โพซิตรอน

[JLS07] Hey! Baby ตื๊อผมอีกนิดสิครับ ผมกำลังจะรับรักคุณ

เมื่อความโลกสวยของฉัน ทำให้ต้องถูกบอกเลิก แถมยังถูกแบล็คเมล์อีก วิธีเดียวที่จะแลกรูปแบล็คเมล์ได้ คือฉันต้องตามจีบหนุ่มฮอต ที่ดันเผลอไปอ้างว่าเป็นแฟน โอ้ย.. ทำไมฉันต้องมาตามตื๊อผู้ชายอย่างนายด้วยนะ

0%
VOTE
ตอนก่อนหน้า

ตอนที่ 3/7 :: เขา.. แบล็คเมล์ฉัน

ตอนถัดไป

3

เขา.. แบล็คเมล์ฉัน

 

            ฉันนั่งรถมากับคุณมิเชลสุดหล่อ ที่บังเอิญเข้ามาช่วยชีวิตฉันไว้จากกองทัพน้องหมาที่วิ่งไล่ อุณหภูมิในรถที่เย็นเฉียบทำเอาขนลุกชันไปหมดทั้งตัวจนต้องนั่งตัวตรงอย่างเกร็งๆ

            ที่จริง.. ฉันก็ไม่ค่อยไว้ใจเขาเท่าไหร่หรอกนะ แต่สภาพแบบนี้ บวกกับไม่มีเงินติดตัวสักบาท ฉันไม่มีทางเลือกมากเท่าไหร่ ถ้าจะให้เรียกแท็กซี่กลับเองในสภาพชุดนี้ ฉันอาจจะกลายเป็นเมียพี่แท็กซี่ก็ได้ ฉันเลยขอเลือกมากับมิเชลดีกว่า อาจเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนมีชื่อเสียงด้วยก็น่าจะไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง (เห็นได้จากการมีป้ายไฟเป็นของตัวเอง คนอะไรฮอตชะมัด -.,-)

 อีกอย่าง.. ฉันขอยืมโทรศัพท์เขาเพื่อที่จะโทรหายัยเอ็มแล้ว แต่โทรศัพท์เขาดันแบตหมด ดีงามจริงๆ -_-

            แผลบริเวณด้านหลังที่โดนกิ่งไม้ขูดเข้าเป็นทางยาว บางรอยทิ่มเข้าไปลึกจนทำให้รู้สึกแสบไปทั่ว ไหนจะเท้าที่รู้สึกชาไปหมดหลังจากวิ่งมาราธอนบนพื้นถนนคอนกรีตอีก นี่ถ้าไม่บังเอิญมาเจอเขา ป่านนี้ฉันคงวิ่งหนีน้องหมาไปถึงดาวอังคารแล้วล่ะ =_=;;

"นั่งเกร็งอะไรขนาดนั้น กลัวฉันรึไงยัยลำยอง" คนข้างๆเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของฉัน ฉันนั่งกระเถิบตัวไปด้านหน้าเบาะเพื่อระวังไม่ให้แผ่นหลังที่เป็นแผลสัมผัสเข้ากับพนักพิง

"เอ่อ.. ฉันแสบแผลนิดหน่อยอ่ะ"

งั้นแวะทำแผลก่อนมั้ยล่ะ คอนโดฉันอยู่ใกล้ๆแถวนี้เอง แล้วเดี๋ยวค่อยไปส่งเธอที่บ้านก็ได้

เขาหันมาพูดกับฉันด้วยท่าทีที่ดูเป็นห่วงเป็นใย (คิดเอาเองล้วนๆ) อ่า.. สายตาเขามันช่างแพรวพราวซะจริง พอได้มาเห็นใกล้ๆแบบนี้แล้ว ฉันมั่นใจได้เลยว่า.. ถ้าผู้หญิงคนไหนได้เห็นมัน จะต้องพ่ายแพ้ให้กับนัยน์ตาสีน้ำตาลที่ส่องประกายของเขาอย่างแน่นอน เพราะสายตาที่ถูกส่งผ่านออกมานั้น มันราวกับอยากจะกลืนกินคนตรงหน้าลงไปทั้งตัว -///-

เดี๋ยวนะ.. คอนโดงั้นเหรอ ไม่มีทาง!! เหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้ฉันรู้สึกแย่มากจริงๆ ฉันกลัวว่ามันจะเกิดขึ้นแบบนั้นอีก ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดพิศวาสอะไรฉันก็เถอะ T^T

เอ่อ.. แวะร้านค้าข้างหน้านี้ก็ได้ เดี๋ยวฉันซื้อพวกยากลับไปทำแผลเองฉันบอกปัด

จริงๆแค่ซื้อยากลับไปแล้วปลุกบัสต้าขึ้นมาทำแผลให้ชั่วคราวก่อนก็ได้ แผลฉันมันก็ไม่ได้ลึกมากมายขนาดต้องเย็บแผลซะหน่อย -_-

ทำแผลเอง? อวดเก่งชะมัด ฉันเห็นบางที่ยังมีเลือดซึมออกมาอยู่เลยนะ" เขาหัวเราะขึ้น "หรือว่า.. กลัวว่าฉันจะเอาเธอไปฆ่าหมกคอนโด?”

            “ปะ..เปล่าๆๆน้า มิเชล แบบว่าบิก้าเกรงใจมิเชลง่าเวรละ เผลอทำท่าน่ารักๆอย่างนั้นออกไปได้ยังไง แถมยังแทนตัวเองด้วยชื่ออีก TOT

            โอ๊ยยยย.. ขอปี๊บคลุมหัวววว

            “ฮะ? อะไรก้าๆนะ เลดี้กาก้าเหรอ -.-”

เอ่อ.. บิก้า.. อราบิก้าน่ะ ชื่อฉันเอง

ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ คนอะไรวะ ชื่อแปลกเป็นบ้า!” เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งทันทีที่ได้ยินชื่อของฉัน ทำไมยะ! นี่มันชื่อกาแฟที่เป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเลยนะ มันคู่ควรกับคนสวยๆอย่างฉันที่สุด -_-

ทีชื่อนายล่ะ! ถ้าเรียกสั้นๆว่า เชล ชื่อนายก็คือหอยดีๆนี่เองอ่ะ =_=”

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ฉันชื่อมิเชล ฮ่าๆๆๆ

นี่นาย! ถ้าจะหัวเราะขนาดนี้ นายเลิกเล่นโฟล์คซองแล้วไปเล่นตลกร้านหมูกระทะข้างหน้านั่นเถอะฉันประชดเขาด้วยความหมั่นไส้

หนอย.. บังอาจมาหัวเราะเยาะชื่ออันเพราะพริ้งของฉันเหรอยะ!

อ้าว.. นั่นอาชีพเสริมฉันเลยนะ วันนี้ต้องเข้าร้านด้วย เธอจะนั่งรอฉันบนรถก่อนมั้ยล่ะ

เอ่อ.. นี่นายต้องไปเล่นที่ร้านหมูกระทะจริงๆเหรอ งั้นนายช่วยไปส่งฉันที่บ้านก่อนได้มั้ยอ่ะฉันรีบถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นเขาเริ่มชะลอรถให้ช้าลง อย่าบอกนะ.. ว่านายแอบรับจ๊อบเล่นตลกตามร้านจริงๆ เห็นหน้าหล่อๆแบบนี้ ไม่คิดว่าจะทำอะไรแบบนี้ด้วย -O-!!

            “โอ๊ยยยย! ฉันล่ะจี้กับเธอจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

            “=_=**”

 อำกันทำไม สมองฉันยิ่งประมวลผลไม่ค่อยทันอยู่ แล้วดันไปเชื่อเขาเฉยเลย รู้สึกเกลียดไอ้บ้านี่ชะมัด

เออนี่..” อยู่ๆเขาก็จอดรถกะทันหัน เขาเลิกหัวเราะและหันตัวไปหยิบอะไรบางอย่างจากข้างหลังด้วยความทุลักทุเล

            “จอดรถทำไม มีอะไรเปล่าฉันเอี้ยวตัวหันไปมองตามเขาที่พยายามจะหยิบของจากเบาะหลังด้วยความอยากรู้ และด้วยสภาพรถที่แคบนั้น ทำให้ใบหน้าเราอยู่ใกล้กันมาก มันเหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างจนฉันเผลอสบตาเขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวดูเงียบลง จนรู้สึกได้ยินเสียงจังหวะหัวใจตัวเองที่กำลังเริ่มเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

 แต่แล้ว.. มิเชลก็จับตัวฉันให้พิงลงกับเบาะที่เดิม ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นมันทำให้ฉันลืมความแสบของแผลที่บริเวณด้านหลังตัวเองไปซะสนิท

            “เธอ..” เขาขยับริมฝีปากราวกับต้องการอะไรบางอย่าง จนฉันเผลอหลุบตาไปมองอย่างลืมตัว

            “นี่นาย! อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ถึงนายจะหล่อมากแค่ไหนก็ตาม แต่.. ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ T^T” เมื่อตั้งสติได้ ฉันรีบหลับตาปี๋ ยกมือไหว้ด้วยความกลัวว่าเขาจะเกิดทำมิดีมิร้ายขึ้นมา ฉันขี้เกียจวิ่งหนีแล้วนะ เจ็บเท้าไปหมดแล้วด้วย แง..

            เขากระตุกยิ้มที่มุมปากพลางกดสองมือฉันลงช้าๆ จนมันสัมผัสเข้ากับบางอย่าง ทำให้ฉันต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมาดูด้วยความตื่นเต้น อ่าา.. -.,-

            “เอ๋?”

 ฉันอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็นอยู่ในมือ ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของมิเชลอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

            “ฮ่าๆๆๆ ยัยเลดี้กาก้า เธอคิดอะไรของเธออยู่ โอ๊ย! ตลกเป็นบ้า ฮ่าๆๆ

            “นะ..นาย

            “เธอต้องคิดอะไรอกุศลแน่เลย สีหน้าตอนนี้ของเธอมันดูลามกมากเขาโยนผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กใส่ฉันที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ ใบหน้าที่ร้อนผ่าวนั้นแฝงไปด้วยความอายจนรู้สึกว่าแก้มทั้งสองข้างจะระเบิดออกมา ช่วยเอาขวดน้ำที่อยู่ในมือ ลงไปล้างหน้าล้างตาหน่อยไป ผู้หญิงอะไรเหม็นอ้วกเป็นบ้า ไม่สวยแล้วยังซกมกอีก =_=”

            “ไอ้.. #@%$^&(*&^$##@%&”

 

สุดท้าย.. เขาก็ขับรถพาฉันมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งหลังจากถกเถียงกันอยู่นาน เนื่องจากฉันไม่ยอมแวะทำแผลที่คอนโดเขา และเขาก็ค้านหัวชนฝาไม่ให้ฉันซื้อยากลับไปทำแผลเอง เพราะกลัวว่าฉันจะเงอะงะทำแผลติดเชื้อ เวอร์จริงๆ แผลจากกิ่งไม้นี่นายคิดว่าฉันจะโง่ทำแผลตัวเองติดเชื้ออย่างนั้นเหรอ บ้าบอชะมัด =_=

อันที่จริง.. สภาพแบบนี้ฉันไม่อยากที่จะลงไปพบเจอผู้คนเลยด้วยซ้ำ จากแผลข้างหลังที่แสบๆอยู่ในตอนแรก จนตอนนี้มันเริ่มรู้สึกตึงไปหมดแล้ว

เธอลงรถสิ เดี๋ยวฉันจะเอารถไปจอดเขาขับรถมาส่งฉันด้านหน้าตึกที่ใกล้กับห้องฉุกเฉินมากที่สุด ช่วงกลางคืนจะมีแค่ฝั่งแผนกฉุกเฉินที่เปิดให้บริการเท่านั้น

คือนาย.. มีรองเท้าให้ฉันยืมมั้ย ฉันไม่มีรองเท้า

เท้าเป็นแผลพองขนาดนั้น อย่าเพิ่งใส่เลย เดี๋ยวรองเท้าฉันติดเชื้อจากเธอขึ้นมา ซวยไปอีก

“=_=”

แน่นอนสิ.. รองเท้าส้นสูงคู่ใจ ฉันถอดปาหัวปีเตอร์ไปแล้ว แถมวิ่งมาราธอนแบบไม่คิดชีวิตจนตอนนี้เท้าทั้งสองข้างแข่งกันบวมเป่งราวกับไปโดนอะไรต่อยมา เขาลดกระจกลงกวักมือเรียกคุณลุงบุรุษพยาบาลให้เข้ามารับ ขณะที่ฉันค่อยๆเปิดประตูรถ พอลุงเห็นสภาพเท้าฉันเข้า ก็รีบกลับไปเข็นวีลแชร์มารับฉันทันที

ฉัน.. เอ่อ.. จะต้องลงไปสภาพวาบหวิวแบบนี้จริงๆเหรอ มันหนาวนะเฟ้ย!

มิเชล.. ฉันขอยืมเสื้อคลุมนายหน่อย

วุ่นวายจริงๆเลยเธอนี่ -.,-”

นี่! ฉันเกือบโป๊นะยะ -O-!!”

ในขณะที่ฉันย้ายร่างตัวเองไปยังวีลแชร์นั้น เขากำลังถอดเสื้อคลุมออกมาให้ฉันอยู่แล้วเชียว แต่แล้ว.. ก็มีรถของโรงพยาบาลคันหนึ่งขับเข้ามาด้วยความรีบเร่ง เสียงสัญญาณไฟฉุกเฉินดังระงมไปทั่วจนรู้สึกแสบแก้วหู

เคลียร์ทางข้างหน้าให้ทีครับ!! ต้องเอาเตียงคนเจ็บฉุกเฉินลง

ชายคนหนึ่งตะโกนออกมาจากรถพยาบาลคันนั้น ทำให้ลุงต้องรีบเข็นวีลแชร์ฉันออกไปอีกทางทันที พร้อมกับปิดประตูรถให้อย่างเสร็จสรรพ

เดี๋ยวสิลู้งงงงงง หนูยังไม่ได้เสื้อคลุมเลย T_T

งั้นเธอรอที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันรีบมามิเชลที่ยังถอดเสื้อคลุมไม่เสร็จ ตะโกนบอกฉันและรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันนั่งหนาวเหน็บในชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงเพียงลำพัง รู้สึกวาบหวิวเป็นบ้าเลย ยุงบินมากัดอีกต่างหาก โอ๊ยยย ToT

เอ่อ.. คุณลุงไปรับคนเจ็บก่อนเลยค่ะ เขาน่าจะดูสาหัสกว่าหนูเยอะ

งั้นหนูรอเพื่อนหนูตรงนี้ก่อนก็แล้วกันนะ หนูนี่เป็นคนดีจัง ดีแบบนี้แฟนหลงรักตายเลย

จึ๊ก! ช่างเป็นถ้อยคำที่เจ็บปวดรวดร้าวหัวใจเหลือเกิน เพราะหนูเป็นคนดี (จนเกินไป) นี่แหละค่ะลุง แฟนหนูถึงได้ทิ้งหนูไป T-T

ฉันนั่งมองลุงคนนั้นวิ่งไปรับเตียงคนเจ็บลงจากรถพยาบาล นี่ฉันเห็นว่าตรงนี้มีแค่ลุงยืนอยู่คนเดียวหรอกนะ ฉันเลยบอกให้ลุงไปช่วยเขาก่อน อีกอย่าง.. ฉันเขินที่ต้องมาใส่ชุดวาบหวิวแบบนี้ต่อหน้าลุงด้วย

ตรงหน้าฉันมีกลุ่มคนวิ่งวุ่นกันเต็มไปหมด ภาพที่ฉันเห็น.. เป็นสภาพของชายคนหนึ่ง นอนอยู่บนเตียงอย่างไร้สติ มีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัวรวมไปถึงใบหน้า ผู้หญิงที่ลงจากรถมาด้วยเกาะอยู่ที่ขอบข้างเตียง เธอร้องไห้ราวกับจะขาดใจตายให้ได้ ผู้ชายคนนี้ต้องถูกรถชนมาแน่ๆ ไม่งั้นเลือดคงไม่ท่วมตัวขนาดนี้ อ่า.. น่ากลัวจัง

อุณหภูมิในตอนกลางคืนที่ลดลง ทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบไปหมดทั้งตัว ยิ่งใส่ชุดแบบนี้ด้วย ทำให้หนาวเข้าไปอีก ฉันนั่งห่อตัวพลางใช้สองมือลูบแขนไปมาเพื่อทำให้ตัวเองอุ่นขึ้น ทำไมมิเชลช้าชะมัดเลย นี่นั่งรอจนยุงจะหามฉันอยู่แล้วนะ

ฉันที่ไม่ได้เจ็บหนักอะไรมากมาย พอเห็นว่าเขาเข็นคนเจ็บรายนั้นเข้าไปในตึกเรียบร้อยแล้ว ฉันก็จัดการใช้สองมือบังคับล้อวีลแชร์ให้เคลื่อนไปตามทางทันที ขืนอยู่ตรงนี้ต่อ ยุงก็กัด งั้นเข้าไปรอข้างในคนเดียวก่อนก็ได้ T^T ฉันเข็นรถพาตัวเองมาเรื่อยๆด้วยความทุลักทุเลจนเกือบถึงหน้าห้องฉุกเฉิน มิเชลก็วิ่งมาถึงพอดีและช่วยเข็นรถต่อให้

แหม.. ฉันเข็นมาจนจะถึงอยู่แล้ว ไม่ต้องช่วยแล้วก็ได้ย่ะ -_-

            “เอ่อ.. ถ่ายหนังกันมาเหรอคะพยาบาลถามเราสองคนอย่างเกรงใจ หลังจากที่เห็นสภาพฉันกระเซอะกระเซิงอย่างกับโดนหมาฟัดมาทั้งฝูง ส่วนเขายังคงหล่อเนี้ยบทุกตารางนิ้ว =_=

            “ไม่ใช่ค่ะ อุบัติเหตุนิดหน่อย =_=”

            “สภาพแบบนี้ พี่คิดว่าน้องรถคว่ำมาแล้วโดนหมารุมฟัดอีกรอบนะคะเนี่ย

            “=_=;;”

            “น้องผู้ชายเสียสละเสื้อคลุมให้น้องผู้หญิงสิคะ น้องผู้หญิงนั่งเสื้อแหวกจะเห็นนมอยู่แล้ว =_=” เมื่อเขาเข็นรถพาฉันมาถึงโซนที่นั่งรอ พยาบาลก็หันไปตำหนิมิเชลทันที แหม! ใช้ศัพท์ว่าหน้าอกก็ได้ค่ะ คุณพยาบาล

            “เอ่อ.. ครับๆ -.,-” มิเชลรีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกส่งให้ฉัน นี่! ฉันแอบเห็นนะยะว่านายแอบมองนม เอ๊ย! หน้าอกฉันน่ะ

            “นี่.. เสื้อนายสกปรกรึเปล่าฉันพูดแซวเขาขึ้น และค่อยๆสวมเสื้อคลุมเข้าที่แขนทั้งสองข้างจากด้านหน้าแทน เพื่อหลีกเลี่ยงเนื้อผ้าสัมผัสกับแผลให้มากที่สุด

            “งั้นเธอก็ถอดเสื้อฉันคืนมา แล้วก็นั่งโชว์นมเล็กๆของเธอไปซะไม่พูดเปล่า เขาพยายามจะถอดเสื้อฉันออกจริงๆอีก

 กรี๊ดดดดด!! เขาว่าฉันนมเล็ก TOT

            “กรี๊ด! หยาบคายที่สุด มีอย่างที่ไหน ผู้ชายมาวิจารณ์หน้าอกผู้หญิงยะ

ผู้ชายอย่างฉันนี่แหละ ของชอบซะด้วยสิ -.,-”

ไอ้! ไอ้..” ฉันพยายามยื้อเสื้อคลุมเอาไว้สุดฤทธิ์ เราสองคนยื้อแย่งกันไปมาจนพยาบาลคนเดิมเดินกลับเข้ามามีบทบาทอีกรอบ

            “น้องสองคนปล้ำกันไม่ได้นะคะ ที่นี่โรงพยาบาล

            “=[]=!!”/ “=[]=!!!”

            ผ่าง! ผ่าง!

            กรี๊ดดดดดด!! ยัยป้ามหาภัย ที่พูดนั่นคือปากใช่มั้ยคะ คนรอบข้างหันมามองฉันกับมิเชลด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นกันทันที บางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนจะเตรียมถ่ายรูป โอ๊ย! เรื่องอับอายนี่ยกให้บิก้าเลย ไม่มีอะไรที่ต้องอายไปมากกว่านี้อีกแล้ว T^T

ไม่นาน.. ยัยป้าคนเดิมก็เดินมาเข็นฉันเข้าไปทำแผล พร้อมกับเทศน์มหาชาติเรื่อง ห้ามปล้ำกันในโรงพยาบาลให้ฟังอยู่นานสองนาน

            อาเมน =_=;;

 

เช้าวันอาทิตย์

ฉันหลับเป็นตายแบบข้ามวันข้ามคืน  หลังจากที่มิเชลมาส่งถึงบ้านโดยสวัสดิภาพตอนเกือบตีสาม นี่ฉันนอนหรือซ้อมตายวะเนี่ย นอนปาไปยี่สิบสี่ชั่วโมงได้แล้วมั้ง ถ้ามีแข่งนอนชิงแชมป์โลกล่ะก็ โทรตามฉันไปแข่งได้เลย -_-

ฉันรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วทั้งตัวหลังจากที่นอนแช่อยู่บนเตียงนานๆ ฉันควรลุกออกจากห้อง ก่อนที่คนในบ้านจะคิดว่าตายไปแล้ว เอ.. สร้อยข้อมือที่ฉันชอบใส่ติดตัวไว้หายไปไหนกันนะ ฉันถอดมันออก หรือว่ายังไง จำไม่ได้ว่าตอนกลับมามันยังอยู่ที่ข้อมือฉันรึเปล่า -_-a

แต่ตอนนี้.. ฉันควรโทรหาเอ็มก่อนที่ยัยนั่นจะคิดว่าฉันหายสาบสูญ โทรศัพท์มือถือก็หายอีก โอ๊ย! งั้นใช้โทรศัพท์บ้านเอานี่แหละ ค่าโทรแพงหน่อย แต่แม่เป็นคนจ่าย ไม่ต้องเปลืองเงินตัวเอง -.-

[นั่นบิก้าใช่มั้ย? กรี๊ดดดดดดดดดด! แกยังไม่ตายจริงๆด้วย ฮือๆๆๆ ฉันดีใจที่แกโทรมา] เอ็มทำเสียงจะร้องไห้ทันทีที่ได้ยินเสียงฉัน หล่อนโวยวายราวกับว่าฉันกลับมาเกิดใหม่ก็ไม่ปาน = =

ใจเย็นๆแก ฉันสบายดี T^T”

[โทรศัพท์แกเป็นอะไร ติดต่อไม่ได้เลย เบอร์ที่บ้านแก ฉันก็ไม่มี นี่โทรหาเป็นร้อยๆสายแล้วเนี่ย]

เฮ้ย! ร้อยสายจริงๆเหรอแก ฉันขอโทษ

[ร้อยสายก็บ้าแล้ว แกไม่คิดบ้างรึไงว่ามันเป็นมุกน่ะ -_-;;]

โอ๊ย! แกล้งฉันทำไม คนยิ่งปวดหัวอยู่

[ก็ลืมนึกไปว่าคนอย่างแกมันโง่ -.-]

พออออ เออ.. โทรศัพท์หายว่ะ ไม่มีอะไรหรอก ฉันโทรมาหาเฉยๆ กลัวแกเป็นห่วง"

ฉันว่าโทรศัพท์ฉันต้องหล่นอยู่ที่ห้องปีเตอร์แน่ๆ เพราะวันนั้นฉันบู๊แหลกจนลืมทุกอย่าง ขนาดเงินสักบาทยังไม่ได้หยิบติดออกมา (จะเอาเวลาไหนไปหยิบ = =)

[ฉันติดต่อแกไม่ได้ คิดว่าแกโดนผู้ชายลากไปฆ่าแล้วซะอีก]

คำพูดของเอ็มทำให้ฉันสะอึกเหมือนมีก้อนอะไรใหญ่ๆขึ้นมาจุกอยู่ที่คอทันที

ภาพเหตุการณ์คืนนั้น หลั่งไหลเข้ามาในความคิดฉันอีกครั้ง ปีเตอร์.. มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ที่เขาทำแบบนั้น เพราะฉันดูดีขึ้นกว่าเดิมงั้นเหรอ หรือว่าเขาเมา? แต่ท่าทีเขาดูมีสติอยู่ตลอดเวลาเลยนะ

พอคิดถึงสัมผัสนั้นทีไร น้ำตามันก็พานจะไหลออกมาทุกที ทั้งเสียใจ และผิดหวังในตัวเขา จนไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ที่รู้ๆคือ.. ฉันเกลียดการกระทำของเขาอย่างสิ้นเชิง!!

ถึงฉันจะรอดจากเหตุการณ์นั้นมา แต่มันก็แย่เกินกว่าที่ฉันจะทำใจลืมมันได้ลง

[ฮัลโหลๆ บิก้า ได้ยินฉันมั้ย]

"ฮะ.. ได้ยินๆ"

[เงียบแบบนี้ ตกลงหลังจากที่ฉันกลับไปมันเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า]

"แก.. ฉันเจอปีเตอร์ที่งานด้วย"

[เฮ้ย! มันไม่ได้ทำอะไรแกใช่มั้ย]

"มะ..ไม่ เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน"

 ขอโทษนะเอ็ม แต่ฉันรู้สึกอับอายตัวเองจนไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องนี้จริงๆ

            หลังจากวางสายจากเอ็มเรียบร้อยแล้ว ฉันยกมือปิดหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก พอนึกถึงทีไร มันก็รู้สึกแย่ทุกที ฉันขยะแขยงทุกสัมผัส ทุกการกระทำที่เขาทำกับฉัน จนต้องยกมือขึ้นมาถูตามแขนตามตัวแรงๆ ได้แต่หวังว่าความรู้สึกนั้นมันจะหายไป

 ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วย ฉันไม่อยากจะคิดต่อเลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันหนีออกมาไม่ได้ T_T

เจ๊บิก้า มีใครไม่รู้เอานี่มาเสียบไว้ที่ช่องจดหมายหน้าบ้านอ่ะบัสต้าวิ่งถือซองสีน้ำตาลขนาดครึ่งเอสี่เข้ามาให้ฉันที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่

"หืม.. จดหมายอะไร?"

มันเขียนหน้าซองเป็นชื่อเจ๊อ่ะ ผู้ชายส่งมาให้เหรอ

"ผู้ชายอะไรล่ะ ฉันมีซะที่ไหน"

ฉันรับมันมาพลางมองซองจดหมายที่อยู่ในมืออย่างสงสัย ก่อนจะเดินกลับขึ้นมาบนห้อง ลายมือหน้าซองที่เขียนชื่อฉันช่างดูคุ้นตา

นี่มันลายมือของปีเตอร์ ฉันจำลายมือเขาได้ เขาจะเขียนจดหมายมาขอโทษฉันงั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้!

แต่.. มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะ เขาอาจจะสำนึกผิดที่ทำเรื่องแย่ๆกับฉัน

ฉันบรรจงเปิดซองปริศนาออกอย่างเบามือ ทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ในซองสีน้ำตาลนั้น ร่างกายฉันก็เริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกในวันนั้นมันหวนกลับมาจนอยากจะร้องไห้อีกครั้ง

มันคือรูปผู้หญิงสวมชุดเกาะอกสีแดงเพลิงที่เกือบหลุดลุ่ยอยู่บนเตียงนอนสีขาว

ผู้หญิงในรูปนั้นคือฉันเอง!!

ด้านหลังรูปภาพมีข้อความเขียนเอาไว้อีกว่า.. ไม่คิดว่าพอเลิกกันไปแล้วจะดูดีขนาดนี้ ฉันคิดถึงคืนนั้นของเราจัง

ปีเตอร์! เขาส่งรูปนี้มาให้ฉันทำไม

เขาคือคนที่ทำให้ฉันรู้จักด้านมืดของเขาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สมัยที่เราคบกัน.. เขาก็ไม่ได้เป็นแบบนี้นะ เขาสุภาพกับฉันมาก ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้ฉันรู้จักโลกของความเป็นจริง ว่ามันไม่ได้สวยหรูเหมือนที่ฉันเคยวาดฝันไว้

และตอนนี้.. ฉันก็เกลียดตัวเองที่เคยไปรักเขา!! TOT

 

ฉันพยายามทำตัวให้เป็นปกติ หลังจากที่เจอรูปสะเทือนขวัญในวันนั้น ฉันตัดสินใจฉีกมันและทิ้งลงชักโครกทันที เพราะกลัวว่าใครจะมาเห็นรูปนี้เข้า

ไม่อย่างนั้น.. ฉันแย่แน่

ในระหว่างที่เราสองคนกำลังเก็บของเพื่อที่จะขึ้นเรียนคลาสบ่าย ฉันเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาคุ้นๆเหมือนปีเตอร์กำลังเดินผ่านเข้ามาใต้ตึก ให้ตายเถอะ! ฉันยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้นะ ฉันจึงรีบโกยของทุกอย่างบนโต๊ะลงกระเป๋าอย่างไว และหันหลังเดินออกมาด้วยความรีบเร่งจนไม่สนใจเพื่อนสาวที่กำลังเก็บของอยู่

กรี๊ดดดดด!” ฉันเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อมีมือปริศนามากระชากต้นแขนฉันไว้

ร้องบ้าอะไรของแก จะรีบไปไหน ฉันยังเก็บของไม่เสร็จเลย

โอ๊ย! ยัยเอ็ม ฉันก็นึกว่าปีเตอร์มาดึงฉันไว้

ปีเตอร์? แล้วแกจะไปกลัวมันทำไม

เออน่า.. เรารีบไปกันเถอะ ฉันไม่อยากเจอเขา

โชคซึ่งไม่เคยเข้าข้างฉัน.. ปีเตอร์เดินมาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อฉันต้องมาเผชิญหน้ากับเขา ฉันทำได้เพียงหันไปจับมือเอ็มเอาไว้เพื่อให้ตัวเองอุ่นใจ ฉันสัมผัสได้ถึงความกลัวที่มันกำลังเกิดขึ้นในจิตใจอีกครั้ง จนมือเริ่มสั่นเบาๆ เพื่อนสาวบีบมือฉันไว้แน่น เป็นเชิงบอกให้ฉันไม่ต้องรู้สึกกลัว

แต่โอ๊ย.. แน่นไปไหมเพื่อนรัก =_=

"เจอกันสักทีนะบิก้า" เสียงที่ไม่พอใจของเขา ทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว

"ปะ..ปีเตอร์"

ฉันก็แค่เอาไอ้นี่มาคืนเขาชูกระเป๋าสะพายใบเล็กของฉันขึ้น อ้ะ! มันหล่นอยู่ที่ห้องเขาจริงๆด้วย

เอ่อ.. นายเจอมันหล่นอยู่ที่งานใช่มั้ย? ขอบคุณนะฉันแกล้งพูดขึ้นมาเพื่อไม่ให้เอ็มสงสัย แล้วรีบคว้ามันมาถือไว้ โชคดีนะที่เขาเอามาคืนฉัน โทรศัพท์ฉันยังคงอยู่ในกระเป๋าเหมือนเดิม เพียงแค่แบตเตอรี่หมดลงเท่านั้น

หล่นที่งานงั้นเหรอ? หึหึ"

"ชะ..ใช่"

"ทำไมต้องเสียงสั่นขนาดนั้น คงกลัวฉันไปแล้วสินะ

มะ..ไม่ได้กลัวซะหน่อย ทำไมฉันต้องกลัวด้วย!”

งั้นเหรอ?” เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนก้าวเท้าเข้ามา ทำให้เอ็มต้องรีบดึงฉันไปหลบข้างหลังทันที "อ้อ.. เกือบลืมไปเลย เธอ.. พังแจกันเก่าแก่ของตระกูลฉัน รู้มั้ยว่ามันแพงมากแค่ไหน"

"บิก้า.. แกไปพังแจกันของปีเตอร์ที่ไหนมา มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ" เอ็มหันมาถามฉันอย่างสงสัย

ก็เรื่อง..”

สัญชาตญาณมันบ่งบอกว่า เขาพยายามจะพูดเรื่องนั้นออกมา ทำให้ฉันต้องรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที

"มะ..ไม่มีอะไรแก ฉันแค่ซุ่มซ่ามไปทำแจกันเขาแตกเฉยๆ

แจกันของปีเตอร์??”

เอ่อ.. เขาเอาของตระกูลมาโชว์ในงานเท่านั้นเอง แกกลับไปก่อนก็เลยไม่ทันเห็นน่ะ" ฉันแถเรื่องแจกันแบบโคตรไม่สมเหตุสมผล งานบายเนียร์บ้าอะไรจะเอาของเก่าแก่มาโชว์ นี่ไม่ใช่งานนิทรรศการศิลป์ซะหน่อย

แต่.. แกได้โปรดเชื่อฉันเถอะนะ T^T

งานบายเนียร์นะ ทำไมต้องโชว์แจกัน"

เอ่อ.. วันนั้นปีเตอร์เล่นมายากลเสกนกออกมาจากแจกัน ( . .)”

"จะเสกนกเสกไก่อะไรก็ช่างมัน ไม่รู้แหละ! มันไม่ได้ทำอะไรแกใช่มั้ย?"

"ถามเพื่อนเธอสิ.. ว่าฉันทำอะไร" ปีเตอร์เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

ที่เขากล้าถามฉันแบบนี้ เพราะเขามั่นใจว่าฉันไม่กล้าพูดถึงมันแน่นอน ฉันไม่กล้าเล่าให้แกฟังจริงๆ ว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันขอโทษนะเอ็ม ร้อยทั้งร้อย.. ถ้าใครมาเห็นรูปนั้นของฉัน ต้องคิดแน่นอนว่าฉันเสร็จไอ้บ้านี่ไปแล้ว ก็องค์ประกอบในรูปนั้นมันน่าชวนคิดเหลือเกิน ฉันไม่อยากให้ใครเห็นมันจริงๆ

ฉันอายเกินกว่าที่จะให้ใครมารับรู้เรื่องพวกนี้ได้

"เอ่อ.. เขาไม่ได้ทำอะไรฉันจริงๆ"

ฉันอึกอัก แต่ก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธออกไป เอ็มมองหน้าฉันด้วยความกังวล แต่ก็ไม่ถามอะไรต่อ

ปีเตอร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆอย่างผู้ที่เหนือกว่า เขาคงจะตลกกับเรื่องที่ฉันพยายามโกหกเอ็ม ยิ่งได้เห็นใบหน้าเหยียดยิ้มของเขาแบบนี้ รู้สึกอยากจะเข้าไปต่อยหน้าแรงๆชะมัด แต่ดันต่อยไม่เป็น T_T

เอ่อ.. แก อาจารย์ที่ปรึกษาส่งข้อความมาตามตัวฉันว่ะ สงสัยมีปัญหาเรื่องรายงานเอ็มพูดขึ้นหลังจากที่ก้มอ่านข้อความในโทรศัพท์ที่เพิ่งเข้าเมื่อครู่ พลางพยักพเยิดดึงให้ฉันออกไปด้วยกัน ฉันรู้ว่าแกไม่อยากให้ฉันอยู่ใกล้ปีเตอร์ ฉันไม่ไว้ใจเขาก็จริง

แต่ตอนนี้.. ฉันมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กับเขาก่อน

แกไปเถอะ ฉันขอคุยอะไรกับปีเตอร์นิดหน่อย

แต่..”

ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป

เอ็มมีท่าทีลำบากใจ เพราะไม่อยากปล่อยฉันไว้ตรงนี้คนเดียว แต่นอกจากข้อความนั้นแล้ว อาจารย์ก็ดันโทรมาจิกให้ยัยนั่นรีบไปพบด่วน เห็นว่าเป็นเรื่องรายงานที่มีผลกับเกรด เอ็มจึงไม่สามารถหาทางปฏิเสธได้

ฉันหันกลับมาประจันหน้ากับเขาตรงๆอีกครั้งหลังจากที่เอ็มเดินออกไปแล้ว ฉันพยายามข่มใจตัวเองแล้วจ้องหน้าคนตรงหน้ากลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ด้วยสายตาที่เขามองมาผสานกับรอยยิ้มที่น่ากลัวนั้น ทำให้ฉันต้องเผลอหลบตาลงโดยอัตโนมัติ

นะ..นายส่งรูปไปให้ฉันทำไม!” พออยู่คนเดียว ปากเจ้ากรรมก็สั่นเป็นรถแทรกเตอร์ที่วิ่งในทุ่งนาเลยฉัน =_=;;

ตอนแรกฉันกะจะถ่ายเก็บไว้ดูคนเดียว แต่.. ฉันหงุดหงิดแผลที่เธอเอาแจกันฟาดฉัน ก็เลยอยากส่งรูปสวยๆไปให้เธอเจ็บใจเล่น ก็เท่านั้นเอง

"นายมัน..!"

"เผื่อมีใครอยากจะเห็นรูปสวยๆของเธอบ้าง เธอจะได้เอาไว้อวดคนอื่นไง หึหึ"

"เสียใจด้วยนะ แต่.. ฉันฉีกมันทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว"

"อย่าโง่ไปเลยที่รัก เธอลืมไปแล้วเหรอ ว่าฉันยังมีไฟล์รูปอยู่"

“!!!”

ฉันลืมคิดถึงสิ่งนี้ไปได้ยังไงนะ ในเมื่อเขาเป็นคนถ่ายรูปนั้น ก็ต้องยังมีไฟล์รูปอยู่ในโทรศัพท์สิ

โอ๊ย.. บิก้า ยัยโง่ ToT

"เลิกกับฉันไปแป๊ปเดียว ดูดีขึ้นเยอะเลยนะ ทีตอนอยู่กับฉันนี่สภาพเหมือนแม่ชีเชียว ไม่รู้ฉันคบกับเธอมาตั้งนานได้ยังไง จืดชืดเป็นบ้า"

"นายลบรูปในโทรศัพท์ให้ฉันเถอะนะ" ฉันไม่สนว่าเขาจะพูดอะไรแล้วตอนนี้ นอกจากอ้อนวอนให้เขาช่วยลบรูปทุเรศๆนั้นให้ T^T

"อ้อ.. เรื่องรูปสวยๆของเธอ ถ้าเธอยอมกลับมาให้ฉันควงเล่นๆแก้เบื่ออีกรอบ ฉันอาจจะลบไฟล์รูปนั้นทิ้งให้ก็ได้นะ"

ไม่พูดเปล่า คนตรงหน้ายังขยับเข้ามาใกล้พลางยกมือขึ้นคลอเคลียที่ข้างแก้ม ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันอาจจะรู้สึกดีกับการกระทำของเขานะ แต่ตอนนี้.. ฉันกลับรู้สึกขยะแขยงสัมผัสนั้น จนต้องปัดมือเขาออกอย่างแรง

กลับไปก็คงเป็นได้แค่ของเล่น ฉันเจ็บปวดกับนายแค่รอบเดียวก็เกินพอแล้ว..

นายลบรูปฉันออกเถอะ ฉันขอร้อง T^T”

ไว้เธอมีแฟนใหม่ก่อนก็แล้วกัน แล้วฉันจะลบรูปนั้นทิ้งให้ อ้อ.. แต่คงจะอีกนานสินะกว่าจะมี หึหึ

"ฉันมีแฟนใหม่แล้ว!!" ฉันรีบพูดออกไปทันที เมื่อมองเห็นช่องทางที่เขาจะยอมลบรูปนั้น

"แฟน? ฮ่าๆๆ อย่ามาหลอกเลยบิก้า ฉันรู้จักเธอดีพอ ฉันไม่เคยเห็นเธอคุยกับผู้ชายคนไหนเลยด้วยซ้ำ แล้วเธอจะมีแฟนใหม่ได้ยังไง"

คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ฉันเงียบกริบ และมันก็จริงอย่างที่เขาพูด ฉันไม่เคยสนิทกับผู้ชายคนไหนเลยนอกจากปีเตอร์ เพราะฉันก็มีแค่เขามาตลอด ฉันเลยเหมือนคนที่ได้อยู่แต่ในโลกโง่ๆของตัวเองเท่านั้น โลกที่มีแต่หญ้าให้กิน T^T

ณ ตอนนี้เป็นเวลาใกล้จะเริ่มคลาสบ่ายแล้ว คนจึงเริ่มพลุกพล่าน เพราะต่างก็เตรียมตัวขึ้นเรียนวิชาต่อไป เสียงวี๊ดว๊ายของพวกผู้หญิงดังขึ้นเบาๆ ราวกับมีลีมินโฮเดินเข้ามาที่ใต้ตึก พอหันไปมองตามเสียงนั้น ก็พบว่า.. พวกกลุ่มมิเชลกำลังเดินเรียงแถวหน้ากระดานเข้ามาอย่างกับบอยแบนด์

มองจากมุมนี้ เขาดูดีที่สุดในกลุ่มเลยแฮะ!

มิเชลหันมาเห็นฉันยืนอยู่ก็รีบโบกไม้โบกมือให้อย่างอารมณ์ดี นายนี่.. ทักทายฉันไม่ดูเวล่ำเวลาเล้ยยย! เห็นมั้ยเนี่ย ว่าฉันกำลังเคร่งเครียดอยู่ เครียดจนตีนกาจะพาดหน้ายาวไปถึงท้ายทอยแล้ว =_=

เฮ้! ยัยเมล็ดกาแฟมิเชลแยกออกจากกลุ่มเพื่อนแล้ววิ่งเข้ามา โดยที่ไม่ได้สนใจว่าฉันกำลังยืนคุยกับใคร สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นของเธอรึเปล่า ฉันเห็นมันตกอยู่ที่เบาะรถน่ะ

เขาชูสร้อยข้อมือสีเงินที่มีจี้เล็กๆรูปดอกเดซี่ห้อยอยู่ขึ้นตรงหน้า เฮ้ย! นี่มันสร้อยข้อมือฉันนี่ มันเป็นสร้อยข้อมือที่แม่ฉันให้ไว้ ปกติฉันจะชอบใส่ติดตัวไว้ตลอด คิดตั้งนานว่ามันหลุดหายไป หรือเผลอถอดวางไว้ที่ไหน ที่แท้มันหล่นอยู่ในรถเขานี่เอง

โชคดีนะที่เขาเจอมันแล้วเอามาคืนให้ T^T

อ้อ.. ของฉันเอง ขอบคุณนะ

งั้นฉันไปก่อนล่ะ บายยัยเมล็ดกาแฟ

หลังจากที่โบกไม้โบกมือบ้ายบายกันเสร็จ พอฉันหันกลับมา ปีเตอร์ก็ดูมีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากรอยยิ้มเมื่อครู่กลายเป็นความดุดันที่ถูกส่งผ่านสายตาออกมาอย่างบอกไม่ถูก ปมคิ้วขมวดขึ้นบนใบหน้าราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ สายตาเขาจ้องมองตามคนที่เข้ามาคุยกับฉันเมื่อครู่ จนคนที่ถูกจ้องเดินหายลับไป

เธอรู้จักกับไอ้หมอนี่ด้วยเหรอ..”

"...”

ก็คงแค่เป็นคนรู้จักกันสินะ

ไม่ใช่แค่คนรู้จักนะ! เขาเป็นแฟนใหม่ฉันเอง ทีนี้นายจะลบรูปฉันออกได้รึยัง"

ปากเจ้ากรรมโพล่งออกไปอย่างคนหาทางเอาตัวรอด ขอโทษนะคุณมิเชล ที่ต้องดึงเข้ามาเอี่ยวด้วย ก็นายดันเข้ามาได้จังหวะพอดี แถมเมื่อกี้ยังวิ่งเข้ามาคุยกับฉันด้วยอีก ถ้าฉันโม้ไปว่านายเป็นแฟนฉัน เขาจะต้องเชื่อแน่ๆ

อีกอย่าง.. เขาจะได้ลบรูปเจ้าปัญหานั้นซะที T^T

"เหอะ! เป็นแฟนกับไอ้หมอนั่นอย่างนั้นเหรอ"

"!!!"

"หึหึ แต่ฉันเริ่มอยากลองอะไรสนุกๆแล้วสิ" ปีเตอร์แค่นหัวเราะออกมา พร้อมกับกระชากข้อมือฉันดึงเข้าหาตัวแรงๆจนฉันรู้สึกเจ็บไปหมด

ทะ..ทำไมเขาต้องจ้องฉันด้วยความโกรธแบบนั้นด้วย ฉันทำผิดอะไร..

“...”

ถ้าแฟนเธอเห็นรูปของเธอในสภาพนี้จะว่ายังไงนะ

อย่านะ!”

ฉันไม่ได้กลัวแค่ว่า.. มิเชลจะเห็น แต่ฉันจะให้ใครเห็นรูปนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้ารูปนี้หลุดออกไป ทุกคนจะต้องมองฉันอย่างสมเพช แล้วฉันจะทนต่อเรื่องนี้ได้ยังไง ฉันต้องไม่มีหน้ากลับมาเรียนที่นี่อีกแน่ เพราะฉันคงเข้มแข็งไม่พอ และรับมันไม่ไหวจริงๆ T_T

"ตอนแรกฉันกะถ่ายรูปเธอเก็บไว้ดูเล่นเฉยๆ แต่ถ้าเธอบอกว่าเป็นแฟนกับไอ้หมอนั่นจริงๆล่ะก็..”

“...”

"เธออยากให้ฉันลบไฟล์รูปทิ้งใช่มั้ย?"

"..."

"ฉันอยากได้ของสำคัญของหมอนั่น แต่.. ถ้าเอามาให้ไม่ได้ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนอื่นๆจะคิดยังไง ถ้าได้เห็นรูปนี้ของเธอ" เขากระซิบที่ข้างหูฉันเบาๆ น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกนั้นทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ ทำไมอยู่ดีๆเขาถึงน่ากลัวขนาดนี้

ของสำคัญอะไร!”

ถ้าเธอเป็นแฟนมันจริงๆ เธอจะไม่ถามฉันแบบนี้นะ

"ละ..แล้วนายต้องการมันไปทำไม"

"เธอจำเป็นต้องรู้เหตุผลด้วยเหรอ เอามาแลกกันสิ แล้วฉันจะลบไฟล์รูปนี้ของเธอเอง!!" 

 

>>> Talk with โพซิตรอน <<<

     สวัสดีผู้อ่านทุกๆโคนนน ขอบคุณที่แวะเวียนหรือหลงเข้ามาอ่านกันนะ >O<
วีคนี้เขียนไปเครียดไป เพราะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็พยายามขัดเกลามันให้ออกมาดีที่สุด ฮูเล่!

     ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคอมเม้นจาก
พี่ลูกชุบ กรรมการมากๆเลยนะคะ
จะนำคอมเม้นที่ได้รับมาปรับปรุงตอนต่อไปให้ดีขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ >.<
     ขอบคุณคะแนนโหวตและคอมเม้นจากนักอ่านทุกคนด้วยยยย จะพยายามเขียนออกมาให้ดีที่สุดน้า

         

บิก้าโดนแบล็คเมล์เข้าแล้วววว นี่ก็รู้สึกอยากให้นางเข้มแข็งบ้าง จะได้ไม่ต้องคอยกลัวคนนู้นคนนี้ ฮ่าๆๆๆ

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ฝากติดตามตอนต่อไปนะคะ จุ้บบบบ

ความเห็นที่ปักหมุด
  1. #8 (จากตอนที่ 3)
    2017-01-30 04:54:10
    อยากรู้ว่าจะยังไงต่อ
    จริงๆ มันก็มาสไตล์แพทเทิร์นนิดหนึ่งแต่พอหยวนได้เพราะคาแรคเตอร์นางเอก สำนวนดีขึ้นนะคะ นางเอกไม่แง๊วๆ ตลอดเวลาเหมือนตอนอื่นๆ อ่ะ 

    รออ่านตอนต่อไปน้า เป็นกำลังใจให้จ้า
    #8

9 ความคิดเห็น

  • 1
  1. #1 Marshmallows. (จากตอนที่ 3)
    2017-01-27 02:05:52
    เพิ่งรู้ว่าชื่อนางเอกมันคือพันธุ์เมล็ดกาแฟก็วันนี้ล่ะค่ะ //กราบสิคะรออัลไลลล
    แล้วก็อ่านๆ ไปรู้สึกปีเตอร์มันจะน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ เล่นสกปกนี่หว่าาาา
    จนอยากรู้เลยว่าบิก้าจะแก้เกมยังไง เหมือนต่อสู้กับคนโรคจิต 5555
    แต่ก็ต้องขอบคุณปีเตอร์ที่ทำให้นางเอกหลุดจากโลกสวยๆ ได้บ้าง

    พระนางสนิทกันเร็วมากค่ะ คำพูดคำจา 55555555555
    #1
  2. #2 Macramé (จากตอนที่ 3)
    2017-01-27 10:44:17
    และแล้วนางเอกก็ได้ชื่อเพิ่มมา ว่าไงจ๊ะเลดี้กาก้า 55555555
    แล้วปีเตอร์นี่อะไร มาทวงค่าแจกันเหรอยะ //ตบๆๆๆ
    ตอนหน้าเอาแบบ พระเอกต่อยปีเตอร์เลยนะ 5555555555

    รอตอนต่อไป สู้ๆ i
    #2
  3. #3 Kimochii. (จากตอนที่ 3)
    2017-01-27 20:03:50
    โอ้ยยยยยยอีปีเตอร์!!! อราบิก้า หนูต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ
    อีปีเตอร์นี่มันเป็นคนหรือเจ้ากรรมนายเวรกันแน่ ตามอาฆาตแค้นอะไรเบอร์นั้น ปล่อยให้บิก้าไปมีความสุขสงบกับชีวิตบ้างเถอะ ขอเสนอให้เอาคืนโดยการตั้งกล้องตอนมันขี้ค่ะ
    #3
  4. #4 Kimochii. (จากตอนที่ 3)
    2017-01-27 20:03:55
    โอ้ยยยยยยอีปีเตอร์!!! อราบิก้า หนูต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ
    อีปีเตอร์นี่มันเป็นคนหรือเจ้ากรรมนายเวรกันแน่ ตามอาฆาตแค้นอะไรเบอร์นั้น ปล่อยให้บิก้าไปมีความสุขสงบกับชีวิตบ้างเถอะ ขอเสนอให้เอาคืนโดยการตั้งกล้องตอนมันขี้ค่ะ
    #4
  5. #5 JOlly' M (จากตอนที่ 3)
    2017-01-29 00:40:20
    เกลียดฉากเรียกชื่อนางเอก ก้าๆ อะไร นึกถึงเสียงอีการ้อง อีมิเชล เดะตรบบ 55555
    ทำไมมิเชลกวนส้นเท้าเช่นนี้ล่ะลูกกก -.,- ไม่รู้ทำไมฮาฉากที่นางเอกยืมของนู่นนี่จากพระเอก คือแบบ ทุกอย่าง เป็นนี่จะบอกว่าเธอจะยืมตัวฉันไปบ้านด้วยมั้ย อร๊ายย ต้องเป็นเพราะเชื้อหื่นของบิก้าแน่ที่ทำให้น้องมีความคิดแบบนี้ ฮือ ปกติเรียบร้อยนะ ><
    พยาบาลลล แก๊ ฮาาา ฉากฮามากกกก ชอบเคมีของสองคนนี้นะ ดูสบายๆ กวนมากวนกลับ น่ารักกก
    ตัดจบแซ่บนะ เล่นซะเกลียดอีไมเคิลเลยอ่ะ บังอาจทำบิก้าน้อยของชั้นน
    (นอกเรื่อง) รูปนี่ฉากนึงใน MV Severly ชิมิ อย่าบอกนะว่าหมูฮงคืออิมเมจพระเอกกก ฮงกีของน้องง 
    #5
  6. #6 (จากตอนที่ 3)
    2017-01-29 14:50:32
    โอ้ยยย ปีเตอร์ร้ายมาก
    แต่นี่ชอบมิเชลจริงจัง อ๊ายย
    #6
  7. #7 pimuksorn (จากตอนที่ 3)
    2017-01-29 21:10:55
    บอกได้คำเดียวว่า เกลียดปีเตอร์ค่ะ
    ดีแล้วบิก้าที่รู้ตัวว่าเคยรักผิดคน ไม่ต้องไปสนใจมันละ
    คนดีๆ อยู่ตรงหน้า มิเชลไง มิเชล เขาช่วยเธอได้ค่ะ

    รออ่านตอนต่อไปนะ
    #7
  8. #8 (จากตอนที่ 3)
    2017-01-30 04:54:10
    อยากรู้ว่าจะยังไงต่อ
    จริงๆ มันก็มาสไตล์แพทเทิร์นนิดหนึ่งแต่พอหยวนได้เพราะคาแรคเตอร์นางเอก สำนวนดีขึ้นนะคะ นางเอกไม่แง๊วๆ ตลอดเวลาเหมือนตอนอื่นๆ อ่ะ 

    รออ่านตอนต่อไปน้า เป็นกำลังใจให้จ้า
    #8
  9. #9 ImNice_pryn (จากตอนที่ 3)
    2017-02-11 00:51:28
    โอ๊ยยย อีปีเตอร์นังแมลงสาบ
    นังกระจั๊วทำไมถึงได้ตามอาฆาตไม่เลิก
    แกเป็นอินซีเดียวใช่ม้ายยยยย (อิน)
    5555555 สู้นะ น้องบู๋มของยัยต๊อก
    #9
  • 1

แสดงความคิดเห็น