ตายแล้ว ตายแล้ว ภาวะโลกร้อนมันใกล้จะถึงจุดระเบิดกันแล้ว..ใช่ไหมครับเนี่ย...ดูอย่างข่าวนี้ซิที่ทางนักวิทยาศาสตร์ ออกมาบอกว่า หลังเดือนกันยายน 2552 นี้ไปจะไม่เหลือน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนืออีกแล้วครับ รายละเอียดเป็นอย่างไรไป อัพเดท กันเลยครับ

         เมื่อสิ้นฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ อาจไม่เหลือแผ่นน้ำแข็งบนขั้วโลกอีกต่อไป อันเป็นผลพวงจากภาวะโลกร้อน หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ขั้วโลกจะไร้น้ำแข็ง

         "เราอาจไม่เหลือน้ำแข็งบนขั้วโลกเหนือเ มื่อสิ้นสุดฤดูร้อนนี้ (ประมาณปลาย ก.ย.) และเหตุผลก็เป็นเพราะ บริเวณขั้วโลกเหนือในขณะนี้ ปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งที่บางมากๆ และน้ำแข็งที่เราเรียกว่าเป็น "น้ำแข็งแรกของปี" ก็มีแนวโน้มว่าจะละลายหมดไปในฤดูร้อนนี้" เอเอฟพี รายงานคำให้สัมภาษณ์ของมาร์ก เซอร์เรซ (Mark Serreze) นักวิจัยอาวุโสของศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งสหรัฐอเมริกา (National Snow and Ice Data Center) ในเมืองโบลเดอร์ มลรัฐโคโรราโด สหรัฐฯ

ภาพแผ่นน้ำแข็งที่ขั้วโลกในแถบนอร์เวย์เมื่อปี 2550

ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์คาดว่า .. น้ำแข็งขั้วโลกจะละลายหมด

         ขณะที่เอพีรายงานด้วยว่า เพราะความบางของแผ่นน้ำแข็ง จะทำให้ละลายหมดไปในฤดูร้อน ทั้งนี้จะมีการประเมินเงื่อนไขทางสภาพอากาศ และมหาสมุทรในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ว่าจะทำให้น้ำแข็งในทะเลละลายไปเท่าใด

         เบื้องต้นเซอร์เรซระบุว่า สัญญาณที่ออกมาไม่ค่อยดีนัก โอกาสที่น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกจะละลายหมดไปเลยนั้น มีสูงมากกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่นั้นบางกว่าในอดีตที่เคยเป็น

           เจย์ ซวอลลี (Jay Zwally) นักวิทยาศาสตร์น้ำแข็งแห่ง องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) กล่าวว่า ข้อมูลจากดาวเทียมของนาซาเมื่อต้น ก.พ.และ มี.ค.นี้แสดงให้เห็นว่า วัฏจักรรอบๆ ขั้วโลกเหนือ "บางอย่างเห็นได้ชัด" กว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยเห็นมาในช่วง 5 ปีนี้ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นไปได้ 50-50 ที่ขั้วโลกเหนือจะไม่มีน้ำแข็งเลย

         เช่นเดียวกับเซอร์เรซ ที่ให้ความเห็นกับเอเอฟพีว่ามีโอกาส 50% ที่จะไม่เหลือน้ำแข็งอยู่เลย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงในเดือน ก.ย. เรือเดินสมุทรอาจล่องจากอะลาสกา ไปยังขั้วโลกเหนือได้โดยตรง และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นสัญลักษณ์บ่งชี้หนึ่งว่าสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะภาวะโลกร้อน

แผนที่แสดงปริมาณน้ำแข็งที่ขั้วโลก

โดยในเส้นทึบสีแดงแสดงปริมาณน้ำแข็งฉลี่ยช่วง ก.ย ปี 2522-2543

ส่วนแถบรูปสีแดงคือปริมาณเฉลี่ยในเดือนเดียวกันของปี 2548

และสองปีต่อมาก็เหลือพื้นที่น้ำแข็งในบริเวณสีดาวดังที่เห็นในภาพ (ภาพเอเอฟพี)

         อย่างไรก็ดี แม้ไม่เหลือน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ ก็ยังเหลือน้ำแข็งบริเวณอื่นๆ ของมหาสมุทรอาร์กติก และเซอร์เรซได้ชี้ว่า น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือนั้นเป็นสัญลักษณ์ทางใจของคนทั่วไป ที่เชื่อว่าขั้วโลกเหนือคือบ้านของซานตาครอส

         เซอร์เรซย้อนว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา การคาดการณ์เช่นนี้ไม่น่าเกิดขึ้น จนกว่าจะถึงปี 2593-2643 และโดยส่วนตัวแล้วเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่คิดว่าสถานการณ์ที่น้ำแข็งจะละลายหมดไปนั้น กำลังใกล้เข้ามาในเร็วๆ นี้ และเมื่อหน้าร้อนปีก่อน ภาพถ่ายดาวเทียม เผยให้เห็นว่าน้ำแข็งในทะเล ลดลงเหลือน้อยที่สุดที่เคยบันทึกมาและเป็นไปได้ว่าอาจเหลือน้อยที่สุดในรอบศตวรรษก็ได้ โดยน้ำแข็งหดตัวลง 23% จากปี 2548

         ทั้งนี้ น้ำแข็งอาร์กติกจะเริ่มละลายช่วงกลางเดือน มิ.ย.และเข้าสู่ช่วงบางที่สุดประมาณกลางเดือน ก.ย. ก่อนที่น้ำแข็งจะเริ่มก่อตัวอีกครั้ง และถึงจุดหนาที่สุดช่วงกลางเดือน มี.ค.

         ทางด้านเซอร์เรซระบุว่าถ้าลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดอัตราเร่งของภาวะโลกร้อนก็จะช่วยชะลอการละลายของน้ำแข็งได้ แต่หากกลับแนวโน้มให้น้ำแข็งหนาตัวขึ้นจะต้องใช้เวลาอีกยาวนาน

           ได้ยินอย่างนี้แล้ว คงต้องอาศัยชาวโลกทุกๆคนแล้วนะครับ รวมถึงชาวเด็กดีด้วยนะครับ ช่วยกันทำทุกวิถีทางให้หยุด หรือลดภาวะนี้ให้มากที่สุด มันอาจจะไม่ทันแล้ว แต่เราก็ช่วยกันชะลอ ช่วยกันรั้งให้มันเกิดนานที่สุดก็ได้ครับ

 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือผู้จัดการออนไลน์

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

30 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
ช่วยกันรักโลก 1 ก.ค. 51 19:00 น. 4
เป็นไงหละ พวกทำลายโลก ขอให้พวกที่มันตัดไม้ทำลายป่าไม่อายฟ้าดินในความผิดมัน ตายก่อนเพื่อนโลกคนอื่นๆเหอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
คนง้าบ 1 ก.ค. 51 22:55 น. 13
แงแงแล้วหมีล่ะToTหมีขาวล่า~TToTT(ห่วงตัวเองบ้างซิวุ้ยยย-*-)เอาล่ะๆๆช่วยกันๆๆ...เลิกเล่นเน๊ตดีกว่า- -
0
กำลังโหลด
เอิร์ทเองนะอิอิ Member 2 ก.ค. 51 02:36 น. 14
ปลูกต้นไม้ก็ดีนะ เพียงแต่ว่าเราทุกคนไม่ได้ทำ เพราะว่าจะไปทำที่ไหนแล้วมันก็ไม่กระจายเรื่องราวไม่มีการสนับสนุนถึงทุกหน่อยงานอย่างจริงยิ่ง อย่างการเดินขบวนน่ะ คุณคิดว่าช่วยอะไรได้อย่างที่เห็นชัดๆเลยคือได้ขยะที่เพิ่มขึ้น เพื่อชุดที่ต้องซื้อมาดัดแปลง แล้วมันช่วยให้คนอยากปลูกต้นไม้หรือลดการใช้พลังงงานได้ขนาดไหน คนที่เห็นขบวนมาก็ต้องปิดถนนให้รถติดบ้างคนก็กลายเป็นว่าเครียดที่มีขบวนไปซะอย่างนั้น แล้วบางทีเดินขบวนเพราะเบื้องบนสั่งหลักงานนั้นๆมาก็เดินขบวนกัน เสมือนคำทำตามคำสั่ง ก็เสร็จเรื่องก็แยกย้าย สานต่อก็น้อย บางทีก็เดินขบวนเอาหน้าอีก - - ตั้งกฏหมายไปเรยก็ได้ว่าบ้านแต่ระบ้านต้องมีต้นไม้อย่างน้อยหลังระกี่ต้น การปลูกฝังจิตสำนึกมันก็กระจายไปไม่ทั่ว ถึงกระจายไปก็ใช่ว่าวันนี้พรุ่งนี้จะปลูกป่า ถ้าเป็นอย่างนี้ เพื่อไรกันล่ะจะปลูก แล้วเรื่องลดโลกร้อนก็ด้วย การลดใช้พลังงานก็ดี แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่คนเราเห็นว่ามันสำคัญกว่า อย่างแบบว่า ถ้าเราไปเรียนจ่ายค่าเทอมแล้วนี่เปิดให้มันคุ้มๆหน่อย ไม่ก็วันนี้ขอแล้วกันฉันร้อนฉันเหนื่อยฉันทำวันเดียวคงไม่เป้นไรมั้งก้ใช้เรยครับเปิดแอร์เปิดอะไรมีใช้พลังงานให้เราสบายน่ะเปิดหมด ผู้ใหญ่ก็ไม่ต้องคิดว่าจะไม่ทำหรอกครับที่ทำงานเรย ไม่ใช่ไฟบ้านเราเต็มที่ได้ อะไรแบบนี้ แล้วก็อื่นๆอีกแหละ หรือคุณจะบอกว่าไม่เคยทำ น้อยมากจนไม่รู้จะนับก็ศูนย์จุดกี่ศูนย์ตัวของเปอร์เซ็นคนทั้งโลก เชื่อได้เรยว่าถ้าน้ำท่วมโลกขึ้นมาจริงๆ คนในโลกคงต้องยอมเสียประเทศหนึ่งเพื่อมาถมอีกประเทศให้สูงขึ้นไม่ก็เอาดินในทะเลมาล่ะมั้งหรือเอาน้ำขนไปเททิ้งที่อวกาศดี ก็ยังหาดาวดวงใหม่อยู่ไม่ได้ไม่ใช่หรอ แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ไปอยู่ดาวดวงไหนก็คงต้องถามว่าจะรอดหรอ??
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อยากให้โลกร่มเย็น 2 ก.ค. 51 12:24 น. 18
มันจะสายเกินไปหรือเปล่า น่ากลัวมากเลย

ไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเลย

ยังงัยก้ออยากให้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำเอาไว้ยังงัยก้อไม่มีอะไรเสียหายหรอก

(((บางคนอาจจะเสียดายเวลา - -")))


จิงมั้ย ??
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด