หากถามว่าใครเคยไปเดินสยามเซ็นเตอร์บ้าง...ชาวเด็กดีในกรุงเทพฯคงยกมือโชว์วงแขนกันให้พรึบ ซึ่งหลายคนที่ไปเดินมาแล้ว ก็คงจะสะดุดตา และประทับใจกับลวดลายศิลปะที่ต้องยกนิ้วโป้งให้ ซึ่งวันนี้ พี่ลาเต้ จะพาไปรู้จักเข้าของผลงานเหล่านี้ครับ จะเป็นอย่างไรนั้นไป อัพเดท กันเลย

         หลังคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวด “สยามเซ็นเตอร์ ดีไซน์ ฟอร์เวิร์ด : แฟชั่นกราฟฟิก ดีไซน์ คอนเทสต์ 2008” ที่จัดโดยสยามเซ็นเตอร์ไปเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2551 ผลงานของกลุ่มนักศึกษา “เพาะช่าง” ถูกนำไปใช้ตกแต่งอาคารจริงพร้อมกับผลงานรองชนะเลิศซึ่งเป็นผลงานของกลุ่มนิสิตจุฬาฯ

         เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2551 สยามเซ็นเตอร์ได้จัดกิจกรรมประกวด“สยามเซ็นเตอร์ ดีไซน์ ฟอร์เวิร์ด : แฟชั่นกราฟฟิก ดีไซน์ คอนเทสต์ 2008” (Siam Center Design Forward: Fashion Graphic Design Contest 2008) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้ออกแบบลวดลายแบบกราฟฟิกเพื่อตกแต่งภายในอาคารสยามเซ็นเตอร์ และผลปรากฏว่า ทีม “Proudly Present” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง ซึ่งมีสมาชิก 5 คนประกอบด้วย “อนุวัฒน์ ขาวมานิตย์, เอกรัตน์ ฤทธิชัย, สันติภาพ บุญโตนด, สมพฤกษ์ ผูกพานิช และอลงกต ถึงแก้ว” คว้ารางวัลชะเลิศไปครอง

หน้าตา 5 หนุ่มทีม Proudly Present

         ในขณะที่ทีม “Architectonica” จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีสมาชิก 3 คนประกอบด้วย “จาฑารัตน์ องค์ติลานนท์, เฉลิมกิตติ์ โกคามาศ และแน่วแน่ สทุมถิระ” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1

         ล่าสุดผลงานของทั้ง 2 ทีมทางผู้จัดกิจกรรมได้นำไปใช้ตกแต่งอาคารสยามเซ็นเตอร์เเล้ว โดย 5 หนุ่มทีม “Proudly Present” บอกว่างานออกแบบของพวกเขาทำขึ้นมาภายใต้แนวคิด Anatomy of Fashion Graphic โดยพวกเขาได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจาก แฟชั่น ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วมาเป็น ผสมผสานกับมุมมองที่มีต่อสยามเซ็นเตอร์ซึ่งเปรียบเหมือนห้องสมุดที่มีชีวิต ไม่เคยหยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน

หน้าตาสมาชิกจากทีม “Architectonica”

         “เทรนด์ด้านแฟชั่น วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ของผู้คนจำนวนมากที่สัญจรไปมาที่สยามฯ มีอะไรที่น่าสนใจให้เราได้ศึกษาและค้นหาอยู่เสมอ โดยเราออกแบบผลงานออกมาเป็น 3 ธีม คือ ธีมแรกเป็นของภาพนาฬิกาที่สื่อถึงความเป็นอมตะของแฟชั่น แฟชั่นที่เคยล้าสมัยไปแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง สามารถกลับมานิยมอีกครั้งในเวลาต่อมา

         ธีมที่ 2 คือ Anatomy แฟชั่นสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของทุกคนได้เป็นอย่างดี ธีมสุดท้ายสื่อถึงที่มาของแฟชั่นว่าอันที่จริงแล้วเกิดมาจากความคิดของมนุษย์นั่นเอง อีกทั้งสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราก็สามารถนำมาประยุกต์เป็นแฟชั่นได้”

ส่วนหนึ่งของผลงานฝีมือทีม Architectonica

         ส่วน 3 หนุ่มสาวทีม “Architectonica” ซึ่งใช้แนวคิด “Beyond the Style, Behind the Wall” ในการออกแบบ กล่าวถึงแนวคิดของพวกเขาว่า ลวดลายกราฟฟิกส่วนใหญ่ในผลงานชิ้นนี้ใช้เทคนิคในเป็นรูปแบบของภาพทับซ้อนกัน เหมือนภาพโปสเตอร์ที่ปิดทับกันเป็นชั้นๆ โดยมีแผ่นใหม่ทับบนแผ่นเก่า เพื่อสะท้อนถึงกาลเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีอินก็ต้องมีเอ้าท์เป็นวัฎจักรที่มีการหมุนเวียนตลอดเวลาเฉกเช่นเดียวกับแฟชั่นที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

         “การออกแบบเราฉีกกรอบการออกแบบแบบเดิมๆ ด้วยลูกเล่นเทคนิคคอลลาจ การวาดมือ และการทำ Paper Scan เพื่อสร้างรอยฉีกรอยยับให้ได้อารมณ์ความเป็นวินเทจ เหมือนโปสเตอร์ที่มีการแปะซ้อนทับกันจริงๆ ทำให้ผลงานชิ้นนี้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

           นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจมากๆนะครับ และที่สำคัญผลงานของเราก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย หากมีโครงการแบบนี้อีก พี่ลาเต้ ขอเตือนว่าห้ามพลาดเลยหละครับ

 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากผู้จัดการออนไลน์

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

17 ความคิดเห็น

twinsoul Member 1 ก.ค. 51 18:24 น. 1
แล้วของทีมอันดับ 1 มันอันไหนอะงับ อย่าบอกนะว่าด้านหลังของรูปถ่ายรวม 5 คน แค่รูปเดียว

ทำไมมันสัมผัสได้ถึงความลำเอียง - -"
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Horizon_Fah Member 2 ก.ค. 51 10:58 น. 6

ทำไมเขียนแค่เพาะช่าง ไม่เขียนชื่อมหาวิทยาลัยเขาเลยล่ะคะ 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ได้อันดับ 1 แท้ๆ

ก็เห็นว่าลำเอียงเหมือนที่ คห. 1 บอกจริงอ่ะแหละค่ะ

มันก็ดูสวยแปลกตาดีนะ

0
กำลังโหลด
mana_na Member 2 ก.ค. 51 11:56 น. 7
เราเห็นด้วยที่ว่าทำไมไม่ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยเต็ม แล้วก้อนะทำไมของคนที่ได้ที่ 1 มันมีแค่นั้นอ่ะ น้อยกว่าที่ 2 อีก ....หรือว่าถ่ายมาแค่นี้ ***ถ้าอย่างนั้นเขาได้ที่ 1 นะถ่ายมาโชว์มากกว่านี้ดีกว่าน่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เหอๆ 2 ก.ค. 51 17:35 น. 9
อันนี้ขอวิจารณ์หน่อย คนที่ได้อันดับ1เขียนนิดเดียว
แต่ทำไมถึงโฆษณาอันดับ2กันจัง กลัวไม่มีคนอยากอ่านหรือยังไง??
0
กำลังโหลด
อิอิ 2 ก.ค. 51 20:34 น. 11
งี้แหละ ม.ดัง ทำอะไรเสียงเท่าแมวตดก็สามารถทำให้ดังได้

ไม่เหมือน ม.อื่นๆ ทำให้ดังยังไงมันก็ไม่ดัง เหอๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
pohchang 2 ก.ค. 51 23:30 น. 14
เออ

ผมก็อยุ่เพาะช่าง

เรียกเพาะช่างแล้วมันผิดหรอคับ

เค้าเรียกเพาะช่างมาตั้งแต่พ่อแม่คุณยังไม่เกิดเลยมั้ง

เพาะช่างเป็นร.ร.ศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย

ชื่อเพาะช่างเป็นชื่อพระราชทานจากในหลวงสร้างชื่อเสียงมาก่อนที่จะโดนย้ายไปรวมกับ
เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์อีก

แล้วอีกอย่างนะเพาะช่างอ่ะก่อตั้งมาก่อน มทร.รัตนโกสนิทร์อีกนะ ก่อตั้งมาก่อนเกือบ 100 ปี
ผลงานที่ผ่านมาอ่ะ จิงๆแล้ว มทร.รัตนโกสินทร์ไมใด้ร่วมด้วยเลยอ่ะ
แล้วถ้าจะบอกว่าเพาะช่าง เป็นคนทำมันก็คงไม่แปลกนีครับ ; D


เปิดใจให้กว้างนิดนึง
0
กำลังโหลด
pohchang 2 ก.ค. 51 23:34 น. 15
สาเหตุที่ต้องย้ายไปรวมเนื่องจากแต่ก่อนมันมีแต่ระดับ ปวช ปวส ครับ สมัยที่ คุณโน๊ต อุดม พิงลำพะเพลิงอ่าคับ ปัจจุบันจึงมีการเรียกร้องจากศิษย์ขยายให้เป็นระดัยบมหาวิทยาลัยแต่เนื่องจากมีแต่วิชาแขนงศิลปะ จึงไม่สามารถเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์ได้ จึงจำเป็นต้องรวมกับมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งใหม่

แค่นี้เองนะ ..!!

ว้า ... อย่าคิดกันมากแล้ว
เรา คห เดียวกับ อันที่14
อยากจะชี้แจงความเห็นที่ 6 แค่นั้นเอง


คือคนเขาสก็เรียกติดปากกันอ่ะ
เพาะช่างอยุ่แต่พวกเราจิงๆนะ มทร.ไม่เคยจะมีมาเกี่ยวข้องเลยอ่ะ มันเหมือนยีมชื่อจบ ..จิงๆมารวมกับเราแล้วควรจะมีส่วนร่วมมั่งก็ยังดี
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
nnn 23 ก.ค. 51 11:50 น. 18
ชื่นชมผลงาน และความสามารถของทุกคนนะ แค่คุณได้ลงมือทำ คุณก็ชนะใจพวกเราแล้ว สถาบันไหนๆ
ไม่ต้องสนใจเลย แต่เพาะช่างก็สุดยอดจริงๆแล่ะ
0
กำลังโหลด
เนรยา Member 7 เม.ย. 52 22:07 น. 19

เอ.. ก็เห็นว่ามีชื่อเต็มของทั้งสองสถาบันนี่นา   ชื่อคนในทีมก็ครบเลยด้วย

เอาเป็นว่าเก่งทั้งสองทีมเลยค่ะ อยากเห็นงานของทีมอื่นๆด้วยจัง คงหลากหลายดีนะ

เด็กไทยสู้ๆ เก่งกันจังเลย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด