Close Up : อ.โจ้ แห่งกวดวิชาบ้านบัณฑิต []

มารู้จัก อ.โจ้ เจ้าของสโลแกนที่ว่า สอนคณิตให้จำง่าย แต่ลืมยาก
24,305 35
                สวีดัด สวัสดี ชาวเด็กดีทุกคนครับ...พี่ลาเต้ หนุ่มหน้ามน(คนพระประแดง) มาแล้วครับ...มาพร้อมกับคอลัมน์สุดฮิตขวัญใจชาวกวดวิชาอีกเช่นเคย และวันนี้อาจารย์กวดวิชาคนสำคัญที่ พี่ลาเต้ จะพามาแนะนำ ชาวเด็กดีที่อยู่ย่านจรัลสนิทวงศ์คงจะรู้จัก และคุ้นชื่ออย่างดี ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน อาจารย์ทนงศักดิ์ อัศวชัยวิกรม หรือ อ.โจ้ แห่งกวดวิชาบ้านบัณฑิต นั้นเองครับ...และวันนี้อาจารย์มาพร้อมกับเคล็ดลับแอดมิชชั่นมากมายเลยหละครับ...ขอบอกว่าน่าสนใจมากๆ เอาเป็นว่าไม่ต้องเสียเวลา เราไปอัพเดทกันเลยครับ...

พี่ลาเต้ : ก่อนอื่นให้อาจารย์แนะนำตัวกับชาวเด็กดีด้วยครับ
อ.โจ้ : สวัสดีครับ อาจารย์ทนงศักดิ์ อัศวชัยวิกรม หรือ พี่โจ้ ของน้องๆครับ
การศึกษา  มัธยมศึกษา : โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
     ปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
     ปริญญาโท : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

พี่ลาเต้ : โอ้โห้...เรียนจบสถาบันดังๆทั้งนั้นเลย...ว่าแต่เริ่มมาเป็นอาจารย์กวดวิชาได้ยังไงครับเนี่ย
อ.โจ้ : เริ่มสอนมาตั้งแต่อยู่ ม.6 ครับ...โดยตอนนั้นถูกเพื่อนๆในกลุ่มมองว่าเราเก่งด้านคณิตศาสตร์ เวลาสอบก็จะมอบหมายให้เราเป็นคนติวประจำกลุ่ม แม้กระทั่งตอนสอบเอนทรานซ์ก็ยังติวกันอยู่ ซึ่งในกลุ่มที่ติวทั้งหมด 7 คนก็สอบเอนทรานซ์ติดเข้ามหาวิทยาลัยได้ครบทุกคน จากนั้นพอเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยก็ยังคงติวให้น้องๆที่รู้จักกลุ่มเล็กๆอยู่ครับ และรวมถึงกลับเข้าไปช่วยติวให้กับรุ่นน้อง ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนอื่นๆอีกด้วยครับ...ก็เปิดติวในลักษณะนี้มาเรื่อยๆครับ จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโท ก็เลยตัดสินใจมาเปิดโรงเรียนกวดวิชาแบบทางการครับ ซึ่งก็คือ บ้านบัณฑิต ในปัจจุบันครับ

 

พี่ลาเต้ : อ๋อ...เป็นมาอย่างนี้นี่เอง...แล้วทำไมถึงตั้งชื่อว่า “บ้านบัณฑิต” หละครับ
อ.โจ้ : ที่ตั้งชื่อนี้ เพราะคำว่า “บ้าน” มันดูอบอุ่นดีครับ ไม่หนัก ไม่ทางการเกินไป ส่วนคำว่า “บัณฑิต” ก็มาจากความมุ่งหวังของน้องๆที่มาเรียนครับ เพราะจากที่ติวมาน้องๆต่างก็มีความหวังอยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ และเป็นบัณฑิตในที่สุด สรุปก็คือ “บ้านบัณฑิต” มีความหมายว่า เป็นบ้านที่สอนให้น้องๆทุกคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ และเป็นบัณฑิตในที่สุดครับ

พี่ลาเต้ : โอ้...ความหมายลึกซึ้ง กินใจ ตรงประเด็นมากๆ แล้ว “บ้านบัณฑิต” ตอนนี้มีสาขาอะไร ยังไงบ้างครับ
อ.โจ้ : ตอนนี้มีทั้งหมด 2 สาขาครับ คือสาขาจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นสาขาที่สอนสด และสาขานนทบุรี เป็นสาขารอบวิดีโอครับ ส่วนชาวเด็กดีคนไหนที่สนใจ แต่ไม่สามารถมาเรียนได้ ทางบ้านบัณฑิต ก็มี ดีวีดี ให้เป็นตัวช่วยได้ครับ เพราะภายในดีวีดีจะเป็นการบันทึกสอนสดทั้งหมด ซึ่งก็จะเหมือนมานั่งเรียนทุกอย่าง โดยตอนนี้หลายๆโรงเรียนก็นำไปเปิดให้นักเรียนในชั้นดู ซึ่งก็จะช่วยประหยัดได้มากครับ

 

พี่ลาเต้ : แหม...แนวคิดนี้เข้ากับยุคเศรษฐกิจตอนนี้มากๆ งั้นเปลี่ยนมาถามเรื่องแนวการสอนของ อ.โจ้ บ้างดีกว่า
อ.โจ้ :  แนวการสอนที่นี้คือ เราจะทำให้เด็กที่มาเรียนที่นี่ทุกคน สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ครับ...ซึ่งเป็นเป็นจุดเด่นของสถาบัน และเป็นแนวคิดของผู้สอนมานานแล้ว...เพราะมองว่าเราต้องการตอบความต้องการของเด็กๆที่เสียตังค์มาเรียนกวดวิชา ที่ต่างมาเรียนเพื่อต้องการที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ครับ

พี่ลาเต้ : แล้วอาจารย์มีวิธีอย่างไรที่จะทำให้คนที่มาเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ครับ
อ.โจ้ : เราจะเน้นการเจาะลึก และวิเคราะห์ข้อสอบครับ โดยการนำข้อสอบเก่าๆมาอ่านทำความเข้าใจ จากนั้นก็จะวิเคราะห์ว่า แนวข้อสอบมักจะออกแบบนี้ อย่างนี้ หรือแบบไหน อย่างไหน ซึ่งที่ผ่านมาการเจาะลึกด้วยวิธีนี้ก็ถือว่าได้ผลดีมากๆครับ เพราะจากปีก่อนๆ รุ่นก่อนๆ ก็สามารถสรุปเนื้อหาได้ตรงกับแนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า 80% ของข้อสอบทั้งหมด ซึ่งจากทั้งหมดนี้ มันก็จะทำให้น้องที่เข้ามาเรียน ได้รู้แนวข้อสอบ ได้รู้วิธีคิด และรูปแบบโจทย์มากขึ้นครับ

พี่ลาเต้ : ฟังแนวคิดแล้วน่าเรียนจริงๆ แล้ว อ.โจ้ มีเทคนิคในการสอนยังไงบ้างครับ
อ.โจ้ : ต้องบอกว่าเป็นคนที่ทุ่มเทในการสอนมากๆ ซึ่งก็เพราะอยากให้น้องๆที่เรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทุกคน และระหว่างเรียน หากน้องๆคนไหนสงสัย หรือไม่เข้าใจ ก็สามารถถามได้ทันที รวมให้มาปรึกษาเรื่องเรียน เรื่องแนะแนวต่างๆด้วย โดยเพื่อสร้างความเป็นกันเอง และรู้จักน้องๆที่เรียนให้มากที่สุด

พี่ลาเต้ : มาเข้าเรื่องเคล็ดลับการเรียนบ้างดีกว่า เห็นบอกว่าตอนมัธยม อ.โจ้ เก่งเลขมากๆ มีเทคนิคอะไรพิเศษไหมครับ
อ.โจ้ : ไม่มีอะไรนะครับ ทบทวนอย่างเดียวล้วนๆ ก่อนเรียนก็จะมาอ่าน ซึ่งช่วงที่เราอ่านนั้น แน่นอนว่ามันจะไม่เข้าใจ แต่เราก็จะเอาสิ่งที่ไม่เข้าใจตรงนั้นแหละครับ ไปถามอาจารย์ ซึ่งมันก็จะได้เปรียบเพื่อนๆตรงที่ว่า เรารู้เนื้อหา และรู้ข้อสงสัยมาก่อน อีกอย่างที่สำคัญคือ ต้องหมั่นทำการบ้าน และอ่านโจทย์เยอะๆครับ เพราะเหมือนกับการเล่นกีฬาครับ หากอ่านกติกาอย่างเดียว แต่ไม่เคยลงเล่น ลงแข่งซักครั้ง ก็คงจะเป็นนักกีฬาที่เก่งไม่ได้ ดังนั้นหากอยากจะเก่งคณิตศาสตร์ ก็ต้องซ้อมเยอะๆเช่นเดียวกันครับ

พี่ลาเต้ : หากมีน้องคนหนึ่งเดินมาบอกว่าไม่ชอบคณิตศาสตร์ แต่อยากจะเรียนเก่ง ต้องทำยังไงบ้าง
อ.โจ้ : สิ่งแรกคือ คงต้องให้น้องคนนั้นลดความอคติในการชอบ ไม่ชอบ ออกไปก่อน แล้วบอกถึงคณิตศาสตร์ในแง่มุมที่สนุก วิธีคิดง่ายๆ เพราะสูตรลัดของคณิตศาสตร์มีอยู่เยอะ และเด็กหลายๆคนไม่รู้ ไม่เคยเห็น ก็เลยถอดใจ และไม่ชอบคณิตศาสตร์ไปในที่สุด แต่สิ่งสำคัญของน้องคนนี้นั้นก็คือ การทบทวน และฝึกซ้อมครับ

 
พี่ลาเต้ : ช่วงนี้น้องๆ ม.ปลาย อาจจะต้องเลือกแผนการเรียนด้วยครับ อ.โจ้ มีวิธีเลือกกับเรื่องนี้ยังไงบ้างครับ
อ.โจ้ : ต้องเลือกจากความสนใจ และความถนัดเลยครับ โดยอย่าไปคิดว่าสายวิทยาศาสตร์ จะทำให้เรามีโอกาสในการเลือกคณะได้มากกว่า แต่อยากให้คิดว่า เราเหมาะสม และมีประโยชน์กับการเรียนด้านไหนมากที่สุด เช่นบางคนเก่งภาษามากๆ แต่มาเรียนสายวิทย์ เพราะจะได้มีสิทธิ์มากๆ ซึ่งตลอดเวลาที่เรียนสายวิทย์ มันก็จะไม่ได้ใช้ความสามารถ และประโยชน์ที่มีอยู่ในตัวเราสักนิดเลย...แต่กลับกันต้องมาแบกภาระอยู่กับเรื่องที่เราไม่ถนัดครับ

พี่ลาเต้ : มาต่อกันที่เรื่องแอดมิชชั่นกันบ้างครับ อ.โจ้ ว่าระบบนี้มันดี หรือไม่ดี ยังไงบ้างครับ
อ.โจ้ : ผมว่ามันเป็นระบบที่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุนะ เพราะเท่าที่ดูแล้ว ระบบนี้ทำขึ้นมาเพื่อลดการกวดวิชาให้น้อยลง แต่พอมาใช้จริงๆ กลับมียอดเด็กเรียนกวดวิชามากขึ้น แต่หากนำไปเปรียบเทียบกับ ระบบเอนทรานซ์ก่อนๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าระบบเก่าไม่เครียด ไม่กดดันกว่า ซึ่งสาเหตุที่มันทำให้เด็กเครียดก็เพราะว่า มีการสอบครั้งเดียว และที่นั่ง ของ ม.รัฐบาล ก็น้อยมากๆ เลยอยากแนะนำการแก้ไขว่า อยากให้ทาง ม.รัฐบาลต่างๆ อาจจะเพิ่มจำนวนการรับให้มากขึ้น และคัดกรองคุณภาพตอนขาออกแทนขาเข้า คือ ตอนสอบเข้า คัดเลือกส่วนหนึ่ง แต่ตอนจบการศึกษาก็คัดอีกรอยหนึ่งให้หนักขึ้น ไม่ให้สถาบันเสียเครดิตคุณภาพไปได้

พี่ลาเต้ : ข้อสอบคณิตศาสตร์ ทั้ง O-NET และ A-NET จะออกแนวไหนครับ
อ.โจ้ : ข้อสอบจะออกจากเนื้อหา ม.ปลาย ทั้งหมดครับ น้องๆไม่ต้องกลัวว่าจะไม่รู้แนวข้อสอบ เพราะแต่ละปีก็จะออกแนวคล้ายๆกัน ดังนั้นเริ่มอ่าน ทบทวนได้เลยตั้งแต่ ม.4 – ม.6 รับรองว่าเนื้อหาจะอยู่ในนั้นครับ แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องหาอ่านเพิ่มเติมนั้นก็คือ ข้อสอบเก่าๆ เพราะข้อสอบแอดมิชชั่น รูปแบบการถามจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับการเรียนในชั้นเรียน เปรียบเทียบกับ การเตะฟุตบอล การสอบในโรงเรียน จะเตะจากกลางสนามเข้าประตู แต่การสอบแอดมิชชั่น จะเตะจากขอบสนาม แล้วส่งให้เพื่อนเพื่อโหม่งเข้าประตูอีกที

 

พี่ลาเต้ : โอ้โห้...แล้วยังงี้น้องๆชาวเด็กดีที่สอบ จะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างครับเนี่ย
อ.โจ้ :  ทบทวน และฝึกซ้อมครับ เริ่มเลยคือการทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา ตั้งแต่ ม.4 – ม.6 จะเรียนแล้ว หรือยังไม่เรียน ก็ให้อ่าน และทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นก็ให้ไปหาคลังข้อสอบเก่าๆมาอ่าน โดยข้อสอบเก่าให้อ่านเพื่อรู้แนวการถาม เพราะการสอบแอดมิชชั่น การถามคำถามจะไม่เหมือนกันการสอบในโรงเรียนแน่นอน เมื่อทำ 2 อย่างนี้แล้ว ก็ให้มั่นใจครับว่าทำได้ เพราะคนอื่นๆทำวิธีนี้มาแล้วก็ทำได้

พี่ลาเต้ : พูดถึงแอดมิชชั่นแล้ว ก็นึกถึงเรื่องการเลือกคณะ อ.โจ้ มีเทคนิคในการเลือกอย่างไรครับ
อ.โจ้ : เลือกตามความถนัดครับ คณะที่ชอบ คณะที่คะแนนได้ ถ้าไม่ใช่คณะที่ถนัด ก็ควรหลีกเลี่ยงอย่าไปเลือกครับ เพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า เลือกเข้าไปแล้วเรียนไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเอง ไม่ถนัด ก้จะต้องมาเสียเวลาอีกปี โดยการเรียนมหาวิทยาลัยนั้น มันจะไม่เรียนกลางๆ รวมๆ เหมือนมัธยม แต่มันจะเจาะลึกลงไปในเนื้อหา ดังนั้นหากไม่ถนัดในพื้นฐาน ก็ยากที่จะเรียนจบครับ

พี่ลาเต้ : ในฐานะที่ อ.โจ้ เป็นพี่อีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สุดท้ายนี้อยากให้ฝากเคล็ดลับในการเตรียมตัวแอดมิชชั่นด้วยครับ
อ.โจ้ : หลักง่ายๆ 3 ข้อครับ 1.เป้าหมาย 2.วางแผน 3.ปฏิบัติ คือก่อนอื่นเราต้องมีเป้าหมายก่อนว่า อะไรคือปลายทางของเรา หลังจากนั้นเราก็เริ่มวางแผน ว่าจะทำยังไง เสริมตรงไหน แก้ตรงไหน รวมถึงการหาข้อมูลประกอบการวางแผนด้วย จากนั้นก็ลงมือปฏิบัติตามที่วางไว้ได้เลยครับ 3 ข้อเป็นหลักง่ายๆครับ

พี่ลาเต้ : สุดท้ายนี้สิ่งที่ อ.โจ้ ภาคภูมิใจมากที่สุดในการเป็น “ครู” คืออะไรครับ
อ.โจ้ : สิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดเลย คือคืนที่ประกาศผลแอดมิชชั่น เราจะร่วมลุ้นไปกับนักเรียนทุกคน ทุกครั้งที่มีโทรศัพท์มาบอกว่า “ผมสอบติดแล้ว” “หนูสอบได้แล้ว” ทำให้เรารู้สึกภูมิใจมากๆครับ

ชุติมา     พฤกาพนาสรรค์    
โรงเรียนโยธินบูรณะ
--------------------------------------------------------

“อย่างแรก อ. จะสอนให้ “รู้เขารู้เรา” คือรู้วิธีคิดแบบพื้นฐานความเข้าใจ อย่างที่สอง “ความเข้าใจ” ตัวนี้สำคัญมาก เพราะเรียนตั้งแต่ ม.4 อ. สอนให้เข้าใจแล้วลืมยาก อ. สอนพื้นฐานทำให้รู้ที่มาที่ไปของสูตร หรือกราฟนั้นๆ”

สกาวรัตน์    กรบงกชมาศ    
โรงเรียนสตรีวิทยา
--------------------------------------------------------

“อาจารย์สอนดีมากค่ะ ทุ่มเทในการสอนมากๆ เน้นให้ทำข้อสอบรุ่นเก่าๆย้อนหลังหลายๆปี แถมยังมีเคล็ดลับมาแนะนำให้ถูกต้อง และรวดเร็วอีกด้วย ชอบตรงที่มีการวิเคราะห์ข้อสอบที่แม่น และชัดเจนมากๆ”

คำพูดติดปาก :
 ข้อสอบนี้ ออกแน่ๆ
มุขเด็กประจำตัว :  เล่าเรื่องบุคคลสำคัญ ที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นตัวอย่าง
วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน :  ตั้งโจทย์ถามในห้อง
มุมหล่อของอาจารย์ :  หน้าตรง
เสื้อผ้าตัวเก่ง :  เสื้อเหลือง
ของใช้ที่พกประจำ :  มือถือ
ชอปปิ้งแบบอาจารย์ :  ซื้อหนังสือต่างๆ
คติประจำใจ :  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
เครื่องลางนำโชค :  พระเครื่อง
อาหารที่ชอบ :  ข้าวหมูแดง, อาหารญี่ปุ่น
สีที่ชอบ :  สีทอง
งานอดิเรก :  อ่านหนังสือ, เล่นแบตมินตัน
หนังสือเล่มโปรด :  สไปเดอร์แมน
#บ้านบัณฑิต #อาจารย์ #โจ้ #กวดวิชา #TUTOR

บทความที่นิยมอ่านต่อ

35 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?