|
สลดนักเรียน ม.4 โรงเรียนดังเมืองกาญจน์คิดสั้น ซดยาพิษประชดชะตาชีวิต เหตุพ่อป่วยเป็นอัมพาตนอนพะงาบ แม่ต้องหาเงินลำพัง เหนื่อยสายตัวแทบขาด คิดมากจนเครียด เรียนไม่ทันเพื่อน เลือกทางผิดซดยาพิษหนีปัญหา ทิ้ง จ.ม.ลาตาย ขอโทษแม่ อ้างสงสารไม่อยากเห็นแม่เหนื่อย อยากหยุดเรียนออกมาช่วยทำงาน ด้านแม่หนุ่มน้อยใจสลาย น้ำตาไหลนองแทบขาดใจ เผยเหนื่อยแค่ไหนก็ยอมทำเพื่อลูก วอนให้เป็นกรณีตัวอย่าง จี้รัฐช่วยเหลือคนจน หนุ่ม ม.4 คิดสั้นซดยาพิษประชดโชคชะตาดับอนาถครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 20 พ.ค. พ.ต.ท.ถวิล ระเบียบแหวน สวส.สภ.สำรอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนกินยาตาย ที่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 8 ต.พังตรุ จึงรีบไปสอบสวนพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ท่าม่วง ที่เกิดเหตุ ภายในห้องนอนพบร่างของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือนายณัฐวุฒิ หรือป๋อง ฉุยเนย อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รร.ท่ามะกาวิทยาคม อ.ท่ามะกา นอนหงายสวมกางเกงชั้นในสีน้ำตาลเพียงตัวเดียว สภาพศพน้ำลายฟูมปาก ที่ข้างตัวของผู้ตายพบขวดยาฆ่าหญ้าในนาข้าว ยี่ห้อสตินเล่อร์ 1 ขวดซึ่งมีน้ำยาเหลือเพียงครึ่งขวดวางอยู่ และที่หัวเตียงนอนพบจดหมายลาตายทิ้งไว้ 1 ฉบับ ตรวจสอบภายในห้องนอนและตามร่างกายของ ผู้ตายไม่พบร่องรอยบาดแผลการถูกทำร้าย และภายในห้องนอนไม่พบร่องรอยการถูกรื้อค้น จึงมอบศพนำส่ง รพ.ท่าม่วง ทำการชันสูตร พลิกศพ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเนื้อความในจดหมายลาตาย ที่นายณัฐวุฒิเขียนถึงแม่ พบว่าเป็นการกล่าวตัดพ้อในโชคชะตา และขอโทษแม่ ระบุว่าสาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะหลังจากที่ตัวเองสอบเข้า รร.ใหม่ เรียนไปก็ไม่รู้เรื่องจนเกิดอาการเครียดไม่สามารถเรียนทันเพื่อนได้ เนื่องจากสงสารเห็นพ่อซึ่งล้มป่วยเป็นอัมพาตนอนอยู่กับบ้านมานานถึง 4 ปี ขณะที่แม่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสียให้ตัวเองเรียนต่อที่ รร.ท่ามะกาวิทยาคม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้านนางล้วน ฉุยเนย อายุ 47 ปี แม่ของผู้ตายร่ำไห้ปิ่มขาดใจ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้าที่นายณัฐวุฒิ บุตรชายจะกินยาตาย 2 วัน ลูกชายมาบ่นให้ฟังว่าเบื่อหน่ายที่เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่อยากเรียนแล้วอยากออกมาช่วยงานแม่ เพราะเห็นแม่เหนื่อยมากทำงานคนเดียวหาเลี้ยงครอบครัว รวมทั้งต้องดูแลนายสุชิน ฉุยเนย อายุ 51 ปี บิดาที่นอนป่วยเป็นอัมพาต แถม ต้องหาเงินส่งเสียให้ตัวเองเรียนอีก ซึ่งตนได้ให้กำลังใจลูก บอกว่าไม่เป็นไร หากเรียนไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้หยุดพักไปปีหนึ่งก็ได้ ส่วนเรื่องการเล่าเรียนไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตนเองยอมเหน็ดเหนื่อยเพราะอยากเห็นลูกมีอนาคต ไม่คาดคิดว่าลูกชายจะมาคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าว |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์พ |


29 ความคิดเห็น
มันอยากตายก็ให้มันตายไปสิ
เหอะๆ สงสารแม่อ่ะ ไม่น่าคิดอะไรสั้นๆเลย แล้วงี้แม่จะเป็นไงบ้างล่ะ
สู้ตั้งใจเรียนให้จบ หางานดีๆทำ อดใจทนอีกไม่กี่ปีเอง
ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
คนที่ลำบากข้าวไม่มีจะกินก็ยังมีอีกเยอะนะ แต่ทำไมเขาอยู่ได้
เพราะเขาสู้ชีวิตไงคะ สู้จนกว่าจะหมดลมหายใจ
ตราบที่ยังไม่ตายและยังมีแรงอยู่ก็สู้เข้าไป สู้ให้ถึงที่สุด
คิดว่าการที่ตัวเองตายจะทำให้พ่อกับแม่สบายขึ้นรึไง
ทำอะไรบ้าๆ การศึกษาก็มีเรียนมาตั้ง 10 กว่าปีแล้ว
มาสิ้นคิดกับเรื่องแค่นี้ ไม่ไหวเลยจริงๆ
เรื่องแบบนี้อีกแล้ว
เสียใจด้วยนะค่ะ
ใช่เห็นว่าเราอาจจะเป็นภาระให้แม่ที่หาเงินให้เรามาตาแทบเลือดกระเด็น แต่ที่ทำไผปเพื่อลูก ไม่มีคำว่าเหนื่อยสำหรับแม่หรอกน่ะ
แต่เราคนๆนั้นคงจะบีบคั้นจัดคิดและมองออกไปไม่กว้างพอว่า ถ้าคุณตามไม่ทันก็ชั่งหัวมันหยุดสักปีล้งวเก็บเงินทำงานก่อนแล้วค่อยเรียนก็ได้
จะเป็นไรไป อายเพื่อนหรอ?? อายทามมายเพราะเราหยุดเพราะเหตุจำเป็น ใช่ไหมล่ะ??
แล้วพอเรียนจบก็หางานทำ แล้วช่วยแม่ทำมาหากินหาเงินมารักษาดแลพ่อ
มันจะไม่ดีกว่าหรือ หากคนเรามันมองไปข้างหน้าอีกนิด ชีวิตคงจะไม่มาจบด้วยน้ำตาของแม่ มันคุ้มแล้วหรือที่จะทำ!!
ถึงเธอจะไม่อยู่แล้วแต่ขอให้คนอื่นๆที่เห็นกระทู้นี้ลองหันไปมองให้รอบด้าน คิดให้ไกล ฝันให้ไปถึงฝัน
อุปสรรคอย่าไปใส่ใจ เราล้มแล้วก็ลุกได้ ลุกไม่ไหวก็พักสิ พักหรือถอยมาสักก้าวสองก้าว
เพื่อตั้งหลักที่ดีกว่า การเดินก้าวต่อไปอย่างไม่แน่นอน