|
วันนี้ข่าวการศึกษา พี่ลาเต้ มีอีกหนึ่งแง่มุมข่าวที่ไม่ค่อยจะได้ยินบ่อยนักนะครับ...ซึ่งเป็นข่าวนักเรียนเขมรแห่ข้ามแดนเรียนโรงเรียนไทย ด้วยสาเหตุเพราะโรงเรียนไทยมีคุณภาพกว่า แถมได้เรียนภาษาไทยเพื่ออนาคตที่ดี ขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นผลดีต่อไทย เพราะจะได้ลดช่องว่างระหว่าง 2 ประเทศ รายละเอียดเป็นยังไงนั้นไปอัพเดทพร้อมกันเลยครับ... น.ส.สุนิดา ศิวปฐมชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการวิชาการและกิจกรรมพิเศษ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวภายหลังประชุมวิชาการแผนที่ทางวัฒนธรรม เครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ชายแดน ซึ่งมีนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ได้วิจัยกรณีศึกษา การศึกษาข้ามแดนไทย-กัมพูชา: ภาระหรือโอกาสโดยได้ลงพื้นที่สำรวจและสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ระหว่างเดือนมกราคม 2550 - มกราคม2551 พบว่า
จากข้อมูลของสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ประจำปีการศึกษา2550 เกี่ยวกับสถานการณ์การศึกษาข้ามแดนไทย-กัมพูชาพบว่า มีนักเรียนสัญชาติกัมพูชา ศึกษาอยู่ในโรงเรียนไทยมากถึง 2,639 คนแบ่งตราด 1,810 คนจันทบุรี 325 คนสระแก้ว 320 คนศรีสะเกษ 52 คนอุบลราชธานี 48 คนสุรินทร์ 44 คนและบุรีรัมย์ 40 คนซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษา โดยเด็กเหล่านี้จะเป็นนักเรียนที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องถามกฎหมาย และจะได้รับสิทธิต่างๆเท่ากับเด็กไทย เพราะรัฐบาลไทยจะต้องอุดหนุนเงินเป็นรายหัวให้นักเรียนกลุ่มนี้เป็นไปตามนโยบายการให้โอกาสทางการศึกษาตามหลักสิทธิมนุษยชน เป็นเงินประมาณคนละ 400-1,500 บาทต่อปีการศึกษา การเข้ามาเรียนในไทยของเด็กกัมพูชามี2 ประเภทคือ แบบเช้ามาเย็นกลับ จะผ่านเข้ามาตาม จุดผ่อนปรน จุดผ่านแดนถาวร และแบบเข้ามาพักประจำในไทย ทั้งนี้ จากการสอบถามจากผู้ปกครองชาวกัมพูชาที่ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน ระบุว่า อยากให้ลูกรู้ภาษาไทยเพื่อประโยชน์ในอนาคต การเรียนการสอนดี อุปกรณ์ทันสมัย ดูแลเอาใจใส่ดี นอกจากนี้ยังพบว่า พ่อแม่ของเด็กส่วนใหญ่ จะเป็นผู้บริหารระดับต่างๆของประเทศ นักธุรกิจที่มีฐานะทางการเงินดี เมื่อเด็กกลุ่มนี้จบม.ปลายพ่อแม่จะส่งเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ น.ส.สุนิดากล่าว น.ส.สุนิดา กล่าวอีกว่า หลายคนอาจจะมองว่า เป็นภาระของประเทศ แต่ถ้ามองในเชิงลึกแล้ว กลับกลายเป็นต้นทุนที่คืนกำไรให้แก่ไทยในอนาคต เพราะเด็กที่จบไปจะเป็นเพื่อนกับเด็กไทย และสร้างโอกาสให้ไทยลดปัญหาสังคมระหว่างชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มเด็กที่ไม่ได้รับการศึกษา เช่น ลักขโมย อาชญากรรม ยาเสพติด อีกทั้งยังส่งผลให้ไทยสามารถกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและลดปัญหาความขัดแย้ง ตลอดจนได้ถ่ายทอดภาษาและวัฒนธรรมไทยได้อีกด้วย พี่ลาเต้ เคยได้มีโอกาสไปทำข่าวแถวๆชายแดนไทย กัมพูชานะครับ...ก็บอกเลยว่า 2 ประเทศเรานี้เป็นเมืองพี่ เมืองน้องจริงๆครับ...เพราะได้เห็นการช่วยเหลือ การพึ่งพาที่หาได้ยากนักในเมืองกรุง และข่าวการศึกษาในวันนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการช่วยเหลือ การพึ่งพากันที่น่าประทับใจจริงๆครับ... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกพ |


14 ความคิดเห็น
มันอาจจะทำให้เราเป็นประเทศที่พัฒนามากกว่าเขมร แต่มันมีข้อเสียเหมือนกันคือทำให้เค้าเข้ามากอบโกยในประเศของเรา
คห.4 เห็นด้วยอย่างเเรงเคร้าบบบบ พี่น้อง
คห.4 ตัวเองดีนักหรือไง เก่งแล้วเหรอที่พูดน่ะ ถ้าไม่เก่งจริงก็อย่าสะเออะให้ความเห็นมั่วๆจะดีกว่ามั้ง เสียอารมณ์ชะมัด
ฉันเกลียดแก
ฉันเกลียดผู้นำประเทศแก มายุ่งอะไรกับนักโทษของประเทศฉัน
ออกไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มีคนเขรมที่เข้ามาเรียน แต่ไม่ตั้งใจเรียน พฤติกรรมเฮี้ยมาก ตอแหล แถไปเรื่อยชอบประจบสอพอ. น่าส่งกลับประเทศ แล้วเด็กคนนี้สอบไม่ผ่านที่จะได้มาเรียนที่ไทย แต่ก็ได้มา ส่วนคนที่เขาอยากมาเรียจริงๆเขาไม่ได้มา. น่าเสียโอกาสดีๆ คนดีๆ คนที่เขาตั้งใจอยากมาศึกษาจริงๆไม่ได้มา. แต่คนที่ได้มากลับเป็นคนที่สอบไม่ได้ แล้วยังทำตัวแย่ๆ. มาสร้างแต่ปัญหา. สร้างความแตกแยกให้
ทางกัมพูชาน่าจะคัดเลือกเด็กที่เข้ามาเรีนให้ดีกว่านี้นะ. อิคนไหนที่สอบไม่ได้ก็ไม่สมควรได้มา. ยิ่งพวกสันดานตอแหลแถไปวันๆ แถมยังเป็นกะหรี่อีก ไม่น่าให้มา ปลาตัวเดียวเน่าคับข่อง แค่คนๆเดียวทำให้ภาพลักษณ์นักเรียน นักศึกษา ประเทศคุณ เสื่อมเสีย เอามันกลับได้เอามันกลับเถอะพวกแบบนี้