|
ห่างหายกันไปซะนาน วันนี้ เคล็ดลับเทคนิคการเรียน ก็กลับมาสู่อ้อมอกของน้องๆอีกเช่นเคยครับ...คราวนี้ พี่ลาเต้ ก็ได้นำรุ่นพี่ๆเก่งทางด้านวิศวกรฯ มาบอกเล่าเทคนิคในการเรียน รวมถึงนิสัยที่เหมาะในการเรียนเส้นทางนี้มาฝากกันครับ...จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปตามอ่านกันเลย... ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเจริญเติบโตทางด้านอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจนั้น การศึกษาด้านวิศวกรรมมีบทบาทสำคัญ และจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศไทยอีกสาขาหนึ่ง ฉะนั้น นักศึกษาที่จะจบออกไปเป็นอนาคตของชาติ จึงต้องมีความเข้มแข็งทางวิชาการควบคู่กับภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นวิศวกรที่มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติได้ วิศวกรรุ่นใหม่นอกจากจะเก่งเรื่องเทคนิคแล้ว ภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งสำคัญและขาดไม่ได้ และที่สำคัญต้องมีจริยธรรม ดร.ธีระ เจียศิริพงษ์กุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมเครื่องกลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้อำนวยการโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน(TEP) และโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตภาคภาษาอังกฤษแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TEPE) ระบุ
จากประสบการณ์การเรียนปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลในประเทศไทยและเรียนต่อจนถึงปริญญาเอก สาขากลศาสตร์ประยุกต์ (ไดนามิกส์) ที่ประเทศเยอรมนี จึงทำให้ดอกเตอร์หนุ่มวัย 33 ปี ได้เห็นมุมมองความสำคัญและบทบาทวิศวกรในการพัฒนาประเทศ แนวโน้มความต้องการวิศวกรในตลาดแรงงานสูงมากเพราะประเทศไทยยังมีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ถ้าใครมีความสามารถด้านภาษาที่สอง จะถูกเลือกลำดับต้นๆ แต่มหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตวิศวกรหลักสูตรอินเตอร์ในบ้านเรามีน้อย ทุกวันนี้มีวิศวกรที่จบใหม่ปีละประมาณ 1.6 หมื่นคน แต่มีเพียง 600 คน ที่สื่อสารภาษาอังกฤษ จากการเรียนวิศวกรรมศาสตร์หลักสูตรอินเตอร์ ดร.ธีระ ย้ำว่างานด้านวิศวกรรมในปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องกับเอกสารประเภทคู่มือในการทำงานที่เป็นภาษาอังกฤษ ตลอดจนต้องติดต่อกับบริษัทต่างชาติที่มาตั้งสาขาในประเทศไทยค่อนข้างมากดังนั้น ภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในโลกแห่งการทำงาน ถ้าบัณฑิตที่จบออกไปมีความสามารถทั้งในด้านเนื้อหาความรู้และการติดต่อสื่อสารก็เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูงในภาคอุตสาหกรรมของไทยได้สิ่งเหล่านี้เด็กไทยมีศักยภาพถ้าเพียงแต่ได้รับการส่งเสริมโครงการหลักสูตร TEP เป็นหลักสูตรการศึกษาโครงการแรกในประเทศไทยที่นักศึกษาเมื่อจบหลักสูตรนี้จะได้รับปริญญาตรีสองใบคือ จาก มธ. และมหาวิทยาลัยในความร่วมมือ ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งนอตติงแฮม ประเทศอังกฤษ หรือมหาวิทยาลัยแห่งนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสองมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในด้านการเรียนการสอนและการทำวิจัยงานด้านวิศวกรรม
ส่วนโครงการหลักสูตร TEPE เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษที่ มธ. ศูนย์รังสิต ตลอด 4 ปี ซึ่งนักศึกษามีโอกาสไปฝึกอบรมงาน ได้แลกเปลี่ยนแนวความคิดทั้งทางด้านวิชาการการเรียนรู้แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเพิ่มทักษะภาษาว่ากันว่าใน 3 ปีที่ผ่านมานักศึกษาที่ไปเรียนที่นอตติงแฮมได้รับเกียรตินิยมถึง 92% ในจำนวนนี้ 20% ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ส่วนบัณฑิตหลังจากจบการศึกษา พบว่า 62% เรียนต่อระดับปริญญาโท 4% เรียนต่อระดับปริญญาเอก และ 34% ทำงานในบริษัททั้งในและต่างประเทศ และประกอบธุรกิจส่วนตัว ทว่าในโลกความเป็นจริง อาจารย์แต่ละคนกว่าจะเข็นลูกศิษย์ให้ถึงฝั่งฝันได้นั้นยากเย็นแสนเข็ญ ด้วยสภาพสังคมไทยเปลี่ยนไป ชายหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทุกคนสามารถเข้าเรียนได้ทุกคณะ ฉะนั้น การวางตัวระหว่างศิษย์สาวกับอาจารย์หนุ่มจึงจำเป็น ต้องควบคุมสติ ควบคู่กับตระหนักถึงคุณธรรมจริยธรรม ไม่ให้ความสัมพันธ์กับศิษย์สาวเกินขอบเขต ที่สำคัญอาจารย์หนุ่มต้องระมัดระวังตัวในการสื่อสารให้เหมาะสม เพราะหากพลาดพลั้งไม่สามารถกอบกู้ชื่อเสียงและเกียรติยศความเป็นอาจารย์กลับคืนมาได้ ที่สำคัญต้องมองศิษย์เหมือนลูกหลานแม้วัยจะใกล้เคียงกันก็ตาม
นั่นคือความมุ่งมั่นของ ดร.ธีระ เจียศิริพงษ์กุล อาจารย์หนุ่มในฐานะนักบริหารรุ่นใหม่ที่ได้วางหมากบริหารในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของลูกศิษย์เพื่อให้เหล่า "ว่าที่วิศวกรไทย" มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกพ |




10 ความคิดเห็น