โพซิตรอน

[JLS07] Hey! Baby ตื๊อผมอีกนิดสิครับ ผมกำลังจะรับรักคุณ

เมื่อความโลกสวยของฉัน ทำให้ต้องถูกบอกเลิก แถมยังถูกแบล็คเมล์อีก วิธีเดียวที่จะแลกรูปแบล็คเมล์ได้ คือฉันต้องตามจีบหนุ่มฮอต ที่ดันเผลอไปอ้างว่าเป็นแฟน โอ้ย.. ทำไมฉันต้องมาตามตื๊อผู้ชายอย่างนายด้วยนะ

0%
VOTE
ตอนก่อนหน้า

ตอนที่ 5/7 :: เขาหาว่าหนูเป็นโรคจิต

ตอนถัดไป

5

เขาหาว่าหนูเป็นโรคจิต

 

            เสียงหัวใจฉันเต้นตึกตักตามจังหวะฝีเท้าที่เริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้น

 ตึก..ตึก...

 เมื่อสองเท้าก้าวมาหยุดลงตรงหน้า มิเชลที่มาพร้อมกับช่อดอกไม้นั้น มีท่าทีแน่นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจยัดมันลงใส่ฝ่ามือฉันแบบลวกๆ โดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด

            “บิก้า..คือฉัน...”

            “เอ่อ...มิเชลฉันทำทีก้มมองช่อดอกไม้ในมือ เพื่อหลบซ่อนใบหน้าที่เขินอายเอาไว้ โฮก...รู้สึกหน้าร้อนเป็นบ้า -///- นี่ถ้ารู้ว่าหนังสือโบราณจะศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ กลับไป...ฉันขอกราบงามๆ สักทีสองทีเถ้อออออ

            ส่วนนาย...ถ้าจะบอกรักฉันก็รีบบอกมาเถอะ อราบิก้าคนนี้ตื่นเต้นจนฉี่จะราดแล้วน้าาา >///<

            ในขณะที่กำลังยืนม้วนด้วยความขวยเขินอยู่นั้น ฉันสังเกตเห็นเขาควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายข้างของตัวเอง จนต้องมองตามการกระทำของคนตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น

พอแล้วววว แค่นายให้ดอกไม้มาแค่นี้ฉันก็เขินจะแย่อยู่แล้ว >.<

และทันทีที่เขาหยิบมันขึ้นมาใส่เข้าในมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ ปมคิ้วบนใบหน้าก็ถูกขมวดเข้าหากันทันที

           “ฉันเอารายชื่อคนไปค่ายของเอกภาษาจีนมาให้เธอน่ะ ตอนแรกว่าจะโทรหา แต่ดันเจอตัวพอดี เลยเอาให้เธอเลยก็แล้วกัน

           ว่าจบก็หยิบช่อดอกไม้กลับคืนไปในขณะที่ฉันยืนนิ่งสนิท มือเย็นเฉียบถือแผ่นกระดาษสองสามแผ่นที่คนตรงหน้ายัดใส่ไว้ให้ พยายามคิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยท่าทีสับสน

อย่าบอกนะว่านายคือตัวแทนเอกภาษาจีน งั้นนายก็..!!!

           “อ้อ! ฉันลืมแนะนำตัวเองไป สวัสดี...ฉันชื่อไมเคิล ตัวแทนจากเอกภาษาจีน

           “!!!”

ชะ..ชื่อของเขาอ่านว่า ไมเคิล

           กรี๊ดดดด! แล้วที่ผ่านมาฉันทำอะไรลงไป ToT

รู้สึกเหมือนโดนใครเอาอะไรแข็งๆ ตีเข้ามาที่กลางแสกหน้า รอยยิ้มของเขานั้นทำให้ฉันต้องหลุบตามองต่ำโดยอัตโนมัติ บรรยากาศรอบตัวเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกอาย

ฉะ..ฉัน...ขอปี๊บบบบบ T^T

           “ไอ้เคิลลลล หนีมาอยู่นี่เอง พวกแฟนคลับถามหาแกกันใหญ่เลยบุคคลหน้าใหม่ที่เพิ่งวิ่งเข้ามาถึง ตีเข้าที่ไหล่ไมเคิลด้วยท่าทีเหน็ดเหนื่อย เขาคงจะวิ่งมาไกลอยู่พอสมควร สังเกตได้จากเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามใบหน้าคมคาย มันทำให้เขาดูดีชะมัด -.,-

           เวลาแบบนี้ฉันยังจะมีหน้าไปวิจารณ์คนอื่นอีกนะ T-T

เอ่อ...” ฉันอึกอักอย่างคนสมองรวน สายตาเหล่มองไปยังช่อดอกไม้ในมือไมเคิลอย่างสงสัยอีกครั้ง ละ..แล้วดอกไม้นั่น นายไม่ได้คิดจะเอามันมาให้ฉันแต่แรกหรอกเหรอ?”

ปากโพล่งออกไปตามความคิดอย่างห้ามไม่ทัน โอ๊ย! แล้วแกจะไปถามเขาทำไมล่ะบิก้า T_T

ดอกไม้?"

"อ่า...ดอกไม้ที่นายเอาใส่มือฉันตอนแรก ( . .)"

"ฮ่าๆๆๆ นี่พวกแฟนคลับฉันให้มาต่างหากล่ะ

อ๋อ.. (‘ . .)”

เพล้ง! หน้าแตกไปอีกหนึ่งกระทง T^T

ฉันแค่จะหาใบรายชื่อในกระเป๋าก็เลยฝากเธอถือไว้เฉยๆ นี่เธอคิดไปถึงไหนเนี่ย -.-” ไมเคิลหัวเราะออกมาเสียงดัง จนเพื่อนเขาที่อยู่ข้างๆ หันมามองฉันด้วยความสนใจทันที

มะ..มองอะไรของนาย หวังว่าคงไม่ได้มาปิ๊งฉันเข้าหรอกนะ =O=

           “เธอ...ใช่เธอรึเปล่าที่เอาขนมมาส่งให้ไอ้เคิลเมื่อวันนั้น

           “อ่า..ใช่ ฉันเอง ทะ..ทำไมเหรอ?”

ริมฝีปากหยักสวยคลี่ยิ้มออกมาอย่างช้าๆ เมื่อได้ยินคำตอบ นี่เขาคงไม่ได้เกิดพิศวาสฉันขึ้นมาจริงๆ ใช่มั้ย

แง...บางทีการเป็นคนสวย (ขึ้น) ก็ทำให้วางตัวลำบาก T///T

ฮ่าๆๆ เธอนั่นเองที่เรียกชื่อไอ้เคิลว่า มิเชลโอ๊ย...จี้ว่ะ! ฮ่าๆๆ

เสียงหัวเราะที่ดังขึ้น ทำให้หน้าฉันหดลงเหลือสองนิ้วทันที ฮือออ...เกลียดความโง่ของตัวเองชะมัด วันนั้นเผลอไปเรียกเขาว่ามิเชลได้ยังไงนะ T-T ก็เขาดันหล่อเหมือนดาราลูกครึ่งฝรั่งเศสที่ฉันชอบอ่ะ เลยนึกว่าชื่อเขาจะอ่านว่า 'มิเชล' ซะอีก

ฉันไม่ผิดนะ หน้าเขานั่นแหละผิด แงงงงงง

“TOT”

สองข้างแก้มร้อนฉ่าแทบจะระเบิดออกมาด้วยความอับอาย ฉันรีบยกกระดาษในมือขึ้นปิดหน้าแล้วหันหลังวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะของเพื่อนไมเคิลที่ชวนหลอกหลอนไล่หลังมาอยู่อย่างนั้น

 

-Michael's part-

ผมมองตามยัยเมล็ดกาแฟที่วิ่งออกไปแบบนั้นอย่างอดขำไม่ได้ ยิ่งใบหน้าที่แดงไปถึงหูนะ โอ๊ย...อยากจะให้ทุกคนได้เห็นมันจริงๆ ครับ เธอดูตลกมากกว่าน่ารักซะอีก

อีกอย่าง...ผมจงใจแกล้งเธอเรื่องชื่อของตัวเอง เพราะนานๆ ทีจะมีคนหลงเข้ามาเรียกผิด แล้วโอกาสแบบนี้มันก็ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ด้วย ฮ่าๆๆ แต่นี่สงสัยอย่างหนึ่ง...ยัยนั่นไม่รู้จักผมจริงๆ เหรอวะ ผมดังในคณะจะตาย ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนไม่รู้จัก ไมเคิลด้วย =_=

อ๊อฟ ไอ้เพื่อนตัวดียังคงหัวเราะอยู่อย่างนั้น จนผมต้องหันไปโบกหัวมันแรงๆ

"หยุดหัวเราะได้แล้ว =_="

"ฮ่าๆๆ ก็ฉันตลกนี่หว่า นั่นเด็กใหม่แกเหรอวะ หน้าตาคุ้นๆ"

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ หึหึ ควงผู้หญิงระดับท็อปมานาน อยู่ดีๆ คงไม่เลี้ยวโค้งลงไปหายัยอินโนเซ้นท์นั่นหรอกมั้ง แม้ว่ายัยนั่นจะชอบทำทีเข้ามาตีสนิทกับผมก็ตาม อีกอย่าง...ผู้หญิงที่เคยคบด้วยส่วนใหญ่มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น ไม่สิ...ใช้คำว่าควงเล่นแค่ชั่วครั้งชั่วคราวดีกว่า -..- นอกจากนั้นก็มีพวกแฟนคลับรุ่นน้องปีหนึ่งที่ชอบเอาขนม ดอกไม้มาส่งให้ตามโอกาสต่างๆ  ทำอย่างกับพวกคลั่งดารา แต่ชินล่ะ (คนมันหล่อ เกิดมาเบ้าหน้าดีก็งี้)

เมื่อเทียบกับยัยนั่นแล้ว เวลานึกถึงหน้าเอ๋อๆ ทำเป็นเข้ามาคุย เอาขนมมาให้แล้วมันตลกเลยทีเดียว ก็ไม่ใช่ว่าไม่สวยนะ...แต่มันไม่ใช่สเปคอ่ะ -.,-

"ไปคุ้นมาจากไหนวะ" ผมถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะปกติไอ้อ๊อฟไม่ค่อยสุงสิงกับผู้หญิงเท่าไหร่ จนผมนึกว่ามันจะเป็นเกย์ไปซะแล้ว

หรือว่า...ยัยนั่นจะเป็นเด็กเก่ามัน -_-

"ก็แฟนเก่าของไอ้หัวทองเอกเยอรมันไม่ใช่เหรอ?"

"อ้าวเหรอ? ไม่รู้ว่ะ"

อ้อ...มิน่าล่ะ วันที่ผมเอาสร้อยข้อมือไปคืน ถึงเห็นสองคนนั้นยืนอยู่ด้วยกัน แต่วันนั้นผมไม่ได้สนใจอะไร มัวแต่รีบคืนรีบขึ้นไปเรียน

ยัยเมล็ดกาแฟนี่เลือกคบแฟนหน้าตาดีเว้ย หรือว่าที่ยัยนั่นเข้ามาหาผมจะเป็นเพราะ...

ผมหล่อกว่าแฟนเก่าเธอวะ -.,-

ไอ้หัวทองเอกภาษาเยอรมันที่ไอ้อ๊อฟพูดถึงก็คือปีเตอร์นั่นแหละครับ ผมคุ้นๆ ว่าเราเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันตอนมัธยม แต่ไม่เคยคุยกันหรอก ตอนนั้นผมมีเพื่อนสนิทน้อยถึงน้อยมาก ก็มีไอ้อ๊อฟนี่แหละที่อยู่ด้วยกันมาถึงตอนนี้ แล้วก็เพื่อนอีกสามสี่คน ที่ตอนนี้แยกย้ายกันไปเรียนคนละที่แล้ว

ผมเคยมีเพื่อนสนิทผู้หญิงด้วยนะ แต่ช่างมันเถอะ

"ก็นึกว่าจะเปลี่ยนแนวกลับไปเป็นเหมือนเดิม" ไอ้อ๊อฟหันมามองผมด้วยสีหน้าจริงจัง

"หยุดพูดเรื่องนั้นเลยนะ!"

ภาพในอดีตฉายเข้ามาในความคิดผมอีกครั้ง จนต้องสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความรู้สึกนั้นออกไป

"เห็นปากบอกว่าเกลียด แต่ก็ยังเก็บ..."

"หุบปากไปเลย! ไปเรียนโว้ยยย" ผมลากคอไอ้คนข้างๆ เดินไปยังลิฟต์ทันที ก่อนที่มันจะพูดอะไรไร้สาระขึ้นมาจนผมต้องหัวเสียอีก

ชีวิตตอนนี้ในปัจจุบันดีกว่าแต่ก่อนเป็นไหนๆ

ใครๆ ก็ชอบว่าผมกะล่อน เจ้าชู้ จริงๆ แล้วแค่เป็นคนอัธยาศัยดีต่างหาก อย่างน้อยก็ไม่ได้ควงผู้หญิงพร่ำเพรื่อนะ เห็นแบบนี้...ผมก็เลือกเฉพาะคนที่สนใจจริงๆ (ทำไมดูเลววะ แต่ไม่เป็นไร เพราะผมหล่อ =_=)

ส่วนยัยเมล็ดกาแฟ...บอกตามตรงว่านี่ไม่ใช่สเปคเลยสักนิด คิดจะตีสนิทพี่ มันยากนะไอ้หนู หึหึ เห็นความไม่ประสีประสาในการเข้าหาผู้ชายของเธอก็น่าสนุกดีเหมือนกัน ถ้าผมไม่รำคาญไปซะก่อน จากที่เจอเหตุการณ์เมื่อกี้เข้าไปก็ไม่รู้ว่าจะกล้าเข้ามาหาผมอีกไหม ฮ่าๆๆ คิดแล้วตลกชะมัด ผมมันคนขี้แกล้งซะด้วยสิ

ถ้าเจอยัยนั่นอีก จะแกล้งให้หน้าเหวอเลย คอยดู :)

 

……………………………………………….

 

-Come back to Arabica’s part-

ฉันหอบเอกสารทั้งหมดที่รวบรวมได้จนครบไปยังห้องพักอาจารย์ เพื่อนำรายชื่อ และจำนวนคนไปค่ายของแต่ละเอกมาส่ง ระหว่างทางที่กำลังเดินอยู่นั้น สองมือก็คอยเช็คเอกสารที่ถือมาไปด้วย พลางก้มลงอ่านใบของเอกภาษาจีนอีกครั้ง เง้อ...ด้านล่างมีลายเซ็นชื่อ ไมเคิลเขียนเอาไว้ด้วยตัวบรรจงสวยงาม ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนโดนตอกย้ำเข้าไปอีก

ฉันผิดเองที่บังอาจไปเปลี่ยนชื่อให้เขา =_= 

มิน่าล่ะ...พรที่ขอไปถึงไม่เป็นผล เพราะดันไปอ่านชื่อเขาผิดนี่เอง แถมในหนังสือนั้นยังบอกไว้อีกว่า ในหนึ่งชีวิตนี้จะสามารถขอพรความรักจากเทพเจ้าได้เพียงแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น ลาก่อนพรข้อเดียวของฉัน ToT

นึกถึงตอนที่ฉันแบกหน้าแตกละเอียดยิบไปเล่าให้เอ็มฟัง ยัยนั่นหัวเราะก๊ากทันทีที่ได้ยินมัน แถมยังพูดซ้ำเติมอีกว่าผู้ชายที่ไหนจะชื่อมิเชล

หนอย...แกยังพูดว่ามิเชลๆ กับฉันอยู่เลย ไม่เชื่อแกลองย้อนกลับไปอ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ =_=

ฮ่าๆๆ โคตรตลกเลยว่ะ ฉันขำจนปวดท้องไปหมดแล้วเสียงหัวเราะเยาะจากคนตรงหน้า ชวนให้รู้สึกอยากหาอะไรยัดปากมันให้รู้แล้วรู้รอด ฮึ่ยยยย

แก...ฉันอายนะโว้ย ToT”

แกไม่บอกว่าเขาคือหนุ่มน้อยโฟล์คซองของเอกภาษาจีนอ่ะ ใครๆ ก็รู้จักไมเคิลเว้ย เขาดังจะตาย

แกยังมามิเชลๆ กับฉันอยู่เลยนะตอนแรกฉันบุ้ยปากใส่ด้วยท่าทีงอนๆ จนคนตรงหน้าต้องโบกหัวกลับ

ฉันไม่เคยเห็นหน้ามิเชลของแกนี่หว่า ใครจะไปรู้ว่ามิเชลไหน =_=”

ฮืออออ...ฉันไม่กล้าไปเจอหน้าเขาแล้ว ฉันไม่จีบแล้วได้มั้ยอ่ะ T-T” สองมือยกขึ้นปิดหน้า พลางกระแทกหน้าผากลงกับขอบโต๊ะเบาๆ อย่างหมดเรี่ยวแรง ฉันไม่กล้าที่จะบากหน้าเข้าไปคุยกับเขาแล้ว ให้ตายเถอะ

ไม่ได้นะแก แล้วของที่ปีเตอร์ใช้ให้แกไปเอาจากไมเคิลล่ะ?” เอ็มใช้มือข้างหนึ่งจิกหัวฉันขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วส่งสายตาดุใส่ ค่าแจกันสิบสองล้านเลยนะโว้ย แกไม่มีปัญญาจ่ายหรอก จีบๆ ไปเหอะ

ฉันไม่อยากทำแล้วอ่ะแก ถ้าไปเจอหน้าเขาแล้วต้องโดนหัวเราะใส่อีก ฉันก็หมดกระจิตกระใจจะทำอะไรแล้ว

นี่! เรื่องแค่นี้เอง...เข้มแข็งหน่อยสิวะ!! ถ้าแกไม่พยายาม แกก็จะลบความอ่อนแอในจิตใจของตัวเองไม่ได้หรอกนะ

เออออออ ฉันจะเข้มแข็ง T-T”

ที่สำคัญ ต้องเลิกโง่ด้วย!!” เอ็มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนริมฝีปากบางที่เม้มสนิทจะเริ่มสั่นกระพือด้วยอาการกลั้นขำ แต่ลืมไป...ของแบบนี้มันเลิกกันไม่ได้ง่ายๆ ฮ่าๆๆ

หยุดว่าฉันโง่สักฉากได้มั้ยแก เซลล์สมองฉันมันสั่นสะเทือนไปหมดแล้วนะ T_T” ฉันโวยขึ้นก่อนจะถามต่อ แกว่าของสำคัญของไมเคิลคืออะไรอ่ะ? นี่ฉันนอนคิด ยืนคิด ยังไงก็คิดไม่ออกสักที

แกลองตีลังกาคิดรึยัง?”

ฉันตีลังกาไม่เป็นอ่ะแก ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว โคตรเป็นปมด้อยเลย T-T”

โว้ยยย! ฉันว่าสมองแกตอนนี้น่าจะเป็นปมด้อยมากกว่านะ =O=”

“T^T”

เออๆ เลิกทำหน้าร้องไห้ใส่ฉันสักทีคนตรงหน้าจิ๊ปากใส่อย่างรำคาญ ของสำคัญของไมเคิลคืออะไรไม่รู้ แต่ฉันว่ามันน่าจะอยู่ในห้องนอนนะ เพราะใครๆ เขาก็เก็บของสำคัญไว้ที่ห้องนอนกัน มันเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด

แค่จีบหมอนั่นยังยากเลย แล้วจะให้ฉันไปบุกรื้อของในห้องนอนเขาเนี่ยนะ?” ฉันปล่อยให้ศีรษะก้มลงกระแทกโต๊ะอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคำตอบตรงหน้าไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น

อยู่ๆ จะให้ไปบอกว่า นายๆ ฉันขอเข้าห้องนอนนายหน่อยสิ อย่างนี้เหรอ? ToT

อืม...ถ้าได้เป็นแฟนกันจริงๆ จะห้องนอน ห้องน้ำ ห้องเก็บของก็คงเข้าง่ายออกง่ายอ่ะเอ็มดีดนิ้วดังเป๊าะ! ราวกับคิดอะไรดีๆ ออก จนฉันเงยหน้ากลับขึ้นมามองอย่างมีความหวัง แกจะต้องจีบให้สำเร็จ ทำให้ไมเคิลหลงรักแกหัวปรักหัวปรำ แล้วแกก็จะได้เข้าไปเอาของสำคัญมาปลดหนี้แกเอง

           “ฆ่าฉันเลย TOT”

แค่จีบผู้ชายก็ยากแล้ว นี่ยังจะต้องทำให้รักหัวปรักหัวปรำอีก แกเอายาเสน่ห์มาให้ฉันใช้เลยดีกว่า (ขอน้ำมันพรายสักลิตรค่ะ รับรองใครโดนเข้าไปต้องหลงรักจนหมดหัวใจอย่างแน่นอน T^T)

“อ้อ! ที่สำคัญฉันมีเรื่องที่จะเตือนอีกอย่าง แกห้ามไปตกหลุมรักเขานะ!

“ทะ..ทำไมอ่ะแก”

ฉันแค่กลัวแกเสียใจอ่ะ เพราะเท่าที่ฟังๆ มา ไมเคิลนี่ก็แอบอันตรายเหมือนกันนะ ว่ากันว่าเขาชอบเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น

ของเล่น?”

ส่วนใหญ่ก็แบบ...พึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย แล้วความสัมพันธ์ก็จบลง ไม่เคยเห็นไมเคิลจริงจังกับผู้หญิงคนไหนสักคนเลยนะ อ้อ! อาจจะเคยมี แต่ฉันไม่รู้ว่ะ

“อะไรคือการพึงพอใจกันทั้งสองฝ่าย? แต่ไม่ใช่แฟนวะ =_= แกช่วยพูดอะไรที่ทำให้ฉันเข้าใจง่ายๆ หน่อยได้มั้ย?

ถ้าไม่เคิลไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน แล้วทำไมปีเตอร์ถึงเชื่อที่ฉันโกหกว่าเป็นแฟนไมเคิลล่ะ โอ๊ย! ยิ่งคิดยิ่งงงไปหมด

Just one night stand, you know?

“โอเอ็มจี =_=;;

“เขาควงผู้หญิงเล่นเหมือนผักเหมือนปลาเลยนะ แกก็ระวังตัวไว้บ้างก็แล้วกัน อย่าให้พลาดไป เสียตัวแถมเสียใจ ไม่เอานะโว้ย!” เอ็มตบเข้าที่ไหล่ฉันเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่...ดูท่าทีแล้ว แกไม่น่าจะใช่สเปคเขาว่ะ ท่าทางจะรอด ไม่ต้องกังวลไปนะ ฮ่าๆๆ

แล้วตกลงคือมันดีหรือไม่ดีวะเนี่ย? =_=

 

           อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันไปค่ายแล้ว ไอ้ ค่ายนี้เพื่อน้องเตรียมก้าวสู่อาเซียนครั้งที่สาม เนี่ย โอ๊ย! จริงๆ แล้วมันก็คือค่ายอาสาธรรมดานั่นแหละ แค่ประธานรุ่นแรกมันตั้งไว้ให้ดูเก๋ไก๋เฉยๆ

ปีนี้ค่ายอาสาเราจะพาทุกคนไปแถวโรงเรียนในแถบชนบทแห่งหนึ่งที่อยู่ทางภาคเหนือ ซึ่งรายล้อมไปด้วยภูเขา สายลมและแสงแดด อากาศคงจะดีไม่น้อยเพราะนี่ยังเป็นช่วงฤดูหนาวอยู่ ที่ถึงแม้ว่าจะหาความหนาวในกรุงเทพฯ แทบไม่เจอเลยก็ตาม

อย่างน้อย...ในทริปนี้ ขอให้มีอะไรให้ดีๆ มาทำให้ฉันรู้สึกเบาสมองบ้างเถอะ หลังจากที่โดนแฟนทิ้ง และยังไปเรียกชื่อผู้ชายที่กำลังจะจีบผิดอีก ย๊ากกก! เพราะนี่ก็ไม่รู้จะแบกหน้าบางๆ ของตัวเองเข้าไปคุยกะไมเคิลยังไงแล้ว ขนาดในห้องประชุม ฉันยังไม่กล้ามองหน้าเขาเลย บิก้าอับอาย T-T

         ‘บิก้า อาจารย์เรียกประชุมค่าย รีบมาเลยนะแก

           ฉันก้มอ่านข้อความเร่งด่วนจากเอ็มแล้วถอนหายใจสามเฮือก นี่ฉันต้องไปเจอไมเคิลอีกแล้วใช่มั้ย? ขอให้มันเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายทีเถอะ ฉันขี้เกียจจะต้องไปนั่งหลบตาเขาในห้องประชุมแล้วนะ ยิ่งเวลาเงยหน้าขึ้นมาแล้วเผลอไปมองทีไร ต้องเจอหมอนั่นแอบขำใส่ฉันทุกที หยาบคายจริงๆ บังอาจล้อเลียนคนสวย =_=

           เมื่อฉันเดินมาถึงห้องสมุด สองเท้าก็ก้าวมายังโซนชั้นหนังสือที่คุ้นเคย เพื่อเอาหนังสือโบราณมาเก็บ (หลังจากที่ทำเรื่องคืนแล้ว และสาระแนขอเดินเอามาเก็บเอง)

บ๊ายบาย...หนังสือโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ของฉัน T^T

ฉันมองหนังสือในมืออย่างเสียดายที่ทำพิธีไม่สำเร็จ ก่อนที่สองมือจะยัดมันกลับเข้าไปยังที่เดิมแล้วหันหลังเดินออกมา เพื่อรีบไปเข้าประชุมต่อ

           ตุ้บ!

           ยังไม่ทันที่สองขาจะก้าวพ้นออกมาจากโซนนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างหล่นลงมาแรงๆ ที่พื้น จนต้องหันกลับไปดูด้วยความตกใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือ...หนังสือโบราณเล่มนั้นหล่นลงมาจนถูกเปิดออก

ดะ..เดี๋ยวก่อน มันหล่นลงมาได้ยังไง ในเมื่อฉันเก็บมันเข้าไปเรียบร้อยแล้วนี่นา (รู้สึกอยากวิ่ง T^T) แถมหล่นลงมาเพียงแค่เล่มเดียวอีกด้วย

กึก..กึก...

ฉันหันซ้ายหันขวามองตามเสียงกุกกักนั้นเพื่อหาตัวการ กลับพบว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น (ผีหลอกงั้นเหรอ ToT) จึงค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปหยิบหนังสือขึ้นมาด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ เมื่อสายตาปรับโฟกัสเข้ากับสิ่งตรงหน้าได้แล้ว มือที่ถือหนังสืออยู่ก็สั่นระริกขึ้นมาทันที

พะ..เพราะหนังสือมันหล่นลงมากางแหมะหน้าที่หนึ่งร้อยเก้า ที่มีหัวข้อ ใบไม้ขอพร เอาไว้

ฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่สั่นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ไม่ใช่แน่ๆ

เฮือกกก...หรือว่าพระเจ้ากำลังจะส่งสัญญาณอะไรบอกฉัน

           “ฮัลโหล เอ็ม ฉันฝากแกเข้าประชุมแทนทีนะ พอดีติดธุระด่วนว่ะฉันรีบต่อสายหาเอ็มทันที เมื่อเห็นว่าหนังสือที่หล่นมาตรงหน้าสำคัญกว่า

วะฮ่าๆๆ พระเจ้าต้องกำลังเข้าข้างฉันอยู่แน่ๆ

           [อะไรของแก จะมาโดดอะไรวันนี้ นี่เขาจะให้เลือกหน้าที่ตัวเองในค่ายนะ!!] คนในสายแว้ดใส่เสียงดัง จนฉันดึงโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน

           “เออ...ขอโทษทีวะ แกก็เลือกๆ มาเหอะ ฉันทำอะไรก็ได้ฉันพูดส่งๆ ไปอย่างนั้น ก่อนจะวางสายลง แล้วหันมาสนใจหนังสือที่กางอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง หึหึ

           ทีนี้ฉันจะได้ไม่ต้องบากหน้าไปหาไมเคิลอีก แล้วทำตัวสวยๆ รอเขาเข้ามาหาเอง กรี๊ดดดด

เมื่ออ่านจับใจความคร่าวๆ ก็พบว่า...ไอ้ใบไม้ขอพรอะไรเนี่ย มันเป็นใบไม้ชนิดหนึ่งที่พบเจอได้ตามภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ หน้าตาของมันจะคล้ายๆ ใบโคลเวอร์ แต่มีสิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือ...ลักษณะใบจะมี 5 แฉก สีของมันเป็นสีส้มๆ ออกน้ำตาล ในสมัยก่อนเรียกสิ่งนี้ว่า ใบไม้แห่งความหวัง ถ้าหากได้มันมาแล้ว เราจะสามารถขอพรอะไรก็ได้หนึ่งข้อ โดยวิธีนั้นจะต้องนำมาใส่มือข้างซ้าย และบลาๆๆๆ ยาวเหยียดชะมัด

ฉันพยายามไล่เปิดดูหน้าอื่นๆ ที่เหลือ ว่ายังมีวิธีขอพรจากเทพเจ้าแบบไหนอีกรึเปล่า แต่ก็ไม่เจออะไร สรุปง่ายๆ คือทั้งเล่มมีแค่สองวิธีนี้ที่สามารถขอพรได้เท่านั้น ส่วนหน้าอื่นเป็นแค่เรื่องราวต่างๆ ของบรรดาเทพเจ้า (ซึ่งฉันขี้เกียจอ่าน -.-)

ถึงแม้ว่าวิธีแรก มันจะไม่สำเร็จ แต่วิธีที่สอง...ฉันไม่ยอมพลาดมันแน่!

เฮ้! ยัยเมล็ดกาแฟ โดดประชุมมาอยู่ที่นี่เองเหรอเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหลัง ทำให้ฉันที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นสะดุ้งด้วยความตกใจจนเผลอปล่อยหนังสือหลุดมือทันที

นะ..นายยยย

ไมเคิลนั่นเอง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เวลานี้เขาควรจะนั่งอยู่ในห้องประชุมสิ แล้วทำไมเขาถึงมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวโซนหนังสือนี้ได้

ฮ่าๆๆ ไม่ต้องทำหน้าช็อกขนาดนั้นก็ได้ ฉันไม่ใช่ผีนะ ว่าแต่...เธออ่านอะไรอยู่น่ะ

           “เอ่อ...ไม่มีอะไร” ฉันก้มหน้าก้มตาลงเก็บหนังสือที่เผลอทำหล่น และรีบยัดมันเข้าเก็บที่เดิมอย่างลวกๆ จะให้เขามารู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังอ่านอะไรอยู่ เดี๋ยวแผนล่มหมด =_= “แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ไม่ไปเข้าประชุมเหรอ?”

อ้อ...ฉันแค่มาหาหนังสืออ่านเล่นน่ะ

“...”

บังเอิญเกินไปมั้ย? ที่เขาจะมาหาหนังสืออ่านเล่น โซนเดียวกับที่ฉันกำลังดูหนังสือพิธีกรรมอยู่

แล้วก็...เหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามหลบหน้าฉันอยู่ด้วย ก็เลยส่งไอ้อ๊อฟเข้าประชุมแทน แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ บังเอิญชะมัด! นี่ฉันอุตส่าห์ทำให้เธอสบายใจในที่ประชุมแล้วนะเขาว่าพลางไล่ดูสันปกหนังสือบนชั้นอย่างสนใจ หรือเขาก็อาจจะชื่นชอบพวกหนังสือกรีก โรมันเหมือนกัน

ก็...ฉันเห็นหน้านายทีไร แล้วนึกถึงตอนที่เรียกชื่อนายผิดๆ ทุกทีเลยนี่นา

เรื่องแค่นี้อ่ะนะเขาหรี่ตามองมา ก็วันนั้นเธอเมาไม่ใช่เหรอ แถมยังตะโกนโวยวายไปทั่วงานอีก ตะโกนอะไรรักๆ ฉันก็ฟังไม่ค่อยถนัด

           “แงงง ได้โปรด นายช่วยลืมเรื่องนั้นไปซะเถอะนะ T0T”

            “ฮ่าๆๆ เธอนี่มันตลกชะมัดเขาหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างลืมตัวว่านี่คือห้องสมุด ทำให้ฉันต้องรีบใช้มือตะครุบเข้าที่ริมฝีปากนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วส่งเสียงเตือนคนตรงหน้า

           “ชู่วว เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็โดนว่าหรอก นี่มันห้องสมุดนะ

ผู้หญิงอะไร มือเค็มเป็นบ้า เค็มยิ่งกว่าปลาเค็มตากแห้งอีกมั้งเนี่ย แหยะ! =_=” เขารีบแกะมือฉันออกด้วยท่าทีรังเกียจ

นี่! ฉันไม่ได้กินปลาเค็มมานะ มือฉันจะเค็มได้ยังไง หรือว่า...มันเค็มจริงๆ วะ

แง...นายมาเลียมือฉันทำไม มือฉันเค็มจริงๆ เหรอ T-T” ฉันควรลองพิสูจน์มันดีมั้ยอ่ะ เขาจะมองว่าฉันโรคจิตรึเปล่า T^T

ใครมันจะไปเลียวะ เธอนี่มัน... โอ๊ย! ฮ่าๆๆเขาหัวเราะขึ้นมาอีกรอบ จนฉันต้องมุ่ยหน้าใส่ เออนี่...ตกลงที่เธอพยายามเอาขนมมาให้ เพราะชอบฉันจริงๆ งั้นเหรอ?”

           “กะ..ก็ฉันอยากเป็นเพื่อนกับนายไง

           “คงไม่ใช่แค่อยากเป็นเพื่อนหรอกมั้ง อยากเป็นมากกว่านั้นก็บอก :)”

ฉลาด! หมอนี่มันฉลาด หล่อแล้วยังฉลาดอีก

ในเมื่อเขาเอ่ยปากถามขนาดนี้ แถม...ยังเลิกหัวเราะเรื่องนั้นแล้ว

ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ ว่าจะเดินหน้าจีบเขาต่อ ( ‘ ‘)

ฉันจะจีบนาย!” ปากเจ้ากรรมโพล่งออกไปตามความคิด จนคนตรงหน้าที่ได้ยินต้องหัวเราะออกมาเบาๆ พอเจอเสียงหัวเราะแบบนี้เข้าไปมันทำให้ฉันรู้สึกเสียเซลฟ์ชะมัด =_= “เอ่อ...งั้นฉันล้อเล่นก็ได้

หึหึ ยัยอัลปาก้า เธอคิดว่าตัวเองสวยขนาดไหน ถึงกล้าพูดขึ้นมาว่าจะจีบฉันฮะ?” รอยยิ้มที่กวนประสาทของเขาทำให้ฉันรู้สึกเขวทันที

“...”

แรงงงง! ฉันจุกกับคำพูดของเขาจนไปต่อไม่ถูก เขาว่าฉันเป็นอัลปาก้าอ่ะ มันเป็นสัตว์จำพวกไร้ซึ่งฟันหน้าที่ชอบถ่มน้ำลายไม่ใช่เหรอ หน้าใสซื่อพร้อมกับดวงตาใสแจ๋วของมันเด้งเข้ามาในความคิด แล้วแบบ เอ่อ...หน้าเอ๋อชะมัด รับไม่ด้ายยยย T^T

มือข้างหนึ่งรีบควานหากระจกในกระเป๋าสะพายขึ้นมาส่อง เมื่อภาพของคนในกระจกสะท้อนออกมา นัยน์ตาคู่สวยนั้นก็เบิกโพลงขึ้นทันที

เฮ้ยยยยย!!

ฉันก็สวยเหมือนกันนี่หว่า ไอ้หมอนี่มันตาถั่วรึไงกัน ( ' ' )a

เฮ้! ถึงกับเสียเซลฟ์ขนาดที่ต้องหยิบกระจกขึ้นมาส่องเลยเหรอ -__-”

ฉันว่า...ฉันก็สวยนะ สวยมากด้วย สวยกว่านี้ก็ไปเป็นนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ทได้แล้ว ( ' ') ”

“...”

ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า ทำให้สติฉันถูกดึงกลับมาทันที นี่เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปนะ โอ๊ย...รู้สึกอายคำพูดตัวเองชะมัด ขอปี๊บ T-T

นายอย่าเงียบสิ รู้สึกใจคอไม่ดีเลย T-T”

ฮ่าๆๆ เห็นหน้าเอ๋อๆ ของเธอแล้วตลกว่ะ"

"ToT"

"ฮ่าๆ โทษที ปกติฉันไม่เคยเจอคนแบบเธอ ส่วนมากก็เป็นแค่พวกแฟนคลับเอานู่นเอานี่มาให้เพื่อตีสนิทแบบเนียนๆ ไอ้ที่มาประกาศซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ก็เพิ่งจะเคยเจอนี่แหละ -.-” เขาหลุดขำออกมาเบาๆ อีกรอบ ก่อนมือข้างหนึ่งจะเอื้อมขึ้นไปหยิบหนังสือที่อยู่บนชั้น

เฮ้ย!! นั่นมันหนังสือขอพร

ด้วยร่างกายที่ไวกว่าความคิด ฉันรีบตะครุบมือเขาขึ้นมาจับไว้ก่อนจะโพล่งออกไปเพื่อให้เขาเลิกสนใจหนังสือเล่มนั้น

ฉันอยากเป็นมากกว่าแฟนคลับ!”

เธอเป็นพวกโรคจิตเหรอ!” มือนั้นกระตุกออกทันที จนฉันต้องยกมันขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนการกระทำเมื่อครู่

นี่จะบ้าเหรอนาย!!”

ก็เธอทำตัวน่าสงสัย -_-”

วันนั้นนายยังบอกฉันอยู่เลยนะ ว่าถ้าเปลี่ยนใจจีบเมื่อไหร่ให้บอก นี่ฉันก็มาบอกนายอยู่เนี่ย =_=”

โอ๊ยยย...ฉันช่างกล้าหาญอะไรเบอร์นี้ ไอ้ที่บ่นกับเอ็มว่าไม่กล้าจีบนี่หายไปไหนหมด ไม่ใช่อะไรหรอกนะ...ฉันก็แค่หาเรื่องคุย ไม่งั้นเขาต้องหันไปหยิบหนังสือเล่มนั้นอีกแน่

แต่วันนี้...ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันไม่อยากอยู่ใกล้คนโรคจิตอย่างเธอ

ไม่รู้แหละ แต่ฉันจะจีบโว้ยยยยใจกล้าหน้าด้านไว้ก่อนบิก้า เดี๋ยวผลลัพธ์ดีๆ ตามมาเอง T-T

งั้นเหรอ? หึหึ

ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าที่กระยิ้มกระย่องนั้น ทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังหนีด้วยความตกใจ แต่มือข้างหนึ่งเขากลับคว้าเข้าไว้ที่เอวฉันก่อนจะก้มลงมาใกล้ขึ้นกว่าเดิม ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดใบหน้า ทำให้ฉันต้องหลับตาปี๋อย่างตื่นเต้น ร่างกายฉันสั่นเทาไปหมดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

อา...จริงๆ สัมผัสผู้ชายมันก็ไม่ได้น่ากลัวทุกคนหรอกนะ คงมีแต่ไอ้บ้าปีเตอร์คนเดียวเท่านั้นแหละ ที่ฉันรู้สึกขยะแขยงด้วย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาปะทะชวนน่าหลงใหลชะมัด ฉันหรี่ตาข้างหนึ่งขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์มันแน่นิ่งนานจนเกินไป ริมฝีปากคนตรงหน้าแค่นยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนที่จะขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ

ฝัน ไป เถอะ ยัย โรค จิต!”

 

ฉันเดินทึ้งหัวตัวเองออกมาจากห้องสมุดด้วยอาการสุดเซ็ง โอ๊ย! นอกจากหมอนั่นจะไม่ยอมคล้อยตามฉันแล้ว ยังต้องมาถูกเอ็มโทรตามให้ไปฟังสรุปการประชุมค่ายที่ยัยนั่นอุตส่าห์ลำบากไปนั่งฟังให้อีก ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะฟังอะไรทั้งนั้นแล้วจริงๆ

เจอคำว่า โรคจิตกระแทกหน้าเข้าไปนี่ รู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลยค่ะ =_=

ฉันเดินหน้าหงิกหน้างอกลับมาหาเอ็มที่ใต้ตึก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแจงรายละเอียด พร้อมเอกสารกิจกรรมต่างๆ ภายในค่าย และมีการจับฉลากบัดดี้แต่ละเอกเพื่อทำงานกันเป็นทีมอีกด้วย

ในความซวยของฉันก็ยังคงมีเรื่องดีๆ อยู่ เพราะเอ็มจับบัดดี้ได้คู่กับเอกภาษาจีน นั่นก็คือไมเคิลนั่นเอง หึหึ

เออนี่ ฉันลงหน้าที่ให้แกแล้วนะ แกจะต้องภาคภูมิใจกับมันแน่ๆน้ำเสียงอารมณ์ดีของเพื่อนสาวตรงหน้าทำให้ฉันเบาใจ ฉลาดๆ อย่างแก ต้องไม่เลือกงานลำบากให้ฉันแน่นอน

โคตรโชคดีเลยที่มีแกเป็นเพื่อน >.<

หน้าที่ง่ายๆ ของฉันใช่ม้าาา ^o^//”

           “ง่ายสุดๆ แกไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากนั่งเฉยๆ ไม่ก็เดินไปเดินมา แถมยังกินขนมได้อีกด้วย

เฮ้ย! อะไรจะดีขนาดนั้น หน้าที่อะไรเหรอแก

บอกแล้วว่าเพื่อนฉันมันฉลาด เลือกงานให้สบายขนาดนี้ สมแล้วโดดประชุมแล้วส่งแกไปแทนจริงๆ

           “ซีเคียวริตี้

           ว่าไงนะ? !!!

           “กร๊าซซซซซ แกจะให้คนสวยๆ อย่างฉันไปเป็นยามงั้นเหรอ ทำไมแกทำกับฉันแบบเน้ TOT” ฉันโวยวายขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าจะต้องไปนั่งถ่างตาเฝ้ายามในตอนกลางค่ำกลางคืน ต้องเจอยุงกัด แถมจะโดนผีหลอกด้วยอีกมั้ย ก็ไม่รู้เนี่ย โอ๊ย!

           “ช่วยไม่ได้ ก็แกไม่เข้าประชุมเองนี่หว่าอีกฝ่ายยิ้มเยาะ แต่หน้าที่นี้ก็เหมาะกับแกดีนะ จะให้ฉันส่งแกไปทำสันทนาการก็คงง่อย ไปสอนหนังสือน้องๆ ก็คงดูโง่อ่ะ แกเป็นยามนี่แหละดีแล้ว ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรดี

“ToT”

อ้อ! อีกอย่าง แกได้เป็นยามคู่กับบัดดี้ด้วยนะ

บัดดี้? ก็หมายถึงไมเคิลงั้นสิ

งั้นฉันให้อภัยแกก็ได้ เพราะอย่างน้อยแกก็ช่วยทำให้ฉันได้มีโอกาสใกล้ชิดไมเคิล พลันนึกภาพเราสองคนเป็นซีเคียวริตี้ นั่งตบยุงด้วยกันที่ค่าย ก็ดูโรแมนติกดีเหมือนกันนะ >.<

หึหึ ไมเคิล นายระวังตัวไว้ดีๆ เถอะ ฉันจีบนายได้สำเร็จเมื่อไหร่ ของสำคัญของนายจะต้องตกเป็นของฉัน

แล้วชีวิตฉันก็จะเป็นอิสระจากทุกฝ่าย ยิปปี้ ^o^//

 

คืนนั้น เอ็มขอมานอนค้างที่บ้านฉัน ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเหงามาก =_= ยัยนั่นแลดูตื่นเต้นกับห้องนอนใหม่ของฉัน (ที่ตอนนี้ไร้รูปปีเตอร์แล้ว อดีตมันเคยเต็มผนังห้องจนฉันขนลุก)

ตอนนั้นฉันกล้าแปะรูปบ้าๆ แบบนั้นลงไปได้ยังไงนะ หล่อระดับซุปเปอร์จูเนียร์ก็ไม่ใช่ ฮือออออ

"นี่แกมีเบอร์ไมเคิลด้วยเหรอ กรี๊ดๆๆ" เสียงเอ็มกระดี๊กระด๊าขึ้นมาทันที เมื่อเลื่อนเจอเบอร์ไมเคิลในโทรศัพท์ ยัยนั่นแอบเอาโทรศัพท์ฉันไปเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ช่างไร้มารยาทจริงๆ

เอ่อ...ฉันเผลอด่าแกในใจอ่ะ ขอโทษนะ -.-

"ก็ตอนติดต่อเรื่องรายชื่อคนไปค่ายนั่นไง ฉันก็เลยมีเบอร์เขา"

"ดีเลยแก จะได้ขยันจีบสุดที่รักของแกได้บ่อยๆ

"คนอย่างบิก้า แค่ชายตามองก็ได้แล้วย่ะ" ฉันยืดอก (แฟ่บๆ) ใส่คนตรงหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ จนเอ็มเบ้ปากกลับมาด้วยความหมั่นไส้

"เฮอะ! ทำมาเป็นคุย ทั้งหมดนี่...ฉันเทรนให้แกทั้งนั้น"

จากนั้นฉันก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรจากยัยเพื่อนรักอีก นอกจากเสียงคิกคักแล้วอมยิ้มใส่โทรศัพท์ (ของฉัน) อยู่คนเดียวบนที่นอน

ช่วยด้วยค่ะ รู้สึกมีเพื่อนเป็นบ้า -_-

เสียงเรียกเข้าเพลงพิเศษที่ฉันตั้งไว้เฉพาะเบอร์ปีเตอร์ดังขึ้นทำให้ฉันสะดุ้งโหยง แม้ว่าเราจะเลิกกันไปแล้ว แต่ฉันดันลืมเปลี่ยนมันซะสนิท นี่...หูฝาดไปรึเปล่านะ เขาไม่น่าจะมีธุระอะไรต้องโทรมาหาฉันแล้วนี่นา หรือว่าเขาจะโทรมาทวงของที่เขาสั่งให้ฉันไปเอาจากไมเคิล

เอ่อ...ไม่หรอกมั้ง นี่มันยังไม่ถึงสองอาทิตย์เลยนะ เขารีบใช้มันงั้นเหรอ?

มันจะสำคัญอะไรกับเขาขนาดนั้น

ไอ้ปีเตอร์ นี่แกยังกล้าโทรหาเพื่อนฉันอีกเหรอยะ!” เอ็มแว้ดใส่คนในสายทันทีที่กดรับ จนฉันต้องรีบเข้าไปแย่งโทรศัพท์ออกมา

ขืนปีเตอร์จงใจพูดเรื่องรูปนั้นขึ้นมาล่ะก็...ฉันแย่แน่

เอ่อ...เดี๋ยวฉันขอตัวไปคุยกับปีเตอร์แป๊บนะแกสองเท้ารีบกุลีกุจอพาตัวเองออกจากห้องทันที พลางยกมือข้างที่ถือโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูด้วยอาการตื่นเต้น รอบนี้จะมีอะไรอีกนะ ฉันล่ะกลัวทุกครั้งที่คุยกับเขาเลยจริงๆ

ก็เขาน่ะ ชอบทำเรื่องเหนือความคาดหมายตลอดเลยนี่นา T_T

[ฮ่าๆๆ สวัสดีคนสวย] น้ำเสียงหวานที่เจือไปด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาทำให้ฉันรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที

นายโทรมาหาฉันทำไมฉันพยายามข่มอารมณ์ให้นิ่งที่สุด เพื่อที่ปลายสายจะได้ไม่รู้ว่าที่จริงแล้ว ฉันรู้สึกกลัวแค่ไหน

[ลืมเรื่องที่เราตกลงกันไว้ไปแล้วเหรอที่รัก]

"ฉะ..ฉันไม่ได้ลืมนะ แต่แค่ยังหาโอกาสหยิบของมาจากเขาไม่ได้" ฉันรีบแก้ต่างทันที

ของคืออะไร ฉันยังไม่รู้เลย อย่าเร่งกันสิ T-T

[อย่านานนักสิ ฉันก็ต้องการใช้ของนั้นเหมือนกันนะ]

"นายช่วยบอกเหตุผลฉันได้มั้ย? ว่าทำไมนายถึงต้องอยากได้มันด้วย"

[เหอะ! เธอนี่ถามเยอะชะมัด ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ลืมไปแล้วรึไง ว่าฉันมีรูปสวยๆ ของเธออยู่]

ปีเตอร์!”

[นี่...ฉันมีอะไรจะบอกเธอด้วย] ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ [เวลาฉันมองรูปเธอทีไรแล้วรู้สึกเสียดายทุกทีเลย..]

“!!!”

[เสียดายที่คนอื่นไม่ได้เห็นมันน่ะ]

ยะ..อย่าทำแบบนั้นนะปีเตอร์ฉันหน้าเสียทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นหลุดออกมา โว้ย! อุตส่าห์พยายามข่มใจให้เข้มแข็งแล้วนะ พอฟังอะไรแบบนี้เข้าไป รู้สึกหัวใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มแล้ว T^T

[พรุ่งนี้วันหยุด เราออกมาเจอกันหน่อยไหม?]

ฝะ..ฝันไปเถอะ!”

ไปให้โง่สิ...ถ้าเขาคิดจะลากฉันไปคอนโดเขาอีก รอบนี้ฉันคงไม่โชคดีเหมือนคราวก่อนแน่ๆ ความรู้สึกเก่าๆ ตีเข้าประเดประดังไปหมดในความคิด เขาคือผู้ชายอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้เลยจริงๆ

[ถ้าเธอไม่ออกมาเจอฉัน รูปนี้ฉันก็คงจะไม่เก็บมันไว้ดูคนเดียวอีกแล้วแหละ]

“!!!”

[เธอนี่มันโง่จังน้า มัวแต่เล่นตัวอะไรอยู่? ไม่อยากให้ฉันลบรูปทิ้งรึไง]

เขาพูดอะไรของเขากันนะ?

[คิดอะไรเยอะแยะ นี่เธอเป็นแฟนมันจริงรึเปล่าเนี่ย]

จะ..จริงสิ

การที่ต้องบังคับปากที่สั่นระริกให้เอ่ยออกไป นี่มันยากชะมัด มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์ เผลอกำเข้าไว้แน่นจนฝ่ามือรู้สึกชาไปหมด

[พรุ่งนี้สิบเอ็ดโมง มาเจอกันแถวร้านประจำที่เราเคยไปกินนะ ถ้าเธอไม่มา...]

“...”

[หึหึ เตรียมกอดขาไอ้เคิลแฟนเธอไว้ได้เลย เพราะรูปสวยๆ ของเธอฉันเอาลงเว็บบอร์ดในอินเตอร์เน็ตแน่!]

นี่มันไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของพวกเราแต่แรกนี่ ไอ้..!!

--------------------------------------------------------------------------------

>>> Talk with โพซิตรอน <<<

เผลอแป๊ปเดียวมาถึงตอนห้ากันแล้วอ่า ใครที่ตามอ่านมาถึงตอนนี้ ขอบคุณมากเลยนะคะ T/\T

ในที่สุดนางเอกก็รู้ตัวสักทีว่าเรียกชื่อพระเอกแบบผิดๆ มาตลอด นังพระเอกนี่ก็ขี้แกล้งซะจริง เดี๋ยวปั๊ด!

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ฝากติดตามด้วยนะค้า >.<

วีคนี้ขอแนบอิมเมจเป็นรูปนี้ละกัน รู้สึกนางเอกจะขอบ่อยเหลือเกิน ฮ่าๆๆๆๆ

       (ปี๊บ)

     ขอบคุณพี่ลูบชุบ สำหรับคำแนะนำดีๆ เช่นเคยค่ะ หนูพยายามปรับปรุงอยู่นะคะ T^T

     ขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ทุกคะแนนโหวต ทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจ น้าาา //โบกมือส่งจูบแบบนางงาม
สุดท้าย...ลืมไม่ได้เลย คือกำลังใจจากหน้าใสด้วยกัน ฮ่าๆๆ สู้กันต่อปายยย เย่ะ

ความเห็นที่ปักหมุด
  1. #5 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-13 00:00:04
    อืมมมมม
    อย่าร้องไห้สิ นี่คอมเม้นเกือบไม่ลงเลย แต่ก็ต้องทำงาน 55555555

    - เรื่องไม่เดินหน้า
    - คาแรคเตอร์นางเอกเปลี่ยนไวมาก 
    - พระเอกคาแรคเตอร์ไม่นิ่ง
    - บรรยายกับบทสนทนาไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีเหมือนกัน พี่ว่ามันขาดเสน่ห์ในบทสนทนาอ่ะ อ่านแล้วเหมือนบางอันไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ อันที่ควรพูดก็ไม่พูดไรงี้

    อย่าร้องไห้นะ ;_;
    #5

6 ความคิดเห็น

  • 1
  1. #1 JOlly' M (จากตอนที่ 5)
    2017-02-10 03:22:43
    ชื่อมิเชลน่ารักจะตาย นี่ก็หลงเรียกตามบิก้ามาตลอดด พ่อหอยหลอดของน้อง 555555

    'น่ารักก' คำแรกที่แวบขึ้นมาตอนพระเอกมีบทบาทมากขึ้น รวมไปถึงเคมีพระนางด้วย ฮืออ ดีงามต่อใจ เกลียดพระเอกอ่ะ กวนบาทาและขี้แกล้งเกิ๊นน เขินแทน 55555

    แต่นางเอกก็เบ๊อะมากกกก เขินเสียเปล่าเลยลูกเอ๊ย ดอกม้งดอกไม้อะไรเล่า แต่ไม่แน่นะ ใกล้ถึงวาเลนไทน์แล้ว หุๆๆ

    เกลียดอีปีเตอร์อีแมลงสาบเจ้ากรรมนายเวรนี่มากเลย ฆ่าไม่ตายสักที
    ตอนไปเจอให้นางเอกพกมีดไปด้วยนะ หึๆๆ //แลดูโรคจิต 55555

    สู้ๆ นะบิก้าาา จุ้บบ //ปั่นเปเปอร์ง่วงๆ มาเจอบิก้าละตาสว่างเลย รักนะ ยัยเมล็ดกาแฟของน้อง >__<
    #1
  2. #2 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-10 13:24:57
    รู้สึกเกลียดดดดดดดดดดดดด (ดอเด็กแปดพันล้านตัว) อิปีเตอรืมากมาย ทำไมทำตัวชั่วช้าสามานย์แบบนี้!!!(อินเนอร์มาแรงประหนึ่งเป็นนางเอก 555+) ช่วยลุ้นให้บิก้าจีบไมเคิลให้ติดเร็วๆนะค ไม่งั้นชีวิตนางคงไม่สงบสุขสักที
    ปล.ตลกตอนไมเคิลบอกว่า เธอตลกมากกว่าน่ารัก555555
    #2
  3. #3 Macramé (จากตอนที่ 5)
    2017-02-10 17:30:43
    อะไรนังไมเคิล จะมาร้ายแซงหน้าพี่ปีเตอร์ได้ยังไง อย่าแกล้งเลดี้กาก้า
    คือไมเคิลนางมีปมกับเพื่อนผู้หญิงแน่ๆ ปีเตอร์เป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า
    ไมเคิลนางดูเฉยๆ กับเรื่องนี้มากเลย ทำไมปีเตอร์ดูแค้นไมเคิลจังล่ะ อ้าวว
     55555555555555555555555555555555555555555555555555555

    สู้ๆ นะพี่บุ๋ม
    #3
  4. #4 ImNice_pryn (จากตอนที่ 5)
    2017-02-11 00:54:51
    ว้ายยยยย นกนะคะบิก้าาา *ยื่นปีกให้*
    แล้วบั่บใจร้ายมากให้คนสวยไปเป็นยาม
    แต่ได้คู่กับไมเคิลก็โอเคนะ ขอเป็นแทนได้ป่ะคะ -.,-
    ชอบไมเคิลนะ นางแบบแบดบอยมีปม -..- รอๆ ต่อ
    #4
  5. #5 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-13 00:00:04
    อืมมมมม
    อย่าร้องไห้สิ นี่คอมเม้นเกือบไม่ลงเลย แต่ก็ต้องทำงาน 55555555

    - เรื่องไม่เดินหน้า
    - คาแรคเตอร์นางเอกเปลี่ยนไวมาก 
    - พระเอกคาแรคเตอร์ไม่นิ่ง
    - บรรยายกับบทสนทนาไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีเหมือนกัน พี่ว่ามันขาดเสน่ห์ในบทสนทนาอ่ะ อ่านแล้วเหมือนบางอันไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ อันที่ควรพูดก็ไม่พูดไรงี้

    อย่าร้องไห้นะ ;_;
    #5
  6. #6 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-14 11:27:05
    โอ้ยยยยยยยย ตัลหลกกกกกกก
    ไม่นกนะไม่เอาา
    #6
  • 1

แสดงความคิดเห็น