|
ไม่รู้จะสงสารดีหรือเปล่านะครับ สำหรับครอบครัวน้องคนนี้ที่จ่ายเงินไป 5 แสนบาทเพื่อฝากเข้าไปเรียนโรงเรียนดัง "ต.อ.พ." แต่ท้ายที่สุดก็ต้องโดยเบี้ยวซะงั้น รายละเอียดเป็นอย่างไรไป อัพเดท กันเลยครับ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายธนาวุฒิ แก้วกล้า นางณัชชารีย์ แก้วกล้า และ น.ส.บุศรินทร์ เฉยบรรดิษฐกุล ผู้ปกครอง ด.ช.จักรภพ แก้วกล้า เข้าพบคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีได้จ่ายเงินแป๊ะเจี๊ยะให้กับนาย "ช" ซึ่งอ้างว่าเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และรู้จักสนิทสนมกับอาจารย์ รวมทั้งผู้บริหารของโรงเรียน สามารถฝากเด็กเข้าเรียนได้ โดยผู้ปกครอง ด.ช.จักรภพได้ยินยอมจ่ายเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะ 500,000 บาท โดยอ้างว่าจะบริจาค 100,000 บาทเข้ามูลนิธิอื้อจือเหลียง และจ่ายเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาให้กับผู้บริหารโรงเรียนอีก 400,000 บาท เพื่อให้ ด.ช.จักรภพเข้าเรียน ม.4 แต่ในวันเปิดภาคเรียนวันแรกกลับถูกรองผู้อำนวยการโรงเรียนให้ออกจากโรงเรียน โดยระบุว่า ด.ช.จักรภพไม่มีรายชื่อเป็นนักเรียนของโรงเรียน และห้ามไม่ให้ติดต่อที่โรงเรียนอีก ไม่เช่นนั้นจะแจ้งความดำเนินคดี
นายธนาวุฒิ กล่าวว่า ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 แต่ไม่คืบหน้า เมื่อติดต่อไปยังนาย "ช" ก็พยายามบ่ายเบี่ยง ทำให้ต้องมาร้องเรียนคุณหญิงกษมา และได้แจ้งความดำเนินคดีกับนาย "ช" ที่สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
คุณหญิงกษมา กล่าวว่า ตนรับเรื่องไว้ตรวจสอบ โดยให้นางอ่องจิต เมธยะประภาส ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เร่งชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าพบว่ามีข้าราชการ หรือผู้บริหารคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งโทษหนักถึงขั้นไล่ออกจากราชการ และดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณผู้ปกครองที่กล้าออกมาเปิดเผย เพราะที่ผ่านมีกรณีนี้เกิดขึ้นหลายราย แต่ไม่มีใครกล้าร้องเรียน เท่าที่ดูเอกสารและหลักฐานที่ผู้ปกครองนำมายื่น ค่อนข้างชัดเจนว่าอาจมีบุคลากรภายในโรงเรียนเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น ตนจะดูแลอย่างตรงไปตรงมา โดยให้เวลาโรงเรียนดำเนินการสอบสวน 7 วัน
ด้านนางอ่องจิต กล่าวว่า โรงเรียนทราบเรื่องเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งเปิดเทอมวันแรก โดยมี 3 กรณี คือ นักเรียน ม.1 จำนวน 1 คน และ ม.4 จำนวน 2 คน เข้ามานั่งเรียนในคาบแรก แต่เมื่อครูเช็คชื่อกลับไม่มีรายชื่อ โรงเรียนจึงได้เชิญผู้ปกครองมารับเด็กกลับ ซึ่งโรงเรียนได้แจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีและออกหมายจับมิจฉาชีพดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าได้ปิดบ้าน และหนีหายไปแล้ว
"ก่อนหน้านี้เคยพบผู้ปกครองนักเรียน ม.1 และขอดูเอกสารที่อ้างว่าโรงเรียนออกให้ ดูแล้วพบว่าไม่ใช่ตราประทับสัญลักษณ์ของโรงเรียน และชื่อบุคคลที่อ้างในเอกสารก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงเรียน ทั้งยังปลอมแปลงลายเซ็นของดิฉันในหนังสือที่ระบุว่าได้รับเด็กเข้าเรียนแล้วด้วย ดิฉันจึงได้เข้าแจ้งความทันทีและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เหตุการณ์นี้เกิดเป็นปีแรก ที่ผ่านมาจะแจ้งในการประชุมผู้ปกครองเสมอว่า โรงเรียนไม่รับเงินเพื่อแลกกับที่นั่งเรียน เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็รู้สึกเสียใจ เพราะแค่คนคนเดียว แต่ทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ส่วนที่ระบุว่ามีครูในโรงเรียนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนตำรวจก็ได้สอบปากคำครูคนนี้แล้วเช่นกัน หากพบว่าครูของเรามีพฤติกรรมดังกล่าวจริงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดและจะลงโทษทางวินัยต่อไป ทั้งนี้ จะทำรายงานข้อเท็จจริงเสนอคุณหญิงกษมาในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้" นางอ่องจิต กล่าว
ถือเป็นข่าวที่ให้บทเรียนได้ดีทีเดียวเลยนะครับ..ให้ชาวเด็กดีพึงระวังไว้เลยว่า เรื่องบางเรื่องถ้ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ยังอยากจะฝืนทำ หากพลาดมาใครๆเขาก็ไม่อยากช่วยเหลือครับ...พี่ลาเต้ คนหนึ่งหละที่เกลียด และไม่ชอบในเรื่องการใช้เส้นสายมากๆ |
14 ความคิดเห็น
โรงเรียนเราดังซะงั้น T_T
โรงเรียนเราเป็นข่าวเลย เกลียดพวกที่ทำมาหากินก็โรงเรียนจัง
ชอบใช้สมองในการเข้ามากกว่า
ถ้าเราสอบเข้าได้เพราะสมองเรา
มันน่าภูมิใจกว่ามาใช้เส้นเพราะอยากเข้าโรงเรียนดัง
เปนรุ่นพี่เรา ทำไมทำตัวงี้
รั้ก ต.อ.พ เหมือนเดิม
ไปเข้านานาชาติดีกว่ามั้ยครับ
หารร.อื่นๆที่ใกล้บ้านเรียนก้อได้
เรียนรร.ดังๆใช้จะเอ็นท์ติดทุกคนนะครับ
เป็นหัวหมาดีกว่าหางสิงห์นะครับ
เอาไปเข้านานาชาติเข้าโรงเรียนเอกชนเริ่ดๆเยอะแยะ
สมน้ำน่าแร้วแหล่ะ โง่เอง
เราจะไปเรียนอเมริกา
ไม่ก้อๆ
เปิดร้านอาหารซะเลย ไม่ต้องเรียนแล้ว
เรียนแค่ทำอาหาร