ต้องบอกว่าการศึกษาบ้านเรานั้นไม่หยุดนิ่งเลยนะครับ..พัฒนากันทุกกระบวนท่า ทุกระดับ ทุกวินาทีกันเลยทีเดียว ซึ่งล่าสุด ทาง สกอ. ก็ออกมาพัฒนาอีกครั้ง โดยคราวนี้เน้นด้านภาษา ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นไป อัพเดท กันเลยครับ

           ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้มอบสิทธิการเข้าใช้โปรแกรมสอนภาษาอังกฤษ Tell meMore ซึ่งเป็นสื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (Thailand Cyber University : TCU) ให้แก่เครือข่ายอุดมศึกษาไปแล้ว ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้านภาษาอังกฤษ ที่ช่วยเสริมทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้แก่ทุกคนได้มีความสามารถในการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น โดยสามารถเข้าใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเครือข่ายอุดมศึกษาจะต้องนำโปรแกรมดังกล่าวไปให้กลุ่มมหาวิทยาลัยในเครือข่ายได้ใช้ประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้แก่นิสิต นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุคคลทั่วไป เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับการเปิดเสรีด้านการศึกษา ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า (ASEANFree Trade Area-AFTA) ซึ่งจะเริ่มขึ้นในปีการศึกษา 2552 ด้วย

 

           ดร.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า ในการเปิดเสรีทางการศึกษาตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน มี 4 เรื่อง คือ 1.การให้บริการเสรีข้ามประเทศผ่านระบบอีเลิร์นนิ่ง 2.สมาชิกอาเซียนสามารถเดินทางไปใช้บริการด้านการศึกษาในประเทศสมาชิกได้อย่างเท่าเทียม 3.ประเทศสมาชิกสามารถเข้ามาตั้งหน่วยบริการด้านการศึกษาได้ เช่น ประเทศอินโดนีเซียสามารถเข้ามาตั้งมหาวิทยาลัยในไทยได้ และ4.บุคลากร เช่น ครู อาจารย์ สามารถถ่ายโอนกันได้ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้การที่ประเทศสมาชิกจะมาลงทุนเปิดหน่วยบริการด้านการศึกษานั้น ในระยะแรกประเทศไทยจะต้องถือหุ้นไม่เกิน 49%จากนั้นจึงลดลงเรื่อย จนถึงปี 2558 จะเหลือเพียง 29% ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยของไทย

           “
มหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษให้ แก่บุคลากรและนักศึกษา ทั้งนี้ในวันที่ 6 กรกฎาคม ผมจะหารือร่วมกับคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เพื่อระดมความคิดในทางปฏิบัติเชิงนโยบายว่า มหาวิทยาลัยควรมีการปรับตัวเพื่อรองรับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง เช่น อาจให้บางสาขาวิชาจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษ หรือปรับระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น” ดร.สุเมธ กล่าว

           พี่ลาเต้ เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า "มหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัว" ครับ..โดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษต้องปรับอย่างมากเลยหละครับ...ชาวเด็กดีเห็นด้วยไหม..

 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

8 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
เคเคยู 1 ก.ค. 51 17:25 น. 2
จริงมากๆๆๆๆๆๆๆๆแท้อย่างมากที่สุด
เรารู้สึกว่าการเรียนมหาลัยนั้นจำเป็นต้องเน้นอิ๊ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาแบบตัดเกรดเน้นๆไปเรยนะ
เพราะเราจำเป็นต้องใช้มากมาย
คือประมาณว่าไม่ผ่านอิ๊งตัวนี้ ไม่จบเป็นต้น
0
กำลังโหลด
เอาจิงดิ 1 ก.ค. 51 18:26 น. 3
แค่อังกฤษก็พอเหรอครับ?

เห็นกันอยู่ว่าแม้แต่ภาษาไทยยังวิบัติแล้วเลย

ถ้าจะทำการพัฒนาภาษาก็พาควบคู่กันไปสิครับ

ไม่ใช่ทิ้งภาษาประจำชาติไว้ด้านหลัง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
0.0 2 ก.ค. 51 19:13 น. 6
ไม่ใช่แค่มหาลัยคะ
ประถมเลยคะ รร.ต่างจว.แบบบ้านๆของรัฐ พื้นฐานไม่ดีเลย หรือเอาตั้งแต่เด็กหัดเขียนabcdเลยดีกว่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เทียนนกแก้ว Member 3 ก.ค. 51 09:41 น. 8
มหาวิทยาลัยพยายามเน้นภาษาอังกฤษ แต่คนเรียนไม่รับอ่ะ เอาเอฟไปกินกันระนาว บางคนอ้างว่าพื้นฐานไม่แน่น งั้นคงต้องไปอัดภาษาอังกฤษกันตั้งแต่อนุบาลเลยสิ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด