kimochii

[JLS08] You Safe เรื่องอารักขาหัวใจ…ไว้ใจผม

‘เขา’ คือเครื่องรางปัดรังควานความชั่วร้ายที่มาปรากฏตัวต่อหน้า ’เธอ’ ภายใต้เงื่อนไขตามคำทำนายของชายเร่ร่อน

0%
VOTE

ตอนที่ 1/7 :: เบิกตัวเครื่องราง

ตอนถัดไป

 

บทนำ

 

          ปึก!

                ฉันล้ม

                ล้มคะมำลงไปด้วยสาเหตุที่ไม่น่าจะซ้ำกับใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ ฉันวิ่งวิ่งเหยียบแพมเพิสที่พอง เปียกแฉะ และก็ไม่รู้ว่ามันชื้นเพราะนอนตากน้ำค้างอยู่นี่ทั้งคืนหรือเป็นเพราะมันอมฉี่จนเต็มกลืนแล้วกันแน่ = =

                ฉันยันตัวขึ้นมามองซ้ายขวาด้วยความรีบร้อน ก่อนจะถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างโล่งอก นอกจากต้นไม้ ใบหญ้า กิ้งก่า และใบประกาศตามหาหมา ก็ไม่มีใครเห็นท่าล้มตูดชี้ฟ้าอันแสนพิสดารของฉันอีก

                มันคงเป็นเพราะวันนี้ฉันมาเช้าเกินไป หรือไม่ก็อากาศไม่เป็นใจเพราะฟ้ามันครึ้มฝน พวกกลุ่มคนรักสุขภาพเหมือนกับฉัน ที่ปกติจะจับมือกันมาออกกำลังกายทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์เป็นประจำถึงได้หายหัวกันไปหมด

                ฉันออกเดินกระเผลกๆ ไปนั่งตรงม้าหินซึ่งตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ปลูกเอาไว้บนพื้นที่ที่เป็นลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส สร้างเอาไว้ให้คนมาทำกิจกรรมนู่นนี่นั่น ส่วนบริเวณด้านซ้ายมีแม่น้ำเพื่อให้คนมาตกปลา พายเรือ ตีโป่งกัน แต่ภายหลังเกิดข่าวลือหนาหูว่ามีจระเข้เพศเมียอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ คนจึงไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้แม่น้ำนั้นอีกฉันก็ด้วย - -

                “แม่หนู แม่หนูน้อยคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น…”

                ฉันก้มหน้าก้มตาเป่าแผลถลอกคลายความแสบอยู่ดีๆ ก็มีเสียงแห้งแหบของผู้ชายดังขึ้น พอหันไปหาต้นเสียงก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งนอนในท่าชันเข่าตรงม้านั่งตัวยาวใกล้ๆ บนหน้าอกห่มหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ น่าตามอมแมมเป็นแมวเหมียวมูมมาม มือก็กวักเรียกฉันเข้าไปหาหยอยๆ

                อุตส่าห์หลงคิดไปว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วเชียว ท่าทางน้าผู้ชายคนนี้เขาจะอยู่นานแล้วด้วยสิ ถ้างั้นก็ต้องเห็นฉันตูดชี้ฟ้า...

                อยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี!  

                สะ สวัสดีค่ะ ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะคะ ถ้าฝนมันตกลงมาคงเปียกแย่

                ทำไมไม่ไปหาที่คุ้มแดดคุ้มฝนหน่อย อย่างน้อยๆ ก็ใต้สะพานลอย

                “โอย ตัวน้าเป็นคนจร ไม่มีที่อยู่ดีๆ เป็นหลักเป็นแหล่งแบบใครเค้าหร้อก”    

                น้าเขาผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะพับหนังสือพิมพ์พรางถอนหายใจไปด้วย ชายเร่ร่อนคนนี้ทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากขึ้นไปอีก คนบางคนมีบ้านหลังใหญ่โตฟุ้งเฟ้อ ที่ดินในครอบครองก็หลายร้อยไร่  แต่สำหรับคนบางคน แค่พื้นที่เล็กๆ เท่ากระดาษเอสี่เขายังไม่มีเป็นของตัวเองเลย เลวร้ายชะมัด

                มานั่งด้วยกันตรงนี้สิหนู                   

                เขาเขยิบเพิ่มพื้นที่ให้ พร้อมตบม้านั่งดังป้าบๆ ชวนฉันไปนั่งข้าง แต่พอฉันย่อตัวจะนั่ง ตูดยังไม่ทันได้ตั้ง ก็มีเสียงเปรยค่อนข้างเบาลอยมาเข้าหูทำให้ฉันชะงักค้าง ท่าไหนก็ท่านั้น  -O-

                มีสิ่งชั่วร้ายเงาดำมืดกำลังโอบล้อมรอบตัวหนูอยู่นะ…”

                เห็นน้าเขาหันหน้าไปอีกทางตอนพูด ไม่ได้มองฉัน ฉันเลยร้อง คะ !?!” ออกมาอย่างงุนงง  

                น้าเห็นแบบนั้น ก็ช่วงนี้หนูมีเรื่องให้ต้องเลือดตกยางออกบ่อยใช่มั้ยล่ะ? มันเป็นเพราะเหตุนี้แหละ…”

                เขาพูดออกมาผ่านสีหน้าเรียบๆ อย่างกับเพิ่งพูดเรื่องสัพเพเหระทั่วไป แต่ฉันนี่สิตาถลนออกจากเบ้า สิ่งที่น้าเขาพูดมาแต่กี้ ใช่ พักหลังมานี้เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยแต่ได้เลือดกับฉันเกือบทุกวัน ฉันคิดว่ามันเกิดขึ้นจากความซุ่มซ่ามส่วนตัว ก็เป็นคนป้ำๆ เป๋อๆ แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยคิดเลยว่ามันมีสาเหตุมาจากสิ่งที่มองไม่เห็น

                หนูโดนคุณไสยอย่างนั้นใช่มั้ยคะ!? นี่หนูต้องทำอะไรบ้าง ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ถวายสังฆทาน ไถ่ชีวิตโคกระบือ หรือบาบา นานา

                คุณพระคุณเจ้า ฉันกำลังโดนของ โดนอาถรรพ์มนต์ดำ ว่าแล้วทำไมเวลาส่องกระจก พบว่าใบหน้าหมองคล้ำผิดปกติ มัวแต่ไปโทษว่าครีมบำรุงผิวหน้าไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ สาปส่งไปถึงเจ้าของโรงงานที่ผลิตครีมตัวนี้ออกมาตั้งนาน ที่แท้โอ๊ย ตายๆ เป็นไปได้ยังไงกัน ฉันไม่เคยมีศัตรูหรือไปสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใครมาก่อน หรือจะทำผิดตัว! ใช่เลยใช่ ต้องเป็นอย่างที่คิดไว้แน่ๆ ขนาดวัยรุ่นยิงกันมันยังมียิงผิดตงผิดตัวกันได้นับประสาอะไรกับการทำของ! 

                ถ้ามันช่วยให้สบายใจ ก็ทำให้ทุกอย่างเถอะหนู แต่น้าอยากจะบอกว่าไม่ต้องกังวล และก็ไม่ต้องดิ้นรนทำอะไรทั้งนั้น เพราะนับจากนี้อีกไม่นาน น้าทำนายว่าหนูจะได้พบเจอกับชายคนหนึ่ง ในช่วงเย็นย่ำ ใต้ต้นพญาสัตบรรณ หนูจงจำเอาไว้ว่า ผู้ชายคนนั้น เขาเป็นเครื่องรางของหนู

                “ของหนูเหรอ? เป็นเครื่องรางนี่หมายถึงหนูเอาเขามาแขวนไว้ที่คอได้ พกไปไหนมาไหนได้ ทำนองนั้นรึเปล่าคะ?”

                น้าเขายิ้มอ่อนแล้วส่ายหัวช้าๆ เขาเป็นเครื่องรางในรูปกายของมนุษย์ ที่มีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง แต่เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหนู เขาจะปัดรังควานสิ่งไม่ดีไปจากตัวหนู หนูจะปลอดภัยเมื่อได้ใกล้ชิดกับเขา  

                อ้าว ตกลงฉันโดนของหรือไม่กันแน่ แต่เท่าที่ฟังดูมันก็โรแมนติกไม่หยอก นั่นแปลว่าถ้าได้พบเขาแล้วเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ก็จะไม่เกิดเรื่องเจ็บตัวงั้นเหรอ วรั๊ย ไม่เอาน่า -///- ว่าแต่ถ้าพ่อหนุ่มเครื่องรางนั่นน่าตาไม่ต่ำกว่ามาตรฐานจะจับรวบหัวรวบหางละกัน

                “เอ่อว่าแต่น้าคะ หนูยังมีอีกคำถาอ้าว น้า!”

                น้าเขาอาศัยจังหวะที่ฉันกำลังคิดอกุศล เดินไปเกือบสุดสายตา หนังสือพิมพ์ก็ลืมทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

                เดี๋ยว! รบกวนอีกนิดค้า รอก่อนน น น น!”

                ฉันพยายามเดินโขยกเขยกตามน้านั่นไปอย่างสุดกำลัง เอ๊! ชายเร่ร่อนคนนี้นี่ยังไง คิดจะไปก็ไป ตัวเองทิ้งความสงสัยไว้เบื้องหลังน่ะรู้บ้างมั้ย ไหนคือความรับผิดชอบ

                “น้าาาาา!!!”

                ฉันโก่งคอเรียกเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเดินกลืนหายเข้าไปในหมอกหนา ออกจะน่าขนลุกอยู่ไม่น้อย = =;; ชายวัยกลางคนที่มาทายทักฉันแล้วก็หายไปโดยไม่มีคำล่ำลาเปิดตัวมาลึกลับแบบนี้ หวังว่าน้าเขาคงไม่ใช่พระเอกในนิยายเรื่องนี้นะ ฆ่าแกงฉันซะ

                “กลับมาตอบกันหน่อยไม่ได้รึยังไง แล้วฉันจะรู้มั้ยว่าต้นพญาสัตบรรณมันน่าตาเป็นยังไง ปัดโทะ!”

               

 

1

เบิกตัวเครื่องราง

 

ฉันเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเพื่อจะได้พบเจอกับเครื่องรางมนุษย์วันแล้ววันเล่ารอแล้วรอเล่า

                รอจนเลิกรอ  -_-

                นี่มันก็ผ่านมาตั้งสองสัปดาห์แล้ว ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเจอใครนะ ผู้ชายใต้ต้นพญาสัตบรรณ ในเวลาเย็นย่ำตามที่น้านั่นทำนายเอาไว้เลย (น้านั่นก็ไม่เจอ ทั้งที่มาวิ่งออกกำลังกายที่เดิมก็หลายครั้ง) ชีวิตฉันก็ขยันเกิดเรื่อง Accident ทุกวันด้วยสิ จะซวยมากซวยน้อยก็ขอให้ซวย นี่แน่ะ พ่อเครื่องราง ถ้าพ่อคุณมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่สิ่งอุปโลกน์ ก็รีบๆ โผล่หัวมาช่วยฉันให้หลุดพ้นจากความเลวร้ายนี่สักทีจะได้รึเปล่า

                จริงสิ รู้สึกว่าเรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย การมาเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟังออกจะแปลกไปสักหน่อยนะว่ามั้ย? คุณชื่ออะไรคะ ฉันชื่อแอนค่ะ หลายคนคิดว่าแม่ตั้งให้แบบนี้ต้องเป็นแฟนตัวยงของ แอน ทองประสม แน่ๆ เล้ย แต่ความจริงเป็นสิ่งแปลก แม่ฉันเป็นแฟนเพลงของ แอน มิตรชัยต่างหาก ยิ่งเพลงห่านฟ้า (หงส์!) นายแม่ชอบมาก ตอนท้องฉันนะฟังวนไปค่ะ

                ฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 5/2 โรงเรียนรัฐบาลใกล้บ้านที่สามารถเดินเท้ามาโรงเรียนก็ได้ คลานก็ได้ และอีกอย่าง ที่บ้านไม่มีฐานะพอจะส่งให้เรียนโรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพงๆ แต่โรงเรียน สูงสง่าวิทยา ที่ฉันเรียนอยู่ก็สอนดีและมีชื่อเสียงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโรงเรียนเอกชนดังๆ เลยนะ ดูชื่อโรงเรียนซะก่อนเถอะ สูงสง่าวิทยา ตั้งขึ้นมาเพื่อข่มโรงเรียนละแวกใกล้โดยเฉพาะ  

                อ้าวๆ! นักเรียน เอาจอบไปกองไว้ตรงนั้น แล้วมารวมตัวกันตรงนี้”              

                เสียงอาจารย์กิติ อ.ประจำรายวิชาเพิ่มเติม พืชสวนประดับที่ฉันกำลังเรียนอยู่ขณะนี้ (ซึ่งวิชานี้ทำให้ฉันได้รู้ว่าต้นพญาสัตบรรณก็คือต้นตีนเป็ดที่ปลูกไว้มากมายตามริมฟุตบาทตลอดทางกลับบ้านของฉันนั่นเอง) ตะโกนสั่งนักเรียนในคาบที่ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาขุดดิน ลงต้นกล้ามะตูมเพื่อแลกคะแนน ให้วางมือ แล้วมานั่งรวมกันเป็นแถวตอนใต้ต้นไทรที่มีผ้าสามสีผูก                    

                ฉันทรุดตัวลงนั่งต่อท้ายเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในห้องแบบระโหยโรยแรง ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน อาจเป็นเพราะพลังชีวิตของฉันกำลังไหลออกจากลมหายใจช้าๆ ฉันกำลังจะตายวันตายพุ่ง T()T

                “ปวดขี้ว่ะ

                เห็ด เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นทอมบอย ผมซอยสั้นอย่างกับจะปลอมตัวเป็นผู้ชายเข้าไปตามหามรดกเหมือนนางเอกละครไทยหลายต่อหลายเรื่องนั่งลงตรงข้างฉันอีกแถวหนึ่งแล้วกระซิบบอกเพราะอาจารย์กำลังเช็คชื่ออยู่วรัญญา มา สุพัตรา มา สิรินยา โดด สโรชา ไม่มาอีกแล้วเหรอ

                ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูเห็ดแล้วกระซิบบ้าง ก็ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำสิฟะ

                “ไม่เป็นไร ทนไหวๆ อีกเดี๋ยวก็คงปล่อยแล้วมั้ง ฉันกลั้นไว้ไปขี้ที่บ้านดีกว่า

                ฉันทำหน้าค้านในการตัดสินใจของมัน จะอั้นไปได้นานสักแค่ไหน เกิดขี้แตกคากระโปรงขึ้นมาหรือดีไม่ดีขี้หักในตายจะไม่แย่เข้าไปใหญ่เหรอะนั่น

                ...

                ห้านาทีผ่านพ้นไป

                นักเรียนทุกคนในห้องฉันเช็คชื่อครบแล้ว เสียงออดเลิกเรียนก็ดังแล้ว นักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนก็กรูกันออกจากโรงเรียนเหมือนหนีน้ำป่าแทบจะหมดโรงเรียนแล้ว ไฉนอาจารย์กิติที่เคารพถึงยังไม่ปลดปล่อยพวกเรากลับบ้านกลับช่องไปเสียที

                เถาวัลย์กรดนั้นเป็นพันธุ์ไม้วงศ์เดียวกับสะแกและหูกวาง ขึ้นตามลำธาร…”

                ยังจะเนียนสอนต่อไปอีก -_- ฝนก็ทำท่าเหมือนจะตกแหล่ไม่ตกแหล่ อาจารย์ไม่มีนาฬิกา ลืมดูเวลา หรือจงใจสอนเกินเวลากันแน่คะอาจารย์

                เห็ดที่นั่งเท้าคางมองเหล่าดรัมเมเยอร์สาวทั้งสามไม้ซ้อมเดินกับวงดุริยางค์ของโรงเรียนกลางสนามหญ้าอย่างหื่นกระหาย (สงสัยจะหายปวดขี้แล้ว) หมุนคอฉันให้ดู เบิร์น ดรัมฯ ไม้สองที่เรียนอยู่ชั้น ม.5 เหมือนกันแต่คนละห้องกับพวกเรา แม่นั่นกำลังฝึกโยนไม้แล้วรับให้ได้อย่างสวยงาม ฉันกรอกตาขึ้นบน ฉันว่าฉันรู้นะว่าไอ้ทอมเถื่อนเพื่อนฉันคนนี้ใคร่จะกลืนกินผู้หญิงทุกคนบนโลก แต่ยัยเบิร์นนี่แกยกไว้สักคนน่า นางชอบยิ้มโปรยเสน่ห์ยั่วยวนผู้ชายจะตาย กับผู้หญิงด้วยกันจะมองเหนือ นอกจากนั้นยังเดินสายประกวดนั่นประกวดนี่ไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเทพีสงกรานต์ นางนพมาศ ยัยนี่กวาดรางวัลชนะเลิศมาทุกเวที ฉันว่าต้องเล่นเส้นเข้าทางกรรมการ ไม่ก็ซื้อตำแหน่ง ยังไงฉันก็ไม่ให้ผ่านนะ แม่คนเนี๊ยะ

                แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันต้องไปเขียนด่าคนอื่นตั้งเป็นบรรทัด แต่เคยเป็นกันมั้ย อารมณ์แบบไม่ชอบใครสักคน แต่เหตุผลไม่มี บางทีสิ่งที่ฉันร่ายยาวไว้ข้างบนอาจจะเป็นเหตุผลก็ได้     

                ฉันว่าเบิร์นสมควรจะได้เป็นไม้หนึ่งมากกว่า แกว่างั้นมั้ย

                “แคทไม้หนึ่งเดินสวย คู่ควรแล้ว ความจริงยัยเบิร์นควรจะได้เป็นแค่ไม้สามด้วยซ้ำ น้องนัทตี้ ม.4 ดูโอเคกว่าตั้งแยะ

                เบิร์นลำพังแค่ชื่อก็เผาผลาญหัวใจชายหนุ่มแล้ว อะรี๋ (เค้าไปทำอะไรให้แก)

                แกมันตาถั่ว น้องนัทตี้นั่นขาใหญ่ออก

                “ยัยเบิร์นของแกก็สะโพกบึ้มเป็นโอ่งราชบุรี >{}<”

                “เฮ้ย! เธอคนนั้นทำเสียงดังอะไร!”

                ตายโหง -_-;;;! ลืมตัวขึ้นเสียงใส่เห็ดที่นั่งข้างๆ โดยลืมไปเลยว่าอาจารย์กิติจอมกินเวลากำลังอ้าปากสอนปาวๆ อยู่ แกลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างแรงจนเก้าอี้ล้มไปข้างหลัง แววตากรุ่นโกรธมองตรงมาทางฉัน เพื่อนในห้องสมัครสมานสามัคคีก็แค่ตอนนี้ หันมามองกันอย่างพร้อมเพรียง พรึบ! ส่วนตัวฉันนั่งเหงื่อแตกพลั่กๆ หน้าซีดเป็นแป้งสาลีไม่ผสมสี  

                ผมกำลังมอบความรู้ให้คุณอยู่ แต่นอกจากคุณจะไม่ตั้งใจฟังแล้วยังคุยแข่งกับผมอีก จอบพวกนั้นคุณขนไปเก็บเองคนเดียวเลย

                ฉันหันไปมองจอบจำนวนไม่น้อยที่กองสุมกันอยู่แล้วเกือบจะร้องโวยวายออกมา ให้หนูเก็บคนเดียวมันจะไม่เกินไปเหรอคะอาจารย์?! มันต้องเดินเก็บกี่รอบกันล่ะนี่ แค่หนูทำเสียงดังขัดคอนิดๆ หน่อยๆ อาจารย์ก็ออกคำสั่งใช้แรงงานหนูเกินกว่าเหตุ ทีพวกผู้ชายตรงนั้นมันคุยโวอวดกล้ามหน้าท้องและขนาดของจุดๆๆ กันดังลั่นทำไมอาจารย์ถึงไม่ลงโทษพวกนั้นแบบเดียวกับหนูบ้างเล่า อยุติธรรมเป็นบ้าเลยยยย   

                แล้วห้ามมีใครเข้าไปช่วย! ถ้าขัดคำสั่ง เดี๋ยวเจอกะผม เลิกเรียนได้!”

                “นักเรียนทำความเคารพ ขอบคุณค่ะ / ครับ

                 เพื่อนร่วมห้องทุกคนยกเว้นฉันและเห็ด ลุกขึ้นแยกย้ายกันกลับบ้าน มีบ้างบางคนหันมาทำสายตาเห็นใจ นี่มันคือชะตากรรมที่คนโดนมนต์ดำอย่างฉันต้องเจอจ้ะ อย่าใส่ใจเลย

                เห็ดเอามือมาตบไหล่ฉันที่ปั้นหน้าเหมือนโดนวางยาเบื่อ ฉันอยากจะช่วยแกเก็บจอบมากเลยนะ แต่แกเข้าใจใช่มั้ยว่าไม่ได้  งั้นฉันจะไปขี้รอแกที่ห้องน้ำละกัน จวนจะราดแล้ว เดี๋ยวแกเคลียร์จอบเสร็จ เราไปเจอกันหน้าห้องน้ำนะ

                คิดว่าหายปวดขี้ไปแล้ว เพื่อนตัวดีมันซ่อนสีหน้าและอาการได้แนบเนียนนัก

                “ถ้าฉันไม่ต่อล้อต่อเถียงกับแก เรื่องแย่ๆ แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น T^T”

                บางทีเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับที่ฉันโดนของ แท้จริงอาจเพราะฉันว่าร้ายยัยเบิร์นในความคิดก็ได้ ฉันถึงต้องมาลงเอยถูกทำโทษให้เก็บจอบคนเดียว หรือจะจริงอย่างเขาว่าแค่คิดก็ผิดล้าว กรรมติด 10G ก็ไม่บอกเนอะ

                “นั่นสิ ถ้าแกเห็นด้วยว่าเบิร์นเหมาะจะเป็นดรัมฯ ไม้หนึ่ง ก็ไม่ต้องเก็บจอบหรอก

                ฉันชักตามองตามร่างสูงของเห็ดที่เดินดุ่มๆ หนีไปห้องน้ำ การมีส่วนสูงร้อยเก้าสิบแปดเซนติเมตรทำให้ผู้ชายบางคนรู้สึกเหมือนถูกหยามเมื่อมายืนเทียบกับมัน ขนาดตอนฉันพลัดหลงกับมันที่ตลาดนัด คนเยอะเพียงนั้นฉันยังสามารถหามันเจอได้เพราะหัวมันโผล่โด่เด่กลางฝูงชน เพื่อนรักของฉันคนนี้เคยบอกด้วยนะว่า มันจะกลับตัวกลับใจเป็นผู้หญิงดังเดิมก็ต่อเมื่อมีผู้ชายฝรั่งหล่อกระโตกกระตาก (หล่อจนเหล่าชะนีมิสามารถนิ่งเงียบได้) มาจีบ และข้อสำคัญต้องเก้านิ้ว! โธ่เอ๋ย เพื่อนผี คนอะไรจะมีเก้านิ้ว ต้องสิบนิ้วสิถึงจะถูก   

                ฉันเลิกสนใจและเดินไปทดลองหามจอบไว้บนบ่าสองอัน แต่โอยตาย จอบอะไรทำไมมันหนักแบบนี้ เอาไปทีละมากๆ ก็ไม่ได้ด้วย แต่ฉันอยากกลับบ้านเร็วๆ จะกลับบ้าน!

                …

                เคร้ง!

            ฉันโยนจอบสามอันสุดท้ายลงตรงมุมหนึ่งในห้องเก็บอุปกรณ์การเกษตร เสร็จสักกะที เหลือก็แต่ไปหาเห็ดที่ห้องน้ำ จะได้กลับบ้านไปพักผ่อน ความใจดำของอาจารย์กิติฉันจะจดจำไปจนวันตาย ต่อจากนี้ฉันขอโดดเรียนคาบที่แกเป็นคนสอนทุกอาทิตย์ แกจะต้องเสียดายที่ต้องเสียนักเรียนอย่างฉันไปตลอดกาล ทว่าทันทีที่ฉันเดินออกมาพ้นจากชายคา ฝนที่เพิ่งลงเม็ดก็ตกมากระทบผิวหน้า เมื่อฉันมาถึงหน้าห้องน้ำกลับไร้วี่แววเพื่อนรัก

                ไม่มันคงไม่หรือมันเทฉัน

                ฉันควักโทรศัพท์มือถือมาจิ้มๆ ต่อสายหามัน ถ้าจะไม่รอ แกจะนัดฉันทำไม มีเหตุผลอะไรทำไมถึงไม่รอ

                “โหลๆ

            นังตัวดี! แกอยู่ที่ไหน

                บนมอเตอร์ไซเคิล

                สำเนียงไม่ธรรมดา -_-

                คืองี้นะแม่ยอดชะอม ยอดผักขมของพี่ ถ้าจะโทษไปโทษไอ้เป็ดน้องชายฉันเลย มันมารอรับฉันหน้าโรงเรียน แล้วโทรมาขู่ว่าถ้าฉันออกมาช้าจะทิ้งให้วิ่งตามรถ แกก็รู้ จากโรงเรียนนี้ไปบ้านฉันมันไม่ใช่ใกล้นะโว้ย

                “ใจคอแกนะ ไม่คิดจะโทรมาบอกกันเลย ปล่อยให้เพื่อนยืนดมกลิ่นส้วมเล่นอยู่ได้ วางไปเลย วางไป ฉันจะกลับบ้านเล่า!”

                “ก็ลืมอ่ะ น่า ฉันเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปนะน้องนาง พรุ่งนี้เจอกันเนอะ

                สายถูกตัดไปพร้อมกับฉันลดโทรศัพท์มือถือลงจากหู เหวี่ยงกระเป๋านักเรียนไปมาอย่างเสียอารมณ์ นี่คงเป็นความซวยครั้งสุดท้ายของวันนี้! ฉันไม่แกร่งพอจะรับอะไรอีกแล้ว ได้โปรด   

                ฉันเดินงุ่นง่านออกจากโรงเรียน ฉันกลับช้ากว่าภารโรงในโรงเรียนอีกมั้งเนี่ย ฟ้ามัวไปหมด ฝนก็ตกลงมาปอยๆ ถึงจะตกน้อยแต่ถ้าไม่รีบจะเปียกเอาได้ สองเท้าฉันเลยเร่งเดินมากขึ้นกว่าเดิมไปตามเส้นทางกลับบ้านอันคุ้นเคยผ่านต้นตีนเป็ดต้นแล้วต้นเล่า

                ต้นตีนเป็ด หรือก็คือ พญาสัตบรรณ  

                เวลาเย็น หืม?

                เงื่อนไขทั้งสองอย่างอยู่พร้อมหน้ากันแล้วนี่ไง เครื่องราง คัมมอน น น น ฉันเสียเวลารอมามากพอแล้ว ขนาด คสช. ยังยืนยันจะคืนความสุขให้ประชาชน แล้วนายจะไม่คืนความสุขให้ฉันบ้างเหรอะ

                ผลุ่บ! ฮุย เครื่องรางมาตามคำเรียกร้องไวอะไรพั่นนี้นิ (สำเนียงใต้ก็มา)

                ฉันจ้องเขม็งมองความเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างหลังรั้วเนอสเซอรี่ที่ถูกทิ้งร้างมานานนับปีผ่านสายฝน ชนิดที่ต่อให้บิ๊กแบงทั้งห้าเอากล้ามหน้าท้องมาบังฉันก็พร้อมจะผลักพวกเขาออกไปให้พ้นสายตาโดยไม่ลังเล และเพียงแค่ชั่วอึดใจอะไรบางอย่างที่ว่านั่นก็กระโดดข้ามรั้วมายืนบนพื้นอย่างปราดเปรียว เอ่ะ เครื่องรางมีขาหน้าด้วย? หนำซ้ำขนยังเป็นสีน้ำตาล =O= โธ่เอ๋ยนี่ไม่ใช่เครื่องรางแล้ว! นี่มันหมา ลักษณะจะจรจัดด้วย! เอา แทยังกลับมาให้ดิฉันนน

                … -><-

                ทำไมหมาตัวนี้จึงมองกันแบบนั้น ฉันไม่เคยสาดน้ำไล่แกเหมือนที่แม่ค้าขายปลาในตลาดทำ และก็ไม่เคยคิดจะเอาแกไปตุ๋นยาจีนแบบที่คนจีนทำด้วย แกเป็นหมาที่ทุเรศมากรู้มั้ย ถ้าจะเข้ามามุ่งร้ายฉัน

                ฉันเริ่มถอยเท้าไปด้านหลัง ฉันมีปมเรื่องหมา ตอนเด็กๆ เคยถูกกัดจมเขี้ยวมาแล้ว สัตว์พวกนี้เวลามันคลั่ง คมเขี้ยวของมันยามกัดกระชากพลังร้ายกาจมากอยากบอก ฉันเจ็บเพราะถูกกัดไม่พอยังไปเจ็บอีกต่อตอนหมอใช้เข็มฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้อีก ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

                แต่ยิ่งฉันขยับถอยหลังมากเท่าไหร่ มันก็ย่างสามขุมเข้ามาใกล้มากขึ้นเท่านั้น พอฉันออกวิ่งมันก็กระโจนตามมาด้วยความเร็วสูง กรี๊ด! หมาทรพี หมาปีศาจ

                โฮ่งๆๆๆ               

                เสียงเห่าดังไล่หลัง สี่เท้าของมันยังติดตามฉันมา โวยยย ไม่มีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเองรึไง! นี่ขนาดตอนฉันวิ่งเข้าโค้ง มันยังตามมาได้อย่างเหนี่ยวแน่นไม่ยอมหลุดโค้งไปดั่งที่ฉันหวังไว้ วิ่งให้ตายยังไงก็สลัดมันไม่หลุด ฮั่กๆ

                ใครก็ด้าย สักกกคนนน ลากหมาคลั่งนี่ออกไปที

                ฉันวิ่งไปน้ำหูน้ำตาไหลไป ความเร็วของฝีเท้าลดลงเรื่อยๆ แล้วอุบัติเหตุไม่รู้จักเวล่ำเวลาก็เกิดขึ้น…!

                โดยไม่ได้ล่วงรู้ก่อนหน้า ฉันวิ่งอีท่าไหนไม่รู้สะดุดก้อนอิฐที่มาตั้งอยู่ผิดที่ผิดทางร่างล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนที่ท้ายทอยฉันจะไปกระแทกกับโคนต้นไม้ต้นหนึ่งดังผัวะ!  

                นั่นล่ะการกลิ้งถึงจะสิ้นสุดลง              

                หัวฉันมึนไปหมด รู้สึกอีกด้วยนะว่าพื้นที่นอนอยู่มันหมุนๆ ผิดปกติ อย่างกับนอนอยู่บนโต๊ะจีนอย่างไรอย่างนั้น ภาพที่ตาเห็นก็เป็นสีดำสลับขาวราวกับมีใครมากกดสวิตช์ไฟเล่น เดี๋ยวก็เปิดเดี๋ยวก็ปิด

                โฮ่ง!”

                เสียงเห่าของหมาดังขึ้นข้างตัว ฉันเห็นเงารางๆ ของสัตว์สี่เท้าตัวหนึ่งกำลังเข้ามาในระยะประชั้นชิด ฉันปิดเปลือกตาลงช้าๆ เตรียมรับแรงขย้ำ ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีสิบเจ็ดปีฉันคงใช้ชีวิตได้เท่านี้   

                “ไม่มีที่จะนอนหรือยังไง

                ฉันปรือตาเหมือนคนเมาเหล้าขาวมองผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งที่มีช่วงขายาว เขาทอดสายตามองฉันจากมุมบน ส่วนฉันก็แหงนมองเขาจากมุมล่าง แต่ฉันก็ไม่สามารถเห็นหน้าตาของเขาได้ชัดเจน เพราะมันเบลอ ไม่รู้ตาอยู่ตรงไหนจมูกอยู่ตรงไหน ต้องเป็นผลมาจากการที่ท้ายทอยกระแทกของแข็งเข้าอย่างจัง อะไรสักอย่างในหัวฉันจึงเฟือนไป  

                ดูดม้ามารึเปล่าฮึ?”

                ฉันฟังสิ่งที่เขาพูดไม่ค่อยถนัด เลยค่อยๆ เอื้อมไปจับขาเขาเพื่อพยุงตัวขึ้น ก่อนจะซบหน้าไปที่ชายกางเกงของเขาแล้วขอความช่วยเหลือ

                คุณคะได้โปรดช่วยด้วย หมาตัวนั้นมันจะ…”

                แผล่บเอ๋ อะไรนิ่มๆ เปียกๆ มาโดนแก้ม

                แผล่บ

                ฉันได้สติต่อเมื่อเห็นหมาตัวที่เพิ่งจะวิ่งไล่กวดฉัน ตัวที่ฉันกลัวไปเองว่ามันจะเข้ามาประทุษร้ายตวัดลิ้นเลียใบหน้าฉันไม่หยุด หางก็กระดิกดิ๊กๆ ไปมาอย่างร่าเริง หา นี่แกมาอย่างสันติ เป็นมิตรงั้นสิ

                “มันจะอะไร?”

                ฉันเงยหน้ามองเจ้าของเสียงอีกครั้ง คราวนี้ฉันได้เห็นเขาอย่างชัดเจน ท้องฟ้าหลังฝนพลันทอประกายแสง เมฆดำที่เคยบดบังแสงอัสดงยามเย็นได้เคลื่อนหายไป ลำแสงส่องผ่านช่องโหว่ของใบไม้ราวกับทำสปอตไลท์ให้กับผู้ชายในชุดนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนเดียวกันกับฉัน (ที่อกซ้ายปักตัวอักษร ส.. ที่ย่อมาจากสูงสง่าวิทยา)

                ครั้นได้เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ กรามเด่น คิ้วเข้มตรง ผมทรงแสกกลางแบบวัยรุ่นยุค 90 แบบนี้ นี่เขาคือ…!!! ฉันโยนหมาออกห่างตัวอย่างแรงจนมันตกใจร้องหงุงหงิงวิ่งหนีไป ถอยหลังกรูดไปชนต้นไม้ ใบไม้ร่วงกระจายลงมา  

                นี่มันอินซูลิน (ผิด) อินเดียแดง (ไม่ถูก) อินซีเดียสล่ะ (ไปหมดละสมงสมอง)

                อินทรีย์ต่างหาก!!!

                ถ้าฉันบอกว่าหมอนี่คืออินทรีย์คนนั้น ก็อาจสับสนกันว่าอินทรีย์คนนั้นน่ะมันคนไหน เขาเป็นใคร จริงๆ อินทรีย์เป็นคนที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับชีวิตฉันเลย เขาเป็นแค่คนที่มีอิทธิพลต่อโรงเรียน สูงสง่าวิทยาอย่างมากเท่านั้นเอง เริ่มแรกเขาเคยเป็นนักบาสเกตบอลตำแหน่ง SG (Shooting Guard) ของโรงเรียน ความเก่งกาจของเขาเป็นที่เลื่องลือในแวดวงนักกีฬายัดห่วงระดับมัธยม ตามหลักแล้วอนาคตเขาควรไปได้ไกล แต่ด้วยความที่มีนิสัยจองหองและเลือดร้อนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้ไปแข่งบาสที่โรงเรียนไหนก็ตีกับนักบาสโรงเรียนนั้น ตีกับเขาไปทั่ว โรงเรียนในละแวกนี้ล้วนเคยทะเลาะวิวาทกับเขามาแล้วทั้งสิ้น เพราะอย่างนั้นทีมบาสของโรงเรียนสูงสง่าวิทยาถึงโดนตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาบาสชิงชนะเลิศในเขต โรงเรียนเราถูกครหาว่าซุ่มสอนนักเรียนให้เป็นนักเลง ไม่มีเด็กจากโรงเรียนไหนอยากคบค้าสมาคมกับโรงเรียนนี้อีกต่อไป คุณงามความดีที่สั่งสมมาหลายสิบปีของโรงเรียนถูกทำลายไม่เหลือดี คำขวัญประจำโรงเรียนที่ว่า สูงสง่าวิทยา กีฬาเด่น นักเรียนเน้นกระทำกรรมดีก็ท่องได้ไม่เต็มปากอีกแล้ว คนที่เกลียดเขามีตั้งแต่นักเรียนที่เทิดทูนสถาบันอย่างแรงกล้า ตลอดจนแม่ค้าขายข้าวยันนักการภารโรง (ฉันก็ไหลไปตามกระแส) แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือพวกสมาชิกในทีมบาสที่เคยยกยอปอปั้นในพรสวรรค์อินทรีย์กลับเกลียดชังเขามากกว่าใคร คงโทษว่าอินทรีย์คือต้นเหตุที่ทำลายช่องทางการเข้าแข่งขันชิงแชมป์ของพวกเขากระมัง หลังจากนั้นอินทรีย์ก็ถูกขับออกจากทีม หันหลังให้กับการเล่นบาส และได้รับสมญานามว่า หมาบ้าแห่งสูงสง่าบัดนั้นเป็นเป็นต้นมา      

                แม่เจ้าโว้ย! วันนี้มันวันอะไรของฉัน ช่วงชีวิตนี้ไม่เคยนึกอยากมีโมเม้นท์อะไรกับคนพรรค์นี้มาก่อน แล้วอะไรดลใจให้ฉันทำบ้าๆ แบบนั้น! เอาหน้าไปแนบกับขาอินทรีย์เนี่ยนะ ซ้ำยังไปเรียกอีตานี่อย่างสุภาพว่า คุณอีก! บ้าไปใหญ่

                “เธอเด็กสูงสง่าฯ เหมือนกันเหรอะเขามองเครื่องแบบนักเรียนของฉันสลับกับของตัวเอง สีหน้าพิศวง ไม่ยักเคยเห็นมาก่อน

                ฉันเริ่มมึนตึง พูดอีกทีสิ หมอนี่จะบอกว่าฉันดูดาษดื่น ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนโดยไม่มีอะไรดึงดูดใจให้คนจดจำสินะ ฮ่อ เกินไปหน่อยล่ะมั้ง ในเมื่อนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่เราเจอกัน สมัยอยู่ ม.4 ตอนโรงเรียนมีกิจกรรมเข้าค่ายจริยธรรมฉันได้อยู่กลุ่มเดียวกับเขา เวลากินข้าวก็นั่งหันหน้าเข้าหากันอีก ฉันจำได้แม่นเลยนะว่าวันนั้นเป็นวันที่ฉันไม่เจริญอาหารที่สุดในชีวิต หมอนี่ทั้งเรอเอิ่กอ่าก หัวเราะข้าวในปากกระเด็นลงจานข้าวคนอื่น หนังสือสวดมนต์ที่พระแจกให้ก็เอามารองก้างปลา กระดูกหมู กระดูกไก่ไปตามเรื่อง ทุกคนในที่นั้นต่างเห็นพฤติกรรมของเขา ส่ายหัวไปมาแล้วคงคิดในใจพร้อมๆ กัน โสโครกอะไรเบอร์นี้ อะรี๋!’

                และอีกอย่าง เส้นทางกลับบ้านของอินทรีย์ก็ไปทางเดียวกับฉัน บ้านของเขาเปิดกิจการขายสุขภัณฑ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านฉัน เคยเดินกลับพร้อมกันก็หลายครั้ง แต่ไม่มีเหตุผลให้ต้องสนทนากันแค่นั้น เป็นไปได้อย่างไรที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นหนังหน้าของฉันมาก่อน ฉันมันไม่โดดเด่นขนาดนั้นเลยรึยังไง

                ช่างสิ! ธุระอะไรต้องไปใส่ใจ เขาจะเคยเห็นฉันหรือไม่เคยเห็น ก็ไม่ทำให้กัปตันยูทิ้งคังโมยอนมาหาฉันได้หรอก น้อยยย ไอ้คนบ้านเปิดร้านขายส้วม!

                เอ แต่ฉันคุ้นหน้านายอยู่นะ…”

                “ของมันแน่อยู่แล้ว ถึงจะออกจากทีมบาสแล้ว แต่ชื่อเสียงฉันมันคงโค่นไม่ลงจริงๆ นั่นแหละมีใครในโรงเรียนสูงสง่าวิทยาไม่รู้จักฉันบ้าง

                “เจษฎาภรณ์ห้องห้าทับแปดใช่มั้ย!”

                “ใช่ ชื่อเล่นของฉันคือติ๊ก จะบ้ารึไง! ถ้านึกไม่ออกก็หุบปากให้สนิทดีกว่า -*-!”

                ฉันจงใจหัวเราะเสียงต่ำให้อินทรีย์ได้ยินจากนั้นก็ลุกขึ้นยืน จริงอย่างที่เขาบอก ไม่มีใครในโรงเรียนไม่รู้จักเขาหรอก ปลาเน่าที่ทำให้โรงเรียนสูงสง่าวิทยาเหม็นฉาวโฉ่!

                อินทรีย์เค้นหัวเราะตามฉัน แต่สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความอาฆาต นิสัยเสียอีกอย่างหนึ่งของหมอนี่ที่ฉันไปได้ยินมาก็คือความเจ้าคิดเจ้าแค้น เดี๋ยวสักพักต้องหาทางเอาคืนเรื่องที่ฉันทำเขาหน้าหงายแน่ ฉันเลยเลิกสนใจเขาตั้งท่าจะเดินผ่านเขาไปอีกทางเพื่อกลับบ้าน

                เดี๋ยว!”

                ไหล่ฉันถูกกระชากให้กลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมโดยแรงจนอดระแวงไม่ได้ อะ อะไรอีก

                “ลืมกระเป๋า

                อินทรีย์ใช้เท้าเกี่ยวกระเป๋าฉันที่ตกอยู่ตรงปลายเท้าขึ้น สาบานว่าพูดจริง ฉันเห็นแบบนั้นจริงๆ เขาหยิบมันด้วยมืออีกต่อหนึ่งแล้วผลักใส่หน้าอกฉันดังปั่ก!

                …ไอ้ เขามันถ่อยที่สุดเลย ในนั้นมีหนังสือเรียนฉันนะเฮ้ย โบราณห้ามไว้ว่าอย่าเดินข้ามหนังสือหนังหามันจะทำให้โง่ แต่นี่เขาเขา….ใช้เท้าทำแบบนั้นได้ยังไงกัน!!!

                สมองคนเราจะกลวงได้สักแค่ไหนกันเชียวเขาทอดถอนหายใจพรางเหล่ตามองฉัน ถึงจะจำชื่อฉันสลับกับไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ แต่ของสำคัญแบบนี้เธอก็ไม่ควรจะลืมทิ้งเอาไว้

                อินทรีย์ก้าวเข้ามาเอานิ้ววนรอบหัวฉัน อย่าให้มันเกินขีดจำกัดนักน่า

                ทิ้งท้ายเสร็จแล้วตัวเขาก็เดินลิ่วๆ จากไป ทิ้งฉันให้ยืนงงงวยเพราะไม่เข้าใจในคำพูดเมื่อสักครู่ โธ่ ไอ้บ้า! ถ้านายอยากจะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ ดีกว่า พูดจากำกวมแบบนี้ให้ได้อะไร ไม่มีใครในโลกฟังเข้าใจหรอกเว้ย
                ฉันมุ่นหัวคิ้วมองแผ่นหลังของอินทรีย์ที่ค่อยๆ ห่างออกไป พลันมีใบไม้ร่วงหล่นลงมาผ่านหน้า และเมื่อฉันหยิบมันขึ้นมาดู
ลักษณะใบแบบนี้นี่มันใบของต้นตีนเป็ดนี่นา ฉันไล่สายตามองต้นไม้ขนาดกลางต้นนี้ก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง เออแฮะ ฉันยืนอยู่ใต้ต้นตีนเป็ดจริงๆ ด้วย

                ตีนเป็ดต้นตีนเป็ดงั้นเหรอ…  

                …

                 มีสิ่งชั่วร้ายเงาดำมืดกำลังโอบล้อมตัวหนูอยู่นะ

            น้าทำนายว่าหนูจะได้พบเจอกับชายคนหนึ่ง ในช่วงเย็นย่ำ ใต้ต้นพญาสัตบรรณ หนูจงจำเอาไว้ว่า ผู้ชายคนนั้น เขาเป็นเครื่องรางของหนู

                ตะ….ตอนเย็นเจอผู้ชายอินทรีย์ใต้ต้นตีนเป็ด ต้นตีนเป็ดหรือก็คือพญาสัตบรรณ! คุณพระ!! คุณพร๊ะ!!!

                เครื่องรางของหนู

            เครื่องรางของหนู

                …

                ม่าย ย ย ย ย ย ย

                ฉันปิดหู กระโดดๆ ขับไล่เสียงคำทำนายจากชายเร่ร่อน อยากเอาหัวโขกถนนให้รู้แล้วรู้รอด!

                เครื่องรางของหนูโน่น ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!  

                หนูแอนจริงด้วย! ขึ้นมาสิลูก เดี๋ยวป้าแวะส่ง

                ป้าแมวเพื่อนบ้าน ขับรถกระบะมาจอดเทียบแล้วเลื่อนกระจกยื่นหน้าออกมาชวนฉันที่กำลังคลุ้มคลั่งให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ถ้าเป็นวันอื่นฉันคงดีใจ รีบกระโดดขึ้นรถด้วยความยินดี แต่วันนี้ เวลานี้ฉันอยากอยู่คนเดียวววว         ฉันไม่ตอบอะไรป้าแมวแกแม้เพียงครึ่งคำ วิ่งหน้าตั้ง วิ่งให้พ้นจากความจริง วิ่งและวิ่ง

                อินทรีย์หมอนั่นอาจจะเป็นเครื่องรางตามคำทำนาย?!?

 

(ได้โปรดติดตามตอนต่อไป)

8 ความคิดเห็น

  • 1
  1. #1 Banilla Honie, Karin (จากตอนที่ 1)
    2017-01-05 21:39:01
    5555555
    โอ๊ยตลก 
    สมัยเรียนเราก็มีเพื่อนทอมอยู่คนนึง นิสัยคล้ายๆ เห็ดนี่ล่ะค่ะ (แต่มันตัวเตี้ยนะ ทอมแคระ)
    สูๆ นะคะ เราคนนึงล่ะรอตอนต่อไปอยู่
    #1
  2. #2 OfeliaOlivine (จากตอนที่ 1)
    2017-01-08 22:08:51
    เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เชียร์บรรยายฮาดีค่ะ ชอบๆ รอตอนต่อไปนะคะ
    #2
  3. #3 winevis (จากตอนที่ 1)
    2017-01-09 18:18:26
    ชอบการบรรยายมากค่ะ ฮือออ รออ่านตอนต่อไปน้า เขินตรงนายอินทรีย์จะมาเป็นเครื่องรางนี่ล่ะ > <
    #3
  4. #4 supattrapaty (จากตอนที่ 1)
    2017-01-16 16:12:12
    ชอบมากเรยค่ะ
    น่ารักมากๆอยากอ่านตอนที่2แร้วววววววว

    #4
  5. #5 (จากตอนที่ 1)
    2017-01-16 18:42:48
    ตลกกกก
    ตลกกกก
    บอกได้แค่ว่าตลกกกกก

    ชอบทั้งนางเอก พระเอก
    มีเรื่องเดียวที่แนะนำคือระวังใส่มุกเยอะเกินไปจนมันเกร่อ แบบว่าเว้นบ้างก็ได้ ให้คนอ่านมีช่องว่างหายใจหน่อย ส่วนมากมุกมันตลกนะ แต่การวางให้ถูกจังหวะ และจำนวนที่วางมุกก็สำคัญเหมือนกัน

    รออ่านตอนต่อไปนะ ชอบพระเอกอ่ะ เถื่อนนนนนน
    #5
  6. #6 Kimochii. (จากตอนที่ 1)
    2017-01-17 16:03:25
    ขอบคุณค่ะพี่ลูกชุบ หนูจะพยายามควบคุมมุกให้อยู่ในปริมาณพอเหมาะพอควร @ลูกชุบ

    คาเร็กเตอร์ของเห็ดนี่เราก็เอามาจากเพื่อนทอมของเราจริงๆค่ะ ขอบคุณมากเลยมันเป็นกำลังไตที่ดีงาม ขอบคุณมากจริงๆค่ะ @ความคิดเห็นที่123
    คุณความคิดเห็นที่4 นี่หน้าคุ้นๆ นะคะ @supattraparty
    #6
  7. #7 JOlly' M (จากตอนที่ 1)
    2017-01-17 21:36:57
    เฮลโหลลล เรื่องนี้ฮามากกก ชอบสำนวน อยากรู้ว่าพระนางจะเข้ากันได้ยังไง นางเอกดูไม่ชอบพระเอกเอาซะเลย อยากอ่านต่ออเขิลจุง
    #7
  8. #8 ImNice_pryn (จากตอนที่ 1)
    2017-01-20 14:17:39
    ตลกมากกกกกกกกกกกก ชอบมากอ่ะ 55555555
    ทั้งรักทั้งเกลียดนางเอก แต่ละอย่างในความคิดโคตรฮา
    ขำมากตอนจะถามน้าคนนั้นว่าต้นตีนเป็ดเป็นยังไง 55555555
    ทำไมเป็นคนแบบนี้ ตอนคุยกับยัยเห็ดก็ฮา คือหาเพื่อนได้เหมาะกันมาก
    พี่อินทรีย์ก็มีความกวนติงอยู่ไม่น้อย เหมาะ
    ฮือออ ชอบบบ ไปอ่านตอนสองก่อนนน
    #8
  • 1

แสดงความคิดเห็น