โพซิตรอน

[JLS07] Hey! Baby ตื๊อผมอีกนิดสิครับ ผมกำลังจะรับรักคุณ

เมื่อความโลกสวยของฉัน ทำให้ต้องถูกบอกเลิก แถมยังถูกแบล็คเมล์อีก วิธีเดียวที่จะแลกรูปแบล็คเมล์ได้ คือฉันต้องตามจีบหนุ่มฮอต ที่ดันเผลอไปอ้างว่าเป็นแฟน โอ้ย.. ทำไมฉันต้องมาตามตื๊อผู้ชายอย่างนายด้วยนะ

0%
VOTE
ตอนก่อนหน้า

ตอนที่ 2/7 :: ฉัน.. เกลียดเขาแล้ว

ตอนถัดไป

2

ฉัน.. เกลียดเขาแล้ว

 

            ฉันนั่งมองเสื้อผ้าสีพาสเทลตัวเล็กจุ๋มจิ๋มที่วางอยู่บนเตียง ของพวกนี้เอ็มเป็นคนเลือกให้ทั้งหมด ยอมรับว่ายัยนั่นเป็นคนที่มีรสนิยมดีมาก ซึ่งแตกต่างกับฉันอย่างสิ้นเชิง แต่ฉันจะกล้าใส่มันจริงๆหรอ (ปกติใส่แบบยาวลากพื้นมาตลอด =_= ) ฉันหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาดูพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปีเตอร์คงจะชอบผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้สินะ

อ่า.. แล้วฉันไปนึกถึงเขาทำไมเนี่ย?

นี่ก็ผ่านไปสิบกว่าวันแล้ว ที่ชีวิตฉันไม่มีเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจริงๆ ฉันไม่กล้าที่จะโทรกลับไปหาเขาเลยด้วยซ้ำ ฉันกลัวที่จะได้ยินคำพูดที่ทำให้ต้องรู้สึกแย่อีก ทุกวันนี้.. ฉันทำได้แค่มองบรรดารูปเก่าๆที่แปะเอาไว้เกือบทุกมุมห้องแทนความคิดถึง มองๆไป มันแทบจะเป็นวอลเปเปอร์ห้องนอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่หน้าปีเตอร์แปะเต็มไปหมด แล้วฉันจะทำใจได้ยังไง ฮืออออ T-T

ปังๆๆๆ!!

            เสียงทุบประตูดังขึ้นแบบไม่ต้องเดาเลยว่าใคร ผู้หญิงที่ไร้มารยาทกับฉันแบบนี้มีอยู่คนเดียว คือยัยน้องสาวตัวแสบ โรบัสต้า’ =_=;;

            “อะไรยะ บัสต้า! หัดมีมารยาทกับพี่สาวสวยๆของแกบ้างก็ได้” ฉันแหวใส่อย่างเอาเรื่องทันทีที่ยัยนั่นเปิดประตูเข้ามายืนจังก้าในห้องฉัน (ที่เต็มไปด้วยรูปปีเตอร์ ประหนึ่งดาราเกาหลี)

            -O-!! พี่หัดด่าฉันตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ ตั้งแต่เลิกกับผู้ชายหัวสีถั่วคนนั้นนี่ปากคอเราะร้ายขึ้นนะ”

            ฮะ! นี่ฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่เคยสังเกตคำพูดตัวเองเลยนะ ต้องเป็นเพราะยัยเอ็มแน่ๆ ที่แพร่เชื้อความร้ายกาจนั้นให้ออสโมซิสเข้าสู่ตัวฉัน =_=

“อะไรกัน แต่ก่อนฉันไม่เคยด่าแกเลยหรอ?”

            “ความจำเสื่อมป้ะเจ๊! แต่ก่อนนะ.. เจ๊ช่างดีแสนดี ดีซะจนเพื่อนฉันถามว่า เจ๊ดีจริงหรือเป็นแค่คนโง่ๆคนนึง -.,-” บัสต้าเดินมานั่งลงข้างเตียงพร้อมกับเอาคางแหลมๆเกยเข้าที่หัวไหล่ของฉันอย่างออดอ้อน

            “ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยหรอ L

ที่จริง.. ฉันน่าจะรู้ตัวเองให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นฉันคงไม่เสียปีเตอร์ไป มัวแต่คิดงมงายอยู่ว่า ถ้าฉันเป็นคนดี ปีเตอร์ต้องรักฉันมากแน่ๆ เพราะเขาชอบในความดีของฉัน แต่ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะว่า.. บางทีอะไรที่มันมากไปหรือน้อยไปมันก็ไม่ดี แต่คอยดูเถอะ! ต่อจากนี้ไป ฉันจะเป็นคนใหม่ที่สดใสซาบซ่ากว่าเดิม คอยดู.. คอยดู๊ T-T

            “แต่.. พี่เป็นแบบนี้ก็ดีนะ ฉันอยากมีพี่แซ่บๆ >.<

“แซ่บแค่ไหนยะ แซ่บแบบนี้ พอได้ป้ะ” ฉันชูบรรดาเสื้อผ้าที่กองอยู่ตรงหน้าขึ้นมาให้น้องสาวสุดที่รักดู พอยัยนั่นเห็นมัน ก็รีบส่งสายตาที่เป็นประกายมาให้ราวกับเห็นทองคำแท่ง ก่อนจะรีบคว้าเสื้อผ้าพวกนี้เข้าไปถือไว้

            “กรี๊ดดด!! ตัวนี้อยากได้มานานแล้ว เค้าขอนะๆๆๆๆ” ดวงตาที่เป็นประกายอยู่แล้วนั้นได้ส่องประกายขึ้นไปอีกเมื่อหล่อนเห็นของฟรีจำนวนมากที่กองอยู่ตรงหน้า ยัยงก! -.-

            “นี่! ให้มันน้อยๆหน่อย เสื้อผ้าพวกนี้ฉันเพิ่งซื้อมาเองนะ”       

            “น่านะ *O* นี่ๆ พี่จะมีงานบายเนียร์ของคณะเร็วๆนี้ไม่ใช่หรอ ฉันขอเสื้อผ้าพวกนี้ เดี๋ยวฉันให้ยืมชุดไปงานบายเนียร์ โอเคมั้ย?” บัสต้ายื่นข้อเสนอให้

            เออ.. ก็ดีเหมือนกัน ช่วงนี้ฉันไม่มีอารมณ์ไปหาชุดใหม่ใส่หรอก งานบายเนียร์ก็จะมีวันศุกร์นี้แล้ว ขอยืมของบัสต้าไปละกัน รสนิยมมันคงจะไม่ห่วยเท่าไหร่หรอกมั้ง อย่างน้อยก็ดีกว่าฉันแน่นอน T-T

            “ก็ดีนะ.. งั้นฉันขอยืมชุดกระโปรงสีชมพู ตัวที่แกใส่ไปงานแต่งคุณน้าเมื่อปีก่อนละกัน”

            อีกอย่าง.. ฉันจะได้ไม่ต้องถูกยัยเพื่อนรักยัดเยียดชุดแปลกๆให้อีกด้วย -_-

 

            เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น วันบายเนียร์ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอก็มาถึง เพราะมันเป็นวันที่ทุกคนจะได้แต่งตัวสวยๆมาอวดโฉมกัน ซึ่งมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น พวกรุ่นพี่ปีสุดท้าย ส่วนใหญ่จะจัดเต็มกันเป็นพิเศษ เพราะต่อไปก็ไม่ได้แต่งตัวมาอวดกันเองในงานแบบนี้แล้ว คณะมนุษยศาสตร์ที่ฉันเรียนอยู่เป็นคณะที่ใหญ่มาก เนื่องจากมีหลายสาขาอยู่รวมกัน ผู้คนมากมายจึงล้นหลามเต็ม ‘ABC Hall’ สถานที่จัดงานที่กำลังฮอตฮิตสุดในขณะนี้ อะแฮ่ม.. ฉันขอย้อนเวลากลับไปหน้านี้ก่อน

            สามชั่วโมงก่อนงานบายเนียร์

            “เจ๊! ชุดอยู่บนเตียงนะ ฉันไปล่ะ นัดแฟนไว้” เสียงบัสต้าดังขึ้น ในขณะที่ฉันกำลังอาบน้ำเตรียมแปลงโฉมเป็นสาวหวานที่งดงามที่สุดในค่ำคืนบายเนียร์ หลังจากที่อาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว ฉันเดินออกมาหยิบชุดบนเตียงอย่างอารมณ์ดี

            ฮ้า.. ชุดกระโปรงสีชมพูบานฉ่ำของฉันจะต้องสวยเริดที่สุดในงาน

            “กรี๊ดดดดดดด!!

            อะร๊ายยยย นี่มันอะไรรรรรรร TOT ทำไมชุดสีชมพูบานฉ่ำของฉันกลายเป็นเกาะอกสีแดงประกายเพลิงล่ะ เอ่อ.. มันเป็นชุดราตรียาวรัดรูป ที่กระโปรงผ่าสูงขึ้นมาแทบจะไปถึงดาวอังคาร เกือบจะโคนขาฉันแล้วโว้ย ยัยน้องบ้า! ฮือออออ

            แฟชั่นมันไปไกลแล้วนะเจ๊ ลองใส่แนวเซ็กซี่หน่อยสิ ฉันตั้งใจเตรียมชุดนี้ไว้ให้เจ๊ด้วยความรักเลยนะ บัสต้า

            ยังมีหน้ามาเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้อีก ฉันกลับมาเมื่อไหร่ แกโดนดีแน่ ฉัน.. ฉันจะ..!!

            ฉันจะร้องไห้ใส่แก ฮือออออ T-T

            “ฮัลโหลๆๆ เอ็ม มาบ้านฉันด่วน งานงอกแล้ว แย่แล้วโว้ย T^T” ฉันกดโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเอ็มเพื่อนรักทันที ขณะที่ในใจกำลังสติแตกกับชุดวาบหวิวนั้นไปแล้ว

            [เฮ้ยๆๆ ใจเย็นก่อน โวยวายแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรดีๆแน่ ฮ่าๆๆๆ] ยัยนั่นหัวเราะใส่อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตกปากรับคำว่าจะมาหาฉันที่บ้าน แกหัวเราะอย่างนี้ คงจะสะใจกับความสติแตกของฉันสินะ เฮอะ!

            ฉันนั่งรอเอ็มอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง พร้อมกับมองชุดบนเตียงอย่างหวาดๆ นี่ฉันต้องใส่แบบนี้จริงๆหรอเนี่ย แม่เจ้า! เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยใส่ ไม่เคยได้สัมผัสกับการวาบหวิวโชว์หน้าอกคัพเออันน่ารักมาก่อน ฉันต้องทำหน้าแบบไหนหรอ เวลาใส่ชุดแบบนี้ ช่างไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย T-T

            “แกช่วยฉันที แกดูชุดฉันสิ T^T” ฉันแทบจะโผเข้ากอดทันทีที่ยัยนั่นมาถึง แล้วเบ้ปากใส่ชุดเจ้าปัญหาที่วางอยู่บนเตียงพลางจะร้องไห้

            “กรี๊ดดดดด! แซ่บเวอร์ รับรองแกเกิดจริงๆนะ ชุดสวยกว่าฉันอีกอ่ะ ยัยบ้า *O*

            “ฉันไม่กล้าใส่โว้ย TOT

            “แกใส่ชุดนี้ไป พอเจอปีเตอร์ในงาน ไอ้บ้านั่นมันต้องมาสยบแทบอุ้งเท้าน้อยๆของแกแน่”

            “จริงหรอ *-*” ดวงตาฉันกลับมามีประกายอีกครั้ง อาห์.. เพียงคำพูดของเอ็มไม่กี่คำ ฉันรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด แค่เพื่อที่ปีเตอร์จะกลับมาสนใจฉัน ฉันยอมทุกอย่างจริงๆ

            ฉันหมุนตัวอยู่หน้ากระจกไปมาเพื่อสำรวจตัวเอง หญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงประกายเพลิงที่กำลังดูประหม่า ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างจัดจ้าน ริมฝีปากสีเดียวกับชุดที่สวมใส่ ปลายผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตถูกม้วนลอนปล่อยลงไว้เหมือนตุ๊กตา อืมมม.. ทำไมรู้สึกว่าตัวเองสวยจังนะ

            เธอสวยจัง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย เสียงอ้อนวอนจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเคยเป็นคนรักของฉันได้คุกเข่าลงตรงหน้า

            กรี๊ดๆๆๆๆ คิดแค่นี้ก็ฟินแล้ว >///<

 

            กลับสู่สถานการณ์อันวุ่นวายที่งานบายเนียร์อีกครั้ง

            เอ็มจูงมือฉันเข้าไปในงานอย่างมั่นใจ ในขณะที่ฉันมีท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัด เกาะอกฉันจะหลุดมั้ยนะ? มันช่างดูหลวมซะเหลือเกิน T-T เพื่อนหลายคนหันมามองฉันแบบตกตะลึงราวกับไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แอบเขินนะยะ ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็เหอะ รู้อย่างนี้ฉันแปลงโฉมตัวเองตั้งนานล่ะ ><

            เราสองคนถ่ายรูปเล่นกันอยู่นานสองนาน จนเริ่มรู้สึกได้ว่าหิว สิ่งที่ฉันควรทำในตอนนี้คือเลิกถ่ายรูปซะ แล้วออกหาของกิน!! งานบุฟเฟต์แบบนี้ แม่จะกินให้แหลกเลย อ้ะ! นั่นตรงหน้าเวทีเค้ากำลังจัดแสดงอะไร โฟล์คซองหรอ เสียงคนร้องใช้ได้เลยแฮะ >w<

            “*I’m only one call away. I’ll be there to save the day. Superman got nothing on me. I’m only one call away.

            เสียงโฟล์คซองบรรเลงเพลงโปรดปรานของฉันอยู่บนเวที เสียงนุ่มๆของเขา ทำให้ฉันอดที่จะเคลิ้มตามไม่ได้ ละมุนแบบนี้คนร้องจะต้องหล่อมากแน่ๆ -.,- เออ.. หล่อไม่หล่อช่างมัน เพราะตอนนี้ของกินสำคัญกว่า วะฮ่าๆๆ ฉันไม่สนใจบนเวที และเดินแยกจากเอ็มเพื่อมุ่งสู่ของกินทันที บุฟเฟต์จ๋า แม่มาแล้วววววว *O*

            “นี่ครับ” ผู้ชายคนหนึ่งหยิบจานส่งให้ฉัน ในขณะที่ฉันพยายามเอื้อมมือแม่นาคข้ามโต๊ะไปหยิบจานอีกฝั่ง มันคงจะเป็นภาพที่น่าเกลียดพอตัว เขาเลยช่วยหยิบมันส่งมาให้ฉันแทน

            “ขอบคุณค่ะ อ้ะ!

            ปีเตอร์..

            เป็นเขาจริงๆด้วย เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ช่างดูสง่างามดุจเจ้าชายในเทพนิยายมาก ทำไมเขาถึงได้หล่อขนาดนี้นะ โฮกกกกก ยังคงทำใจไม่ได้ T^T

            “เอ๋.. บิก้าหรอ!! O_o” ปีเตอร์โพล่งออกมาอย่างแปลกใจ พร้อมกับไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เขามองอยู่นานอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่านี่คือฉันจริงๆ

            “บิก้าเอง.. ฉันดูดีพอที่จะยืนข้างนายได้บ้างหรือยั..” ฉันมองหน้าเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ผู้หญิงของเขาก็เข้ามาควงแขนออกไปซะก่อน ฉันก้มหน้าลงต่ำ เพื่อควบคุมความรู้สึกตัวเองเอาไว้ ขอบตาฉันเริ่มรื้นๆขึ้นมา จนต้องพยายามสูดลมหายใจเยอะๆเพื่อเรียกสติ เฮ้อ.. น้ำตาอย่าไหลออกมาเชียวนะ แกมันโง่! ไม่เห็นรึไงว่าเขามีแฟนใหม่ไปแล้ว

            ฉันพาตัวเองเดินออกมาดูการแสดงโฟล์คซองที่บริเวณหน้าเวที เผื่อจิตใจจะดีขึ้นบ้าง เขาคงไม่เหลือเยื่อใยให้กับฉันแล้วจริงๆ ขนาดฉันดูดี (กว่าเดิม) ขนาดนี้ เขายังไม่สนใจฉันเลย เอ.. ทำไมหน้าเวทีถึงมีกลุ่มชะนีน้อยรวมตัวกันเยอะขนาดนี้นะ ทำเสียงวี้ดว้ายกันเบาๆ ประหนึ่งมีนักร้องเกาหลีมา อืม.. คนมาดูเยอะแฮะ ดารารึไงเนี่ย? มีป้ายไฟด้วยอ่ะ พวกหล่อนลงทุนกันจริงๆ -.,-

            ‘We love Michael’

            โอ้โห! ป้ายไฟตัวใหญ่เบ้อเร่อ ว่าแต่.. ตอนนี้ยัยเอ็มหายไปไหนของมัน นี่หลบไปหาของกินแป๊ปเดียวเองนะ ฉันพยายามหันซ้ายหันขวามองหาอยู่นานสองนานแต่ก็ไม่พบ ได้แต่ยืนกร่อยอยู่คนเดียวจึงหันไปคว้าแก้วน้ำสีสันแปลกตาในถาดที่พนักงานถืออยู่มากินแก้เบื่อ ทันทีที่รสชาติของมันสัมผัสปลายลิ้น ฉันถึงกับต้องหลับตาปี๋ทันที อี๋! นี่มันอะไรเนี่ย?

            “น้องๆ ในแก้วนี่อะไรหรอ ทำไมรสชาติแปลกจัง” ฉันหันไปถามเด็กหนุ่มที่ถือถาดแก้วน้ำนั้นอย่างสงสัย

            “เตกีล่าครับพี่สาว ดื่มเบาๆนะครับ หรือพี่อยากจะดื่มอะไรเพิ่มเติม ก็สั่งผมได้นะครับ”

            ฉันกำลังจะวางแก้วนี้ลงอยู่แล้วเชียว แต่.. สายตาดันเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของปีเตอร์ที่กำลังนัวเนียอยู่กับสาวผมแดงอย่างไม่แคร์สายตาใคร ฉันจ้องมองอยู่นานจนรู้สึกได้ว่ามือตัวเองเริ่มสั่นระริก ฉันพยายามหันกลับไปมองทางเวทีโดยไม่สนใจเขา แล้วยกแก้วเดิมขึ้นแตะปากอีกครั้ง

            แก้วที่หนึ่ง แก้วที่สอง .... แก้วที่สี่....

            “พี่สาว.. พี่ดื่มเตกีล่าเยอะเกินไปเปล่า เดี๋ยวก็เมาหรอกครับ” เด็กหนุ่มคนนั้นถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของฉัน ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา นอกจากความเจ็บปวดที่อัดอั้นอยู่ข้างใน หน้าฉันร้อนผ่าว หลังจากที่เริ่มรู้ตัวว่ากระดกเข้าไปหลายแก้ว ร่างกายฉันไวต่อแอลกอฮอล์ อาจเพราะ.. ฉันไม่เคยลิ้มรสมันมาก่อน

            ฮ้าาา.. มองๆดูไป หนุ่มโฟล์คซองที่มีป้ายไฟให้กำลังใจอยู่ ก็น่ารักดีนะ.. ผมสีดำขลับ รับกับใบหน้าขาวผ่อง ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูสุขภาพดีที่ดูน่าสัมผัส ฉันเผลอกัดปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว เมื่อครู่.. เขาหันมามองฉันด้วย สายตาที่ดูน่าค้นหาของเขา ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงโครมครามเชียว อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือป่าว แต่เขาน่ารักจริงๆนะ ยิ่งเล่นเพลงโปรดของฉันด้วยอีก โอ๊ยยย *-*

            ฉันพยายามควบคุมสติ และเดินออกมายืนติดฝั่งกำแพงเพื่อหาที่ยึดเกาะ ยัยเอ็มหายไปไหนกันนะ เวลาแบบนี้ล่ะชอบหายหัว แล้วฉันจะมีสติสัมปชัญญะกลับบ้านครบมั้ยเนี่ยยยย @_@

          “*I’m only one call away. I’m only one call away.

            เสียงโฟล์คซองบนเวทีจบลงแล้ว เสียงกรี๊ดดังระงมไปทั่วฮอลล์ พวกผู้หญิงบ้านี่! หยุดกรี๊ดกันเดี๋ยวนี้นะ -_- หนุ่มน้อยน่ารักคนนี้เป็นของฉันนะยะ อย่ามายู้งงงงงงงงงงงง ฉันจะทำยังไงให้เขาหันมาสนใจฉัน ทำไงดีๆๆ เมื่อกี้เขาร้องท่อนจบว่ายังไงนะ..

          ‘เรียกหาฉันเพียงครั้งเดียว ฉันจะรีบไป

          งั้นฉันก็ต้องเรียกเขาสินะ ทีนี้เขาก็จะจดจำฉันได้คนเดียวเท่านั้น ฮ่าๆๆ ฉันหันไปมองป้ายไฟนั่นอีกครั้งเพื่ออ่านชื่อของเขา อ่า.. ตาลายแฮะ มันมีตัวอะไรบ้างนะ @_@  

            เอ็ม.. ไอ.. เฮช.. อี.. แอล

            ฉันพยายามสะกดคำจากป้ายไฟที่โดนโยกไปมาราวกับแผ่นดินไหว โอ๊ย! ยัยเด็กนั่น จะถือให้มันตรงๆหน่อยก็ไม่ได้ อ่านว่า ไม.. หรือมิ.. อะไรก็ไม่รู้ สะกดลงท้ายด้วย อี..แอล.. ชื่อแบบนี้อ่านได้หลายแบบอีก ฮือออ.. สมองฉันไม่พร้อมประมวลผลอะไรทั้งนั้นแล้วนะตอนนี้ หน้าตาเขาหล่อเหมือนดาราลูกครึ่งฝรั่งเศสที่ฉันชอบด้วย งืมมม.. ปวดหัวชะมัด หน้าตาแบบนี้ก็น่าจะชื่อนี้แหละ ลองๆเรียกไปก่อนแล้วกัน ถ้าเขาหันมาแสดงว่าใช่ -.,-

            ช่วงที่เสียงคนเริ่มเงียบนี่แหละ เดี๋ยวแป๊บ.. ฉันขอนับจังหวะก่อน เอ้า! หนึ่งงงงง สองงงง ซั่ม!! ..

            “มิเช้ลลลลลลลลลลลลลลล ฉานหลงร้ากคู้นนนนนน มิเชลลลลลลล มองมาที่ฉันเซ่!! งึมงำๆ”

            หลังจากที่เสียงของฉันได้ถูกเปล่งผ่านลำคอออกไป สองร้อยแปดสิบเดซิเบล (เวอร์) บรรยากาศรอบด้านก็เงียบลงราวกับโดนมนต์สะกด ทุกสายตาจับจ้องมายังฉันที่กำลังพิงกำแพงอยู่ และสภาพพร้อมจะเลื้อยลงไปได้ทุกเมื่อ กลุ่มชะนีน้อยเจ้าของป้ายไฟ อ้าปากกันพะงาบๆ อ่า.. เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปนะ @_@

            เสียงรอบข้างเริ่มดังขึ้นจ้อกแจ้ก ฉันฟังไม่ได้ศัพท์ว่าใครพูดอะไรบ้าง หูตาเริ่มอื้ออึงไปหมด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วพบข้อความจากยัยเพื่อนรักเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วว่า..

          ‘ฉันกลับก่อนนะ พอดีไอ้เจ้าปุ้มปุ้ยแมวเปอร์เซียที่บ้านฉันหายไป ฉันต้องรีบไปตามกลับด่วน

          โอ๊ย! ยัยเพื่อนบ้า! แล้วฉันจะกลับบ้านยังไง ฮือๆๆๆ

            วินาทีนั้น.. สายตาก็พลันไปเห็นรอยยิ้มแสนหวานของคุณมิเชลที่ชวนน่าหลงใหล มันทำให้ฉันรู้สึก.. อยากเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นซะจริง อ๋อย.. นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย รู้สึกควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้เลย เขินจัง -///-

            “ยัยลำยอง หึหึ”

             ฉันเห็นรูปปากเขาขยับไปมา เหมือนพยายามพูดอะไรสักอย่าง ลองกองหรืออะไรวะ อา.. ให้ตายเถอะ อยู่ๆหัวใจฉันมันก็เต้นตึกตักใหญ่เลยอ่า ฉันรักคูณณณมิเชลลล อึ้ก! ก่อนที่สมองฉันจะเริ่มเพ้อไปมากกว่านี้ ร่างกายฉันก็ร่วงลงพื้นราวกับมีใครมาฉุดมันลงไป แต่แล้ว.. มันกลับสัมผัสเข้ากับอ้อมแขนอันคุ้นเคยซะก่อน

            “ปะ.. ปีเตอร์”

            “ให้ตายเถอะ! นี่เธอเมาหรอ เมาด้วยสภาพนี้เนี่ยนะ” ปีเตอร์บ่นฉันชุดใหญ่ พร้อมกับอุ้มร่างขึ้นไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแรง ฉันหลับตาซบลงที่แผ่นอกของเขาทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า.. ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว

            ปีเตอร์.. นายกลับมาหาฉันเถอะนะ

 

            ปวดหัวชะมัด ลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ แอร์เย็นๆปะทะเข้าที่ต้นแขน ทำให้ฉันต้องห่อตัวเองไว้หลวมๆ ปีเตอร์กำลังพาฉันไปส่งที่บ้านสินะ เขาใจดีจัง อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้หมดเยื่อใยถึงขั้นรังเกียจแฟนเก่าอย่างฉัน T^T เมื่อเสียงรถดับลง ตัวฉันถูกอุ้มจนลอยขึ้นอีกครั้ง และไม่นาน.. แผ่นหลังของฉันก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของเตียงนอน ฮ้าาา.. เตียงของฉัน นุ่มสบายชะมัด นุ่มกว่าเดิมอีก สงสัยแม่ซื้อเตียงมาให้ใหม่แหงๆ ฟินาเล่ >O<

            ฉันลืมตาขึ้นมามองหน้าผู้ชายที่ฉันรักมากที่สุด แววตาของเขาแดงก่ำ นี่เขาร้องไห้งั้นหรอ? แววตาเขามองมาที่ฉันอย่างรู้สึกสงสาร ก่อนที่จะไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้อย่างเบามือ

            “บิก้า บิก้า..” เสียงเรียกของเขาปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ ฉันพยายามสะบัดหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติกลับมา แต่มันกลับหนักอึ้งไปหมด

            “ป..ปีเตอร์ นะ..นายมาดูแลฉันทำไม นายจะกลับมาหาฉันแล้วใช่มั้ย” เสียงแหบพร่า เอ่ยถามเขาไปด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด

            “ก็ดูสภาพเธอสิ ปล่อยไว้อย่างนั้น เธอโดนคาบไปกินเละแน่ๆ”

            กิน? กินอะไร มันเป็นมนุษย์กินคนหรอ ทำไมน่ากลัวจัง T^T

            “ขะ..ขอบคุณนะ”

            “เธอมันใส ซื่อ บริสุทธิ์ เธอไม่รู้หรอกว่าโลกภายนอกมันเป็นยังไง” ปีเตอร์พึมพำอะไรบางอย่าง “บริสุทธิ์งั้นหรอ?”

            “ปีเตอ..”

            เสียงฉันถูกกลืนหายไปด้วยริมฝีปากที่หยักได้รูปนั้น เขาครอบครองมันไว้อย่างอ่อนโยน จนฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับความสัมพันธ์ของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง สัมผัสที่เขามอบให้ ทำให้ฉันอดที่จะเคลิ้มตามมันไม่ได้ ฉันคิดถึงนายจัง.. และก่อนที่มันจะรุนแรงขึ้นจนเริ่มหายใจไม่ออก ฉันรู้สึกอึดอัดกับการกระทำของคนตรงหน้า สองมือพยายามที่จะผลักเขาออกไป แต่ทว่า.. มันกลับไม่สำเร็จ

            “ปะ..ปีเตอร์ ปล่อยฉัน” เมื่อร่างกายเริ่มได้สติว่าเขากำลังทำอะไร ความหวาดกลัวก็แทรกเข้ามาทันที ฉันดิ้นไปมาอย่างสุดแรงแต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุด ไม่นะ! ปีเตอร์ต้องไม่ทำแบบนี้

            “หยุดดิ้นเถอะบิก้า..”

            เฮือก!! ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ฉันไม่รอดแน่ ด้วยสัญชาตญาณ.. ฉันจึงค่อยๆเลื่อนมือขึ้นมาโอบรอบคอเขา ก่อนจะใช้เล็บจิกลงไปที่บริเวณท้ายทอยอย่างเต็มแรง

            “อ๊ากกกกกก!!” เขากระโดดออกแล้วร้องอย่างเจ็บปวด เป็นจังหวะให้ฉันรีบลุกวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หัวที่หนักอึ้งทำให้เคลื่อนไหวไม่ค่อยสะดวก ฉันถอดรองเท้าส้นสูงเขวี้ยงใส่หัวเขาอีกที ก่อนจะถอดอีกข้างโยนทิ้งไว้แล้วรีบวิ่งออกไปยังประตู ที่นี่มันไม่ใช่ห้องนอนฉัน! (เพิ่งรู้เรื่อง) แต่แล้ว.. ฤทธิ์เตกีล่าก็ทำให้ฉันเสียหลักล้มลงอีกครั้ง ฉันเอาหัวพิงประตูไว้ และหยิกตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติ

            ร่างสูงเดินมาอุ้มตัวฉันขึ้นอย่างง่ายดาย ฉันหมดแรงจะสู้นายแล้วนะ.. ฉันยอมแพ้แล้วจริงๆ ยิ่งพยายามขัดขืนเขาเท่าไหร่ ใบหน้าฉันก็จะสัมผัสได้ถึงฝ่ามือที่กระทบเข้ามาเป็นการลงโทษ ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของเขาอย่างพอใจ ในขณะที่น้ำตาฉันไหลออกมาด้วยความหวาดกลัว

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้ฉันเผลอสะดุ้งด้วยความตกใจ เขากดรับอย่างหงุดหงิดและเดินออกไปจากที่ตรงนั้น ฉันจึงรีบยันตัวเองขึ้นมา พลางขยับชุดที่กำลังจะหลุดให้เข้าที่ ช่วงที่เขาหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่นั้น ฉันใช้จังหวะนี้หันไปหยิบแจกันทรงสูงตรงข้างเตียงมาถือไว้ โอย.. รู้สึกตาลายชะมัด

            “ปีเตอร์ ฉันขอโทษนะ นายไปตายซะเถอะ ฉันจะสวดมนต์พร้อมแถมสังฆทานไปให้นายทีหลังเอง T-T

            “เฮ้ยยย!

            ฉันฟาดแจกันลงไปที่บริเวณด้านหลังของปีเตอร์อย่างสุดแรง (ไม่กล้าลงที่หัว กลัวตายจริง) แจกันตกแตกกระจายลงสู่พื้น ส่วนเขานั้นบาดเจ็บเพียงแค่บริเวณหัวไหล่เท่านั้น ฮือ.. ทำไมมันถึงหลบได้ โลกไม่ยุติธรรม ToT

            “หนอย.. คิดว่าจะหนีฉันพ้นหรอ!” เขากระชากผมไว้จากข้างหลัง เมื่อฉันพยายามวิ่งหนีไปที่ประตู อ๊าก! นายกล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!! ผมฉันยิ่งมีน้อยๆอยู่ T_T

            “ไอ้บ้า ปล่อยช้านนน TOT” ฉันหันกลับไป ยกแขนเอาจุ๊กกุแร้ที่กำลังเปียกอยู่แปะหน้าปีเตอร์อย่างบ้าคลั่ง เอาเซ่!ฮ่าๆๆๆ คราบโรลออนที่กำลังเยิ้มๆ เปรอะเปื้อนใบหน้าเขาเป็นหย่อมๆจนฉันรู้สึกสงสาร (แต่กลิ่นยี่ห้อนี้หอมมากเลยนะนาย -w-)

            “เฮ้ย! ทำบ้าไรวะ เธอไม่เคยเป็นแบบนี้นะ ยัยบ้า!” เขาพยายามผลักจุ๊กกุแร้อันขาวเนียนของฉันออกอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่! มันแค่เปียกเหงื่อเองนะ ไม่ได้เหม็นสักหน่อย ไม่ต้องรังเกียจกันขนาดนั้นก็ได้ =_=

            “ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะนายไงล่ะ! เพราะนายคนเดียว ขอบคุณนะที่ทำให้ฉันตาสว่างขึ้น ส่วนนาย.. ดมจุ๊กกุแร้ฉันเสร็จแล้วก็ไปตายซะเถอะ!!

            ฉันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเตะไปที่กลางลำตัวของปีเตอร์อย่างสุดแรงเกิด จนหน้าของเขาเปลี่ยนสีได้ =.,= แต่ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วตอนนี้ ขาทั้งสองข้างรีบพาตัวเองวิ่งออกมา ปล่อยให้ปีเตอร์นอนกุมเป้าตัวเองอยู่อย่างนั้นด้วยสีหน้าเหยเก

            ตึกๆๆๆๆ

            เสียงฝีเท้าที่พาตัวเองวิ่งออกมาจนเหนื่อยหอบค่อยๆลดความเร็วลง ที่นี่มันที่ไหน? เหมือนกับเป็นคอนโดที่ไหนสักแห่ง ไม่น่าเลยฉัน ไอ้เตกีล่าบ้า! ต่อไปฉันจะไม่แตะต้องมันอีก ลาก่อน.. แอลกอฮอล์ครั้งแรกและครั้งเดียวของฉัน TOT มันทำให้ฉันเกือบต้องเสียเวอร์จิ้นสุดที่รักไป ฉันพยามคลำหากระเป๋าสะพายใบเล็กที่พกติดตัวไว้ แต่มันกลับไม่มี แล้วโทรศัพท์ฉันอยู่ไหน? ฉันต้องโทรตามยัยเอ็มมารับฉันกลับไปนะ หายๆๆๆ หาไม่เจอ T^T โทรศัพท์ของฉันอยู่หนายยยย

            ฉันเดินเตร็ดเตร่เซไปมาอยู่บนถนนเหมือนคนบ้า รองเท้าไม่ได้ใส่ (ถอดปาหัวปีเตอร์ไปแล้ว) เงินติดตัวสักบาทก็ไม่มี โทรศัพท์ก็ยังมาหายไปอีก โอ๊ย! โทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋าสะพายไง ถ้ากระเป๋าไม่อยู่ โทรศัพท์มันก็ต้องหายไปด้วยสิ ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะ มัวแต่คลำบ้าหาอะไรเนี่ย คนสวยอยากร้องไห้ สติสตางค์อะไรไม่มีแล้ว ToT

            แต่แล้ว.. ฉันก็ดันเดินไปเจอฝูงน้องหมาสุดน่ารักกลุ่มหนึ่งที่กำลังแย่งอะไรสักอย่างกันอยู่ พอพวกมันเห็นฉัน ก็รีบแยกเขี้ยวยิ้มหวานใส่ และขู่ฟ่อๆราวกับว่าฉันจะเข้าไปแย่งมัน เอ่อ.. ไม่นะ =O=;;

            โฮ่งๆๆๆ โฮ่งๆๆ

            “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!” ฉันรีบใส่ตีนหมาวิ่งอย่างสุดแรงเกิด และมันก็ใส่ตีนหมา (ของมันเอง) วิ่งไล่ฉันเหมือนกัน โอ๊ยยยยย! ใครก็ได้ช่วยคนสวยด้วย ToT

            ฉันวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต หมาพวกนี้ถูกเลี้ยงด้วยวัวกระทิงเป็นอาหารรึไง ทำไมถึงได้อึดถึกเหมือนควายอย่างนี้ฟะ ฉันวิ่งจนเจ็บเท้าไปหมดแล้วนะ นี่.. ทั้งชีวิตไม่เคยกินเนื้อหมาเลย แล้วทำไมพวกมันไม่เป็นมิตรกับฉันล่ะ ฮือออ โอ๊ะ! เหวอออออออออออ OoO!!

            เอี๊ยดดดดด!

            เสียงล้อรถที่ถูกเบรกกะทันหันดังขึ้นจนแสบแก้วหู แสงวาบจากไฟหน้ารถที่ส่องเข้ามา ทำให้ฉันตกใจจนเซถลาลงไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ข้างทาง กิ่งไม้จำนวนมากข่วนเข้าที่หลังจนรู้สึกเจ็บแสบไปหมด ส่วนฝูงน้องหมาแตกกระเจิงวิ่งหนีไปไหนกันหมดแล้วก็ไม่รู้

            ฉัน.. เจ็บ

            แต่ตอนนี้ปวดหัวชะมัด อยากล้วงคออ้วกด้วย ฮือออออ T^T

            อุ อุ อ้วกกกกกก!!

            ไม่ทันแล้ว.. มันออกมาเรียบร้อยแล้ว กองเตกีล่าผสมกับข้าวที่มีหน้าตาเหมือนโจ๊ก ดีนะที่กิน(ข้าว)ไปแค่นิดเดียว แต่กลิ่นนี่ไม่อยากจะบรรยายเลย เอาจริง T-T

            บุคคลในรถคันนั้นเปิดประตูลงมา เสียงฝีเท้าเริ่มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ฉันค่อยๆยกชายกระโปรงตัวเองขึ้นมาเช็ดปากอย่างระวัง ถึงแม้ร่างกายจะสั่นระริกด้วยความกลัว แต่.. ฉันขอเช็ดคราบอุบาดนี่แป๊ปนึง T_T

            “ข..ขอบคุณนะ” ฉันขอบคุณเขาเบาๆด้วยความโล่งใจที่เสียงเบรครถของเขาทำให้ฝูงน้องหมาแตกตื่นหนีไปได้

            “หึหึ ยัยลำยองที่ตะโกนเรียกชื่อฉันนี่เอง เมื่อกี้เล่นวิ่งไล่จับกับเพื่อนๆอยู่หรอ ฉันเกือบได้ชนเธอตายจนติดคุกเข้าแล้วไง” น้ำเสียงที่นุ่มนวลนั้นยังคงแฝงไปด้วยความยียวนกวนประสาทนิดๆ

            “จะบ้าเรอะ! นี่.. นายช่วยฉันหน่อยสิ ฉันเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย”

            ฉันพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์แย่ๆมา แล้วพอมาเจอใครสักคนที่พอจะช่วยฉันได้ มันทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

            “ฮ่าๆๆ ไหงเธอมาอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ อืมม.. ปากแตก เลือดออก ชุดหลุดลุ่ย หน้าตาเลิ่กลั่กแบบนี้ก็ดูเซ็กซี่ไปอีกแบบดีนะ แต่.. ถ้าตัดกองอ้วกข้างๆนี้ออกไปได้ ทุกอย่างจะดูเพอร์เฟกต์มาก =_=

            “นายปล่อยให้ฉันตายเถอะ ถ้านายจะพูดอย่างนั้น TOT

            “โอเค งั้นฉันไปละ โชคดีนะสาวน้อย” เขาไม่พูดเปล่า แถมยังหันหลังเดินกลับออกไปอีกด้วย

            “ฮือๆ ได้โปรดดดดดด ช่วยฉันเถอะนะ พ่อสุดหล่อ คนดีของสังคม T^T” มือทั้งสองข้างพยายามตะกายขาของเขา แต่ก็ไปไม่ถึงเนื่องจากเราอยู่ห่างกันเกินไป

            “หึหึ ฉันรู้ตัวว่าหล่อ.. มองหน้าฉันสิ แล้วเธอจะรู้ว่าฉันคือใคร” เขาย่อตัวลงข้างหน้า และใช้มือเชยคางฉันขึ้นเพื่อให้มองเห็นใบหน้าเขาอย่างชัดๆ

            ดวงตาคู่นี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันช่างมีเสน่ห์ราวกับมีมนต์สะกดให้ฉันจ้องมองมันอย่างหยุดไม่ได้ ฉันรู้แล้วแหละว่าเขาคือใคร.. หนุ่มโฟล์คซองที่เล่นในงานบายเนียร์เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมานั่นเอง อาาห์

            “นายคือมิเชลใช่ม๊ายยยย” ฉันตอบออกไปอย่างมั่นใจ

            “ใช่แล้ว ฉันคือมิเชล J

 

*เพลง One call away – Charlie Puth


>>> Talk with โพซิตรอน <<<

เฮลโหลวววว บุ๋มเอง
ขอบคุณโครงการนักเขียนหน้าใสปี 9 ที่มอบโอกาสนี้ให้นะคะ
ขอบคุณทุกกำลังใจ ทั้งคะแนนโหวตและคอมเม้นจากทุกๆคนด้วย
จะนำคำแนะนำที่ได้รับ ไปพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ >.<

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องของนางเอกโลกสวย เพราะฉะนั้น.. อย่าถือสาในความโลกยูนิคอร์นของนางเลย ฮ่าๆๆ

                        
แอบแปะอิมเมจของ
'อราบิก้า' ไว้ให้เชยชม บิก้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่า >_<

14 ความคิดเห็น

  • 1
  • 2
  1. #1 (จากตอนที่ 2)
    2017-01-19 22:02:53
    คุณพระ!// ยกมือทาบอกอย่างรุนแรง
    ตกหลุมรักมิเชลซะแล้ว
    ดูร้าย ดูหล่อร้าย
    รออออ
    #1
  2. #2 Marshmallows. (จากตอนที่ 2)
    2017-01-19 22:29:10
    โอ้ยยยยยย อ่านละตลกนางเอกมาก ลั่นตรงมิเชล นี่คิดในใจ ชั้ลว่าแล้ววววว ว่านางต้องอ่านงี้ ลั่นนน
    ช่วงแรกนี่นึกว่าพลิก ปีเตอร์จะเป็นพระเอกซะอีก แล้วหนุ่มหน้าใหม่เป็นพระรอง อ้าว ไม่ใช่อ่ะเฮ้ย 55555
    ชอบฉากจะเสียเวอร์จิ้นมาก มันเห็นาพดี ลุ้นว่านางจะรอดมั้ย *ขำ*

    สุดท้ายพระเอกก็คือมิเชลสินะ โปรดลืมชื่อจริงของเขาไปเถิด 555555555555

    ปล. ชอบเพลงนี้เหมือนกันนน ฮือ
    #2
  3. #3 Snackjack Yada Borisut (จากตอนที่ 2)
    2017-01-19 22:44:29
    เกลียดความยูนิคอร์นของนางเอก  5555++
    แวะมาให้กำลังใจนะยู สู้ๆ 
    #3
  4. #4 iiiimmomo (จากตอนที่ 2)
    2017-01-19 23:10:02
    เป็นกำลังให้นะคะ ยินดีด้วยสำหรับการเข้ารอบบบ รอติดตามผลงานค่ะ 


    รักเลย
    #4
  5. #5 Banilla Honie, Karin (จากตอนที่ 2)
    2017-01-20 01:13:04
    นุ้งบุ๋มมมมมมมม
    ฉากดมจุ๊กกุแร้เด็ดขิงๆ ค่า 55555
    ไมเคิลคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็นมิเชลจริงๆ นั่นแหละ

    #5
  6. #6 Praewaa (จากตอนที่ 2)
    2017-01-20 02:36:29
    โอ๊ยยยยย ขอมอบมงให้กับความโลกสวยนี้ 5555555555555
    คาแรคเตอร์นางเอกดูเป็นอะไรที่น่าสนใจดี มีส่วนทำให้เรื่องดำเนินไปได้แบบตลกมาก 555555
    ชอบเรื่องนี้ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    //หมุนตัวอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ข้างๆ อราบิก้า
    #6
  7. #7 (จากตอนที่ 2)
    2017-01-20 05:49:21
    โลกสวยเข้าใจนะ แต่สถานการณ์จะโดนข่มขืนทำให้ตลกมากไปจนพี่อินตามไม่ได้เลยอ่ะ 55555 จริงๆ ปีเตอร์ก็แปลกไปหน่อย จังหวะมันดีมากไปอ่ะ เหมือนว่าโดนอุ้มกลับบ้าน ปีเตอร์ก็จะปล้ำเลย ทั้งๆ ที่คบกันมานานอย่างน้อยก็น่าจะมีความเป็นเพื่อนกันหน่อย ประเด็นคือมันไม่มีการเกริ่นมาก่อนด้วยว่าปีเตอร์มีเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้วแต่แรกรึเปล่า แล้วพระเอกโผล่มาถนนหน้าบ้านปีเตอร์พอดีเลย แบบบังเอิญไปหมด นางเอกมีโทรศัพท์มั้ยอ่ะ ไม่โทรตามเพื่อน หรือโทรตามพ่อแม่มารับเหรอ ขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้าต่ออีกรอบหลังจากเพิ่งโดนข่มขืนเนี่ยนะ 

    ย้ำอีกที โลกสวยพี่เข้าใจ มันเป็นมุกตลกได้ โทนเรื่องอะไรแบบนี้ แต่มันต้องมีตรรกะของคนปกติให้เรื่องมันน่าเชื่อถือประกอบด้วย เช่นจริงๆ ก็อยากจะโทรหาเพื่อนแต่แบตฯ หมด พระเอกผ่านมาพอดี ไม่รู้จะทำไง ถ้าไม่ไปกับพระเอกก็อาจจะโดนทิ้งตายข้างทางได้ แบบไม่มีรถมาเลย หรือเท็กซี่ก็ดูหื่นๆ บลาๆ ขอโทรศัพทืพระเอกโทรหาเพื่อนสนิท อะไรทำนองนั้น มันมีทางเลือกอ่านอีกเยอะมากๆ 

    ความสมเหตสมผลเป็นอีกเรื่องที่ทำให้คนอ่านอินกับนิยายอ่ะ เรื่องนี้พี่ฝากไว้หน่อย ไว้ตอนต่อๆ ไปจะรอดูนะคะ พลอตมาถูกทางแล้วล่ะ แนวใสๆ น่ารัก แค่ต้องเพิ่มความสมจริงสักหน่อย

    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #7
  8. #8 ImNice_pryn (จากตอนที่ 2)
    2017-01-20 14:49:02
    บิก้าาาาาาาาาา
    นี่สงสารนางนะ นางคิดถึงปีเตอร์มากอะ
    แต่ปล่อยมันไปเถอะ ไอเลววววว T^T
    มิเชลลลล ตลก คือตอนเด็กๆ ชุ้นก็อ่านอย่างงี้นะ
    พระเอกมาละ ลุ้นต่อๆ
    สู้นะยัยบ. ของต๊อกกกกกกก >___<
    #8
  9. #9 winevis (จากตอนที่ 2)
    2017-01-20 17:14:32
    ตลกกกกกก 5555555 ฮามากพี่บุ๋ม ไม่รู้สิ แต่หนูชอบคาแรกเตอร์ของนางเอกมากกก
    อยากรู้จักมิเชลเพิ่มขึ้นแล้ววว ฮืออ รอๆๆ
    สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ เย้
    #9
  10. #10 (จากตอนที่ 2)
    2017-01-20 21:27:11
    ตอนแรกคิดว่าปีเตอร์จะเป็นพระเอก ทำไปทำมา เอ้าพิล็อคเฉยเลย 555555555 ชอบตรงมิเชลบอกว่าลำยองอ่ะ ตลกดี รอตอนต่อไปนะคะ สู้วๆ
    #10
  • 1
  • 2

แสดงความคิดเห็น