ภารกิจของฉันคือตามหาคนที่ขโมยเอกสารลับ เขา...บุคคลปริศนาเป็นคนที่ขโมยเอกสารลับไปและเขาก็เป็นผู้กุมความลับของฉันด้วย นั่นทำให้ฉันยอมทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง เพราะเราทำสัญญาด้วยกัน...ความลับแลกความลับ
CHAPTER 4
“แกเป็นแบล็คลิสต์อันดับหนึ่งของสภา”
‘ไปคิดคำแก้ตัวมาแล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนนะ...ไม่ว่าเหตุผลของแกคืออะไร ยังไงสิ่งที่แกทำมันก็ไม่ถูก’
คำพูดของใบชาวนเวียนอยู่ในหัวของฉัน เพราะเมื่อคืนฉันไม่ยอมพูดอะไรเลย ประกอบกับใบชามีธุระที่จะต้องไปกับครอบครัว ฉันถึงได้รอดตัวมาได้ แต่มันก็ต่อชีวิตฉันได้ไม่นานเท่าไหร่หรอก สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องเผชิญหน้ากับใบชาไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้อยู่ดีแหละ
วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันต้องมาโรงเรียนทั้งๆ ที่ใจยังอยู่บ้าน หลังจากที่ทำผิดใหญ่โตเอาไว้ ความอยากมาโรงเรียนของฉันมันติดลบไปเลย
ติ๊ดๆ!
เสียงเตือนข้อความเข้าดังออกมาจากโทรศัพท์ ฉันจึงหยุดเดินและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลกและมีข้อความสั้นๆ
‘อย่าเข้าโรงเรียน สภาจะตามหาตัวคนทุบกล่อง
-ผู้หวังดี’
ทันทีที่ฉันอ่านข้อความจบ ฉันก็รีบต่อสายกลับไปยังเบอร์ที่ส่งข้อความมาทันที แต่พอโทรกลับไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้ ไม่มีสัญญาณ คือส่งข้อความเสร็จแล้วก็โยนโทรศัพท์ออกนอกโลกงี้เหรอ -_-
เอาเถอะ...ช่างเรื่องผู้หวังดีก่อน ตอนนี้ฉันต้องหันหลังกลับและไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ฉันไม่รู้ว่าสภาจะตามหาตัวคนทุบกล่องยังไง แต่ฉันขอปลอดภัยไว้ก่อนแล้วกัน
“เข้าโรงเรียนเลยจ้ะ ^_^” อาจารย์เวรประจำวันที่ยืนอยู่หน้าประตูพูดดักฉันก่อนที่ฉันจะได้ถอยหลังกลับ ฉันจึงหันไปส่งยิ้มให้
อาจารย์ยังคงมองมาที่ฉันโดยไม่หันไปรับไหว้เด็กคนอื่นเลย นั่นทำให้ฉันต้องก้าวเข้าโรงเรียนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าผู้หวังดีส่งข้อความมาเร็วกว่านี้...ป่านนี้ฉันคงกำลังนอนฝันดีอยู่บนเตียงที่บ้านอย่างมีความสุข! -_-
แต่ฉันไม่ล้มเลิกความคิดที่จะหนีเรียนหรอกนะ!
จริงๆ ไม่ได้อยากหนี...แต่ผู้หวังดีสั่งไง ._.
ตอนม.2 ฉันเคยปีนกำแพงหลังโรงอาหาร เพราะวันนั้นฉันลืมเอาสมุดการบ้านมา ปีนไปกับน้ำหอมและใบชา หนีไปเดินห้างแถวๆ โรงเรียนนี่แหละ พอตอนเย็นก็เดินกลับมาหน้าโรงเรียน (นิสัยไม่ดีตั้งแต่เด็ก)
พอคิดได้ดังนั้น ฉันจึงเดินไปทางโรงอาหาร ซึ่งตอนนี้คนเยอะมากๆ ด้านหลังโรงอาหารจะเป็นทางขนาดแคบๆ และติดกับรั้วของโรงเรียน
ฉันมองเข้าไปในโรงอาหารเพื่อสอดส่องดูว่ามีคนที่ฉันรู้จักอยู่หรือเปล่า หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ย่องไปทางด้านข้างโรงอาหาร จนกระทั่งฉันเดินหลบมาจนถึงด้านหลังแล้ว
ตรงจุดนี้เป็นป่ารกๆ ที่มีหญ้าขึ้นสูงเลยเข่าขึ้นมา แถมยังมีอิฐบล็อกวางระเกะระกะเต็มไปหมด ถ้าเอามาเรียงต่อกันก็สามารถปีนได้ ทว่า...สายตาของฉันดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่ตั้งอยู่บนกำแพง...ลวดหนาม!
ตอนฉันอยู่ม.2 มันไม่มีนี่!
ไม่ว่าฉันจะมองไปจนสุดทางซ้ายหรือขวา กำแพงล้วนมีแต่ลวดหนามเต็มไปหมด จริงๆ มันก็ปีนข้ามได้แหละ แต่ฉันไม่อยากเสี่ยง ถ้าฉันโดนลวดหนามบาดขาขึ้นมา นอกจากจะไม่มีคนสงสารแล้ว ก็จะมีแต่คนสมน้ำหน้าด้วย
ทำไงดีล่ะทีนี้...
ตึกๆๆ
ในขณะที่ฉันกำลังใช้สมองอย่างหนักเพื่อหาทางออกจากโรงเรียน อยู่ดีๆ ก็มีฝีเท้าสองคู่ดังมาจากทางซ้าย พอหันไปมองก็พบว่าเป็นนักเรียนหญิงสองคนที่เดินเล่นโทรศัพท์มาด้วยกัน ดูๆ แล้วคงเป็นรุ่นน้อง
พวกเธอยืนพิงกำแพงห่างจากฉันไปประมาณห้าเมตร
“วันนี้กลับมาโรงเรียนเร็วๆ หน่อยแล้วกัน แม่ฉันจะมารับหน้าโรงเรียน”
“เออ ฉันก็ต้องรีบกลับมาเหมือนกัน”
ทั้งสองคนคุยกันเสียงดังจนฉันได้ยิน หรือว่าพวกเธอจะปีนกำแพงออกไปนอกโรงเรียนเหมือนกันนะ? ฉันว่าฉันรอดูพวกเธอปีนก่อนดีกว่า แล้วฉันค่อยทำตาม...อย่างน้อยพวกเธอก็น่าจะเคยปีนมาก่อน
รุ่นน้องทั้งสองคนยังคงยืนเล่นโทรศัพท์และคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนฉันก็หันไปมองพวกเธอทั้งสองเป็นระยะ แต่ก็ไม่เห็นว่าพวกเธอจะปีนกำแพงหรืออะไรสักอย่างเลย หรือบางทีพวกเธออาจจะไม่ได้หนีเรียน...
ออดดด~
“ไปกันเถอะ!”
ทันทีที่เสียงสัญญาณเตือนเข้าคาบแรกดังขึ้น รุ่นน้องสองคนก็เดินมาตรงจุดที่ฉันยืนอยู่ คนแรกเดินตรงเข้าไปในพุ่มหญ้า ก่อนจะใช้มือแหวกจนเผยให้เห็นกับรูขนาดใหญ่ตรงกำแพง
มะ...ไม่ได้จะปีนกำแพงหรอกเหรอ =[]=!
คนแรกโยนกระเป๋าออกไปก่อน แล้วคลานออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นคนที่สองก็นั่งยองๆ แล้วโยนกะเป๋าออกตามไป แต่เธอหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ไม่ไปเหรอคะพี่? เดี๋ยวอีกห้านาทีพวกสภาก็จะมาตรวจแล้วนะคะ” พอเธอพูดจบ เธอก็คลานออกตามเพื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉันยังไม่ได้กระพริบตาเลย...มันไวมาก ฉันก็นึกว่าพวกเธอจะปีนกำแพงซะอีก แต่รูนั่นก็ใหญ่มากพอที่จะคลานไปได้แบบสบายๆ เลยนะ
เอาวะ…ก่อนพวกสภาจะมาตรวจ!
ฉันแหวกหญ้าแบบเดียวกับที่รุ่นน้องสองคนนั้นทำ พร้อมกับโยนกระเป๋าออกไปด้านนอกก่อน แล้วค่อยๆ คลานออกมาจนพ้นกำแพงโรงเรียน ด้านนอกกำแพงโรงเรียนตรงนี้ก็เป็นพุ่มหญ้าเช่นเดียวกัน ถึงว่าละ...ถึงไม่มีใครมองเห็นรูนี้เลย
หมับ!
ในขณะที่ฉันคลานออกมาจากพุ่มหญ้าได้หมดทั้งตัวแล้ว มือของฉันก็สัมผัสโดนรองเท้าของใครบางคนที่กำลังเดินมา ลักษณะรองเท้าเป็นรองเท้าของผู้ชาย ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง
พะ...เพชร!
เขามองฉันอย่างงงๆ สลับกับมองรูที่ฉันเพิ่งคลานออกมา พอตั้งสติได้ ฉันก็รีบหยิบกระเป๋าที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ขึ้นมากอดและลุกขึ้นเตรียมจะวิ่งหนีเขา
อะไรกัน...ทำไมหมอนี่ถึงได้มาโผล่ตอนนี้ เป็นประธานนักเรียนแต่มาโรงเรียนสายขนาดนี้ได้ยังไง!
“จะไปไหนอ่ะ!” เพชรดึงสายกระเป๋าของฉันเอาไว้ แล้วถามขึ้นเสียงดัง
“ก็...เฮ้ย! นั่นมันคนขโมยเอกสารลับไปนี่!!” ฉันตะโกนพร้อมกับชี้ไปที่ด้านหลังของเพชรด้วยสีหน้าตกใจขั้นสุด นั่นทำให้เพชรเชื่อจนหันไปมอง หลังจากนั้นฉันก็กระชากกระเป๋าออกจากมือเขา แล้ววิ่งทันที
ไปละ บาย!
“ออทั่ม!”
ฉันรีบวิ่งหนีเพชรโดยที่เข้าตะโกนไล่หลัง แต่ไม่ได้วิ่งตามมา ฉันวิ่งมาจนถึงสี่แยกหลังโรงเรียน และในตอนนั้นสัญญาณไฟจราจรข้ามถนนก็เป็นสีเขียวอยู่พอดี ฉันจึงรีบวิ่งข้ามไปทันที
ฮู่ววว...เกือบไปแล้ว
พอข้ามฝั่งมาได้ ฉันก็หยุดวิ่งก่อนจะยืนหอบอยู่ตรงนั้นสักพัก แล้วจะเดินไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ตอนนี้ไม่ต้องการทำอะไร ต้องการกระโดดขึ้นเตียงและนอนเท่านั้น!
ฉันเดินไปที่ป้ายรถเมล์อย่างร่าเริง แต่ในตอนที่ฉันเดินเข้าไปจนใกล้กับจุดรอรถเมล์นั้น ฉันก็สังเกตเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว กำลังมองฉันอยู่
ไต้ฝุ่น…หมอนี่อีกแล้ว!
ช่วงนี้ฉันเจอเขาบ่อยกว่าเพื่อนของฉันซะอีกนะ ช่วงแรกๆ ก็ดีใจที่ได้กลับมาคุยกัน หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาเกือบสิบปี แต่เจอบ่อยๆ เข้า ฉันก็เริ่มเบื่อหน้าเขาเหมือนกันนะ -_-
“ไง ออทั่ม” ไต้ฝุ่นหันมายิ้มทักทายฉัน เขาอยู่ในชุดนักเรียนที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมเข้าโรงเรียนสักที
“ไม่เข้าโรงเรียนหรือไง” ฉันถามขึ้น
“เข้าสิ แล้วเธอล่ะ ทำไมเดินมาทางนี้”
“วันนี้ฉันไม่เข้าโรงเรียน” ฉันตอบกลับไปตามตรง
“งั้นฉันไม่เข้าโรงเรียนแล้ว”
“ทำไมอ่ะ”
“ฉันจะโดดไปกับเธอ”
เดี๋ยวๆ เขาเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันไม่ได้จะไปเที่ยวไหน ฉันจะกลับบ้าน อีกอย่าง...เขาควรจะเข้าโรงเรียนนะ ถ้าฉันกับเขาหายไปพร้อมกันแบบนี้ พรุ่งนี้ฉันต้องโดนอาจารย์ห้องสมุดด่าแน่ๆ
“ฉันไม่ได้ไปไหนนะ...ฉันจะกลับบ้าน -_-” ฉันตอบกลับไป
“อุตส่าห์หนีเรียนทั้งที จะกลับเนี่ยนะ?”
“ก็ฉันอยากกลับบ้านนี่”
“ไปเที่ยวกันเถอะ ไหนๆ ก็โดดมาแล้ว” ไต้ฝุ่นพูดพร้อมกับเขย่าแขนฉันเหมือนเด็กน้อยอยากได้ของเล่น
ฉันปรายตามองเขาที่ทำตัวเป็นเด็กๆ ใส่ฉัน แม้ว่ามันจะเป็นการกระทำที่ดูหน่อมแน้มมาก แต่พอเขาทำแล้วมันดูเหมือนว่าเขากำลังอ้อนฉันอยู่เลย
“นายไปเถอะ ฉันไม่อยากไป”
“ก็ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”
“ไม่ไป” ฉันตอบกลับไป
“ไปเถอะ!”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ไป!”
@ห้างสรรพสินค้า K
“เอาอันนี้ค่ะ...เอาโคนใหญ่นะคะ เพิ่มช็อกโกแลตกับคาราเมลด้วยค่ะ” ฉันจิ้มไปที่เมนู แล้วหันไปสั่งกับพนักงานของร้านที่มารับออเดอร์
“ไหนบอกว่าไม่อยากมาไง สั่งโคนใหญ่เลยน้าาา~” ไต้ฝุ่นหันพูดพร้อมกับยิ้มล้อเลียนฉัน
“ฉันก็แค่หิวเท่านั้นเอง” ฉันตอบกลับไป ก่อนจะยักไหล่แบบไม่ใส่ใจกับคำพูดของเขา
ตอนนี้เรานั่งอยู่ในร้านไอศกรีมในห้างใกล้ๆ กับโรงเรียน จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากจะมาหรอก แต่ไต้ฝุ่นเขาตื๊อฉันให้มา แล้วฉันก็กำลังหิวอยู่พอดี ก็เลยยอมมากับเขา...แต่เดี๋ยวก็กลับแล้วแหละ
“ว่าแต่...ทำไมถึงหนีเรียนล่ะ” ไต้ฝุ่นถามขึ้น
“อ๋อ...ฉันลืมเอารายงานมาน่ะ ไม่อยากโดนหักคะแนน” ฉันตอบกลับไป
“เรื่องแค่นี้เอง”
ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของไต้ฝุ่นนะ เพราะว่าฉันไม่ได้ลืมเอารายงานมาสักหน่อย แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ ฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะ โดยเฉพาะคนที่โหยหาคะแนนแบบฉัน
“แล้วนายล่ะ ทำไมต้องโดดเรียนมากับฉันด้วย” ฉันถามกลับบ้าง
“ฉันแค่เบื่อๆ น่ะ ไม่อยากเรียน ไม่อยากไปห้องสมุด ไม่อยากไปซ้อมว่ายน้ำ...จริงๆ ฉันหนีออกจะบ่อย”
พอไต้ฝุ่นพูดเรื่องว่ายน้ำขึ้นมา มันทำให้ฉันคิดถึงจดหมายของผู้หวังดีที่สั่งให้ฉันเอาไปวางตอนทุบกล่อง บางทีฉันควรจะลองถามเขาดู ว่าชมรมว่ายน้ำมีปัญหาอะไร
“เออนี่...เมื่อวานนี้ฉันเห็นคนคุยกัน ว่าอยากให้สภาสอบสวนชมรมว่ายน้ำหรืออะไรสักอย่าง ชมรมนายมีปัญหาอะไรเหรอ” ฉันพยายามถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด
“อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่เห็นพี่ในชมรมบอกว่ามีคนโกงประวัติให้ได้ลงแข่ง อะไรประมาณนั้นน่ะ”
“หืม? โกงประวัติยังไงเหรอ”
“ชมรมฉันน่ะ ก่อนจะลงแข่งอะไรสักอย่าง โค้ชจะสั่งให้ไปตรวจสุขภาพมาก่อน ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือกระดูก จะต้องงดลงแข่งทุกอย่างทั้งปีหรือจนกว่าจะรักษาตัวจนหาย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ...โหดจัง”
“มันเป็นเรื่องของสุขภาพนะ ฝืนไปมันก็จะมีแต่เสียกับเสีย”
“แล้วนายรู้มั้ยว่าเป็นใคร”
“ไม่รู้เลย เรื่องนี้มันก็นานแล้วนะ...แต่คิดว่าคงเป็นพี่ม.6 ใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เขาก็คงอยากเก็บใบกระกาศอ่านะ”
“งั้นเหรอ”
ฟังแล้วฉันก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนเดิม -_- อย่างแรกคือผู้หวังดีไม่ใช่คนในชมรมว่ายน้ำและอาจจะไม่ชอบชมรมว่ายน้ำด้วย ตอนนี้ฉันสับสนระหว่างเพชรกับชมรมว่ายน้ำ
ผู้หวังดีเกลียดอะไรกันแน่?
“ไอศกรีมที่สั่งได้แล้วค่ะ” เสียงของพนักงานดังขึ้นพร้อมกับไอศกรีมสองโคนมาเสิร์ฟเราสองคน
ฉันรับมาพร้อมกับกัดตรงปลายที่มีทั้งช็อกโกแลตและคาราเมลก่อนเป็นอันดับแรก ฉันไม่ได้กินของหวานมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ทำไมมันอร่อยขนาดนี้ >_<!
“มา ตาฉันถามบ้าง” คราวนี้ไต้ฝุ่นหันมาถาม
“ว่ามาสิ” ฉันตอบ
“ทำไมถึงไฮไลท์ผมไว้ด้านในล่ะ”
“คำถามยากจัง...” ฉันตอบกลับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ก่อนจะพูดต่อ “นายเคยทำผิดร้ายแรงแล้วรู้สึกผิดมากๆ ป่ะ”
“เคย...บ่อยเลย”
“นั่นแหละ ฉันเคยทำผิดครั้งใหญ่มาก แล้วฉันเกลียดตัวเองเวลาที่ต้องรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป รู้สึกผิดไปแล้วมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยอ่ะ ยังไงก็กลับไปแก้ไขไม่ได้อยู่ดี”
“แล้วมันเกี่ยวกับไฮไลท์ผมยังไงเหรอ? (‘ ‘)” ไต้ฝุ่นถามแทรกด้วยหน้านิ่งๆ
“ยังพูดไม่จบ! -_-” ฉันแยกเขี้ยวใส่เขา แล้วก็เล่าต่อ “ฉันเลยไปไฮไลท์ผมเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจว่าครั้งนึงฉันเคยทำความผิด เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องทำผิดอีก และที่ต้องไฮไลท์ไว้ด้านในก็เพราะว่ามันเป็นความผิดที่ฉันอยากจะปกปิดเอาไว้”
แน่นอน...ความผิดที่ฉันว่าก็คือการขโมยข้อสอบ
“เคยมีใครถามมั้ย ว่าเธอทำอะไรผิด”
“มีสิ เพื่อนฉันถามอยู่ทุกวัน”
“แล้วเธอเคยคิดที่จะบอกมั้ย”
“เคยนะ...แต่ฉันอยากบอกคนที่เข้าใจฉันจริงๆ”
พอฉันพูดจบก็เงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา เราสองคนจ้องตากันอยู่นาน จนกระทั่งเขาขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ เขายื่นมือมาลูบที่มุมปากของฉันเบาๆ ก่อนจะเผยยิ้มกว้าง
เขาดึงกระดาษทิชชู่ออกมาหนึ่งแผ่น ก่อนจะยื่นมือมาเช็ดที่มุมปากของฉันอีกรอบพร้อมกับยิ้มไปด้วย ฉันทำได้เพียงมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขาที่อยู่ห่างออกไป อยู่ดีๆ ก็หน้าแดงขึ้นมาซะงั้น
รอยยิ้มของเขามีผลกับฉันเสมอ
“กินเลอะเทอะมาก” ไต้ฝุ่นพูดพร้อมกับเช็ดไปรอบๆ ปากของฉัน
“ขะ...ขอบใจ ._.”
ตึกตัก...ตึกตัก...
หัวใจของฉันเต้นเร็วขึ้นจนฉันรู้สึกได้ หน้าก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ทั้งๆ ที่ในร้านนี้เปิดแอร์เย็นจนหนาวด้วยซ้ำไป ตอนนี้ฉันกำไอศกรีมจนโคนที่เป็นแป้งจะแตกคามือแล้ว
โอ๊ย! เขาทำให้ฉันใจเต้น!
“ถึงแม้ว่าไม่มีใครเข้าใจเธอ แต่ฉันเข้าใจเธอนะ” ไต้ฝุ่นพูดขึ้นมานิ่งๆ ฉันจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
“…”
“เข้าใจและจะไม่ถามอะไรเลยด้วย”
ฉันจ้องไต้ฝุ่นนานจนเขายกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เก้อ คำพูดของเขาทำให้ฉันไม่สามารถละสายตาออกไปจากเขาได้เลย มันเป็นคำพูดปลอบใจที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน และคิดว่าคงไม่ได้หาฟังง่ายๆ
เราสองคนเงียบใส่กันอัตโนมัติ เพราะฉันไม่รู้ว่าควรตอบอะไรกลับไป ทำได้แค่นั่งกินไอศกรีมอย่างเงียบๆ ไต้ฝุ่นเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเช่นกัน
ครืดดด~
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของฉันสั่นขึ้น ลืมไปเลยว่าปิดเสียงตอนผู้หวังดีส่งข้อความมา ตอนนี้ฉันพร้อมจะรับโทรศัพท์ทุกคน ยกเว้นเพชรกับใบชา -_-
พอยกขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นใบชาที่โทรเข้ามา ฉันรีบยื่นไอศกรีมไปให้ไต้ฝุ่นถือ ก่อนจะลุกแล้วเดินออกมารับโทรศัพท์ที่นอกร้าน
“ฉันรู้ว่าแกอยากรู้ทุกอย่าง แต่วันนี้ฉันไม่ได้ไปโรงเรียน ไว้ฉันจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ” พอกดรับฉันก็รีบพูดก่อนที่ใบชาจะด่า
[เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ แกรู้มั้ยว่าตอนนี้แกเป็นแบล็คลิสต์อันดับหนึ่งของสภา!] ใบชาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูลุกลี้ลุกลน
แบล็คลิสต์อันดับหนึ่ง?! เพราะฉันหนีเรียนเมื่อเช้าหรือเปล่า?
“แกรู้ได้ยังไง”
[แกเป็นคนสุดท้ายที่อยู่แถวๆ นั้นก่อนที่กล่องจะโดนทุบ แล้วเมื่อกี้เพชรมันเพิ่งมาบอกฉัน มันบอกว่าเห็นแกมุดรูกำแพงออกนอกโรงเรียนไป มันเลยยิ่งมั่นใจว่าเป็นแก!]
“…”
[มันฝากฉันมาบอกแก ถ้าพรุ่งนี้แกไม่ไปหามันที่ห้องสภา มันจะบอกโรงเรียนเรื่องที่แกทุบกล่อง]
“…”
[เพราะมันเป็นความผิดที่ร้ายแรง...โทษคือไล่ออก]
ล้อกันเล่นใช่มั้ย?
________________
TALK : เจอกันอีกแย้ววว สำหรับตอนที่สี่นี้นะคะ
เป็นตอนที่เบาสมองที่สุดแย้ว (555)
ยังไงก็ฝากติดตาม ฝากเชียร์ด้วยนะคะ เลิฟๆ ♥
ว้าย วิ่งเข้าเส้นชัยไปพร้อมกับไอติมเลยจ้า 555555 ว่าแต่แน่ใจนะว่าตอนนี้เบาสมองสุดแล้ว
โหดตั้งแต่โดดเรียน และปิดตอนละ แต่ได้น้องไต้ฝุ่นมาช่วยทำให้มันกลืนง่ายถ่ายคล่อง (?)
นี่รู้สึกแหม่งๆ กับคำพูดใบชา 5555555555 เอ๊ หรือจะคิดมากไปเองน้าาา~
ใบชาบอกใช่ไหม ตกลงใบชาร้ายหรือป่าวเนี่ย รอนะๆๆ
ไต้ฝุ่นนี่ก็น้าา อยากแต๊ะอั๋งออทั่มก็พูดดด ทำเป็นเช็ดปากไอติมเลอะ (อิจฉา-.-)
รอตอนต่อไปนะๆ ใบชานี่ต้องแอบร้ายแน่ๆ จับตบบบ //เดี๋ยวววว
สงสารออทั่ม
ทำไมออทั่มซวยขนาดนี้ หนีเรียนก็ยังไปเจอเพชรอีก
เอาใจช่วยออทั่ม
มาเบาๆ ดีแล้วค่ะลูก พี่เจ็บตับมาสามตอนติดแล้ว
ผ่อนคลายๆ เนอะ มีความรู้สึกว่าไต้ฝุ่นจะเป็นผู้หวังดีเองเปล่าอ่ะ เดาๆๆๆๆๆๆๆ
ใบชานี่ก็แบบ เนอะ ตอนที่แล้วเปิดตัวมาร้ายมาก นึกว่าจะเอาเรื่องออทั่มทุบกล่องมาแบล็กเมลเอาเงินกินหนมซะอีก (อ๊ะโทษๆ นิสัยส่วนตัวพี่เอง)
ยังไงก็ขอให้ออทั่มโชคดีนะคะ จับได้ตัวแตะมันแรงๆ สักทีสองทีไอ้ผู้หวังดีเนี่ย ฮึ่ย
สงสารออทั่ม
มันเรียบง่ายดี แต่เนื้อเรื่องเดินหน้า กำลังไปถูกทิศทั้งเรื่องโรงเรียนและเรื่องความสัมพันธ์ตัวละครอ่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ