วันนี้ พี่ลาเต้ ได้อ่านหนังสือพิมพ์กรอบเช้าของ ไทยรัฐ มา...ไปสะดุดเอารูปภาพนิสิตแพทย์กำลังเรียนผ่าตัดศพสุนัขอยู่ และด้านล่างก็เขียนบรรยายว่าตอนนี้กำลังขาดแคลนศพสุนัขในการทดลองของนิสิตอย่างหนัก พร้อมขอรับบริจาคโดยด่วน...ซึ่งรายละเอียดของข่าวจะเป็นไงนั้นไปอัพเดทกันเลยครับ...

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ภายหลังได้รับการเปิดเผยจาก รศ. พ.อ.หญิง มาลีวรรณ เหลี่ยมศิริเจริญ อาจารย์ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า ก่อนหน้านี้การเรียนการสอนลักษณะโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ของนิสิตสัตวแพทย์จะเรียนจากซากม้า บางครั้งเป็นหมู วัว จากโรงฆ่าสัตว์ หรือสุนัขจรจัดข้างถนน ซึ่งไม่ปลอดภัย มีแนวโน้มนำโรคที่เป็นพาหะสู่คน จึงริเริ่มโครงการนำสุนัขมาเป็นอาจารย์ใหญ่ เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถใช้ทด แทนสัตว์ชนิดอื่นได้

 

ทั้งนี้ การเรียนการสอนของนิสิตนัก ศึกษาสัตวแพทย์เหมือนกับการเรียนของนักศึกษาแพทย์ วิชาเบื้องต้นที่ต้องเรียนรู้ คือการเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายของสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะทุกวันนี้ใช้สุนัขเป็นต้นแบบ ในการศึกษาวิชาเหล่านี้

 
 

รศ.พ.อ.หญิง มาลีวรรณ กล่าวอีกว่า ปรากฏว่าขณะนี้ซากสัตว์สุนัขขาดแคลนอย่างหนัก เพื่อให้นิสิตคณะ สัตวแพทย์ ชั้นปีที่ 1 จำนวน 120 คน เรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ ด้วยการใช้สุนัขเป็นอาจารย์ใหญ่ ผ่าดูระบบของร่างกาย ผิว กล้ามเนื้อ เส้นประสาท อวัยวะทั้งหมด เป็น เวลา 1 ปีครึ่ง หรือ 3 เทอม โดยนิสิตสัตวแพทย์ 4 คน ใช้สุนัขเป็นอาจารย์ใหญ่ 1 ตัว ทำให้ต้องใช้ประมาณ 30 ตัว เพราะไม่ใช่นิสิตสัตวแพทย์อย่างเดียว แต่นิสิตเทคนิคการสัตวแพทย์ที่ต้องเรียนการเจาะเลือด การตรวจเชื้อโรคชนิดต่างๆ ก็ต้องเรียนด้วย

 

ดังนั้น คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ จึงริเริ่มโครงการรับบริจาคสุนัขที่เสียชีวิตขึ้นที่โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ โดยเจ้าของต้องไปเขียนแบบฟอร์มการบริจาคและนำสุนัขไปเอง มีหลักเกณฑ์คือเสียชีวิตไม่เกิน 24 ชั่วโมง ไม่ได้เสียชีวิตจากโรคติดต่อร้ายแรง เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคเลปโตสไปโรซีส (โรคฉี่หนู) เป็นต้น และไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ทำให้อวัยวะภายในฉีกขาด กระดูกแตก แข้งขาหัก ซึ่งสัตวแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าสุนัขตัวใดเข้าหลักเกณฑ์ หรือไม่ ซึ่งระยะแรกนี้จะขอรับบริจาคสุนัขที่เสียชีวิตในรพ.สัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ที่สัตวแพทย์ตรวจแล้วว่าไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคติดต่อร้ายแรง

 

สำหรับขั้นตอนหลังได้ซากสุนัขมาแล้วนั้น อาจารย์ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สุนัขที่ถูกบริจาค ขั้นตอนแรกจะถูกฉีดน้ำยารักษาสภาพเข้าในเส้นเลือดแดงบริเวณคอ และวันถัดไปจึงจะฉีดน้ำยางพาราผสมสี เพื่อให้เห็นรายละเอียดของเส้นเลือด ต่อจากนั้นจึงดองด้วยน้ำยาฟอร์มาลินและสารประกอบอื่นๆ ไว้อีก 2-3 เดือน เพื่อรักษาสภาพไม่ให้ เน่าเปื่อย เมื่อดองได้ที่ก็สามารถนำมาเรียนได้ ซึ่งก่อนเรียนจะมีพิธีอุทิศส่วนกุศลให้ โดยมีพระสงฆ์มาทำพิธี ในห้องเรียน และทำสังฆทานให้ แล้วนำมาผ่าดูชิ้นส่วนอวัยวะทุกชิ้นอย่างคุ้มค่าที่สุด หลังเรียนเสร็จแล้วจะส่งซากสุนัขไปเผาทำลายซากตามระเบียบการปฏิบัติของโรงพยาบาลสัตว์ทั่วไป

 

อย่างไรก็ตาม นิสิตสัตวแพทย์ทุกคนต่างยกให้สุนัขเป็นอาจารย์ มักนำพวงมาลัยมาไหว้ โครงกระดูกสุนัขอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงฤดูการสอบจะมีการนำพวงมาลัยมาไหว้โครงกระดูกสุนัขเพื่อขอให้สอบผ่าน

 

          ได้อ่านข่าวนี้แล้ว...ก็ทำให้ พี่ลาเต้ ได้รู้ถึงแนวการเรียนของวิชาทางด้านแพทย์เลยนะครับ...พร้อมกับได้รู้ถึงการยกย่องสุนัขที่เป็นตัวอย่างในการทดลอง ให้เป็นอาจารย์ เป็นครูในการเรียนอีกด้วย...ซึ้งใจจริงๆครับ...
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

7 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Ju...Joo 24 มี.ค. 51 18:43 น. 2
เราอยากเรียนสัตวแพทย์ ม.เกษตรมากมาย เพื่อนๆคนไหนอยากเรียนเหมือนกัน มาคุยกันได้น่ะ ตามเมลที่ให้อ่ะจ๊ะ ^_^
0
กำลังโหลด
น้องพลัม Member 25 มี.ค. 51 07:27 น. 3
เห้อ ข้างบ้านเราหมาตายอะแต่แม่มม่ายยอมเอาไปทิ้ง มัดใส่ถุงดำไว้ เหม็นมากๆๆ จนคนขับรถเราต้องเอาไปฝังเอง -*- คงเอาไปไห้ม่าได้ เพราะแค่ระยะ 50 เมตรก้เหม็นแบบว่า....
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
รุ่งทิพย์ ทองสุข 23 ก.ย. 56 14:30 น. 5
ไม่อยากให้เรียกว่าซากสุนัขเลยค่ะ....เปลี่ยนเป็นศพสุนัข หรือศพหมา ยังดีเสียกว่า/...../ น้องหมูหยองหมาที่บ้านตายนะคะ ไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬา แล้วทางโรงพยาบาลขอตัวน้องเค้าไว้ให้นักศึกษาแพทย์ ได้ศึกษา สาเหตุที่ให้น้องหมูหยองเค้าจะได้บุญในการให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษา ค่ะ และอยากทราบว่า เสร็จแล้วเค้าจะเอาศพสุนัขไปไหน ไปเผา แล้วทำอะไรต่อหรือเปล่าค่ะ ใครก็ได้ช่วยตอบที..... คิดถึงน้องเค้ามากค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด