น แตกแยกย่อยไปเยอะ บางคนอาจมองว่ารู้เยอะยิ่งดี แต่จะรู้ไปทำไมเยอะๆ ถ้าไม่รู้จริงสักเรื่อง สู้รู้เรื่องเดียวแต่รู้แบบเจาะลึก เป็นกูรูไปเลย สรุปแล้ว การเรียนในคณะวิทยาศาสตร์นั้น ไม่ว่าจะสาขาอะไร ควรเรียนรู้ทฤษฎีให้แน่น ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง อ้าว เขียนไปเขียนมาเริ่ม ง่วง ซะแล้วเรา แต่เพิ่งเขียนของสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์ได้แค่คณะเดียวอยู่เลย แต่น้องๆคงไม่ว่าพี่ปอนะ แล้วคราวหน้าเรามาต่อกันในคณะ วิศวกรรมศาสตรื อีกหนึ่งคณะทางสายวิทยาศาสตร์ที่ทุกคนให้ความสนใจ อย่าลืมติดตามนะครับ
|


28 ความคิดเห็น
อ่านเยอะๆนะครับน้องๆ จะได้เป็นกำลังใจให้พี่ปอ แต่ตอนนี้พี่ปอขอตัวไปนอนก่อน ง่วงแล้ว ฝันดีครับทุกคน
ขอวิศวะด้วยนะคะ.......
เพราะเป็นวิชาที่เราพยายามตั้งใจอ่านหนังสือ มากที่สุด ตั้งใจที่สุด ใช้เวลากับมันมากที่สุด แต่คะแนนเกือบตกทุกที
พยายามมาหลายปีมันก็ยังเหมือนเดิม(จนตอนนี้ไม่ชอบมันไปเสียแล้ว)แต่ก็พยายามอ่านๆมันอยู่
ตอนแรก ม.4 กะจาเข้า วิทย์-คณิต
แต่คิดไปคิดมาเราไม่ชอบวิทย์เท่าไหร่+เราไม่เก่งวิทย์ อย่าอยู่ดีกว่า เลยเลือกสายอื่นแทน
แค่ตอน ม.4ก็คิดหนักแล้วจะเลือกสายอะไร ยังไม่รุ้เลยว่าตัวเองชอบออะไร ตอน มหาลัยจะขนาดไหน
ตอนนี้เลยกะเรียน ม.4-6 ดูๆไปก่อนว่าตัวเองชอบอะไร (ค้นหาตัวเอง) =w=
ลูกพี่ลุกน้องเราก็เรียนอยู่..ปีสองแล้ว เรียนชีวเคมีอ่ะ ก็ดูน่าสนุกดี..แต่ตอนทำงานเนี่ยสิ เห็นมีหลายคนที่จบมาแล้วไม่ได้ทำงานตรงกับที่เรียนน่ะ ไม่รู้พี่สาวเราจะดวงไม่ดีเจอแบบนี้มั่งรึเปล่า
คณะวิทย์เราว่าก็โอเคนะ แต่มันไม่ใช่อ่ะ
วันนี้ก็ไปฝึกงานที่คณะวิทย์(จุฬาฯ)อ่ะ มันเป็นหลักสูตร..เลยต้องไปอยุ่บ่อยๆ(อยากให้ไปฝึกงานบ่อยๆแล้วได้เข้าจังเลย TT.TT) การทำLabเป็นเรื่องสำคัญมากๆๆๆๆๆ มากถึงมากที่สุด เทคนิคง่ายๆก็ควรจะต้องรู้ เครื่องมือควรจะเรียกให้ถูกใช้ให้เป็น อย่าคิดว่าจะไปใช้มั่วๆ..เพราะอย่างวันนี้ที่เราได้ไปเนี่ย เราก็ใช้เครื่องมือแปลกๆเยอะพอสมควร จะไปมั่วๆแล้วของเค้าเจ๊งก็ไม่ได้ เครื่องมือชิ้นนึงในห้องแล็บก็หลักหมื่นเป็นอย่างต่ำอ่ะนะ ทำพังก็เตรียมเงินไว้เลย
เราก็ไม่รุ้ว่าที่คณะวิทย์ม.อื่นเป็นไง เพราะเราเเคยไปแต่ที่จุฬาฯอ่ะ แบบว่าเป็นโครงการห้องเรียนพิเสษ แอดไวเซอร์เป็นระดับด็อกเตอร์ทุกคนเลย 55+
อยากให้พี่ปอลองเขียนเรื่องคณะอื่นๆบ้างอ่ะค่ะ
ที่จริงยังไม่รู้เลยว่าจะเข้าอันไหนดี..ขึ้นม.5แล้วเนี่ยยยยยย~
ตอนแรกจะเข้าแพทย์..แต่คงเข้ายากไป จะทันตะก็หวั่นๆ เภสัชก็ไม่ค่อยแน่ใจ ก็เลยงงกับอนาคต เหอะๆ
คิดผิดจิงๆเลยฉานนน
ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเลย (ต้องรีบค้นหาตัวเองแล้ว หามานานและ)
คือ เราม่ะค่อยชอบวิทย์ แต่คะแนนเราอ่ะมานอยู่ระดับกลางๆ
แร้วเราชอบคณิตอ่ะ แร้วโรงเรียนที่เราจาเข้า ม .4 ม่ายมี ศิลป์ คำนวน เราก้อเรยต้องเรียนวิทย์-คณิต
แต่จาเข้าด้ายป่าวม่ะรุ้อ่ะ
เพราะเราอ่ะน่ะยังลังเลอยู่ว่าคะแนนอ่ะที่สอบเลือกห้องจาถึงสายวิทย์-คณิต ป่าว
และเราก้อกลัวเรียนม่ายไหวด้วย
แต่ยังงัยเราก้อยังม่ะรุ้ตัวเองว่าเราชอบอารายกานแน่
เรารุ้สึกว่าเราน่าจะชอบคณิต แต่มานม่ายลึกซึ้งอ่ะ
เรากลัวว่าถ้าเราม่ายลึกซึ้งต่อไปเราจาลำบากต่อการเรียนไหม
เราก้อชอบวิชาคอมพิวเตอร์น่ะ ชอบเรื่อง it อ่ะ
แต่ก้อม่ายด้ายรุ้จิงอารายมากมายอ่ะ
คือรุ้น้อยมากอ่ะ แระเราก้อชอบวิชา ภาษาอังกฤษ
และเราก้อม่ายเก่งอีกเช่นเดียวกานอ่ะ
คือเราก้อยังม่ายรุ้เรยว่าเราอยากเป็นอารายอ่ะ
ครายช่วยแนะนำทีน้าค่ะ
ช่วยเปิดปัญหาคาจัยนี้หน่อย
มานค้างมานานแระค่ะ
ตอนสอบเข้า ม.1 ก้อคิดหนัก
นี่ก้อสอบเข้า ม.4 แร้ว ยังคิดม่าลเลิกเรยอ่ะ
เซงโครตเรย
ช่วยบอกทีน้าค่ะ
ขอบคุนมากคร่า
เอามาอีกเยอะๆๆนะคร่า
ขอสถาปัต กะ วิศวฯ นะงับ ^^ !!!