|
เมื่อช่วงเช้า พี่ลาเต้ ได้เข้าไปอ่านข่าวในเวบผู้จัดการออนไลน์ ก็ไปสะดุดกับหัวข้อข่าวอยู่ข่าวหนึ่งครับ...เป็นข่าวที่รู้สึกแทงใจ พี่ลาเต้ มากๆ...ที่ว่า ตื่นสาย-ติดเกม-เรียนกวดวิชา ชีวิตเด็กไทยช่วงปิดเทอม...ซึ่ง พี่ลาเต้ ว่าน้องๆถ้าได้อ่านก็คงสะดุ้งเหมือนกับ พี่ลาเต้...ซึ่งข่าวนี้เป็นการแสดงความเห็นของอาจารย์หลายๆคน ซึ่งจะน่าสนใจ แทงใจขนาดไหน ไปอ่านจากข่าวด้านล่างนี้เลยครับ...
หมอเด็กแฉพฤติกรรมเด็กไทยน่าห่วง เกือบ 90% ปิดเทอมตื่นเที่ยง ไม่ทำอะไร เล่นเน็ต ติดเกม กินข้าวเย็น เล่นเกมเล่นเน็ตต่อ ดึกดื่นเที่ยงคืนนอน ส่งผลโรคอ้วน สมองเฉี่อยชา กระบวนการคิดไม่พัฒนา บางกลุ่มคลั่งเรียนกวดวิชา เครียดสุดๆ แทนที่จะใช้เวลาพัฒนาทักษะชีวิต จวกผู้ใหญ่ไม่จัดกิจกรรมให้เด็กทำ ไม่เล่นเน็ตก็เดินห้าง ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ในงานสัมมนา สิทธิเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้บริโภคในธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ โดยมี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 250 คน
นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกเพื่อนวัยทีน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า ขณะนี้วงจรชีวิตของเด็กนักเรียนในช่วงวันหยุด โดยเฉพาะปิดเทอม กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเด็กจะนอนดึกเที่ยงคืนตื่นเที่ยงวัน เมื่อตื่นมาก็ไม่มีอะไรทำ มาเล่นอินเทอร์เน็ต มาเล่นเกม จากนั้นก็กินข้าวเย็น และกลับไปเล่นเกมและอินเทอร์เน็ตต่อ ถึงดึกดื่นเที่ยงคืน จึงค่อยนอน เด็กในปัจจุบันกว่า 80-90%อยู่ในวังวนวัฎจักรเช่นนี้ ซึ่งเป็นทางนำสู่โรคภัยถามหาไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน สมองเฉื่อยชา ไม่โลดแล่น รวมไปถึงกระบวนทางความคิดไม่พัฒนา พ่อแม่เด็กในขณะนี้ก็จะบ้าคลั่งส่งลูกเรียนติวกวดวิชาอย่างเคร่งเครียดในตอนปิดเทอม แทนที่จะให้เด็กได้เรียนรู้จากการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร เพื่อพัฒนากระบวนการคิด ทักษะการใช้ชีวิตที่โรงเรียนไม่ได้สอน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สังคมไม่มีพื้นที่หรือจัดกิจกรรมให้กับเด็กในช่วงเวลาปิดเทอมที่พวกเขาจะได้กลับไปเรียนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสังคมและผู้ใหญ่ควรเปิดพื้นที่ทางสังคมให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมแต่กลับไม่มีหน่วยงานใด ตั้งแต่ระดับกระทรวง ทบวง กรม แม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดกิจกรรมให้เด็กในช่วงดังกล่าวนพ.สุริยเดว กล่าว นพ.สุริยเดว กล่าวต่อว่า เมื่อเด็กตกอยู่ในวังวนนี้ ผลกระทบอย่างแรกคือเด็กจะเกิดภาวะอ้วน เพราะไม่ได้ออกกำลังกายใดๆเพราะกิน เล่นเกมและนอน ส่วนใหญ่จะน้ำหนักเพิ่มประมาณ 4-5 กิโลกรัม ซึ่งต้องยอมรับว่า ขณะนี้สถานศึกษาของเอกชนมีนักเรียนอ้วน และมีภาวะโภชนาการเกินประมาณ 30% ของนักเรียนทั้งหมดอีกทั้งการนอนในเวลาดึก ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะหลั่งในช่วงระหว่าง เที่ยงคืน-6 โมงเช้า หากเด็กยังไม่หลับลึกก็ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ด้วย
ในช่วงเวลาปิดเทอมน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เด็กต้องสดใส มีกิจกรรมที่เรียนรู้นอกเหนือจากหลักสูตร อาทิ การมีกิจกรรมอ่านหนังสือให้คนพิการ หรือเท่าที่เคยพบเห็นคือการรวมกลุ่มกันพับถุงกระดาษเอาไปขาย กระบวนการทางความคิดจะเกิดขึ้น จะเกิดการเรียนรู้ว่าจะพับถุงให้มีคุณภาพดีได้อย่างไร คิดว่าจะไปหาที่ขายที่ไหน มีการตลาดอย่างไร เพียงเท่านี้ก็เป็นการฝึกสมองของเด็กแล้ว ดีกว่าการตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้ทำอะไร ก็ต้องตื่นสายนพ.สุริยเดว กล่าว นพ.สุริยเดว กล่าวว่า แม้ว่าจะมีบริษัทเอกชนจัดกิจกรรมแข่งขัน แต่ก็เป็นการจัดกิจกรรมที่เน้นยี่ห้อ และกลุ่มของนักเรียนที่จะสามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกที่เยาวชนไทยกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศปิดเทอม แต่กลับไม่มีกิจกรรมให้เด็กเลย เมื่อตื่นขึ้นมาจึงนั่งอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็ออกจากบ้านไปเดินห้างเพราะไม่มีกิจกรรมจะทำ ซึ่งชุมชนน่าจะจัดกิจกรรมเสาร์อาทิตย์ หรือโรงเรียนก็สามารถเปิดพื้นที่ให้นักเรียนมาเล่นกีฬา หรือแม้แต่การจัดกิจกรรมออกกำลังกายแข่งขันกันในชุมชนก็ได้ หรือในส่วนของ กทม.ก็น่าเปิดพื้นที่ดีๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ ดึงดูดให้เด็กและเยาวชนไปใช้บริการ หนักใจและเป็นห่วงเด็กไทย เพราะตราบใดที่ภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมของเด็ก พื้นที่ทางสังคมให้พวกเขาได้ฝึกคิด ฝึกใช้สมองมากกว่าการเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ตไปวันๆ เมื่อย้อนหลังไป 20 ปีก่อน การพัฒนาการของเด็กก็ไม่เปลี่ยนแปลงจนทุกวันนี้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงและน่าเป็นห่วงมากคือสิ่งแวดล้อม นพ.สุริยเดว กล่าว
จะพูดไปแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ พี่ลาเต้ ก็เชื่อว่า...ไม่ได้หมายถึงภาพรวมของทั้งประเทศหรอกครับ คงเป็นแค่กลุ่มตัวอย่างบางส่วน เพราะเท่าที่ผ่านมาช่วงปิดเทอมเห็นน้องๆหลายคนทำกิจกรรมได้น่าสนใจทีเดียว |
35 ความคิดเห็น
ที่ท่านกล่าวมาก้เป็นส่วนใหญ่ก็จริงค่ะ แต่สำหรับการเรียนแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดคือการพัฒนาตนเองดังนั้นเรื่องเรียนพิเศษแย้งหัวชนฝา...มันเป็นสิ่งที่ถ้าเราเอาใจใส่แล้วมันได้ประโยฃน์กับตัวเราเอง ส่วนเรื่องติดเกมส์คิดว่าอยู่ที่ช่วงวัยและการไม่เอาใจใส่ของผู้ปกครอง(ในบางกรณี) เรื่องตื่นสาย...คุณลองถามตัวเองก่อนว่า คุณเคยตื่นสายรึป่าว ถ้าคุณไม่เคยตื่นสายคุณค่อยมาแย้งกัน 5555+ อยากให้เข้าใจว่าคนเราใช้พลังงานต่างกัน เมื่อวัยต่างกัน...จริงป่าวเนี่ย(- -")
คือพ่อแม่ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาก็ต้องอยากให้ลูกเรียนอยู่แล้วเป็นธรรมดา ถือว่าใช้เวลาดีกว่าการอยู่บ้าน เล่นคอม กิน นอน แล้วเค้าก็พาไปเที่ยวไม่ได้เพราะเค้าต้องทำงาน ถ้าพาไปไหนได้เค้าก็คงอยากพาไปอ่า -_-" พ่อแม่เราก็บ่นว่าอยากเที่ยว อยากปิดเทอม
แต่ต้องอยู่ที่ตัวเราด้วยแหละว่าขวนขวายมั้ย นั่งทำสึโดกุอยู่บ้านก็ดีกว่าไปช็อปปิ้งใช้เงินถูกป๊ะ ?
แล้วตื่นเที่ยงนี้มันก็ไม่น่าเป็นไรมากนิหน่า แค่อย่าทำบ่อยแค่นั้นเอง
ส่วนจะพํฒนาสมองนั้น ก็ต้องแล้วแต่ตัวเรากำหนดเองอะนะ
นอนดึกก็ไม่ได้(โดนตีสิค่ะ - -*)
ตื่นสายไม่มีทางหรอก(โดนลากออกจากเตียงก่อนอะ T^T)
ส่วนเรียนกวดวิชา เราเรียนของเราอยู่แล้วอะ =O=
เหมือนโดนด่าทางอ้อม .. -"-
อืม...อาจจะจริงก็ได้เพราะพ่อแม่หลายๆคนทิ้งให้ลูกอยู่บ้านคนเดียว เด็กก็เลยทำอะไรตามใจอยาก
...แต่ข้าน้อยมาที่ทำงานพ่ออ่ะ เลยต้องตื่นเช้า (หัวเราะ)
เจอหน้ากันยังแทบไม่เจอเลย
เหอๆ
อยู่บ้านเหงา ไม่มีไรทำ พ่อแม่ไม่อยู่ ออกไปไหนไม่ได้ [พ่อแม่ไม่ให้ไป]
แล้วจะห้พวกเราทำอะไรอ่า
ให้อ่านหนังสือหรอ เป็นไปไม่ได้ยุ่แล้ว
ปิดเทอมทั้งที แล้วถ้าอ่านก็คงเป็นหนังสือการ์ตูน
เฮ้ อออ ก็ไม่อยากเล่นคอมมากหรอกนะ
แต่มันเบื่อๆอ่า โลกอินเตอร์เน๊ตมีอะไรให้ตื่นเต้นมากมาย
พ่อแม่ของพวกเราไม่ได้มีเวลามากมายหรอกนะค่ะ
แล้วเด็กๆอย่างพวกเราก็เข้าใจพ่อแม่ด้วย
ก็พ่อแม่ทำเพื่อเรานี้น่า ^^
หนูรักพ่อแม่จัง
ที่พอจะทำได้เวลาอยุ่บ้านอ่านะ สำหรับเรา คืองานบ้านอ่า เลี้ยงน้องหมาอะไรทำนองเนี้ย
แฮ่ๆ
พ่อแม่ไม่มีเวลาพาไปเที่ยวหรอก นอกจากช่วงที่พี่กลับบ้าน นั้นแหละถึงจะไปสักครั้ง นั้นคือแล้วแต่พี่
เล่นเน็ตผมก็เล่นตอนนี้เย็นเท่านั้นแหละ เกมส์ก็ไม่ได้เล่นแล้ว อ่านหนังสือดีกว่า(นิยาย การ์ตูน)
นอนก็ปกติ อยู่ดึกไม่ไว้นะครับ... ง่วง
เรียนพิเศษไหม? เรียนครับ
......................
- -"
เจ็บมาก
555+~
อารมณ์นี้เลยยย