|
สวัสดีครับ...ช่วงนี้น้องๆหลายคนคง นั่งรอ นอนรอ ตีลังการอ วันเปิดเทอมอยู่ใช่ไหมครับ ...ระหว่างนี้น้องๆก็ฆ่าเวลา โดยการไปดูภาพยนตร์เรื่อง 4 แพร่งก่อนก็ได้ครับ(เกี่ยวไรด้วยเนี่ย...555...) ล้อเล่นนะครับ..ช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ น้องๆก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเที่ยวผจญภัยที่ไหนให้เมื่อยตุ้ม มาเที่ยวที่เว็บไซต์เด็กดีนี่แหละ เพราะ พี่ลาเต้ เตรียมบทความดีๆต้อนรับเปิดเทอมไว้เพียบ...
อย่างเช่นวันนี้ พี่ลาเต้ ได้นำเอาบทความประสบกาณ์ด้านการเรียนของน้องคนเก่ง ที่มีความคิดและจิตใจดี จนสามารถชนะใจคนทั้งประเทศได้...จะเป้นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนั้นไปตามอ่านกันเลยครับ...
อาจเป็นความฝันของนักศึกษาตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ต้องการหาทุนเรียนต่อยังต่างแดน แต่ด้วยความสามารถที่โดดเด่น ผนวกกับมุมมองดีๆเพื่อสังคม ทำให้ชื่อของ ป๊อก สกล ซื่อธนาพรกุล บัณฑิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นนักศึกษาไทยหนึ่งเดียวที่มีโอกาสได้รับทุนพิเศษ "175 ปี ความสัมพันธ์ไทย - สหรัฐ" ของมูลนิธิการศึกษาไทย - อเมริกัน (มูลนิธิฟุลไบรท์)
ป๊อก เล่าว่า เส้นทางเดินของเขานั้น ไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่งมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ได้รับคำแนะนำที่ดีจากอาจารย์ที่ปรึกษาและมาได้ถูกทาง "ถนัดภาษาอังกฤษครับ แต่คะแนนตอนเอนทรานซ์ไม่สูงมาก อาจารย์เลยแนะนำให้เลือกคณะครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จะได้มีโอกาสพัฒนาภาษาอังกฤษของเราให้ดียิ่งขึ้น" ช่วงแรกของการเรียนในคณะครุศาสตร์ ป๊อก บอกว่า เขายังไม่ซึบซับถึงความสำคัญของอาชีพครูมากเท่าใดนัก แต่ด้วยบรรยากาศในการเรียนที่น่าสนใจ รวมถึงคณาจารย์ภายในคณะที่มีเทคนิคการสอนมากมายจนทำให้ชั่วโมงเรียนไม่น่าเบื่อ ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนใจหันมาชอบอาชีพนี้อย่างจริง ๆ จัง "การสอนของอาจารย์จะใช้วิธีกระตุ้นให้เราไปค้นคว้าต่อ เหมือนจุดประกายให้เราสนใจในเรื่องนั้น ๆ หรือบางครั้งอาจารย์ก็จะมีเรื่องใหม่ๆมาเล่า แนะนำหนังสือดีๆน่าอ่าน ทำให้เราเข้าใจว่าครูที่ดี นอกจากทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการเรียนแล้ว ยังต้องสามารถกระตุ้นให้เขาค้นหาต่อด้วย ไม่ใช่สอนแบบอัดเนื้อหา เรียนจบ 10 บทแล้วก็จบกัน และตอนปี 3 ได้เรียนวิชาด้านการสอน รู้สึกว่ามันท้าทายและสามารถพลิกแพลงได้ เข้ากับบุคลิกของเราที่ชอบทำกิจกรรม ทั้งหมดนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากกลับมาเป็นอาจารย์ครับ" ทันทีที่เรียนจบ เขาก็มองหาโอกาสในการสมัครรับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโทมาตลอด จนกระทั่งยื่นใบสมัครทุนของมูลนิธิฟุลไบรท์ ซึ่งหลังจากผ่านด่านทดสอบต่าง ๆ ผลการตัดสินจึงปรากฏออกมาว่า เขามีความเหมาะสมมากที่สุดในการรับทุน "175 ปีความสัมพันธ์ไทย สหรัฐ" และเป็นผู้สมัครรับทุนเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับโอกาสพิเศษนี้ พรทิพย์ กาญจนนิยต ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิฟุลไบรท์กล่าวว่า "เราต้องการนำเสนออีกหนึ่งมุมมองต่อการมอบทุนการศึกษาด้วยว่า ทุนการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่มอบให้คนเก่งแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนคิดดี และเป็นคนที่คิดตอบแทนคืนกลับสู่สังคมด้วย กรณีของป๊อก ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง เพราะเขาอยากเป็นครู ในขณะที่คนเก่งๆในปัจจุบันไม่อยากเป็นครูกันแล้ว ทัศนคติของเขาในจุดนี้ค่อนข้างดีมากที่ต้องการตอบแทนสังคมค่ะ" "เชื่อว่างานนี้เป็นงานที่หนักสำหรับผู้ที่ได้รับทุน 175 ปีฯ แต่โอกาสที่เขาได้รับตลอด 1 ปีจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะติดตัวเขาตลอดไป และจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตในอนาคตของป๊อกอย่างแน่นอนค่ะ" ขณะที่ป๊อกให้เหตุผลว่า "อยากกลับมาเป็นอาจารย์ในคณะครุศาสตร์ เพราะผมมองว่า เป็นโอกาสในการสร้างบุคลากรที่จะมาเป็นครู ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการศึกษา ถ้าเราสามารถผลิตครูที่ดีได้ ครูเหล่านั้นก็จะออกไปทำหน้าที่สร้างเด็กที่ดีให้กับสังคมไทยอีกมากมายหลายร้อยคน ดังนั้น ถ้าเราสามารถสร้างครูที่ทำให้เด็กดีขึ้นได้ เราสร้างครูดีกว่าครับ" หลังจากนี้ ป๊อกจะเดินทางไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในโปรแกรม Second language Studies เขาให้เหตุผลว่า "ตัวสาขาวิชาที่เลือกไปเรียนนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ แต่มันเป็นการข้ามศาสตร์กัน ดังนั้น มันจึงมีมุมมองใหม่ ๆ อีกมากเกี่ยวกับการเรียนภาษาต่างประเทศที่ในเมืองไทยยังไม่ปรากฏ ผมจึงอยากนำมุมมองใหม่ ๆ เหล่านี้เข้ามาในประเทศไทยบ้าง เพื่อที่ว่ามันจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนของไทยได้อีกทางหนึ่งครับ"
พี่ลาเต้ ได้อ่านบทความนี้จบแล้ว...ต้องบอกว่า สบายใจครับ เพราะจากที่อ่านได้ให้แง่คิดต่างๆได้ดีมาก โดยเฉพาะประโยคที่ว่า ทุนการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่มอบให้คนเก่งแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนคิดดี มันสร้างกำลังใจสำหรับเด็กไม่เก่งอย่างพี่ได้ดีมาเลยครับ...น้องๆหละครับ อ่านเรื่องนี้แล้วเป็นไงมาคุยกันได้นะครับ... |
21 ความคิดเห็น
ดีมากๆเลย เราก้เรียนไม่เก่งนะ ว้าวตัวอย่างที่ดีมากๆเลย
ยินดีกับพี่ป๊อกด้วยนะคร้าบบบบ
อย่าลืมของฝากน้องล่ะท่าน
เห็นด้วยนะคับ มีวิสัยทัศน์ที่เยี่ยมไปเลย