|
หากจะพูดถึงการตัดสินใจหละก็ พี่ลาเต้ คนหนึ่งหละครับ ที่ไม่ค่อยสันทัด หรือเชี่ยวชาญในด้านการตัดสินใจเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตการเรียนที่ต้องเลือกระหว่าง ความถนัด vs ความชอบ เราควรจะเลือกอะไร ซึ่ง พี่ลาเต้ เชื่อว่าน้องๆหลายคนก็มีปัญหานี้เหมือนกัน... และโอกาสนี้ ช่วงที่น้องว่าที่ ม.ปลาย ต้อเลือกคณะเรียน และน้องๆว่าที่ เฟรชชี่ ต้องเลือกคณะวิชาเอก พี่ลาเต้ เลยอยากจะเล่าประสบการณ์ตรงที่เคยผ่านมากับตัวเองแล้ว ให้น้องๆลองไปพิจารณาตัวเองว่า ความถนัด vs ความชอบ เราควรจะเลือกอะไร... การตัดสินใจเรื่องการเรียนของพี่ เริ่มต้นครั้งแรก เมื่อตอนจบ ม.ต้นครับ ช่วงนั้น พี่ไม่รู้เลยว่าอะไร คือความถนัด อะไรคือความชอบ รู้แค่ว่าเคยไปอ่านหนังสือมา ว่าหากชอบ และอยากจะเป็นอาชีพนี้ ต้องเรียนแผนการเรียนนี้ ซึ่งพี่ก็เจริญรอยตามหนังสือนั้นไปทั้งหมด โดยไม่นึกถึงเพื่อนๆด้วย...ผลปรากฏว่าในกลุ่ม ก็มีพี่คนเดียวที่แหวกแนวออกไปเรียนตามแผนการเรียนที่ต่างจากเพื่อนๆ...ทั้งๆที่รู้ว่าแผนการเรียนนั้นมันคนละนิสัยกับพี่เลย...แต่ด้วยความชอบก็เลยไป...
พี่เริ่มเรียนไปได้สักพัก พี่ก็รู้สึกด้วยตัวเองเลยว่า ตัวเองไม่เหมาะสมกับแผนการเรียนนี้เอาซะเลย ไม่เหมาะสมจริงๆ...ตอนนั้นจำได้ว่าเครียดมากๆ ขนาดนั่งกุมขมับทุกวัน ยิ่งวันไหนเห็นเพื่อนๆที่เขาได้เรียนในแผนการเรียนที่ตรงกับตัวตนของเขา ยิ่งอยากจะร้องไห้ พี่เครียดขนาดต้องแอบพ่อแม่โทรไปหาหมอสุขภาพจิต ซึ่งหมอเขาก็งงมาก เพราะส่วนใหญ่จะปรึกษาด้านสุขภาพ แต่ไอ้เด็กคนนี้มาปรึกษาเรื่องการเรียน...แต่หมอก็ได้ให้กุญแจดอกสำคัญ กับพี่มาว่า ที่หนูเครียดมีอาการแบบนี้ เพราะหนูเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ ไม่ใช่เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองถนัด หลังจากนั้นพี่ก็ตั้งใจ ตั้งปณิธานแน่วแน่ในหัวเลยว่า เรียนจบเทอมนี้เมื่อไหร่ บ๊ายบายแน่นอน เพราะจะขอย้ายแผนการเรียนไปเรียนแผนที่เราถนัดดีกว่า..ไม่เอาแล้วความชอบ เพราะชอบในสิ่งที่ไม่ถนัดมันทรมานสุดๆ...แต่แล้ว...สิ่งที่ทำให้พี่ไม่สามารถย้ายแผนการเรียนได้ก็เกิดขึ้น เพราะวันประกาศผลสอบ ปรากฏว่าพี่สอบได้ที่ 1 ของห้อง(เอาละสิ) ได้เกรด 3.53 ด้วย(เป็นไปได้ไง)...ตอนนั้นงงมากๆ อะไรว่ะ มันมาได้ไงว่ะเนี่ย... คิดมา คิดไป คิดมา คิดไป จนได้คำตอบว่า เออ...ถึงเราจะไม่ถนัด ไม่สันทัด ไม่ชอบ แต่เราก็เรียนได้นี่หว่า แถมเรียนได้ดีด้วย หรือที่ผ่านมามันแค่เราไม่มีความสุขเท่านั้นว่ะ แต่ความเป็นจริงเราก็ทำได้ จากวันนั้นความคิดที่จะย้ายแผนการเรียนก็ไม่มีในหัวพี่อีกเลย เพราะพี่คิดว่า ไม่อยากจะหันเปลี่ยนไปเรียนแผนอื่นให้อายเพื่อน ถึงแม้ที่เป็นอยู่มันจะไม่มีความสุข ก็แค่เราคนเดียว อดทนไปอีกซักหน่อยคงไม่ตาย ไว้จบ ม.6 เมื่อไหร่จะเลือกตามที่ถนัดก็ยังไม่สาย...
ตลอดช่วงเวลา 3 ปีที่ได้อยู่กับสิ่งที่ไม่ถนัด ราวกับว่าเราหลงมาอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเรา ในใจคิดอยู่เสมอว่าต้องอดทน เรียนให้เต็มที่ เปิดใจรับเพื่อนๆให้ได้ เดี๋ยวมันก็มีความสุขเอง ถึงจะไม่สนุกกับวิชาที่เรียน แต่สนุกกับเพื่อนๆก็มีความสุขได้ไม่แพ้กัน..จนในที่สุด พี่ก็สามารถผ่านตรงนั้นมาได้...อย่าราบรื่น... น้องๆครับเรื่องเล่านี้ มันเหมือนเป็นความขัดแย้งกันอยู่ว่า ความถนัด vs ความชอบ เราควรจะเดินตามสิ่งไหนดี แต่สำหรับพี่เหตุการณ์ในเรื่องนี้ พี่เดินตามความชอบ ที่ไม่มีความถนัดเอาซะเลย...แต่พี่ก็พิสูจน์ได้ว่า ถึงไม่ถนัดแต่ก็ทำได้... |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



71 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ กำลังคิดหนักเลยว่าจะเอาไรดี มาอ่านอย่างนี้ ได้เก็บเอาไปคิดเพิ่มแล้วล่ะค่ะ มีทางเลือกเยอะขึ้นด้วย
ประมาณว่าเวลาาคิดงานออกก้อแช่มชื่นงาย แต่พอมะไหร่คิดม่ายออกจะเริ่มโทษตัวเองเลยว่ามาเลือกเรียนอันนี้ทามมายว่ะ
เอาใจช่วยให้คนที่กำลังตัดสินใจน๊าาาาา....
ปล พี่ลาเต้เขียนภาคต่อเร็วๆน๊า อยากรู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณ พี่ลาเต้มากนะค่ะ สำหรับ บทความดีๆๆ อ่านแล้วได้ความรู้มากเลยยย
พอเราชอบก็จะตั้งใจทำแล้วมันก็จะทำได้
หนูว่า ความสุข เป็นปัจจัยหลักของการเลือกแผนการเรียนเลย
ม.สี่ดันเลือกไปตามความชอบซะแล้ว ไม่ถนัดก็ช่าง T^T