หลังจากพาเที่ยวไปเมื่อครั้งที่แล้ว ชวนหนุ่มๆ มาสานต่อความความเพลิดเพลินในการเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันเลยดีกว่า อ้อ ใครพลาดชมตอนแรก คลิก ตามไปเที่ยว Museum Siam เลย
พี่มิ้ง : คราวที่แล้วมาสุดที่ห้องสุวรรณภูมิ แล้วมาต่อที่ห้อง "พุทธิปัญญา" เจอกับความสงบจนต้องเสงี่ยม บรรยากาศมืดและเห็นแสงสว่างเป็นแห่งๆ เหมือนหลักธรรมที่มีอยู่แล้วรอการค้นพบของเรา
เฉลย : สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหัวใจของพุทธศาสนา ซึ่งมี คาถา เย ธมฺมา (อ่านว่า เย-ทำ-มา) แปลว่า สิ่งทั้งหลายมีเหตุเป็นแดนเกิด คาถายอดนิยมแห่งสุวรรณภูมิ มูลเหตุแห่งความใจกว้างและสันติ
พี่มิ้ง : เดินจงกลมออกมาเจอส่วนแสดง "กำเนิดสยามประเทศ"และ "สยามประเทศ" ใครอยากรู้เรื่องราวเริ่มต้นของชาติของเรา ได้ภาคภูมิใจแน่นอน
เฉลย : นำเสนอด้วยเทคนิคที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นนานาแว่นแคว้นต่างๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นนครรัฐ และ กรุงศรีอยุธยามีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม ทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และด้วยอำนาจทางการเมืองที่กว้างไกล
เดินมายังไม่ถึงครึ่งเลยนะ กลัวจะยาวนานจน พี่มิ้งขอพาซิ่งแบบรวบรัดสักเล็กน้อยละกัน
ส่วนแสดง "สยามยุทธ์" นอกจากการสู้รบแล้ว ยังมีการแสดงถึงภูมิปัญญา การวางกลยุทธ์ กลุ่มชาติพันธุ์ และศิลปกรรมอีกด้ว
"แผนที่" เส้นพรมแดนก็ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ล่าอาณานิคมเพื่อแบ่ง เขาสร้าง เราและรวมไปถึงการสร้าง ชาติให้มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ
"กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา" เรื่องราวเมื่อครั้งสิ้นกรุงศรีอยุธยา ชาวกรุงศรีฯ ก็สร้างเมืองของพวกเขาขึ้นมาใหม่ บนผืนดิน บางกอก
 |
"กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา" สื่อให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และความฉลาดหลักแหลม ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์การดักสัตว์ เครื่องมือทำกิน
"แปลงโฉมสยามประเทศ"
เฉลย : การติดต่อกับโลกตะวันตก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ
"กำเนิดประเทศไทย"
|
 ได้แอ๊บเป็นนักอ่านข่าวด้วย > <" |
เฉลย : จากสยาม ทำไมกลายเป็นไทย ห้องนี้จะกระตุ้นให้เกิดการค้นหาคำตอบ
พี่มิ้ง : มาหยุดที่ห้อง "สีสันตะวันตก" ห้องนี้น่ารักมากครับ เป็นเหมือนบาร์เล็กๆ สมัยโบราณ สร้างขึ้นมาได้บรรยากาศสุดๆ เป็นส่วนที่พี่มิ้งอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ในห้องนี้ไม่มีข้ออธิบาย แต่เราสามารถเรียนรู้ได้ด้วยสิ่งที่อยู่โดยรอบ ชอบ....จริงๆ
เฉลย : เป็นห้องที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์โลกใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา
พี่มิ้ง : เดินมาที่บริเวณ "เมืองไทยวันนี้" (อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นรายการเล่าข่าว) ก็จะพบเทคโนโลยีที่เราสามารถพบเห็นได้อย่างง่ายดาย ต่อมาเป็น "มองไปข้างหน้า" เป็นห้องที่ตอกย้ำว่า "วันพรุ่งนี้ของประเทศไทยจะเป็นเช่นไร คนรุ่นปัจจุบันเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้" เป็นอันสุดบริเวณจัดแสดงอย่างเป็นทางการ
แต่ไม่ได้สุดเท่านั้นยังมีบริเวณด้านนอก "ตึกเก่าเล่าเรื่อง" ที่ผู้ชมสามารถรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมิวเซียมสยามเลย
ต้องบอกว่าประทับใจสุดๆ จากที่ต้องตอนแรกแอบคิดในใจว่าบัตรแพงจัง (ถูกสุดๆ...เมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ) แต่เดินชมจนครบ ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นทำไมมันสุดคุ้มอย่างนี้นะ
พิพิธภัณฑ์สยามได้ให้อะไรกับพี่มิ้งหลากหลายอย่าง ประสบการณ์ดีๆ ความรู้ ความเสียสละ มันมากจนไม่สามารถอธิบายได้หมด ถ้าอยากรู้ถึงประสบการณ์ดังกล่าว เชิญมาเที่ยวชมกันได้นะครับ ^ ^
 |
 |
12 ความคิดเห็น
^^
ไปมาเมื่อวาน
อย่างโดดเดี่ยว... 5555
แต่ข้างในดี + ได้ความรู้จริง ๆ :))
สงสัยต้องชวนเพื่อนแล้ว ^^
มาเสริมความรู้ละกัน เนอะ...
คนกบแดงสัญลักษณ์ของมิวเซียมสยาม จะมีใครสงสัยบ้างไหมว่าทำไมคนต้องทำท่านั้น แล้วทำไมต้องสีแดง
?????????
ถ้าใครไปมิวเซียมสยามก็จะได้ดูวีดีทัศน์ในห้องแรก จะเห็นว่าเด็กผู้ชายอุ้มกบไปปล่อยน้ำ แล้วฝนก็ตกมา เด็กผู้ชายคนนั้นกระโดดดีใจด้วยนะ
นั่นคือสิ่งที่มิวเซียมสยามจะบอกกับทุกคนค่ะว่า "การบูชากบเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในสุวรรณภูมิเรา(ไม่ได้หมายความว่าไทยอย่างเดียวนะจ๊ะ เราต้องลบเส้นเขตแดนออกไป) ทีนี้มาที่สัญลักษณ์คนกบแดง ท่าของคนกบแดงคือท่าบูชากบค่ะ(บูชาเพื่อขอฝนทำนองนั้น)"
แล้วทำไมต้องเป็นสีแดง????
เพราะสีแดงก็คือสีของภาพเขียนสีในถ้ำสมัยก่อนประวัติศาสตร์น่ะค่ะ คนคิดเขาอยากให้สื่อถึงภาพเขียนสีน่ะ
ตอนนี้ของในมิวเซียมสยามพังไปเยอะมาก เสียดายเหมือนกันนะ ก็ช่วยๆกันไปเที่ยวนะ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่หนังสือเรียนเราไม่มี(อิอิ) หรือไม่เน้นที่จะกล่าวถึง