สวัสดีครับ ชาว Dek-D ที่น่ารักทุกคน...น้องๆแฟนประจำคอลัมน์สัมภาษณ์ติวเตอร์ดัง ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปนะครับ ที่ได้มาเห็น พี่ลาเต้ โผล่ในคอลัมน์นี้...555...ก็เพราะว่าต่อจากนี้ไป พี่ลาเต้ ก็จะขอรับอาสาไปตระเวนสัมภาษณ์อาจารย์กวดวิชาชื่อดัง และเป็นที่ชื่นชอบของน้องๆเองครับ...

     อย่างเช่นวันนี้ ที่ประเดิมการเข้ามาประจำคอลัมน์นี้เป็นครั้งแรก พี่ลาเต้ ก็ไม่ขอน้อยหน้า เพราะได้มีโอกาสไปทำความรู้จัก พร้อมพูดคุยสัมภาษณ์อาจารย์กวดวิชาชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านโรงหนังสกาล่า ซึ่งก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก พี่โอ๋ หรือ อาจารย์ณัฐพล  ศุจิจันทรรัตน์  แห่ง โรงเรียนกวดวิชาณภัทรศึกษา (O-Plus) นั้นเองคร๊าบ....

     เอาเป็นว่าเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา พี่ลาเต้ จะพาน้องไปรู้จักกับ พี่โอ๋ หรืออาจารย์ณัฐพล  ศุจิจันทรรัตน์  พร้อมทำความคุ้นเคยกับโรงเรียนกวดวิชาณภัทรศึกษาโอพลัส ให้มากขึ้นด้วยครับ...ไปอ่านจากบทสัมภาษณ์กันเลย....

 

พี่ลาเต้ : ให้อาจารย์แนะนำตัว ประวัติความเป็นมาหน่อยครับ
อ.ณัฐพล : ครับ ขอแนะนำตัวนะครับ ชื่ออาจารย์ณัฐพล ศุจิจันทรรัตน์ น้อง ๆ ที่โรงเรียนจะเรียกว่า พี่โอ๋ ครับส่วนประวัติการศึกษา  มัธยมศึกษาตอนต้น: โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
มัธยมศึกษาตอนปลาย: โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ปริญญาตรี: คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาโท: คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พี่ลาเต้ : อาจารย์เริ่มต้นมาสอนพิเศษได้ยังไงครับ
อ.ณัฐพล :  เริ่มต้นก็คือ หลังจากกลับมาจากไปเป็นตัวแทนแข่งขันคณิตศาสตร์ โอลิมปิก ตอนม.6 ก็จะมีเพื่อน ๆ มาขอให้ติวให้เยอะ ก็สอนทีเล่นทีจริง  แต่เริ่มมาสอนจริงจังก็ตอนอยู่ปริญญาตรี ก็มีหลายสถาบันเชิญไปสอน ตอนนั้นก็มีความรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เพราะบางทีเขาจะจำกัดสไตล์การสอนของเรา พอเราสอนไปสักพัก เราก็คิดว่าอยากจะสอนในสไตล์ที่เปิดกว้างสำหรับเด็ก เพื่อจะได้ความรู้ที่มากกว่า ก็เลยตัดสินใจว่าพอจบปริญญาโทจะเปิดโรงเรียนสนองความต้องการของตัวเองที่ว่า เด็กน่าจะได้ประโยชน์ ก็เลยเป็นจุดกำเนิดของโรงเรียน O Plus คือเป็นชื่อของผมเอง คืออาจารย์โอ๋ ครับ...

พี่ลาเต้ : แล้วอาจารย์ก่อตั้งสถาบันนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ
อ.ณัฐพล :  ก็ประมาณ 7ปีที่แล้ว ช่วงกลางปี พ.ศ.2544 ปีสุดท้ายที่ศึกษาระดับปริญญาโทครับ

พี่ลาเต้ : อาจารย์มีแนวทาง วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งยังไงบ้างครับ
อ.ณัฐพล :  จุดประสงค์ก็คือ โดยส่วนตัวแล้วในตอนเด็ก ๆ ผมจะเป็นคนชอบทำช็อตโน้ต สรุปสิ่งดี ๆ เด็ด ๆ ที่ได้มา ช่วงเด็ก ๆ เป็นคนอ่านหนังสือเยอะ ตั้งแต่สมัย ม.2 ผมเป็นบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดโรงเรียน ก็จะรู้ว่ามีหนังสือดี ๆ เยอะ เล่มไหนมีประโยชน์ ก็จะอ่านแทบทุกเล่ม แล้วก็เอามาทำช็อตโน้ตไว้ ทำสรุป รวามทุกอย่างเก็บไว้ ซึ่งตรงส่วนนี้ก็มีเพื่อน ๆ หลายคนแนะนำว่า น่าจะเอามาสอน ก็เลยเอาประสบการณ์จากตรงนั้น จากการอ่านหนังสือ จากการสอนในระดับปริญญาตรี ถ้าเกิดว่าเรามาทำจริง ๆ จัง ๆ น้อง ๆ ก็น่าจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ไป

พี่ลาเต้ : แล้วยังงี้ อาจารย์ สอนทั้งหมดกี่วิชาครับ
อ.ณัฐพล : ถ้าในระดับ ม.ต้น ก็จะสอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์   ในระดับม.ปลาย ก็จะสอนคณิตศาสตร์อย่างเดียวครับ

พี่ลาเต้ : ทำไมถึงเลือกมาสอนวิชาคณิตศาสตร์เป็นหลักครับ
อ.ณัฐพล : คือเริ่มแรกสุดเลย ตอนเมื่อก่อนก็จะสอนทั้งคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์   ถึงจุดหนึ่ง พอเริ่มมีคอร์สมากขึ้น ก็ตัดสินใจว่าอยากจะมาสอนในส่วนของคณิตศาสตร์มากกว่า ตัววิทยาศาสตร์ก็เลยหยุดไปช่วงหนึ่ง แต่ ผู้ปกครองกับน้อง ๆ เรียกร้องมาก็เลยมาเปิดคอร์สวิทยาศาสตร์ในระดับม.ต้น

พี่ลาเต้ : คอร์สที่นี่แบ่งยังไงคะ เปิดรับอย่างไรครับ
อ.ณัฐพล : จริง ๆ แล้วสอนตั้งแต่เตรียมสอบเข้าม.1 จนถึงเอนทรานซ์ ก็คือในระดับ ป.6 เข้าม.1 แล้วม.1-ม.3 รวมถึงเข้าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จะสอนทั้งสองวิชา คือคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่ระดับ ม.4-ม.6 คอร์สO-net/ A-net และคอร์สตะลุยโจทย์ก็จะมีแต่คณิตศาสตร์ครับ

พี่ลาเต้ : สไตล์การสอนเป็นแบบไหนครับ ที่อาจารย์คิดว่าแตกต่างจากที่อื่น
อ.ณัฐพล : คือจะเน้นผสมผสาน 2มุมมองด้วยกัน คือเคยสอนทั้งเด็กเก่ง และเด็กไม่เก่ง ก็เชื่อว่าในจุดที่เราแตกต่างคือเราเอาทั้งสองอย่างนี้มาเจอกัน คือหนึ่งผมเชื่อมั่นว่า อยากจะเปิดโรงเรียนที่เด็กทุกระดับได้ประโยชน์ทั้งหมด เด็กเก่งก็สามารถพัฒนาให้เก่งได้ขึ้นอีก อย่างเด็กไม่เก่งอย่างน้อยเค้ามีผลการเรียนที่ดีขึ้น ส่วนเด็กที่ไม่ชอบเลขก็จะมีความรัก ความชอบในวิชาเลขมากขึ้น รวมถึงผมจะเอาเทคนิคทุกอย่างที่เจอมาเอามารวมกัน ที่เรียกว่า O Plus Tips ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะเอามาเสริมสร้างให้เด็ก ทั้งเด็กอ่อน เด็กปานกลาง และเด็กเก่งไปด้วยกันได้   ซึ่งโรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่บางครั้งเด็กก็จะรู้กันว่า โรงเรียนนี้เหมาะสำหรับเด็กเก่งนะ โรงเรียนนี้เหมาะสำหรับเด็กปานกลาง หรือเด็กอ่อนนะ รวมทั้งมีการแยกคอร์สสำหรับน้อง ๆ ที่มีความต้องการที่แตกต่างกันไป

พี่ลาเต้ : สไตล์การสอนในห้อง เน้นไปทางวิชาการ หรือว่าทางบันเทิงหรืออย่างไรครับ
อ.ณัฐพล :  ก็คงจะตอบเหมือนอาจารย์หลาย ๆ ท่าน คือเป็นแนว Edutainment มีทั้งให้ความรู้ และให้ความบันเทิง แต่ละคอร์สสัดส่วนก็จะแตกต่างกันไป โดยเฉลี่ยแล้วเราจะให้ความรู้ 90% อีก 10% ก็คือความบันเทิง ที่ต้องให้ความบันเทิงบ้าง ก็เพื่อให้เด็กสามารถเรียนกับเราได้นาน จะได้ไม่เบื่อ

พี่ลาเต้ : มาที่เรื่องแอดมิชชั่น กันบ้าง อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง กับระบบแอดมิชชั่นครับ...
อ.ณัฐพล : มีทั้งข้อดี และข้อเสีย เพียงแต่ว่าระบบแอดมิชชั่นใหม่มันเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด มีโอกาสที่จะได้เรียนในคณะที่อยากเรียนมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการดี ถือเป็นการกระจายความสามารถในการเข้าศึกษาต่อในอีกระดับ รวมถึงในกรุงเทพฯก็มีความยากมากขึ้น ต้องกระตือรือร้นมากขึ้น แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีวิธีการคัดเลือก และการรับสมัครที่แตกต่างกัน ถามว่ามีผลมากไหมต่อการเรียนการสอน ก็คงไม่มีผลอะไรเพราะทางโรงเรียนเราก็เน้นให้เด็กรู้จริง และทำได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบแอดมิชชั่นกลาง แอดมิชชั่นตรง ก็น่าจะทำได้ เพียงแต่ว่านักเรียนจะต้องตื่นตัว และศึกษาหาความรู้ ข้อมูลในการสมัครมากขึ้น

พี่ลาเต้ : จากการได้คลุกคลีกับน้อง ๆ ม.ปลาย มี มาปรึกษาเกี่ยวกับแอดมิชชั่นบ้างหรือเปล่าครับ
อ.ณัฐพล : ในส่วนของนักเรียนม.6 ก็จะไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็กซิ่วคือเด็กที่เข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว แล้วอยากจะมาสอบใหม่ ก็จะมีความแตกต่างบ้าง ว่า O-net คะแนนเท่านี้ ควรจะสอบใหม่หรือเปล่า หรือว่าควรจะเรียนที่เดิมดีซึ่งตรงนี้เด็กม.6 ส่วนใหญ่เค้าก็จะมีความชอบ อยากลอง เค้าก็ต้องสมัครกันอยู่แล้ว

พี่ลาเต้ : อาจารย์คิดว่าข้อสอบแอดมิชชั่นวิชาคณิตศาสตร์จะออกแนวไหน รูปแบบไหน เนื้อหาส่วนไหน
อ.ณัฐพล : ผมมองว่าแนวโน้มของข้อสอบไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก สิ่งที่แตกต่างอย่างเดียวก็คือ จะมีO-net  A-net เพิ่มเข้ามา   O-net คือการสอบวัดความรู้พื้นฐาน ซึ่งจะไม่ค่อยยาก ถ้าตั้งใจเรียนในห้องเรียน อ่านทบทวน ทำโจทย์มาบ้าง ก็น่าจะทำคะแนนได้ดี แต่ในส่วนที่แตกต่างกันก็คือ ข้อสอบA-net จะเป็นข้อสอบที่ยาก และนักเรียนจะต้องมีทักษะรวมถึงความรู้ในการทำ ส่วนใหญ่การเรียนการสอนในโรงเรียน ก็จะเน้นการเพิ่มความรู้ และการเพิ่มทักษะในการทำข้อสอบ A-net ปัจจุบันเป็นหลัก   ข้อสอบA-netปัจจุบันจะออกแนวผสมผสาน ซึ่งเด็กจะไม่ค่อยคุ้นเคย ตรงนี้เด็กจะต้องศึกษาด้วยตัวเอง พยายามทำโจทย์ให้หลากหลายมากขึ้นครับ

พี่ลาเต้ : อีกไม่นานก็จะประกาศผลแล้ว อยากให้อาจารย์ฝากถึงน้อง ๆ ที่อาจจะพลาดหวังจากการสอบแอดมิชชั่นครั้งนี้ด้วยครับ
อ.ณัฐพล : บอกได้เลยครับว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เป็นเพียงแค่โค้งหนึ่งของชีวิต ไม่แตกต่างกับที่น้องเข้าศึกษาต่อในชั้น ม.1 ม.ปลาย หรือตัดสินใจในการเข้าทำงาน ทุกโค้งก็เป็นความสำคัญ


ถ้าน้อง ๆ ทุกคนตั้งใจในการเรียนหนังสือ รวมถึงทำข้อสอบเต็มที่แล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไรช่างมัน คติประจำใจของพี่โอ๋ก็คือ The show must go on. ถ้าเรามีสติ ต่อให้สิ่งนั้นร้ายแรงแค่ไหนเราก็จะสามารถผ่านมันไปได้ ยังมีทางเลือกในการศึกษาต่อให้เราอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเปิด หรือมหาวิทยาลัยเอกชน ถ้าถามว่าเวลาหนึ่งปียาวนานมากไหม บอกได้เลยว่าไม่ได้ยาวนาน ถ้าน้องตั้งใจจริง ถ้าเกิดอยากเรียนคณะนั้นจริง ๆ หนึ่งปีที่น้องตั้งใจ อาจจะเปลี่ยนชีวิตน้องได้ ถ้าน้องไม่ซีเรียส มีมหาวิทยาลัยเปิด มีคณะที่น้องอยากเรียน พี่เชื่อว่า เราเรียนที่ไหน เข้าใจแนวการเรียน มีผลการเรียนที่ดี มีประสบการณ์ที่ดี มันก็จะทดแทนกับสิ่งที่ขาดหายในมหาลัยที่เราต้องการ

พี่ลาเต้ : อยากให้ฝากอะไรถึงชาว Dek-D ที่กำลังศึกษาอยู่ แล้วก็ที่เตรียมตัวใกล้เอนทรานซ์
อ.ณัฐพล : สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ ก็พยายามตั้งใจเรียนที่โรงเรียน ทำเกรดที่โรงเรียนให้ดี เพราะแอดมิชชั่นระบบใหม่การทำเกรดที่โรงเรียนมีความสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งในพื้นฐานการยื่นคะแนน แล้วก็อยากให้ศึกษาว่าเรามีความชอบอะไร ตรงไหน เราอยากทำอะไร รักในอาชีพอะไร แล้วพยายามทำมันให้ได้   สำหรับน้อง ๆ ม.6 อยากให้เตรียมตัว พยายามแบ่งเวลาอ่านหนังสือให้ดี ๆ เพราะเวลาในการสอบใกล้เข้ามาแล้ว ดูเหมือนว่าอาจจะเหลือเวลาอีกหลายเดือน แต่สำหรับน้อง ๆ ที่จะแอดมิชชั่นตรง ก็ขอให้เตรียมตัว ปีนี้อาจจะไม่สนุกเหมือนกับปีอื่น ๆ ในส่วนของกิจกรรม การเที่ยวก็ยังทำได้อยู่ แต่ก็ลดลงบ้าง พยายามแบ่งเวลา พยายามทำให้เต็มที่ ผลออกมาเป็นอย่างไร อย่างที่พี่โอ๋บอกว่า เราจงภูมิใจที่เราได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว  แล้วก็ขอให้น้อง ๆ ทุกคนโชคดี...

พี่ลาเต้ : อาจารย์คิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้น้องๆ คิดว่าคณิตนั้นยาก
อ.ณัฐพล : เท่าที่ได้คุยกับน้อง ๆ ส่วนใหญ่ จะมีปัญหาว่า มีความไม่เข้าใจ และไม่ชอบ อาจจะเป็นตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ซึ่งการเรียนคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการปูรากฐานตั้งแต่ฐาน จนถึงข้างบน  ซึ่งถ้าเราจะเก่งได้ เราจะต้องมีพื้นฐานที่ดีตั้งแต่เด็ก เด็กหลายคนที่ไม่ชอบ อาจจะเพราะว่าได้รับการเรียนในด้านที่ไม่ค่อยถนัด หรือพูดง่าย ๆ ว่าไม่ชอบ ไม่ยอมรับอาจารย์ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ทำให้สานต่อในระดับม.ปลายมีปัญหา ตรงนี้แหละที่เด็กหลายคนจะบ่นว่ายาก แต่สำหรับคนที่มีพื้นฐานดีมาแต่เด็ก เค้าก็จะมองว่ามันง่าย แล้วก็สนุก เห็นได้จากข้อสอบแอดมิชชั่น ต่อให้มันจะยาก จะง่ายขนาดไหน ก็จะมีเด็กที่ได้คะแนนเต็ม 100ทุกปี ทั้ง ๆ ที่ค่าเฉลี่ยวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต่ำที่สุด 

พี่ลาเต้ : อาจารย์คิดว่าคณิตศาสตร์ ม.ต้น กับ ม.ปลาย แตกต่างกันมากไหมครับ
อ.ณัฐพล : จริง ๆ มีความเหมือนกับความต่าง   ในการเรียนม.ต้น สังเกตได้ว่าหลักสูตรจะเหมือนพีระมิด จะมีการเรียนการสอนที่ยากขึ้นไปเรื่อย ๆ  แต่สำหรับม.ปลาย หลักสูตรจะเหมือนพิซซ่า คือแต่ละบทก็จะเรียนไม่เหมือนกัน บทที่เรียนในม.4 แล้วก็จะไม่เรียนอีกใน ม.5 ม.6   หลักในการเรียนคณิตศาสตร์ม.ต้นคือ การเรียนจากยอด ในระดับม.ปลาย ทุกบทมีความสำคัญเท่ากันหมด ม.ปลาย น้อง ๆ จะต้องใช้ความเข้าใจทั้งหมด ควรจะเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ควรจะเตรียมตัวตั้งแต่ช่วง ม.5   คนที่สอบแอดมิชชั่นได้ เอนทรานซ์ได้ อาจจะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่พร้อมที่สุด

พี่ลาเต้ : ถ้าอยากจะเรียนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนให้คะแนนดีๆ แล้วก็ต่อยอดแอดมิชชั่นด้วย ควรจะทำอย่างไร หรือมีเทคนิคอะไรเปล่าครับ
อ.ณัฐพล : จริง ๆ แล้ว การทำคณิตศาสตร์ในโรงเรียนให้ได้เกรดดี ๆ กับการทำคณิตศาสตร์เพื่อไปใช้ในมหาวิทยาลัย มีบางส่วนที่เหมือนแล้วก็ส่วนที่ต่าง ส่วนที่เหมือนก็คือ น้องต้องรู้จริง พยายามทำโจทย์ให้กว้าง ๆ เพราะจริง ๆ แล้วคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ไม่ได้ใช้ความรู้แค่อย่างเดียว แต่สิ่งที่แตกต่างคือทักษะในการทำโจย์ ซึ่งโจทย์ในการสอบแอดมิชชั่นก็จะยากมากขึ้น เฉพาะเจาะจงไม่เหมือนกับโรงเรียน น้องก็ต้องทำโจทย์ในส่วนของแอดมิชชั่นให้มากขึ้น ในส่วนของโรงเรียน พวกแบบฝึกหัดของโรงเรียนก็จะแบ่งเป็นสองระดับคือ ระดับA และระดับB ระดับB ก็จะเป็นข้อสอบในทักษะพื้นฐาน ข้อสอบโรงเรียน หรือO-net ส่วนระดับA คือเป็นการต่อยอดสำหรับน้อง ๆ ที่จะทำข้อสอบA-net สอบแอดมิชชั่นตรง หรือทุนเล่าเรียนหลวง

 

พี่ลาเต้ : ในฐานะที่เป็นอาจารย์ รู้สึกภูมิใจอย่างไรกับอาชีพนี้ครับ
อ.ณัฐพล : เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ก็เป็นที่รู้กันว่าผมเป็นวิศวกร ก็ลังเลใจอยู่เหมือนกัน คิดหนักมาก แต่หลัก ๆ คือผมมองว่าการเป็นครูน่าจะทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมได้มากกว่า เหมือนกับที่เราเคยทำมา ได้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาสอนน้อง ๆ   ความประทับใจก็คืออย่างที่คุยกันไป คือมีนักเรียนมาขอบคุณว่าเราเป็นแรงบันดาลใจในการเรียนของเค้า มันทำให้เราประทับใจ มีกำลังใจ


น้องส้มโอ  อารียา  ก่ำมอญ ม.3      >>>
โรงเรียนกาญจนภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี


“แต่ละครั้งที่เรียน พี่โอ๋จะมีเทคนิคการจำ และโจทย์ให้ทำเสมอ และพี่เขาก็จะชอบพูดตลกๆ ทำให้เรียนแล้วไม่เครียดค่ะ บางคอร์สเรียนนานถึง 4 ชั่วโมง ก็ไม่เครียด กลับสนุกสนานหัวเราะตลอดเลย ทำให้อยากเรียนวิชาเลขดูง่ายขึ้นด้วยค่ะ”


<<< น้องน้ำหวาน  ณัฐนิช  อารยะจารุ ม.3    
โรงเรียนกาญจนภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี


“พี่โอ๋ มีสูตรลัดที่เข้าใจง่ายค่ะ เวลาเรียนก็ไม่น่าเบื่อด้วย บางเรื่องมันไม่เข้าใจ หรือเข้าใจได้ยาก พี่โอ๋ก็จะพยายามเอาไปเชื่อม เอาไปสมมติกับเรื่องอื่นๆ ซึ่งมันก็ทำให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ ที่สำคัญคือเรียนแล้วไม่เครียดค่ะ หัวเราะตลอดเลย”

      

คำพูดติดปาก :

  ข้อนี้ตอบอะไรครับ ใบ้ให้ใกล้กับอายุ พี่โอ๋ (20 เชื่อเปล่า)

มุขเด็กประจำตัว :

  ใครว่าพี่โอ๋คล้ำ ไฟห้องสดไม่พอต่างหาก

เรื่องขำๆในคลาส :

  มีนักเรียนกินหมูย่าง แล้วกระเด็นใส่หัวเพื่อนข้างหน้า

วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน :

  ไม่ค่อยมี ถ้ามีคงจับมาเต้นหน้าห้อง

 มุมหล่อของอาจารย์ :

  เมื่อกล้องโผล่มา มุมหล่อจะผุดขึ้นมาในบัดดล

 เสื้อผ้าตัวเก่ง :

  เสื้อผ้าวัยรุ่นที่ใส่แล้วเหมาะกับ อายุ 20 (เพราะพี่โอ๋อายุ 20)

ของที่พกติดตัวเป็นประจำ :

  ความรู้ และความหล่อ (ถึงจะน้อย แต่เร้าใจ)

นิสัยแบบนี้ใช่เลย :

  Freshy Funny & Lovely

ช็อปปิ้งแบบอาจารย์ :

  ไม่ค่อยได้ชอปปิ้ง ส่วนใหญ่ให้คนอื่นซื้อฝาก

คติประจำใจ :

  ถ้าเรามีสติ แม้วันที่แย่ที่สุดของชีวิต เราก็ยังผ่านพ้นมาได้

เครื่องลางนำโชค :

  เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของน้องๆ เวลาเรียนแล้วตลก สนุก

 อาหารที่ชอบ :

  ทุกอย่างเลย โดยเฉพาะที่น้องๆฝากมาให้ แต่ที่ประทับใจสุด คือมีน้องที่เรียนซื้อเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิด

 สีที่ชอบ :

  สีฟ้า สีเขียว (O-Plus Color)

 ของสะสม :

  หนังสือเลขกับวิทย์ มีแทบทุทมุมในบ้าน

 หนังเรื่องโปรด :

  หลายเรื่องเลย เรื่องล่าสุดคงเป็น ปิดเทอมใหญ่ฯ
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

85 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
นิรนาม 9 เม.ย. 51 21:50 น. 3
Rep.2 เธอเรียนไม่ทันเองรึเปล่าล่ะ เราเรียนกะพี่โอ๋มา ตั้งแต่ม.1 จนนี่ เราม.3 แล้ว ถ้ามันไม่ดีจริง เราคงเปลี่ยนที่แล้วล่ะ แล้วอีกอย่าง ตอนนี้เด็กเรียนกะพี่เค้าก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ บางคอร์สต้องลงล่วงหน้าเป็นปี ไม่งั้นเต็ม ตอนนี้พี่เค้าเปิดสาขาใหม่ด้วย ถ้าไม่เจ๋งจริง ไม่กล้าเปิดหรอก *** ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่มากล่าวหาว่าพี่เค้าใช้เงินโฆษณา ฝีมือเค้าดีจริง ไม่ต้องเอาเงินไปจ้างเขาโฆษณาหรอก
0
กำลังโหลด
yimmy 9 เม.ย. 51 21:56 น. 4
ของอย่างนี้มันขึ้นก่าตัวคุณว่าคุณรับสิ่งที่พี่เค้าให้ได้มากแค่ไหน ถ้าคุณเรียนไปอย่างงั้นคุณคงไม่ได้อะไร แต่ถ้าคุณตั้งใจเรียนจริงๆ รับรองได้ว่าถึงคุณจะไม่เข้าใจ แต่คุณต้องเห็นความตั้งใจของพี่เค้าแน่ๆ เราเรียนกะพี่เค้ามาตั้งแต่ม.1 พี่เค้าสอนดีมากๆ ทุ่มเทจริงๆ เวลาไม่เค้าใจอะไรก้อถามพี่เค้าได้ พี่เค้ากันเองมากๆ ยังงัยก้อต้องลองไปเรียนดูกันเอง ต่างคนต่างความคิด คุณอาจคิดว่ามันไม่ใช่แนวคุณก้อได้ คุณถึงคิดว่ามันไม่ดี
0
กำลังโหลด
หมาน้อยผู้กล้าหาญ Member 9 เม.ย. 51 23:11 น. 5
เรียนกะพี่แกแล้วฮ่า สนุกดี แต่ โง่เลขไปหน่อยเลยได้น้อย 55 ดันเรียน คอส เทอร์โบ ทั้งๆที่ไม่มี พื้นฐานเลย ก๊ากๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็ก O+ 10 เม.ย. 51 10:26 น. 9
พี่โอ๋สอนดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบพี่โอ๋ที่สุด แอบฮาดีด้วย รู้สึกเลยว่าเรียนเลขแล้วมีความสุข แล้วก็ต้องขอบคุณ Magic guess ของพี่โอ๋ด้วย ของเค้าแรงจริงๆ 55++ ใครได้รูปพี่โอ๋เป็นของขวัญปีใหม่บ้าง แอบหลอน เหอๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
honey$** Member 10 เม.ย. 51 12:03 น. 12

พี่โอ๋อายุ20จิงหร๋อ เราเรียนมาตั้งแต่ม4 ตอนนี้เราอยู่ม6 ก็3ปี ตอนที่เราเรียนแรกๆเราว่าพี่เค้าก็น่าจะจบแล้วเนอะ เราว่าจบมหาลัย ก็22  แล้วสรุปแล้วพี่โอ๋อายุเท่าไหร่อ่ะ

0
กำลังโหลด
sophie 10 เม.ย. 51 14:30 น. 13
พี่โอ๋สอนดีมากเลยค่ะ แต่น่าเสียดายที่หนูเพิ่งจะมาเรียนได้ปีกว่าๆเอง ถ้ารู้จักมานานกว่านี้ คงจะเรียนตั้งนานแล้ว
0
กำลังโหลด
••[S]ilver_ra[Y]•• Member 10 เม.ย. 51 15:01 น. 14
แนะนำเลย พี่โอ๋เค้าเก่ง ^^ มันก้อแล้วแต่คนด้วยว่าแต่ละคนชอบแนวสอนแบบไหนอ่านะ บางคนเค้าซีเรียสก้อชอบแบบเรียนเข้มๆไปเลย แต่ถ้าอยากอยากแบบแอบฮานิดๆ [ไม่แอบซะเลย 55] แนะนำให้เรียนพี่โอ๋เลยนะจ๊ะ >_< ที่สำคันคือถ้าลงเรียนสาขาสยามนะ มีมุมกาแฟกะโอวันตินให้ชงกินฟรีด้วย ดีมากมาย โหะๆ ^O^Y
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
P u D D l 3 10 เม.ย. 51 18:40 น. 16
พี่โอ๋น่ารั๊กเว่อค๊ะ เรียนแร้วชอบมั่ก ต้องลองถึงรุ้น๊ะ แต่เราเรียนวิดิโอบางกาปิง่ะ เพิ่ลไนห้องคุยเสียงดังเว่อ เรียนมะค่อยรุ้เรื่อง เรียนสดที่สยามน่าจะเวิ๊คก่าค๊ะ แค่พี่โอ๋ดีมั๊กจิงจิง
0
กำลังโหลด
MinD 10 เม.ย. 51 18:45 น. 17
อ่าว ทามมายคนที่สัมพาส ถึงม่ายมีหลวงพี่อ่ะ 5555+ คิดเถิงพี่โอ๋มากมาย วันนั้นก้อนั่งเรียนอยู่แระนะ ที่พี่ๆเค้ามาสัมพาสพี่โอ๋ แอ็คท่าสุดๆเรย หุหุ อยากเรียนต่อนะ แต่ว่าแม่ไม่ให้เรียน มันไกลบ้าน แงๆ พี่โอ๋สอนดีมากๆ ขอแนะนำ หุหุ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
๐oOไม่มีใครให้บอกรักOo๐ Member 10 เม.ย. 51 19:06 น. 20

พี่โอ๋ เค้าสอนที่ไหนหรอครับ อยากไปเรียนที่สยามอ่า ไม่ทราบว่ามันอยู่ที่ไนของสยามหรอครับ แล้วคอสนึงประมานเท่าไหร่หรอคับ ขอบคุนครับที่ตอบ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด