 |
| สวีดัด สวัสดี ชาวเด็กดีทุกคนครับ...พี่ลาเต้ หนุ่มหน้ามน(คนพระประแดง) มาแล้วครับ...มาพร้อมกับคอลัมน์สุดฮิตขวัญใจชาวกวดวิชาอีกเช่นเคย และวันนี้อาจารย์กวดวิชาคนสำคัญที่ พี่ลาเต้ จะพามาแนะนำ ชาวเด็กดีที่อยู่ย่านจรัลสนิทวงศ์คงจะรู้จัก และคุ้นชื่ออย่างดี ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน อาจารย์ทนงศักดิ์ อัศวชัยวิกรม หรือ อ.โจ้ แห่งกวดวิชาบ้านบัณฑิต นั้นเองครับ...และวันนี้อาจารย์มาพร้อมกับเคล็ดลับแอดมิชชั่นมากมายเลยหละครับ...ขอบอกว่าน่าสนใจมากๆ เอาเป็นว่าไม่ต้องเสียเวลา เราไปอัพเดทกันเลยครับ... | |
 | |
 |
|
พี่ลาเต้ : ก่อนอื่นให้อาจารย์แนะนำตัวกับชาวเด็กดีด้วยครับ อ.โจ้ : สวัสดีครับ อาจารย์ทนงศักดิ์ อัศวชัยวิกรม หรือ พี่โจ้ ของน้องๆครับ การศึกษา มัธยมศึกษา : โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
พี่ลาเต้ : โอ้โห้...เรียนจบสถาบันดังๆทั้งนั้นเลย...ว่าแต่เริ่มมาเป็นอาจารย์กวดวิชาได้ยังไงครับเนี่ย อ.โจ้ : เริ่มสอนมาตั้งแต่อยู่ ม.6 ครับ...โดยตอนนั้นถูกเพื่อนๆในกลุ่มมองว่าเราเก่งด้านคณิตศาสตร์ เวลาสอบก็จะมอบหมายให้เราเป็นคนติวประจำกลุ่ม แม้กระทั่งตอนสอบเอนทรานซ์ก็ยังติวกันอยู่ ซึ่งในกลุ่มที่ติวทั้งหมด 7 คนก็สอบเอนทรานซ์ติดเข้ามหาวิทยาลัยได้ครบทุกคน จากนั้นพอเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยก็ยังคงติวให้น้องๆที่รู้จักกลุ่มเล็กๆอยู่ครับ และรวมถึงกลับเข้าไปช่วยติวให้กับรุ่นน้อง ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนอื่นๆอีกด้วยครับ...ก็เปิดติวในลักษณะนี้มาเรื่อยๆครับ จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโท ก็เลยตัดสินใจมาเปิดโรงเรียนกวดวิชาแบบทางการครับ ซึ่งก็คือ บ้านบัณฑิต ในปัจจุบันครับ |
 |
|
พี่ลาเต้ : อ๋อ...เป็นมาอย่างนี้นี่เอง...แล้วทำไมถึงตั้งชื่อว่า “บ้านบัณฑิต” หละครับ อ.โจ้ : ที่ตั้งชื่อนี้ เพราะคำว่า “บ้าน” มันดูอบอุ่นดีครับ ไม่หนัก ไม่ทางการเกินไป ส่วนคำว่า “บัณฑิต” ก็มาจากความมุ่งหวังของน้องๆที่มาเรียนครับ เพราะจากที่ติวมาน้องๆต่างก็มีความหวังอยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ และเป็นบัณฑิตในที่สุด สรุปก็คือ “บ้านบัณฑิต” มีความหมายว่า เป็นบ้านที่สอนให้น้องๆทุกคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ และเป็นบัณฑิตในที่สุดครับ
พี่ลาเต้ : โอ้...ความหมายลึกซึ้ง กินใจ ตรงประเด็นมากๆ แล้ว “บ้านบัณฑิต” ตอนนี้มีสาขาอะไร ยังไงบ้างครับ อ.โจ้ : ตอนนี้มีทั้งหมด 2 สาขาครับ คือสาขาจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นสาขาที่สอนสด และสาขานนทบุรี เป็นสาขารอบวิดีโอครับ ส่วนชาวเด็กดีคนไหนที่สนใจ แต่ไม่สามารถมาเรียนได้ ทางบ้านบัณฑิต ก็มี ดีวีดี ให้เป็นตัวช่วยได้ครับ เพราะภายในดีวีดีจะเป็นการบันทึกสอนสดทั้งหมด ซึ่งก็จะเหมือนมานั่งเรียนทุกอย่าง โดยตอนนี้หลายๆโรงเรียนก็นำไปเปิดให้นักเรียนในชั้นดู ซึ่งก็จะช่วยประหยัดได้มากครับ |
 |
|
พี่ลาเต้ : แหม...แนวคิดนี้เข้ากับยุคเศรษฐกิจตอนนี้มากๆ งั้นเปลี่ยนมาถามเรื่องแนวการสอนของ อ.โจ้ บ้างดีกว่า อ.โจ้ : แนวการสอนที่นี้คือ เราจะทำให้เด็กที่มาเรียนที่นี่ทุกคน สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ครับ...ซึ่งเป็นเป็นจุดเด่นของสถาบัน และเป็นแนวคิดของผู้สอนมานานแล้ว...เพราะมองว่าเราต้องการตอบความต้องการของเด็กๆที่เสียตังค์มาเรียนกวดวิชา ที่ต่างมาเรียนเพื่อต้องการที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ครับ
พี่ลาเต้ : แล้วอาจารย์มีวิธีอย่างไรที่จะทำให้คนที่มาเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ครับ อ.โจ้ : เราจะเน้นการเจาะลึก และวิเคราะห์ข้อสอบครับ โดยการนำข้อสอบเก่าๆมาอ่านทำความเข้าใจ จากนั้นก็จะวิเคราะห์ว่า แนวข้อสอบมักจะออกแบบนี้ อย่างนี้ หรือแบบไหน อย่างไหน ซึ่งที่ผ่านมาการเจาะลึกด้วยวิธีนี้ก็ถือว่าได้ผลดีมากๆครับ เพราะจากปีก่อนๆ รุ่นก่อนๆ ก็สามารถสรุปเนื้อหาได้ตรงกับแนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า 80% ของข้อสอบทั้งหมด ซึ่งจากทั้งหมดนี้ มันก็จะทำให้น้องที่เข้ามาเรียน ได้รู้แนวข้อสอบ ได้รู้วิธีคิด และรูปแบบโจทย์มากขึ้นครับ
พี่ลาเต้ : ฟังแนวคิดแล้วน่าเรียนจริงๆ แล้ว อ.โจ้ มีเทคนิคในการสอนยังไงบ้างครับ อ.โจ้ : ต้องบอกว่าเป็นคนที่ทุ่มเทในการสอนมากๆ ซึ่งก็เพราะอยากให้น้องๆที่เรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทุกคน และระหว่างเรียน หากน้องๆคนไหนสงสัย หรือไม่เข้าใจ ก็สามารถถามได้ทันที รวมให้มาปรึกษาเรื่องเรียน เรื่องแนะแนวต่างๆด้วย โดยเพื่อสร้างความเป็นกันเอง และรู้จักน้องๆที่เรียนให้มากที่สุด | |
 | |
 |
|
พี่ลาเต้ : มาเข้าเรื่องเคล็ดลับการเรียนบ้างดีกว่า เห็นบอกว่าตอนมัธยม อ.โจ้ เก่งเลขมากๆ มีเทคนิคอะไรพิเศษไหมครับ อ.โจ้ : ไม่มีอะไรนะครับ ทบทวนอย่างเดียวล้วนๆ ก่อนเรียนก็จะมาอ่าน ซึ่งช่วงที่เราอ่านนั้น แน่นอนว่ามันจะไม่เข้าใจ แต่เราก็จะเอาสิ่งที่ไม่เข้าใจตรงนั้นแหละครับ ไปถามอาจารย์ ซึ่งมันก็จะได้เปรียบเพื่อนๆตรงที่ว่า เรารู้เนื้อหา และรู้ข้อสงสัยมาก่อน อีกอย่างที่สำคัญคือ ต้องหมั่นทำการบ้าน และอ่านโจทย์เยอะๆครับ เพราะเหมือนกับการเล่นกีฬาครับ หากอ่านกติกาอย่างเดียว แต่ไม่เคยลงเล่น ลงแข่งซักครั้ง ก็คงจะเป็นนักกีฬาที่เก่งไม่ได้ ดังนั้นหากอยากจะเก่งคณิตศาสตร์ ก็ต้องซ้อมเยอะๆเช่นเดียวกันครับ
พี่ลาเต้ : หากมีน้องคนหนึ่งเดินมาบอกว่าไม่ชอบคณิตศาสตร์ แต่อยากจะเรียนเก่ง ต้องทำยังไงบ้าง อ.โจ้ : สิ่งแรกคือ คงต้องให้น้องคนนั้นลดความอคติในการชอบ ไม่ชอบ ออกไปก่อน แล้วบอกถึงคณิตศาสตร์ในแง่มุมที่สนุก วิธีคิดง่ายๆ เพราะสูตรลัดของคณิตศาสตร์มีอยู่เยอะ และเด็กหลายๆคนไม่รู้ ไม่เคยเห็น ก็เลยถอดใจ และไม่ชอบคณิตศาสตร์ไปในที่สุด แต่สิ่งสำคัญของน้องคนนี้นั้นก็คือ การทบทวน และฝึกซ้อมครับ
|
 |
พี่ลาเต้ : ช่วงนี้น้องๆ ม.ปลาย อาจจะต้องเลือกแผนการเรียนด้วยครับ อ.โจ้ มีวิธีเลือกกับเรื่องนี้ยังไงบ้างครับ อ.โจ้ : ต้องเลือกจากความสนใจ และความถนัดเลยครับ โดยอย่าไปคิดว่าสายวิทยาศาสตร์ จะทำให้เรามีโอกาสในการเลือกคณะได้มากกว่า แต่อยากให้คิดว่า เราเหมาะสม และมีประโยชน์กับการเรียนด้านไหนมากที่สุด เช่นบางคนเก่งภาษามากๆ แต่มาเรียนสายวิทย์ เพราะจะได้มีสิทธิ์มากๆ ซึ่งตลอดเวลาที่เรียนสายวิทย์ มันก็จะไม่ได้ใช้ความสามารถ และประโยชน์ที่มีอยู่ในตัวเราสักนิดเลย...แต่กลับกันต้องมาแบกภาระอยู่กับเรื่องที่เราไม่ถนัดครับ | |
 | |
 |
|
พี่ลาเต้ : มาต่อกันที่เรื่องแอดมิชชั่นกันบ้างครับ อ.โจ้ ว่าระบบนี้มันดี หรือไม่ดี ยังไงบ้างครับ อ.โจ้ : ผมว่ามันเป็นระบบที่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุนะ เพราะเท่าที่ดูแล้ว ระบบนี้ทำขึ้นมาเพื่อลดการกวดวิชาให้น้อยลง แต่พอมาใช้จริงๆ กลับมียอดเด็กเรียนกวดวิชามากขึ้น แต่หากนำไปเปรียบเทียบกับ ระบบเอนทรานซ์ก่อนๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าระบบเก่าไม่เครียด ไม่กดดันกว่า ซึ่งสาเหตุที่มันทำให้เด็กเครียดก็เพราะว่า มีการสอบครั้งเดียว และที่นั่ง ของ ม.รัฐบาล ก็น้อยมากๆ เลยอยากแนะนำการแก้ไขว่า อยากให้ทาง ม.รัฐบาลต่างๆ อาจจะเพิ่มจำนวนการรับให้มากขึ้น และคัดกรองคุณภาพตอนขาออกแทนขาเข้า คือ ตอนสอบเข้า คัดเลือกส่วนหนึ่ง แต่ตอนจบการศึกษาก็คัดอีกรอยหนึ่งให้หนักขึ้น ไม่ให้สถาบันเสียเครดิตคุณภาพไปได้
พี่ลาเต้ : ข้อสอบคณิตศาสตร์ ทั้ง O-NET และ A-NET จะออกแนวไหนครับ อ.โจ้ : ข้อสอบจะออกจากเนื้อหา ม.ปลาย ทั้งหมดครับ น้องๆไม่ต้องกลัวว่าจะไม่รู้แนวข้อสอบ เพราะแต่ละปีก็จะออกแนวคล้ายๆกัน ดังนั้นเริ่มอ่าน ทบทวนได้เลยตั้งแต่ ม.4 – ม.6 รับรองว่าเนื้อหาจะอยู่ในนั้นครับ แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องหาอ่านเพิ่มเติมนั้นก็คือ ข้อสอบเก่าๆ เพราะข้อสอบแอดมิชชั่น รูปแบบการถามจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับการเรียนในชั้นเรียน เปรียบเทียบกับ การเตะฟุตบอล การสอบในโรงเรียน จะเตะจากกลางสนามเข้าประตู แต่การสอบแอดมิชชั่น จะเตะจากขอบสนาม แล้วส่งให้เพื่อนเพื่อโหม่งเข้าประตูอีกที |
 |
|
พี่ลาเต้ : โอ้โห้...แล้วยังงี้น้องๆชาวเด็กดีที่สอบ จะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างครับเนี่ย อ.โจ้ : ทบทวน และฝึกซ้อมครับ เริ่มเลยคือการทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ม.4 – ม.6 จะเรียนแล้ว หรือยังไม่เรียน ก็ให้อ่าน และทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นก็ให้ไปหาคลังข้อสอบเก่าๆมาอ่าน โดยข้อสอบเก่าให้อ่านเพื่อรู้แนวการถาม เพราะการสอบแอดมิชชั่น การถามคำถามจะไม่เหมือนกันการสอบในโรงเรียนแน่นอน เมื่อทำ 2 อย่างนี้แล้ว ก็ให้มั่นใจครับว่าทำได้ เพราะคนอื่นๆทำวิธีนี้มาแล้วก็ทำได้
พี่ลาเต้ : พูดถึงแอดมิชชั่นแล้ว ก็นึกถึงเรื่องการเลือกคณะ อ.โจ้ มีเทคนิคในการเลือกอย่างไรครับ อ.โจ้ : เลือกตามความถนัดครับ คณะที่ชอบ คณะที่คะแนนได้ ถ้าไม่ใช่คณะที่ถนัด ก็ควรหลีกเลี่ยงอย่าไปเลือกครับ เพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า เลือกเข้าไปแล้วเรียนไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเอง ไม่ถนัด ก้จะต้องมาเสียเวลาอีกปี โดยการเรียนมหาวิทยาลัยนั้น มันจะไม่เรียนกลางๆ รวมๆ เหมือนมัธยม แต่มันจะเจาะลึกลงไปในเนื้อหา ดังนั้นหากไม่ถนัดในพื้นฐาน ก็ยากที่จะเรียนจบครับ
พี่ลาเต้ : ในฐานะที่ อ.โจ้ เป็นพี่อีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สุดท้ายนี้อยากให้ฝากเคล็ดลับในการเตรียมตัวแอดมิชชั่นด้วยครับ อ.โจ้ : หลักง่ายๆ 3 ข้อครับ 1.เป้าหมาย 2.วางแผน 3.ปฏิบัติ คือก่อนอื่นเราต้องมีเป้าหมายก่อนว่า อะไรคือปลายทางของเรา หลังจากนั้นเราก็เริ่มวางแผน ว่าจะทำยังไง เสริมตรงไหน แก้ตรงไหน รวมถึงการหาข้อมูลประกอบการวางแผนด้วย จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติตามที่วางไว้ได้เลยครับ 3 ข้อเป็นหลักง่ายๆครับ
| |
 | |
 |
พี่ลาเต้ : สุดท้ายนี้สิ่งที่ อ.โจ้ ภาคภูมิใจมากที่สุดในการเป็น “ครู” คืออะไรครับ อ.โจ้ : สิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดเลย คือคืนที่ประกาศผลแอดมิชชั่น เราจะร่วมลุ้นไปกับนักเรียนทุกคน ทุกครั้งที่มีโทรศัพท์มาบอกว่า “ผมสอบติดแล้ว” “หนูสอบได้แล้ว” ทำให้เรารู้สึกภูมิใจมากๆครับ | |
 | |
 |
|
ชุติมา พฤกาพนาสรรค์ โรงเรียนโยธินบูรณะ --------------------------------------------------------
“อย่างแรก อ. จะสอนให้ “รู้เขารู้เรา” คือรู้วิธีคิดแบบพื้นฐานความเข้าใจ อย่างที่สอง “ความเข้าใจ” ตัวนี้สำคัญมาก เพราะเรียนตั้งแต่ ม.4 อ. สอนให้เข้าใจแล้วลืมยาก อ. สอนพื้นฐานทำให้รู้ที่มาที่ไปของสูตร หรือกราฟนั้นๆ” |
|
|
สกาวรัตน์ กรบงกชมาศ โรงเรียนสตรีวิทยา --------------------------------------------------------
“อาจารย์สอนดีมากค่ะ ทุ่มเทในการสอนมากๆ เน้นให้ทำข้อสอบรุ่นเก่าๆย้อนหลังหลายๆปี แถมยังมีเคล็ดลับมาแนะนำให้ถูกต้อง และรวดเร็วอีกด้วย ชอบตรงที่มีการวิเคราะห์ข้อสอบที่แม่น และชัดเจนมากๆ” | |
 | |
 |
|
คำพูดติดปาก : |
ข้อสอบนี้ ออกแน่ๆ |
| มุขเด็กประจำตัว : |
เล่าเรื่องบุคคลสำคัญ ที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นตัวอย่าง |
| วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน : |
ตั้งโจทย์ถามในห้อง |
| มุมหล่อของอาจารย์ : |
หน้าตรง |
| เสื้อผ้าตัวเก่ง : |
เสื้อเหลือง |
| ของใช้ที่พกประจำ : |
มือถือ |
| ชอปปิ้งแบบอาจารย์ : |
ซื้อหนังสือต่างๆ |
| คติประจำใจ : |
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว |
| เครื่องลางนำโชค : |
พระเครื่อง |
| อาหารที่ชอบ : |
ข้าวหมูแดง, อาหารญี่ปุ่น |
| สีที่ชอบ : |
สีทอง |
| งานอดิเรก : |
อ่านหนังสือ, เล่นแบตมินตัน |
| หนังสือเล่มโปรด : |
สไปเดอร์แมน | |
 | |
 |
35 ความคิดเห็น
มาโปรโมตๆๆ
หนูกะพี่ชาย(ไม่แท้)
สอบได้เตรียมกะมหิดลวิทย์ก็เพราะอ.โจ้ค่ะ =]
ขอบคุณนะคะ
ดันนน นน
ผมเคยเรียนเลขกับอ.โจ้มาตั้งแต่ม.4 ทำให้สอบมิดเทอมที่โรงเรียนได้เกือบเต็มแน่ งงกับตัวเองเหมือนกัน แต่เหมือนเรียนแล้วมันเข้าใจแบบเข้าใจจริงๆ ไม่ใช่เข้าใจเพราะจำมา
ตอนจะแอดมิดชั่น ผมลงคอร์สตลุยโจทย์ไป ปรากฎว่าทั้งคอร์สเรียนอยู่คนเดียว เค้าเลยให้เลือกว่าเอา DVD มาดูที่บ้านมั้ยจะได้ไม่ต้องนั่งรถมาเรียน ได้DVD มาก็ดีครับ นั่งดูซ้ำไปซ้ำมาจนเข้าใจเลย
ขอบคุณครับ ... ถ้าไม่ได้อ.โจ้ ผมก็อาจจะแอดมิดไม่ติดก็เป็นได้
ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่ อาจารย์ ซึ่งเป็นเพื่อนรักของผม ได้ติวให้ เมื่อครั้ง Entrance 20 กว่าปีมาแล้ว
รักเพื่อนเสมอ
ก้อน
ต้องขอบคุณอาจานมากคับ พ่มซื้อแต่--- ดีวีดี--- มาดูอย่างเดียว
ดู เช้า ดูเย็น ก่อนสอบ---ดูขณะกินข้าว
ถึงพ่มจะไม่ได้เรียนกับอาจาน++ตัวต่อตัว++แต่รู้ได้เลยว่าอาจานอยากหั้ย ความรู้เด็กมากมาย
ขอบคุนมาก++ที่เปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งอย่างพ่ม++
ถึงคะแนนจะไมสูงมากแต่ก้อได้ วิดวะศิลปากร--การจัดการและโลจิสติก
ขอหั้ยอาจาน สู้ๆๆๆ ต่อไปนะคับ
จาก เด็กฝากแม่โทรและโอนตัง-----
อ. สอนดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก