|
น้องๆเฟรชชี่ที่เพิ่งผ่านพ้นการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยหมาดๆ คงจะยังรู้สึกตื่นเต้นและสนุกสนานกับการรับน้องไม่หายเลยใช่ไหมคะ? พี่ปาล์มได้อ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและมีบทความดีๆเป็นควันหลงเกี่ยวกับการรับน้องมาฝากค่ะ
สำหรับเฟรชชี่เมื่อก้าวย่างเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็ย่อมพบกับความเปลี่ยนแปลง ทั้ง สถานที่ สังคม การเรียน กิจกรรม ต่างก็ล้วนเป็นสิ่งใหม่สำหรับเหล่าเฟรชชี่ไปเสียหมด นั่นล่ะจึงเป็นเหตุให้ แต่ละมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมรับน้องตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อปรับจูนให้น้องใหม่ทุกคนคุ้นเคยกับสิ่งใหม่ โดยกิจกรรมต่างๆนั้นก็แฝงไปด้วยการเชื่อมความสัมพันธ์ภายใต้รูปแบบของความสนุกและเต็มไปด้วยสีสัน
เราลองไปพูดคุยกับเหล่าบรรดารุ่นพี่ ที่เคยผ่านการรับน้องและจัดกิจกรรมรับน้องกันมาแล้ว ถึงไฮไลท์ของการรับน้องในแต่ละขั้วรอบรั้วสถาบัน

กอล์ฟ- พงศกร รุ่นพี่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากรั้วนนทรี กอล์ฟเล่าให้ฟังว่าคณะเขารับน้องกันตามปกติเพื่อให้รู้จักกันส่วนไฮไลท์ของการรับน้อง คือ การวิ่ง
สำหรับคณะผมจริงแล้วผมไฮไลท์มันก็อยู่ตรงที่เรามุ่งปลูกฝังด้านความคิดให้น้อง มีจิตสำนึกเรื่องพี่รักน้องน้องรักพี่ ส่วนการรับน้องก็จะรับปกติใช้เวลาตลอด 1 เดือน สุดท้ายแบบบับเฉพาะตัวของคณะเราก็คือการวิ่ง เรื่องวิ่งประเพณี เราทำติดต่อกันมา 63 ปีแล้ว เราจะวิ่งกันในพื้นที่ของคณะไม่ได้เยอะมาก ก่อนวิ่งก็จะมีการทำกิจกรรมร้องเพลง มันเป็นการทดสอบ ให้พร้อมกันกอดคอกันวิ่งต้องสามัคคีมันแฝงถืงการรวมกันเป็นน้ำหนึ่งจิตใจเดียวกัน วิ่งพร้อมรุ่นพี่เห็นว่าได้ทั้งสุขภาพและฝึกความสามัคคี มัน ถือเป็นไฮไลท์ของคณะวิศวะของผม เพราะมันเป็นประเพณีของเรา
พูห์ - นที ปฐมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ รุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยสยาม บอกคณะนิเทศของมหาวิทยาลัยเธอขึ้นชื่อเรื่องความสนุกสนาน ฉะนั้นเรื่องเต้นลีลาหลุดโลก นับเป็นไฮไลท์กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ รวมตัวกันทีกพลาดไม่ได้ต้องมีเต้นโชว์
ซ้อมร้องเพลงให้ได้ ให้รุ่นน้องนับถือรุ่นพี่ รุ่นพี่สนุกน้องก็สนุกด้วย นัดกันเจอกันที พลาดไม่ได้ที่จะต้องเต้นเต้นกันให้มันส์เลย เต้นไม่เป็นก็สอนเลยมองว่ามันเป็นสีสันของคณะ โดยให้กลุ่มรุ่นพี่ไปสั่งให้น้องเต้น แต่หากน้องอายพี่อย่างเราก็ช่วยเต้นเป็นเพื่อนเหมือนละลายพฤติกรรม ไม่ต้องอายกันเพื่อสร้างความเฮฮา สร้างรอยยิ้มด้วย
ถ้าพูดถึงเรื่องเต้นสนุก ก็คงจริงดังว่าที่นักศึกษาส่วนใหญ่ก็ยกตำแหน่งความสนุกสนานให้กับ คณะนิเทศศาสตร์ แต่หากพูดถึงความเฮฮา ความเป็นที่สนใจของคนในมหาวิทยาลัย ชาวม.มหาสารคารเขายกให้กับ คณะศิลปกรรมศาสตร์
ท๊อป กฤษดา ทิพวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ท็อปยกให้คณะศิลปกรรมศาสตร์เป็นเจ้าแห่งความแหวกแนวของที่นั่น ท็อปเล่าว่าช่วงแรกๆของการรับน้องคณะศิลปกรรมศาสตร์จะมีกิจกรรมเฮฮา แบบไม่เหมือนใครและเป็นที่สนอกสนใจของเพื่อนต่างคณะเสมอ
จริงๆแล้วคณะอื่นๆ ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะรับน้องแบบทหาร จะมีการเข้ากลุ่มเชียร์ ร้องเพลง วิ่งแล้วร้องเพลงเหมือนทหารฝึก ที่เหลือก็เป็นกิจกรรมต่างๆทั่วไป ร้องเพลงกันสนุกๆไป แต่คณะที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมศาสตร์ เขาจะมีกิจกรรมให้ทำ ให้แต่งหน้าเป็นผีไปเรียน แต่งตัวเป็นนางงามไปบ้างเดินในมหาวิทยาลัยก็ใส่มงกุฎอะไรแบบนี้ เรียนทั้งวันก็ไม่ล้างนะ เดินไปไหนก็ไปเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วตกเย็นมาทำกิจกรรมร่วมกัน กิจกรรมกัน ทำเอาคณะอื่นเห็นกิยิ้มก็สนใจ เพราะมันคือไฮไลท์ที่เป็นสีสันของเขา
ถัดออกไปยังมหาวิทยาลัยในแถบต่างจังหวัด ที่มีรูปแบบกิจกรรมการรับ้น้องไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร แต่ทว่า กิจกรรมดังกล่าวได้มีส่วนของประเพณีท้องถื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และนั่นก็นับว่า ประเพณีท้องถิ่นก็กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการรับน้องที่เป็นแบบฉบับเฉพาะ
เหมือนเป็นไฮไลท์ของการรับน้องสำหรับชาวมช.แล้วค่ะ เพราะรับน้องขึ้นดอยนักศึกษาใหม่เป็นพิธีเก่าแก่สืบทอดกันมากว่า 43 ปี ในวันรับน้องก็จ มีขบวนป้ายมหาวิทยาลัย พร้อมเสลี่ยงเครื่องสักการะ เสลี่ยงปราสาทเฉลิมพระชนมพรรษา เสลี่ยงช้างแก้ว แล้วก็จะนำรุ่นน้องใหม่ที่แต่งชุดพื้นเมืองบ้าง ชุดเชียร์ประจำคณะบ้าง
เดินจากประตูหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกสู่ถนนห้วยแก้ว สักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย แล้วก็มุ่งหน้าเดินเท้าไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ รวมระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตรค่ะ พอเดินเท้าถึงพระธาตุดอยสุเทพ ทุกคนก็จะปฏิญาณตนเป็นนักศึกษาและพลเมืองที่ดีของประเทศ รับโอวาทจากพระเถระผู้ใหญ่ และร้องเพลงเชียร์ บางคณะก็จะบูมกัน กิจกรรมประเพณีก็จะมีทั้งความขลังและสนุกไปด้วย
กิจกรรมรับน้องของชาวมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิก็เช่นเดียวกัน แอ๊ว-แพรวนภา บานสันเทียะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มรภ.ชัยภูมิ แอ๊วบอกกิจกรรมประเพณีของพวกเธอคือการนำน้องไปสักการะ พระพุทธราชภัฎภูมิชัย บวกกับการปลูกฝังให้รักถิ่นฐานบ้านเกิด นอกจากจะสอนให้น้องร้องเพลงคณะ และเพลงมหาวิทยาลัยเป็นแล้ว ยังเน้นให้ทุกคนร้องเพลงประจำจังหวัดให้ได้ด้วย
คือกิจกรรมที่มีก็ไม่ได้แตกต่างจากที่อื่นไปสักเท่าไร เพราะจริงๆเป้าหมายก็คือรักกันสามัคคีกัน รู้จักกัน ปรับตัวเข้าหากันโดยการนำกิจกรรมมาเป็นตัวเชื่อม แต่ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของเราคือ เราจะปลูกฝังจิตสำนึกให้รักบ้านเกิด
คือนอกจากน้องทุกคนจะได้ร้องเพลงมหาวิทยาลัย ร้องเพลงคณะ แล้วยังได้สอนให้ร้องเพลงประจำจังหวัดเป็นด้วย จะได้รู้ว่าจังหวัดของเรามีอะไร ปลูกฝังจิตสำนึกไปในตัว พร้อมประเพณี่ที่เป็นแบบฉบับของเราคือการ รวมตัวกันไปนมัสการพระพุทธราชภัฎภูมิชัย เพื่อขอพร และเพื่อความเป็นสิริมงคล ...
และไม่ว่าจะกี่รั้วกี่สถาบัน รูปแบบการรับน้องจะแตกต่างออกไปเพียงใด... ปัญญาชนเท่านั้นที่เป็นผู้ขีดความสนุกสนานไว้เพื่อนำพาไปสู่ขั้วแห่งวัตถุประสงค์ ของการรู้จักและช่วยเหลือกัน
น้องๆคนไหนมีประสบการณ์รับน้องที่สนุกสนานและประทับใจ อย่าลืมนำมาบอกต่อกันบ้างนะคะ

พี่ปาล์มขอขอบคุณบทความและภาพจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการค่ะ |
34 ความคิดเห็น
วิทยาศาสตร์ของม.สงขลานครินทร์ก็มีวิ่งรอบคณะเหมือนกานอ่ะ
มีพี่ว๊ากด้วย
ฮุๆๆๆ
หล่อมากมายอ่ะนะ