kimochii

[JLS08] You Safe เรื่องอารักขาหัวใจ…ไว้ใจผม

‘เขา’ คือเครื่องรางปัดรังควานความชั่วร้ายที่มาปรากฏตัวต่อหน้า ’เธอ’ ภายใต้เงื่อนไขตามคำทำนายของชายเร่ร่อน

0%
VOTE
ตอนก่อนหน้า

ตอนที่ 5/7 :: จุดแตกหัก

ตอนถัดไป

5

จุดแตกหัก

 

อะไรนะ! เมื่อวานแกเข้าห้องสอบสวนนักเรียนเหรอ!!? อุบ!”

ฉันเอามือตะปบปากเห็ดแล้วกดหัวมันลงใต้โต๊ะ ดีนะที่อาจารย์เสาวนีย์ อาจารย์ประจำรายวิชาภาษาไทยกำลังขะมักเขม้นกับการตรวจการบ้านบทเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกาอยู่ ไม่อย่างนั้นถูกเอ็ดแน่

 เสียงดัง!”

โทษทีแกแล้วเป็นไง…”

ฉันเล่าให้เห็ดฟังพอสังเขป แล้วก็อดกระแนะกระแหนมันไม่ได้ นี่ถ้าเมื่อวานแกไม่ได้ป่วยด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่เสียก่อน แกก็จะได้เข้าไปตากแอร์ในห้องนั้นเหมือนกับฉันนั่นแหละ

โชคดีที่ป่วย หมาบ้าไม่รู้เป็นไงมั่งเนอะ แกไม่เดินไปดูที่ท่อบ้างล่ะ ไม่ใช่นอนเน่าอยู่ในนั้นตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหรอ

ปากแกนี่มันน่าดีดด้วยหนังยางจริงๆ

พออย่างนี้ล่ะมากางปีกปกป้อง ทีเมื่อก่อนเกลียดอย่างกับขี้ก้อนสุดท้าย

ก็หลังจากที่ได้รู้ว่าอินทรีย์ทำอะไรเพื่อฉันลงไปบ้าง ความรู้สึกที่มีต่อเขาย่อมเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา

เงียบเสียงลงหน่อยนักเรียน อาจารย์กำลังจะเช็คชื่อแล้ว

ฉันกับเห็ดเปลี่ยนมาสำรวมกิริยาทันที การได้ออกจากห้องเรียนก็เหมือนนกน้อยในกรงทองออกสู่ป่าใหญ่ ฉันลืมบอกไป อาจารย์เสาวนีย์เป็นภรรยาของอาจารย์กิติที่เคยใช้ให้ฉันเก็บจอบไง จำได้มั้ย แต่ภรรยาไม่ชอบสอนเกินเวลาเหมือนสามีหรอกนะ ฉันยินดีมาก

สมุดการบ้านอาจารย์ยังไม่ส่งคืนนักเรียนก่อนนะ เพราะหลายคนยังไม่ตรวจ หรือตรวจแล้วแต่อาจารย์ยังไม่ได้เซ็นลายเซ็นให้ ฉะนั้นเดี๋ยวขอแรงใครสักคนช่วยขนกองการบ้านไปไว้ที่โต๊ะทำงานให้อาจารย์หน่อยละกัน เอาเป็นเธอคนนั้น

ทำไมตำแหน่งนิ้วอาจารย์เสาวนีย์เหมือนชี้มาทางฉันเลยล่ะ แต่คงไม่ใช่ฉันหรอก กองสมุดการบ้านสูงเป็นภูเขาเลากาแบบนั้น แกคงชี้ผู้ชายที่นั่งข้างหลังฉันมากกว่า พวกตุ๊ดมาดากัสการ์ก็มี ฉันเอียงตัวหลบให้พ้นจากรัศมีดัชนี

เธอคนนั้นก็คือเธอนั่นแหละอาทิตยา

วาย? ทำไมเป็นหนูล่ะคะ?!?”

ก็เธอสบตาครูนี่จ๊ะ

สบตาจึงถูกเลือก พอกันทั้งสองผัวเมีย เป็นอะไรกับฉันนักหนานะ

 

            ก็นั่นแลฉันเลยต้องมาตกระกำ ขนกองการบ้านไปไว้ที่โต๊ะอาจารย์เสาวนีย์ในห้องหมวดภาษาไทยตามระเบียบ เสร็จเรื่องเสร็จราวแล้วก็ดอดไปโรงอาหารเลย เที่ยงนี้ในโรงอาหารคนน้อย ฉันกับเห็ดวิ่งเอากระเป๋าไปจองโต๊ะ  ก่อนจะแยกย้ายกันไปซื้ออาหารกลางวัน ฉันเล็งร้านเจ๊ภาข้าวขาหมูไว้ ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้วมันต้องหาไขมันมาเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายกันหน่อย แต่มีใครสงสัยเหมือนฉันมั้ยว่าทำไมชื่อร้านอาหารจานเดียวหลายๆ ร้านต้องมีคำว่า เจ๊นำหน้า เพื่อให้ดูล่ำซำอะไรประมาณนั้นเหรอ

            ข้าวขาหมูจานหนึ่…”

            “สวัสดีตอนกลางวัน

มอสโกที่คงยืนหน้าร้านเจ๊ภาข้าวขาหมูอยู่ก่อนแล้ว แต่ฉันไม่ทันสังเกตเห็น เอียงหน้าเข้ามาทักทาย แม้แต่คนของประชาชนยังมากินข้าวร้านนี้เลย เจ๊ภาต้องภูมิใจ ด้วยความสัตย์จริง ฉันได้ยินเสียงน้ำลายแตกของลิงค่างบ่างชะนีบริเวณโดยรอบนี้

            มอสโก…?”

ฉันมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับเธอ มาคุยกันหน่อยสิ

อยากคุยกับฉัน? รู้จักชื่อฉันรึเปล่าเถอะ ไหนครางชื่อแอนเบาๆ ซิ ฉันค่อนข้างมั่นใจเลยว่าเรื่องสำคัญที่ว่านั่นจะต้องไม่พ้นเรื่องอินทรีย์

อ๋อ ได้

            คงไม่รังเกียจใช่มั้ย ถ้าฉันจะพาไปหาที่ที่มันเงียบสงบกว่านี้คุยกัน

            “ไม่รังเกียจหรอก

มอสโกเดินนำฉันอ้อมไปทางด้านหลังโรงอาหาร พาไปในที่รกร้างหญ้าขึ้นสูงเลยเข่า น่ากลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอ แล้วเริ่มเปิดประเด็น

ถามจริงๆ เมื่อวานที่ห้องสอบสวนนักเรียน เธอถูกอินทรีย์ข่มขู่มาก่อนหน้ารึเปล่าถึงได้ให้การเข้าข้างเขา

ก็ว่าแล้ว

            “เปล่า แล้วฉันก็ไม่ได้ให้การเข้าข้างด้วย ฉันแค่เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น

            “ขอโทษทีที่ฉันต้องบอกว่าฉันไม่เชื่อเธอ ทำไมเธอไม่ลองสารภาพกับฉันล่ะ ถ้าเธอกลัวอินทรีย์จะคุกคาม ฉันสามารถคุ้มกันเธอได้นะ

            “มอสโกนายเชื่อฉันเถอะ อินทรีย์ไม่ได้ข่มขู่ฉัน

            “งั้นเธอคบกับหมอนั่นเหรอ?”

ฉันนี่เกือบอ้วกเอาน้ำย่อยออกมาจากกระเพาะ ถามอะไรก็ไม่รู้! นั่นเป็นเรื่องผิดผีที่สุดของมวลมนุษยชาติ ถึงอินทรีย์จะน่าตาพอใช้ฉันยอมรับก็ได้! เขาหน้าตาดี หุ่นเอ็กเซอร์ไซส์ ติดแค่ไว้ทรงผมเข้าใจยากไปหน่อย แต่ฉัน (คง) ไม่พิสดารคิดเลยเถิดไปไกลถึงขั้นนั้น

            ไม่ได้คบ นายเข้าใจผิดแล้ว ฉันจะคบกับหมาบ้าแห่งสูงสง่าได้ยังไง เขาก็แค่…”

            “แต่อินทรีย์ดูห่วงเธอ

            ฮึ?”

สังเกตได้จากตอนที่หมอนั่นห้ามไม่ให้เธอยอมรับ ถ้าเธอเป็นคนที่มีปัญหากับพวกเด็กครรชิตจริง คนไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่โยนความผิดให้เธอ ตัวเองพ้นผิด ก็น่าจะพอแล้วนี่ แต่หมอนั่นกลับทำท่าราวกับต้องการจะยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ฉันถึงได้สงสัยไง

ตอนนั้นที่อินทรีย์ห้ามไม่ให้ฉันยอมรับเพราะอย่างนี้เองเหรอคนอย่างฉันมันคิดอะไรตื้นเขินเกินไปถึงได้มองนัยยะแอบแฝงนั้นของเขาไม่ออก หรือไม่ก็เป็นเพราะถ้อยคำที่ประดิษฐ์คำพูดไม่เป็นของอินทรีย์ทำให้ฉันไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาหวังดีกับฉันถึงเพียงนี้

            ถะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เราก็ไม่ได้คบกันอยู่ดี…”

ฉันหยุดเปล่งเสียงเมื่อมอสโกทำสัญญาณมือเป็นทำนองบอกให้เงียบ ทำหน้าเครียดตั้งใจฟังอะไรบางอย่าง พลอยให้ฉันเงี่ยหูฟังไปด้วย

            สวบสาบ

          พงหญ้าเคลื่อนไหว! มีคนแอบฟังเราคุยกัน! ฉันมองมอสโกอย่างนับถือ ตาดีเหมือนเหยี่ยวแล้วยังหูดีเหมือนหมา มันคงรู้ว่าเรารู้ตัวแล้วถึงได้ส่งเสียงจี๊ดๆ ปลอมเป็นหนูออกมา ตายๆ ขนาดเข้ารกเข้าพงมาคุยแล้วยังมีคนตามมาแอบฟังได้อีก หน้าต่างมีหูประตูมีช่องเป็นสำนวนไทยที่ควรค่าแก่การหยิบยกขึ้นมาใช้ในสถานการณ์นี้จริงๆ ได้ยินไปมากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ ฉันไม่ได้พูดอะไรผิดพลาดออกไปใช่มั้ย

            ให้ตายหนูโสโครก

            มอสโกทำเสียงหน่ายส่ายหัวไปมา เขามีทุกอย่างครบเลยนะ ยกเว้นสติปัญญา นี่เชื่อจริงๆ เหรอว่ามันเป็นหนูน่ะ ฉันใจคอไม่ค่อยดีเลย

            “มอสโก ไว้เราค่อยคุยกันต่อคราวหลังได้มั้ย ฉัน…”

            “เธอไปเถอะ เรื่องที่ฉันอยากคุยก็มีเท่านี้

            ฉันยิ้มลอย ดีที่พูดง่าย

            แต่บอกไว้ก่อน ฉันยังไม่ปักใจเชื่อในสิ่งที่เธอปฏิเสธหรอกนะ

แต่เข้าใจอะไรยากที่หนึ่ง! ฟ้าดินเป็นพยาน ดิฉันพูดแต่ความจริงค่ะ

ยังไงก็ขอบคุณนะที่ให้รบกวน มอสโกผงกศีรษะให้ฉันทีหนึ่งเป็นการขอบคุณ

นานทีจะมีหนุ่มมาขอรบกวนก็ไม่เลวเหมือนกัน ความจริงอยากจะตอบออกไปแบบนี้ แต่มันจะเป็นการแสดงความขาดแคลนออกไปรึเปล่า ฉันเลยได้แต่ก้มหัวให้มอสโกน้อยๆ ผู้ชายอะไรตาลึกคมปานมีเชื้อสายเปอร์เซีย ฟันก็เรียงตัวกันเป็นระบบระเบียบ ฉันไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ก่อน เลยได้แต่ยืนมองแผ่นหลังเพื่อส่งเขา แต่แอนมันเกินเอื้อมไปนะเธอ ไก่ฟ้าไม่โน้มลงมาหาห่านป่าหรอก สถานีอื่นเถอะฉันเดินกลับเข้าโรงอาหาร ก๋วยเตี๋ยวในชามของเพื่อนรักพร่องไปมากกว่าครึ่งแล้ว คนต่อคิวรอซื้อข้าวขาหมูก็ยาวเป็นหางว่าวจุฬา เจ๊ภาสับขาหมูมือเป็นระวิง ทำเอาฉันหมดอารมณ์อยากกินเลย   

            “หายไปปลดทุกข์มาไง? กี่ก้อนๆ ไหนพูดซิ

            เห็ดคงไม่รู้ว่าฉันออกไปคุยกับมอสโกมา ไม่อย่างนั้นคงสำลัก เส้นบะหมี่พันหลอดลมตาย แล้วฉันก็ขี้เกียจจะเล่าด้วย เพราะเรื่องที่มอสโกคุยกับฉันนั้น

            งั้นเธอคบกับหมอนั่นเหรอ?’

            ไม่เล่าน่าจะดีกว่า

            “เฮ้อปลดไม่สุดทุกข์เพิ่มขึ้นไปอีก

คนดีๆ เขาจะไม่พูดเรื่องแบบนี้กันบนโต๊ะอาหาร เอ๊ะพวกผู้หญิงห้อง ม.5/4 ที่นั่งโต๊ะเยื้องๆ กัน มองมาทางเราทำไมบ่อยๆ เบิร์น ดรัมเมเยอร์ไม้สองของโรงเรียนที่ฉันไม่ใคร่พิสมัยนักก็นั่งแซมอยู่ในนั้นด้วย เวลาชั่วใบไม้ไหวเหล่าคุณเธอทั้งหลายก็ลุกขึ้นพาร่างสรรพางค์มายืนแอ่นหน้าโต๊ะพวกเรา ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือนกกระสาบินลงมาหานกกิ้งโครง ผู้หญิงกลุ่มนี้หุ่นสะเด็ดสะเด่ากันทุกคน โดยเฉพาะเบิร์น แต่ตานี่พุ่งขึ้นไปอยู่บนหัวคนเหมือนอย่างเคย นี่มารอต่อโต๊ะหรือว่าไง โต๊ะตัวนั้นบรรยากาศไม่ดีเหรอ

ไงจ๊ะเห็ด

            แม่ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะมีเนื้อมีหนังที่สุดในกลุ่ม ส่งเสียงทักทายเห็ดพลางเล่นหูเล่นตาไปด้วย หล่อนชื่อฝาง เป็นเชียร์ลีดเดอร์ระดับพรีเมียมของโรงเรียน เคยคั่วอยู่กับเห็ดเพียงชั่วสั้นๆ แต่เลิกรากันโดยที่ฉันไม่ต้องสงสัยให้ยากเลยว่าเป็นเพราะอะไร สวยซ่อนพิษ   

 จะต่อโต๊ะตัวนี้กันใช่มั้ย เดี๋ยวนะ ขอกินคำสุดท้ายก่อนเห็ดรีบจุกเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก

โอ๊ยๆ ไม่ต้องรีบหรอกเห็ด พวกเราไม่ได้จะมารอต่อโต๊ะกันสักหน่อย เพื่อนฝางมีอะไรจะคุยกับเพื่อนของเห็ดต่างหาก

            เพื่อนของเห็ดใครฉันเหรอ! เบิร์นผลักไหล่เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนบังรัศมีให้กระเถิบไปด้านข้าง ก่อนที่เจ้าหล่อนจะก้าวขาเรียวยาวออกมายืนล้ำหน้า

            ตอบฉันมาตามตรง เธอคบกับอินทรีย์อยู่ใช่มั้ย!”

เอ้ย เปล่า! ไม่ได้คบบบบ!” ฉันร้องเสียงหลง

            “งั้นก็สนิทสนมกัน?”

ไม่สนิท! ไม่สนิทเลยสักนิด รู้จักกันแค่ผิวๆ นี่ไปได้ยินมาจาก…”

            หึมฉันรู้นี่นาว่าเบิร์นไปได้ยินมาจากไหน หนูโสโครกตัวนั้นคือเธอเองสินะ แล้วการที่ฉันจะคบกับอินทรีย์หรือไม่คบ เธอมาเดือดร้อนอะไร? นี่อย่าบอกนะว่าไม่จริงน่า   

            ฉันได้ยินมาจากไหนมันไม่สำคัญหรอก สำคัญก็คือปฏิเสธเสียงแข็งแบบนี้ให้ตลอดไปล่ะ อินทรีย์เป็นมากกว่าผู้ชายที่ฉันแอบชอบ เขาเป็นมากกว่านั้น ผู้หญิงหน้าไหนก็ตามที่ริอ่านจะมาแย่งเขาไปจากฉันล่ะก็มันคนนั้นจะต้องไม่เป็นสุขแน่

คุณพระ (เอามือทาบอกประกอบ)…หมาบ้าแห่งสูงสง่าอย่างอินทรีย์มีผู้หญิงระดับเบิร์นมาตามหึงหวงด้วย!?! ช็อกซีเนม่ากับเรื่องนี้จริงจัง คิดว่ายกเว้นฉันกับเอเคอร์ ทุกคนจะเกลียดเขาหมดเสียอีก บนโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ ค่ะท่านผู้อ่าน

เรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นเบิร์น สบายใจได้ คนหลงผิดยังคงมีแค่เธอคนเดียวในโรงเรียนเหมือนเดิม

เห็ดช่วยฉันยืนยันอีกแรง เบิร์นยกปลายคางขึ้นมองฉันอย่างประเมินค่า

นั่นสิ บางทีฉันอาจคิดมากไปเพราะดูจากสารรูปโดยรวมแล้วคิ้วบาง จมูกไม่เป็นรูปหยดน้ำ ขี้ตาแฉะ ผิวพรรณหมองคล้ำ หน้าซีดตาเซียวเป็นศพไม่ฉีดสารฟอร์มาลีน หน้าตาต่ำกว่ามาตรฐานสากลโลกแบบนี้ ไม่มีทางเป็นคู่แข่งของฉันได้เลย

แล้วสาวเจ้าก็หัวเราะอย่างลำพองใจ กลับไปนั่งไขว่ห้างยังโต๊ะตัวเดิมโดยมีพวกลิ่วล้อตามติดตูด ควักลิปสติกขึ้นมาเติมสีปากให้กับตัวเองแล้วหันมายิ้มเยาะให้ฉันทีหนึ่ง สักพักก็ตบแป้งเพิ่ม ส่งสายตามาสมเพชเวทนาฉัน การมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามไม่ได้แปลว่าจิตใจเขาจะสวยตามเลยนะ มันเรื่องอะไรที่ต้องมาเวทนาฉัน ฉันเกิดมาหน้าตาได้แค่นี้ ฉันก็พอใจในส่วนที่มีของฉัน สำหรับฉัน แค่มีตา หู จมูก ปากครบ ใครจะมองว่าฉันสวยหรือไม่ยังไง มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อชีวิตฉันมากมาย ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนะ ถ้าฉันเป็นผู้ชาย การจะเลือกผู้หญิงสักคนมาเป็นแฟน ใจสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ผู้หญิงที่มีดีแค่หน้าตา แต่ใจขี้ริ้วขี้เหร่อย่างแม่คนนี้ ไม่มีวันได้อยู่ในสายตาฉัน แต่ผู้ชายค่อนโลกไม่คิดอย่างนั้นน่ะสิ ผู้หญิงสวยที่ใจอย่างเราๆ ถึงไม่มีผู้ชายตกถึงท้องเลยสักคน

            “แกมีสิทธิ์จะโกรธได้นะแอน แต่ไม่เห็นต้องทำหน้าเขียวขนาดนั้นเลย

            ฉันไม่ได้โกรธ แค่ไม่ชอบนิสัย

            ทำไมฉันต้องมาถูกดูหมิ่นดูแคลนจากลูกผู้หญิงด้วยกันด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง มีปัญหากันกับอีแค่ผู้ชายคนเดียว ไม่ใช่สิ หมอนั่นไม่ใช่ผู้ชายด้วยซ้ำ เขาเป็นหมาบ้า เป็นเครื่องราง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น แม่จะต้องจับฉันล่ามโซ่เฆี่ยนด้วยไม้ข่อย ปกติฉันก็ไม่ชอบเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนะเบิร์น อย่าทำให้มันต้องพอกพูนเลย

 

            ตอนคบกัน ฝางเคยเล่าให้ฉันฟัง เบิร์นน่ะชอบอินทรีย์ ตามหึงตามหวงแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เหตุผลก็เพราะว่าวันงานภาษาไทยปีไหนก็ไม่รู้ เบิร์นแสดงรำฉุยฉายเดี่ยวบนเวที อินทรีย์เป็นผู้ชายคนเดียวที่นั่งหลับขณะที่ผู้ชายคนอื่นๆ จ้องเบิร์นตาเป็นมันวาว นี่ฉันยังสงสัยอยู่เลยนะ คนดูตั้งเป็นร้อยๆ ยัยนั่นสังเกตเห็นได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละ มันทำให้เบิร์นเกิดความสนใจในตัวอินทรีย์ ถ้าแค่ดึงสายตาของผู้ชายคนหนึ่งให้หันมาสนใจยังทำไม่ได้ ต่อไปฉันจะเชิดหน้าชูตาได้ยังไง! อะไรเทือกนั้นแกคิดว่าสวยมั่นอย่างเบิร์น ทำไมถึงได้เป็นแค่ดรัมไม้สองล่ะ เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยไม่ชอบหล่อนเพราะเรื่องนี้! ออกตัวสุดแรงเกิดว่าชอบหมาบ้าแห่งสูงสง่า นี่ถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ แบบแกคงถูกวางบอมม์หน้าบ้านไปแล้ว แต่เบิร์นเป็นลูกสาวของราชาเงินกู้นอกระบบ ใครจะกล้าไปไฝว้กับพ่อของหล่อน

นี่จะเดินเข้าซอยบ้านอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว สมองฉันยังทวนสิ่งที่เห็ดเล่าให้ฟังเมื่อช่วงพักกลางวันซ้ำไปซ้ำมาโดยพลการ สติฉันไม่อยู่กับร่องกับรอยอีกต่อไปแล้ว ฉันเกือบมีเรื่องกับลูกสาวผู้มีอิทธิพลเถื่อนแห่งชุมแพ! แต่การที่อินทรีย์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับฉันมันอยู่ในส่วนของคำว่าโชคชะตา ท่านผู้อ่านก็รู้นี่นาว่าอินทรีย์เป็นอะไรของฉัน เดี๋ยวเขาก็ต้องเข้ามาข้องแวะกับชีวิตของฉันอยู่ดี และแน่นอน พอเรื่องรั่วไหลไปถึงหูเบิร์น ฉันก็จะถูกสั่งเก็บ แค่จะมีเขาไว้เป็นเครื่องรางยังไงให้สังคมสูงสง่าวิทยายอมรับก็คิดไม่ตกแล้ว ยังจะมีเบิร์นมานู่นนี่นั่นให้มันวุ่นวายเข้าไปอีก ถ้าเรื่องมันจะเยอะขนาดนี้ ฉันกลับไปเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย คุณไสยมนต์ดำตามลำพังอย่างเดิมดีกว่า

วูบ

กะ กรี๊ด กรี๊ด

ฉันมัวแต่ปล่อยใจขบคิดอะไรมากมาย เดินไม่ดูทาง ขาซ้ายจึงเกือบก้าวพลาดตกลงไปในท่อระบายน้ำซึ่งเปิดฝาทิ้งไว้ ฉันพยายามทรงตัวด้วยขาขวาเพียงข้างเดียว แขนก็ควงเป็นวงกลม แต่ทำไมตัวของฉันมันเอาแต่เอนไปหน้าอีท่าเดียวล่ะ กรี๊ด ทำไมจะตก จะตก! จะตกแล้ว ว ว ว

หมับ!

ฟู่ว ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ

ปากฉันพร่ำขอบคุณผู้ที่อุทิศท่อนแขนแกร่งมารั้งเอวฉันไว้ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ  ถ้าตกลงไปในนั้นรับรองแข้งขาหัก ชัดดาวน์ชัวร์ เขาก็ผ่อนลมหายใจโล่งอกเช่นเดียวกับฉัน พิจารณาจากขนาดของแขน และเส้นเลือดที่นูนขึ้นมาเป็นผู้ชาย และก็เป็นผู้ชายที่ไว้ผมระดับหนึ่ง เพราะผมของเขาคลอเคลียตรงข้างแก้มของฉัน แต่คุณคะ ฉันสามารถยืนพื้นได้อย่างมั่นคงแล้วค่ะ ปล่อย

อยากคอหักตายรึไง

ฉันโงกหน้าลงไปในท่อระบายน้ำ ระดับความลึกแค่นั้น ไม่ทำให้ถึงตายหรอกน่ะ พูดจากระด้างกระเดื่อง มะนาวไม่มีน้ำเหมือนอินทรีย์ไม่มีผิดเดี๋ยวนี่ฉันเพิ่งนึกถึงชื่ออีตานั่นไปเหรอไม่เอานะไม่เอา ไม่เป็นมงคลเลย

ฉันชักรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เลยหันไปมองผู้ชายด้านหลัง พอดวงตาสานสบกับแววตาที่คุ้นเคยเท่านั้น ฉันก็ดิ้นอีหลุกขลุกขลัก เอาแขนออกไป เอาหน้าอกแน่นๆ ออกไปด้วย ห้ามให้ส่วนไหนของร่างกายนายมาโดนตัวฉัน!

อยู่นิ่งๆ! เห็นมั้ยว่าเธอยืนหมิ่นเหม่อยู่ ดิ้นเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวก เดี๋ยวก็ได้ตกลงไปทั้งคู่

ได้! แต่นายต้องปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”

ทำไมอินทรีย์ต้องเข้ามาช่วยฉัน ปล่อยให้ฉันตกท่อไปได้มั้ย เดี๋ยวฉันก็หาทางปีนป่ายขึ้นมาของฉันเองได้! ฉันไม่ต้องการให้แม่ดรัมไม้สองของโรงเรียนมาเขม่นฉันเพราะนายอีกแล้ว! ฉันอยากอยู่อย่างสงบ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฉันไม่ชอบเบียดเบียนใครและก็ไม่อยากให้ใครมาเบียดเบียน ถึงแม้มันจะต้องแลกด้วยการถอดนายออกจากการเป็นเครื่องรางปัดรังควานของฉันฉันก็ไม่เกี่ยง!

ทำไม พอเห็นว่าเป็นฉัน ก็ปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาเลยรึยังไง

โวย ทำไมชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับฉันเรื่อยเลย ว่างการว่างงานนักรึไง หญ้าหน้าบ้านมีทำไมไม่รู้จักไปถอน!”

หรือไม่ก็ไปช่วยพ่อนายทำบัญชีที่ร้านขายส้วมก็ได้ แต่ช่วยไปให้พ้น

ท่าทางเธอคงอยากลงไปดับร้อนในนั้น

ว้าก!”

อินทรีย์แกล้งคลายท่อนแขนออก ส่งผลให้ฉันหัวจะทิ่มจะตำลงไปในท่อระบายน้ำอีกครั้ง อะไรใกล้ตัว คว้าได้ ฉันก็คว้า ถึงแม้จะเป็นรอบคอของหมาบ้าฉันก็ไม่สนแล้ว! พ่อแก้วแม่แก้วววว!  

นาย…! ทำไมทำแบบนี้!”

ทีหลังคนเขาช่วยก็อย่าปากเก่ง

ฉันมองอินทรีย์อย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน จากนั้นก็กล่าวเสียงเฉียบ

ต่อไปนี้ ถ้านายบังเอิญผ่านมาเห็นฉันกำลังจะตกท่อ จมน้ำ โดนรุมสกรัม หรือรถบรรทุกเหยียบ ก็ขอให้นายช่วยยืนมองอยู่เฉยๆ ไม่ต้องยื่นมือเข้าช่วย! ไม่ต้องมาอะไรกับฉันทั้งนั้น เพราะมันน่ารำคาญ! น่ารำคาญ! เข้าใจมั้ย!”

“…”

นี่ฉันพูดกับกำแพงอยู่รึไง ตอบฉันมาสิว่าเข้าใจ ฉันจะย้ำให้ฟังอีกรอบนะ นายไม่ต้องพยายามทำตัวเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยฉันเลย ต่อให้ฉันกำลังจะม้วยมรณาตายต่อหน้านายก็ไม่ต้องสนใจ เพราะฉันรำ…”

หัวคิ้วของอินทรีย์ขมวดเข้าหากัน มันเป็นสีหน้าของความสับสน อาจจะมากไปจนผิดหวังที่เมื่อเห็นแล้วฉันรู้สึกตัวขึ้นมาทันที สิ่งที่ฉันเพิ่งทำมันผิด หัวเสียจากเบิร์นแล้วมาลงกับอินทรีย์ มันใช้ได้ที่ไหนกัน! เห็นเขาเป็นที่รองรับอารมณ์ไปเสียได้ เขาไม่ใช่ภาชนะนะ เขาช่วยให้ฉันรอดพ้นจากอันตรายตั้งไม่รู้กี่ครั้ง นี่ยังไม่นับที่เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันอีก รอยช้ำที่โหนกแก้มเขาก็เป็นหลักฐานชั้นดี ทำไมฉันถึงทำมันได้ลง

ความช่วยเหลือของฉันถูกเธอมองว่าน่ารำคาญอย่างนั้นเหรออินทรีย์หัวเราะอย่างขืนๆ

เอ่อ คือจริงๆ แล้ว…”

เพราะฉันเป็นหมาบ้าแห่งสูงสง่าใช่มั้ย เธอถึงเลือกที่จะตายแทนที่จะให้ฉันช่วย

ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คือฉัน…”

ฉันหวัง! อย่างน้อยๆ ฉันก็เคยหวัง หวังให้เธอไม่รังเกียจฉันเหมือนกับคนอื่นๆ แต่มาตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเธอมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากคนพวกนั้น

            “เดี๋ยวสิเดี๋ยว ฟังฉันก่อน…”

            ฉันอยากร้องไห้ จะถ่ายทอดความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี่ออกไปยังไงดี คือฉันไม่ได้ผลักไสอินทรีย์เพราะเขาเป็นหมาบ้าแห่งสูงสง่าอย่างที่เขาเข้าใจ แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าลึกๆ ข้างในเขามีข้อดีมากมายแค่ไหน แต่ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหากับเบิร์น ไม่คิดเลยว่าเขาจะโยงไปในแง่นั้นได้

ฉันถามเธอแค่คำเดียว เธอตัดสินฉันจากอะไร เธอตัดสินฉันจากสมญานามของฉัน ตัดสินฉันจากน้ำลายของคนอื่นใช่มั้ย เพราะถ้าเธอตัดสินฉันจากการที่ได้มารู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน เธอจะไม่มีทางพูดแบบนี้

            ทั้งน้ำเสียง ทั้งแววตาของอินทรีย์แปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา เขาขยับถอยห่างฉัน

            นายอย่าเพิ่งคิดเองเออเองสิ นี่มันทำให้ฉันรู้สึกแย่นะ…”

            “ฉันมันเป็นพวกถนัดทำให้คนอื่นรู้สึกแย่มากกว่ารู้สึกดีอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาจะเอาไปพูดกันเหรอว่าฉันเป็นโชคร้ายของสูงสง่า

            “ไปกันใหญ่แล้ว นี่ฟังให้ชัดๆ นะ ที่ฉันไม่อยากให้นายมายุ่งกับฉันไม่ใช่เพราะว่านายเป็นหมาบ้าหรืออะไรนั่นหรอก 

            “งั้นมันเป็นเพราะ?”

            “ฉันไม่รู้ว่าควรพูดออกไปมั้ย มันจะเป็นการพาดพิงถึงบุคคลที่สามรึเปล่า

            “หยุดอ้างโน่นอ้างนี่สักที!”

            “ฉันไม่ได้อ้าง! แต่โว้ย จะพูดยังไงดีวะ

            “เธอไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เพราะตอนนี้ฉันเข้าใจได้ทุกอย่าง ต่อไปไม่ว่าเธอจะตกท่อ จมน้ำ โดนรุมสกรัม หรือรถบรรทุกเหยียบ ฉันก็จะทำเป็นมองไม่เห็น ไม่แม้แต่จะชายตาแลให้สมกับความต้องการของเธอ

ฉันสบตาเขา แล้วก็ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน ไม่ไหวสายตาของเขาเด็ดขาดเกินไป มันทำให้ฉันรู้ซึ้งว่าฉันได้เสียอะไรไป พอดึงสายตากลับมา อินทรีย์ก็ได้จากไปไกลแล้ว ฉันพ่นลมหายใจออกมาทางปากหวังให้อะไรบางอย่างที่มันเบียดเสียดอยู่ในอกทุเลาลงบ้าง ฉันต้องรู้สึกดีขึ้นไม่ใช่เหรอ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะบาดหมางกับเบิร์นเพราะอินทรีย์เป็นต้นเหตุอีกแล้วไง ให้นึกเสียว่าอินทรีย์เป็นมะเร็ง เป็นก้อนเนื้อร้าย อย่าไปเสียดาย เรื่องอะไรต้องไปเสียดาย

 

แต่อินทรีย์ดูห่วงเธอ

สังเกตได้จากตอนที่หมอนั่นห้ามไม่ให้เธอยอมรับ ถ้าเธอเป็นคนที่มีปัญหากับพวกเด็กครรชิตจริง คนไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่โยนความผิดให้เธอ ตัวเองพ้นผิด ก็น่าจะพอแล้วนี่ แต่หมอนั่นกลับทำท่าราวกับต้องการจะยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ฉันถึงได้สงสัยไง

 

            แต่เขาดีกับฉันถึงขนาดนั้นแท้ๆ เลยนะ

           

(ได้โปรดติดตามตอนต่อไป)


.........................................................................................................................................................................................................................

ϴคุยกันหลังม่านมู่ลี่ϟ♥

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน You’re safe ของเราเดินทางมาถึงชั่วโมงดราม่าได้ยังไงกันหนอ แอนของเรานี่มันเลือดเย็นจริงๆ อินทรีย์ดีกับเธอขนาดนั้น ในส่วนของตัวเรานะคะ ถ้ามีผู้ชายแบบนี้หลงเข้ามาในชีวิต เราจะรักเขาให้มากๆ ค่ะ ไม่มีวันปล่อยให้หลุดลอยไปแน่นอน

สำหรับบทนี้มีตัวปัญหาใหญ่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว ก่อนที่สองหัวใจจะได้บรรจบกัน มันก็ต้องมีอุปสรรคขวากหนามสักนิดสักหน่อยใช่มั้ยล่ะ ตอนเขียนบทนี้ ไม่ทราบว่าคิดไปเองรึเปล่า รู้สึกว่าเขียนง่ายกว่าตอนที่ผ่านๆ มา หรือความจริงแล้วเราจะมาทางสายดราม่านะ หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะช่วงนี้งดเล่นโซเชี่ยล หันมาจดจ่อกับการเขียน จนดูเหมือนเป็นบุคคลสาบสูญ ขอโทษที่ขาดการติดต่อไปนะคะ เพราะกลัวเล่นๆ แล้วเดี๋ยวยาว  ยกเว้นตอนที่คลื่นชีวิตออนแอร์ ให้ตายยังไงดิฉันก็จะปิดคอมท่าเดียว แอนกับอินทรีย์รั้งยังไงก็รั้งไม่อยู่ ญาญ่ากับหมากปริญ ของเขาดีจริงๆ

ขอบคุณคอมเม้นจากกรรมการพี่ลูกชุบนะคะ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันในทุกๆ วีค นี่ไม่ใช่เรื่องแรกค่ะ เคยแต่งมาหลายเรื่องแล้ว แต่แต่งเอาไว้อ่านเองเล่นๆ ไม่เคยเปิดเผยสู่สาธารณชน มันก็เหมือนเป็นการฝึกฝนไปในตัว ส่วนคำเก่าๆ ที่เอามาใช้น่ะค่ะ มันเริ่มจากการที่ตองไปอ่านตำนานวรรณกรรมไทยของ ว.ณ ประมวลมารค พวกเรื่องเจ้าสาวอานนท์ รัตนาวดี พวกนิตยสารคู่สร้างคู่สม แล้วรู้สึกว่าภาษาไทยของเรามันมีคำที่สละสลวยมากมายหลายคำเลยนะที่แทบจะเลือนหายไปแล้วตามกาลเวลา ตองอยากจะนำเหล่านั้นน่ะค่ะ กลับมาให้เด็กยุคโลกาภิวัฒน์ได้อ่านกัน จะมองว่าเป็นการอนุรักษ์คำเหล่านั้นให้มันไม่สูญหายไปก็ได้ ความคิดตองนี่สวยไม่เหมือนหน้าตาเลย    

ขอบคุณคอมเม้นจากพี่ๆ น้องๆ นะคะ ถึงแม้เหล่านางๆ จะพยายามโยงเข้าหาหนังอีโรติกที่หม่อมน้อยสร้างก็ตาม ความรักของอินทรีย์กับแอนเป็นรักที่ใสบริสุทธ์ค่ะ ว่าแต่ขอรีวิวหนังจันดาราปัจฉิมบทหน่อยก็ดีนะ มันโอเครึเปล่า เอฟเฟ็คเสียงเป็นยังไงบ้าง บางทีก็อยากจะเข้าเว็บมาสเตอร์ไปดูหาแรงบันดาลใจให้นิยาย นี่เป็นการเป็นงานนะคุณ

ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ บ๊ายบาย.  

ความเห็นที่ปักหมุด
  1. #8 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-13 00:10:51
    อ้ออ มิน่าถึงได้เขียนสำนวนออกมาแบบนี้ พี่ชอบนะ เป็นเอกลักษณ์ดี นึกสไตล์ผู้หญิงจีบปากจีบคอพูดออก บางทีพี่ก็หลุดพูดคำแบบนั้นบ้าง เพื่อนก็ยังงงๆ ตามกัน

    อันนี้พี่จะแปะไว้จุดที่คิดว่าปรับให้มันดีขึ้นได้
    - บางทีเราเล่นมุกไปทุกส่วนเลย จนมันไม่ขำในบางจุดอ่ะ พี่ชอบเวลาเราบรรยายเรื่อยๆ เป็นความคิดตัวละครมากกว่าจุดที่เป็นมุกให้ขำ
    - เรื่องเดินหน้าน้อยนะตอนนี้ ตอนอ่านจบยังแบบ อ้าว จบแล้วเหรอ 55555 ถึงจุดนี้ของการแข่งขันน่าจะมีฉากคืบหน้าสักหน่อย

    ชอบที่บอกอินทรีย์เป็นหมาบ้า เป็นเครื่องราง ไม่เห็นเป็นคนเลย โถ สงสารพ่อหนุ่ม
    #8

9 ความคิดเห็น

  • 1
  1. #1 Anniiz B. (จากตอนที่ 5)
    2017-02-08 17:59:58
    โอ๊ยยยยย ตอนนี้ดราม่าแบบอยากไปเขย่าคอน้องแอนเลยค่ะ
    เธอมีสติได้มั้ย ไปว่าอินทรีย์ จากหมาบ้า เป็นหมาหงอย หายพยศไปได้ยังไง
    มันไม่สมกับสมญานามนะ! นี่ค่อนข้างมั่นใจว่าพระเอกกำลังสนใจนางเอกระดับนึง
    จู่ๆ ไปช่วยที่ท่อระบายน้ำได้ เป็นไปได้ว่าเขากำลังย่องตาม สตอล์กเกอร์? 555

    ชอบทัศนคติที่ว่าอยากอนุรักษ์คำไทยนะคะ กลายเป็นเอกลักษณ์ไปเลย ยอดเยี่ยม
    หลงรักตัวละครแล้วยังรู้สึกหลงรักนักเขียน 55555555
    #1
  2. #2 JOlly' M (จากตอนที่ 5)
    2017-02-08 18:59:11
    แง้งง สงสารอินทรีย์ ทำไมนางดูมีปมกับโดนคนอื่นหลีกหนีเพราะความเป็นหมาบ้าแห่งสูงสง่าล่ะ ฮือๆ อย่าเพิ่งตัดพ้อขนาดนั้น ให้แอนได้พูดอธิบายก่อนสิคะ ฮืออ T__T

    นี่รู้สึกอ่อนระทวยเวลาเจอดาเมจอะไรแบบนี้ ผู้ชายที่เราแพ้สายตาเด็ดขาดของเขา ฮืออ สงสารร

    รีบให้แอนกู้สถานการณ์ได้ไวๆ นะตองงง รอออออ

    #2
  3. #3 Banilla Honie, Karin (จากตอนที่ 5)
    2017-02-09 09:48:59
    โอ๊ยยยยย
    ถึงขนาดแอบอ่านในเวลางาน ท่าทางพี่จะรักอินทรีย์จนแยกผิดชอบชั่วดีไม่ออก
    ชอบาษาน้องตองมากอ่ะ คือาษาสวยนะ แต่พอมาจับคู่กับพล็อตแบบนี้แล้วมันขำดี มีความยูนีค พี่ชอบบบ
    ถือเป็นเอกลัษณ์ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ (นี่เคยลองไง ถึงรู้ ฮา)
    สู้นะคะ
    รอตอนต่อไปเน้อ
    #3
  4. #4 Macramé (จากตอนที่ 5)
    2017-02-09 21:31:24
    รออออออออออออออออออออออออออออออออ
    นี่แบบสงสารอินทรีย์มากเลยง่า
    ส่วนที่ชอบคือสำนวนการเขียน คือมันไม่สะดุดเลย ชอบมากๆ 

    ยังไงก็สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วยน้า
    #4
  5. #5 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-10 07:33:06
    นี่อ่านฉากตอนที่แอนคิดถึงอินทรีย์ พอมาถึง...ติดตรงที่ไว้ทรงผมยากไปหน่อย แล้วผมพี่มอสก็เด้งเข้ามาในหัวทันที
    ปักใจว่าเขาคือพี่มอสสส(ของช้าน) 
    ตอนนี้สงสารอินทรีย์อ่ะ ยัยแอนนะยัยแอน เจอยันเบิร์นปะทะเข้ามาหน่อยเดียว ทำไมมาลงที่สะมีของพี่ล่ะคะ T-T
    เล่นใส่เต็มกำลังสูบ จนอินทรีย์ฟีลดาวน์เลยอ่ะ ฮื่ออออออ 
    ที่อินทรีย์เดินออกไป คิดว่าเค้าคงจะมาให้พี่ปลอบใจในไม่ช้า 55555555

    ตอนหน้าไปง้อเลยนะะะ ไม่งั้นจะไปจับแอนเขย่า กดลงท่อเลย โทษฐานทำพี่มอสเสียใจT-T
    #5
  6. #6 MonNe. (จากตอนที่ 5)
    2017-02-11 20:06:19
    เขินนนนนน เชียร์ตั้งแต่ตอนแรกแล้วยังไม่มีโอกาสมาเม้นท์ซักที555
    ชอบเรื่องนี้ มันตลก มันน่ารักแบบกวนๆ มันเขินนน โอ๊ยยย
    ชอบบบ ชอบคาแรคเตอร์แต่ละคนมาก 555
    ยัยแอนนะยัยแอน ชอบก็บอกว่าชอบดิ อย่ายอมยัยเบิร์นนะ
    แง้ ไปง้อเร็ววว
    เป็นกำลังใจให้น้าาา สู้ๆๆๆ รออ่านอยู่เด้อ
    #6
  7. #7 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-12 21:37:06
    เข้ามากรี๊ดก่อน
    ชอบสำนวนเหมือนเดิม มันมีความกวน
    ชอบความดราม่านี้ 555555555
    ชอบก็บอว่าชอบสิยัยแอน
    ไม่งั้นส่งหมาบ้ามาให้เราแทน
    #7
  8. #8 (จากตอนที่ 5)
    2017-02-13 00:10:51
    อ้ออ มิน่าถึงได้เขียนสำนวนออกมาแบบนี้ พี่ชอบนะ เป็นเอกลักษณ์ดี นึกสไตล์ผู้หญิงจีบปากจีบคอพูดออก บางทีพี่ก็หลุดพูดคำแบบนั้นบ้าง เพื่อนก็ยังงงๆ ตามกัน

    อันนี้พี่จะแปะไว้จุดที่คิดว่าปรับให้มันดีขึ้นได้
    - บางทีเราเล่นมุกไปทุกส่วนเลย จนมันไม่ขำในบางจุดอ่ะ พี่ชอบเวลาเราบรรยายเรื่อยๆ เป็นความคิดตัวละครมากกว่าจุดที่เป็นมุกให้ขำ
    - เรื่องเดินหน้าน้อยนะตอนนี้ ตอนอ่านจบยังแบบ อ้าว จบแล้วเหรอ 55555 ถึงจุดนี้ของการแข่งขันน่าจะมีฉากคืบหน้าสักหน่อย

    ชอบที่บอกอินทรีย์เป็นหมาบ้า เป็นเครื่องราง ไม่เห็นเป็นคนเลย โถ สงสารพ่อหนุ่ม
    #8
  9. #9 winevis (จากตอนที่ 5)
    2017-02-15 18:31:44
    ตอนนี้มีดราม่า งึงึ เข้าใจฟีลแอนนะ แต่ก็สงสารอินทรีย์ พ่อหมาบ้าของฉัน มาๆ เดี๋ยวจะกอดปลอบเอง >_<
    ยังชอบสำนวนพี่ตองเหมือนเดิม ชอบบบ อ่านไม่มีสะดุดเลยอ่ะ มุกก็ฮา เก่งงง ฮืออ
    สู้ๆ นะคะพี่ เจอกันตอนที่หกน้าาาา ไฟต์!
    #9
  • 1

แสดงความคิดเห็น