ภารกิจของฉันคือตามหาคนที่ขโมยเอกสารลับ เขา...บุคคลปริศนาเป็นคนที่ขโมยเอกสารลับไปและเขาก็เป็นผู้กุมความลับของฉันด้วย นั่นทำให้ฉันยอมทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง เพราะเราทำสัญญาด้วยกัน...ความลับแลกความลับ
CHAPTER 5
“ขโมย”
12.00 น.
ฉันถูกใบชาถามโน่นถามนี่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโรงเรียน ฉันยอมเล่าเรื่องผู้หวังดีตามความจริง แต่ฉันไม่ได้บอกว่าตัวเองไปขโมยข้อสอบ ฉันพูดแค่ว่า ‘ความผิดร้ายแรง’ แค่นั้นมันก็เข้าใจแล้ว
ตอนแรกฉันสงสัยว่าใบชาเป็นคนเอาเรื่องฉันไปบอกเพชร เพราะว่าสองคนนี้อยู่ห้องเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วไอ้สภาผู้ชายคนนั้นต่างหากที่เอาไปบอก มันน่าตีให้ตาย -_-
“ฉันรู้ว่าทุนนี้มันสำคัญกับแกมากขนาดไหน แต่แกไม่จำเป็นต้องทำตามผู้หวังดีทุกอย่างก็ได้นะ แกกลัวเหรอ” ใบชาถามขึ้นระหว่างที่เรากำลังเดินไปห้องสภา
“ฉันไม่ได้ทำตามเพราะว่าฉันกลัวหรอกนะ แต่ฉันทำตามเพื่อให้ได้เข้าใกล้ตัวผู้หวังดีมากขึ้น” ฉันตอบ
“ถ้าแกโดนจับได้ขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องนะ”
“เออหน่า -_- ฉันไม่ปล่อยให้ตัวเองโดนจับได้หรอก” ฉันพูดก่อนจะหันไปมองหน้าใบชา แล้วพูดต่อด้วยสายตาที่มุ่งมั่น “ยังไงฉันก็จะไม่ยอมพลาดทุนนี้”
“ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
ผู้หวังดีทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ที่ฉันทำอยู่ก็แค่หลอกให้ผู้หวังดีตายใจว่าฉันจะช่วยจริงๆ แล้วฉันจะแอบสืบเรื่องชมรมว่ายน้ำโดยไม่ให้ผู้หวังดีรู้ ยอมรับว่าแรกๆ ก็กลัวเหมือนกัน แต่ฉันต้องลุกขึ้นสู้บ้างสิ
“ฉันว่าตอนนี้แกช่วยฉันคิดเรื่องนี้ก่อนดีกว่า -_-” ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปยังห้องสภาเมื่อเราเดินมาถึงแล้ว
“ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่อธิบายให้น่าเชื่อถือที่สุดก็พอ” ใบชาพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ต่างกับฉันที่กังวลมากจนอยู่ไม่สุขแล้วเนี่ย
“ฉันกลัวเผลอหลุดพูดอะไรออกไป ถ้าเพชรไปสืบจนรู้ล่ะ?” ฉันถามกลับ
“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ฉลาดขนาดนั้น”
ฉันหันไปพยักหน้าให้ใบชา ก่อนจะเดินไปที่ประตูห้องสภา ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปด้านใน
แอดดด~
ฉันก้าวเข้ามาในห้องของเพชรที่เคยมาแล้วครั้งนึง เพชรนั่งเล่นเกมอยู่ที่โต๊ะคนเดียว พอเห็นว่าฉันเดินเข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน แล้ววางโทรศัพท์มือถือทันที
“กว่าจะมานะ!” เพชรพูดขึ้นเสียงดัง
“มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอ” ฉันพูดพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามเขา
“เอาเอกสารลับของฉันคืนมา!” เพชรพูดแล้วแบมือตรงหน้าฉัน
“อะไร ฉันไม่ได้เอาไปสักหน่อย -_-” ฉันพยายามตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เพื่อไม่ให้มีพิรุธ ฉันไม่ได้เอาไปจริงๆ นั่นแหละ แต่ถ้าจับผู้หวังดีได้เมื่อไหร่ ฉันรู้แน่ว่าใครเอาไป!
“โกหก! ถ้าเธอไม่ได้เอาไปก็ต้องหาเจอแล้วสิ”
“ฉันจะหาเจอได้ยังไง ในเมื่อนายไม่บอกฉันว่าเอกสารลับคืออะไร!”
“งั้นเมื่อวานนี้เธอหนีเรียนทำไม เมื่อวานก่อนมาถามหาฉันทำไม เธอเป็นคนทุบกล่องแล้วเอาจดหมายมาวางใช่มั้ย ทำไปเพื่ออะไร!”
“นี่...ใจเย็นก่อน” ฉันยกมือห้ามเพชรที่รัวคำถามใส่ฉัน “เมื่อวานนี้ฉันลืมเอาการบ้านมา ก็เลยหนีเรียนออกไปข้างนอกน่ะ”
“…” เพชรหรี่ตามองฉันอย่างจับผิด ดูเหมือนว่าเขาจะหมดความไว้ใจในตัวฉันไปแล้ว
“แล้วที่ฉันไปถามหานาย ก็เพราะว่า...” ฉันเงียบไป ก่อนจะพูดต่อ “เพราะฉันเห็นคนท่าทางแปลกๆ ไง!”
ฉันเป็นคนโกหกเนียนนะ แต่ฉันชอบลืม...ชอบลืมว่าตัวเองโกหกไปว่าอะไร ถ้าเพชรย้อนกลับมาถามอีกทีแล้วฉันตอบไม่เหมือนเดิมนี่เป็นเรื่องแน่ๆ =_=
“ท่าทางแปลกๆ เหรอ?” เพชรเลิกคิ้วถาม
“ใช่! ถือจดหมายสีแดง เดินวนไปมาหน้าตึก” จริงๆ มันคือฉันเองแหละ T^T!
“ผู้หญิงหรือผู้ชาย?”
“ผู้ชาย” ตอบให้ห่างๆ จากตัวเองไว้ก่อนแล้วกัน
“เธอแน่ใจนะว่าเห็นจริงๆ” เพชรถามย้ำ
“นายจะไม่เชื่อก็แล้วแต่นะ” ฉันพูดพร้อมกับยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ใจเต้นแรงจนจะเด้งออกมาเต้นข้างนอกแล้วเนี่ย -_-;
“ก็เมื่อวานเธอวิ่งหนีฉัน แถมยังทำตัวเหมือนคนมีความลับอีก”
“นายก็มีเหมือนกันนั่นแหละ”
“ฉันไปมีความลับกับเธอตอนไหน -_-”
“เรื่องเอกสารลับไง...ทำไมถึงบอกไม่ได้ ไหนจะเรื่องชมรมว่ายน้ำอีก!” ฉันสวนกลับไปทันที และนั่นทำให้เพชรนิ่งไปจนฉันมั่นใจว่าเขาจงใจปิดบังฉัน
ในขณะนั้น ตาของฉันก็เหลือบไปเห็นจดหมายสีแดงที่เขาเก็บมา แต่มันยังมีใบแสดงความคิดเห็นสีขาวที่ดูเหมือนจะเก็บมาจากกล่องอีกประมาณห้าถึงหกใบวางทับกันอยู่บนซองเอกสารสีน้ำตาล
สิ่งที่แปลกก็คือ...ทำไมเขาเก็บมันมาแค่ห้าหกใบ?
จริงๆ สภาควรจะอ่านมันทุกใบหรือเปล่า ตอนนี้ซากกล่องถูกเก็บไปแล้ว ส่วนใบแสดงความเห็นทั้งหมดถูกเก็บใส่ถุงพลาสติกใหญ่ๆ แล้ววางไว้หน้าห้องสภา แต่ทำไมใบพวกนี้ถึงถูกแยกออกมาล่ะ?
ต้องมีอะไรแน่ๆ
“เอาเถอะ...คราวนี้ฉันจะเชื่อเธอ” หลังจากที่นิ่งไปนาน เพชรก็พูดขึ้น “ฉันเอาไฟล์กล้องวงจรปิดที่เสียไปซ่อมแล้ว อีกไม่นานก็คงจะซ่อมเสร็จ”
“…”
“ซ่อมเสร็จเมื่อไหร่...ฉันรู้แน่ว่าใครเอาไป!” ประโยคหลังเพชรจงใจพูดใส่ฉัน เขาคงเชื่อหมดใจแล้วล่ะว่าฉันเป็นคนเอาเอกสารลับไปจริงๆ -_-
“ดี! แล้วนายจะรู้ว่าไม่ใช่ฉัน” ฉันตอบ
“ไปไหนก็ไปเลย ฉันไม่มีจะพูดแล้ว!” เพชรไล่ฉันทันที
ฉันหันไปมองจดหมายสีแดงกับกระดาษพวกนั้นอีกรอบ พอเห็นว่าเพชรมองการกระทำทุกฝีก้าวของฉันอยู่ ฉันจึงรีบเดินออกมาจากห้องนั้นทันที
พอฉันออกมาก็พบกับใบชาที่ยังนั่งรอฉันอยู่ ยัยนั่นมองหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหา
“เป็นไง ง่ายใช่มั้ยล่ะ?” ใบชาถามขึ้น
“ฉันเห็นอะไรผิดปกติในห้องนั้น” ฉันตอบ
“อะไร”
“ใบแสดงความคิดเห็น เขาเก็บซองจดหมายสีแดงกับใบแสดงความคิดเห็นมาประมาณห้าหกใบ แต่ใบอื่นๆ อยู่ในนี้หมดเลย” ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปยังถุงใส่ใบแสดงความคิดเห็นที่วางอยู่หน้าห้อง
“จดหมายสีแดงที่แกเอาไปวาง...มันเขียนไว้ว่าอะไรเหรอ?”
“สอบสวนชมรมว่ายน้ำ”
“ฉันคิดว่าใบอื่นก็คงเขียนไว้คล้ายๆ กันนะ เขาถึงได้เก็บไป” ใบชาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมากอดอก
“สภามีเรื่องอะไรกับชมรมว่ายน้ำ” ฉันถามขึ้น
“คำตอบอาจจะอยู่ในใบพวกนั้นก็ได้”
ฉันยืนมองประตูห้องสภาอยู่สักพัก ก่อนที่ความคิดบ้าๆ จะลอยเข้ามาในหัว ฉันรู้ว่ามันเป็นความคิดที่บ้ามาก แต่มันเป็นวิธีเดียวที่ฉันจะได้ใบนั้นมาก่อนที่เพชรจะเอาไปไว้ที่อื่น
ตอนนี้มีอะไรที่ฉันพอทำได้ฉันก็ต้องทำ ต่อให้บ้าแค่ไหนก็ต้องทำ ก่อนที่ผู้หวังดีจะไหวตัวทัน หลังจากนั้นมันก็จะยากขึ้นไปอีก ฉันจะเข้าถึงผู้หวังดีไม่ได้อีกเลย ดีไม่ดี...เรื่องชมรมว่ายน้ำอาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการตามหาตัวผู้หวังดีเลยก็ได้
ฉันจะลองเสี่ยงดูอีกสักครั้งแล้วกัน!
“ฉันพอจะคิดออกแล้ว คงต้องพึ่งแกด้วย” พอตัดสินใจได้ ฉันจึงหันไปพูดกับใบชา “แต่แกจะกล้าทำมั้ย”
“ทำอะไร?” ใบชาหันมาถาม
“ขโมย”
“ขโมย?!” ใบชาอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ นั่นทำให้ฉันก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอแล้วยกมือขึ้นมาปิดปากเธอเอาไว้
“พูดเบาๆ สิยะ!”
“แกไม่เข็ดหรือไง ไหนจะเรื่องทุบกล่องอีก...แกหลายคดีแล้วนะ!” ใบชาพูดกับฉันด้วยเสียงที่เบาลงจนเหมือนเป็นการกระซิบ
“มันมีทางเดียวที่เราจะรู้ว่าเพชรเก็บมาทำไม บางทีอาจจะสาวถึงตัวผู้หวังดีเลยก็ได้นะ” ใบชามองหน้าฉันเหมือนไม่ค่อยเชื่อใจ ฉันจึงพูดต่อ “นี่เป็นโอกาสของฉันแล้วนะ จะปล่อยให้มันหลุดไปเหรอ?”
“ตัวฉันน่ะ...มันไม่เป็นไรหรอก แต่แกเพิ่งจะได้ทุน เพิ่งจะได้เป็นนักเรียนอันหนึ่ง ถ้าพลาดขึ้นมา...ทุกอย่างคือจบนะออทั่ม คิดดีๆ ก่อน...มันก็แค่ใบแสดงความคิดเห็นเอง”
จริงๆ แล้วฉันก็เข็ดกับการขโมยของในโรงเรียนนะ ตอนนั้นฉันพลาดเองที่ไม่ระวังตัวให้ดี แต่คราวนี้ฉันจะไม่ยอมไปโผล่ในกล้องวงจรปิดอีกแน่ๆ
“ฉันไม่ยอมเสี่ยงเพื่อใบแสดงความคิดแค่ไม่กี่ใบหรอก อย่างน้อยฉันก็ต้องได้อย่างอื่นด้วย” ฉันพูดพร้อมกับนึกถึงซองสีน้ำตาลที่ฉันเห็น
ใช่...ซองสีน้ำตาลที่วางอยู่ใต้จดหมายและกระดาษพวกนั้น ในซองสีน้ำตาลนั้นอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารลับหรืออาจจะเป็นอะไรสักอย่างก็ได้ นั่นคือจุดประสงค์ของฉัน
“แกแน่ใจนะว่ามันจะมีอะไรจริงๆ ไม่ใช่เข้าไปแล้วไม่ได้อะไร...มันไม่คุ้มนะ”
“มันคุ้มแน่แก...แต่ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะรอดจากกล้องวงจรปิดนี้ได้ยังไง” ฉันพูดพร้อมกับชี้ไปที่กล้องวงจรปิดตัวปัญหาที่เคยทำให้ฉันพลาดมาก่อน
“กล้องเหรอ?”
“มีอยู่ทุกชั้นเลย”
“ฉันว่าฉันพอรู้นะ”
“หืม...รู้อะไร” ฉันหันไปมองหน้าใบชาพร้อมกับถามขึ้น หลังจากนั้นยัยนั่นก็หมุนตัวฉันให้หันไปทางกล้องวงจรปิด
“แกจับตาดูกล้องวงจรปิดตัวนี้ดีๆ นะ” ใบชาพูดพร้อมกับชี้ไปยังกล้องวงจรปิด
“ทำไม มีอะไรเหรอ” ฉันหันไปมองกล้องวงจรปิดที่ถูกติดตั้งไว้ที่เสาตรงบันได มันก็เป็นแค่กล้องวงจรปิดธรรมดา ไม่รู้ว่ายัยนั่นให้ฉันดูอะไร
ครืดดด~
มะ...มันหมุน!
กล้องวงจรปิดที่เคยตั้งหันมาตรงทางเดิน ตอนนี้มันหมุนเปลี่ยนเป็นหันหน้าไปทางบันไดแทน แล้วค้างเอาไว้อย่างนั้น ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามันหมุนได้
“ตอนที่ฉันนั่งรอแก ฉันเห็นกล้องวงจรปิดมันหมุนไปมา เหมือนว่ามันถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ให้หมุนเปลี่ยนทิศทาง พอลองนับเวลาดูแล้ว มันจะหมุนเปลี่ยนทุกห้านาที”
“…” ฉันมองใบชาอย่างอึ้งๆ ที่จริงยัยนี่เป็นคนฉลาดพอๆ กับฉันเลยนะ แต่ออกแนวฉลาดเจ้าเล่ห์มากกว่า ไม่ผิดหวังเลยที่ดึงยัยนี่เข้ามารับรู้เรื่องทั้งหมด อย่างน้อยก็มีคนคอยช่วย
“ถ้าเราอยากจะเข้าไปจริงๆ เรามีเวลาห้านาทีในการเข้าไปในห้อง และรอจนกว่ากล้องวงจรปิดจะหันไป เราถึงจะออกจากห้องได้ แค่นี้เราก็จะรอดสบายๆ”
“แกแน่ใจนะว่ามันถูกตั้งโปรแกรมไว้แบบนี้จริงๆ” ฉันหันกลับไปพูด
“มันเป็นกล่องรุ่นเดียวกับที่บ้านฉัน แต่ที่บ้านฉันตั้งให้หมุนรอบทิศทางตลอดเวลา”
โปรแกรมมันตั้งเองได้สินะ งั้นก็หมายความว่ามันจะไม่จับตรงทางเดินนานเป็นเวลาห้านาที ฉันสามารถวิ่งจากทางซ้ายไปถึงทางขวาโดยที่กล้องจับไม่ได้เลยนะ ฉันน่าจะรู้เร็วกว่านี้ -_-
“ดีมาก!” ฉันหันไปชูนิ้วหัวแม่มือให้ใบชา ก่อนจะพูดต่อ “เรื่องกล้องก็หมดปัญหา ตอนนี้เหลือแค่หาเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง”
“คืนนี้ห้องฉันกับห้องอื่นๆ จะอยู่ทำงานกันจนดึก เพราะงั้นประตูโรงเรียนจะไม่ปิดและมันจะไม่ผิดสังเกตด้วย ถ้าแกอยากมาคืนนี้เลยก็ได้นะ”
“งั้นเอางี้ดีกว่า...คืนนี้แกคอยดูต้นทางให้ฉันนะ”
“ไม่ให้ฉันไปด้วยเหรอ จะได้ช่วยกันหา”
“แกคอยดูต้นทางก็พอ ฉันจะรีบเข้า รีบออก”
“เอางั้นก็ได้”
“ทีนี้เราก็จะได้รู้ว่าผู้หวังดีเป็นอะไรกับชมรมว่าย...”
“ออทั่ม! เงียบก่อน” อยู่ดีๆ ใบชาพูดขึ้นขัดจังหวะพลางชี้ให้ฉันหันไปดูที่บันไดทางด้านซ้ายของตึก ซึ่งตอนนี้มีคนกำลังเดินขึ้นมาสองคน
ไต้ฝุ่นเดินขึ้นบันไดมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาจัดได้ว่าสวยมาก ฉันเห็นหน้าเธอมาผ่านๆ แต่ไม่รู้จัก ทั้งสองคนเดินคุยกันมาอย่างสนิทสนม ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่เคมีเขาสองคนเข้ากันมากๆ
ผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรสักอย่างจนไต้ฝุ่นหัวเราะออกมายกใหญ่ และพวกเขาสองคนก็ยิ้มไปด้วยกัน เป็นภาพที่ดูแล้วน่ารักมากๆ พวกเขาคงสนิทกันจริงๆ
“ใครเหรอ” ฉันหันไปถามใบชา
ไต้ฝุ่นเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องสภา เขาหันมาเห็นฉันก่อนจะยิ้มให้เล็กน้อย แต่ก็เบือนหน้าหนีไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นเหมือนเดิม อะไรกัน...เมื่อวานยังร้องตามฉันเป็นเด็กอยู่เลย!
“ไต้ฝุ่น กับเด็กห้องสอง ฉันเคยเรียนเปียโนที่เดียวกับยัยนี่ แต่ฉันไม่ค่อยชอบหน้าเธอเลย” ใบชาหันมากระซิบก่อนจะมองไปยังผู้หญิงคนนั้น แล้วหันไปทักทายเธอ “ว่าไง...แฟนใหม่เธอเหรอ”
“ไม่ยุ่งสักเรื่องจะได้มั้ย?” ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมาตอบใบชาด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่คำพูดทำให้ฉันหนาวแทนใบชาเลย
“นังนี่...” ใบชาทำท่าจะเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้น แต่ฉันดึงใบชาเอาไว้ก่อน ยัยนี่เป็นพวกหัวร้อน หัวรุนแรง และมักจะชอบพูดกระแนะกระแหนคนอื่นก่อนตลอด
แอดดด~
“อ้าว มาชุมนุมอะไรหน้าห้องฉันเนี่ย ไปๆ แยกย้าย วงแตกแล้ว” เพชรเปิดประตูออกมาจากห้องแล้วพูดกับใบชา ก่อนจะหันไปมองไต้ฝุ่นกับผู้หญิงคนนั้น
“ไว้เจอกันที่ชมรมนะ วันนี้เราว่าจะเข้าไปน่ะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดกับไต้ฝุ่น ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพชร
“อืม” ไต้ฝุ่นตอบกลับไปนิ่งๆ จากสีหน้ายิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีที่เห็นหน้าเพชร
เพชรเอาแขนคล้องคอผู้หญิงคนเมื่อกี้ก่อนจะเดินออกไปอีกทางทันที ดูจากท่าทางของเขาสองคนแล้ว ถ้าให้ฉันเดา...สองคนนั้นเป็นแฟนกันแน่ๆ แต่ไต้ฝุ่นนี่เกี่ยวข้องยังไง ชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ?
“ยังไม่หายงอนกันอีกเหรอ” ใบชาหันไปคุยกับไต้ฝุ่น หลังจากที่สองคนนั้นเดินหายไปแล้ว
“ไม่ได้งอนกันสักหน่อย”
“ก็คุยกันบ้างสิ”
“ไม่อยากคุย” ไต้ฝุ่นตอบกลับมานิ่งๆ หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องโดยการหันมาคุยกับฉันแทน “วันนี้ฉันไม่เห็นเธอไปห้องสมุดเลย”
“พอดีฉันไม่ค่อยว่างน่ะ เลยยังไม่มีโอกาสได้ไป” ฉันตอบกลับไปนิ่งๆ ในใจก็ยังสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาสามคนอยู่ แต่ฉันไม่กล้าพอที่จะถามออกไป
“ยังไงก็อย่าลืมมาบ้างนะ ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนเลย”
“ไว้ฉันว่างแล้วจะไปนะ”
“อืม...งั้นเดี๋ยวฉันไปก่อนนะ”
“…” ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำได้เพียงแค่พยักหน้า จนไต้ฝุ่นเดินออกไปจากตรงนี้ ฉันจึงรีบหันไปซักใบชาทันที “แกรู้จักไต้ฝุ่นด้วยเหรอ?”
“รู้ดิ ไต้ฝุ่นนี่เป็นเพื่อนรักเพชรเลยนะ แต่ช่วงนี้มันไม่คุยกันเลย เพชรก็อยู่แต่ห้องสภา ไม่ค่อยเข้าเรียน ไต้ฝุ่นก็ได้เป็นตัวแทนโรงเรียนแล้ว ไหนจะห้องสมุดอีก แต่ฉันว่าที่พวกมันไม่คุยไม่ใช่เหตุผลนี้” ใบชาตอบ
“เหตุผลไหน...ผู้หญิงเหรอ?”
“ไม่รู้สิ ไม่เคยถาม”
อาจจะเป็นเพราะไต้ฝุ่นชอบผู้หญิงคนนั้น แต่เพชรดันได้เป็นแฟน ก็เลยทำให้ผิดใจกัน ไต้ฝุ่นดูมีความสุขที่ได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นมาก...ทำไมพอคิดได้แบบนี้แล้วฉันรู้สึกหน่วงๆ ขึ้นมา
ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ!
“ฉันว่าไปข้างล่างกันดีกว่านะ” ฉันเปลี่ยนเรื่อง
ใบชาพยักหน้า หลังจากนั้นก็เดินนำไปทางบันไดเพื่อกลับไปยังห้องเรียน ห้องเรียนของใบชาจะอยู่ตึกเดียวกับฉัน แต่ห้องฉันจะอยู่ห้องแรก ส่วนห้องของใบชาจะอยู่ห้องสุดท้าย
ฉันเดินไปเปิดล็อคเกอร์เพื่อเอาหนังสือเรียนของคาบต่อไปออกมารอ โดยที่ใบชาก็เดินตามฉันมาติดๆ ทันทีที่ฉันเปิดล็อคเกอร์ออก ก็ทำให้ฉันพบกับผู้มาเยือน
จดหมายสีแดง
เพราะเมื่อตอนก่อนไปหาเพชร ฉันไม่ได้ปิดล็อคเกอร์ จดหมายสีแดงจึงถูกวางไว้อย่างสวยงาม โดยมีดอกกุหลาบสีแดงวางไว้ด้วย จะมาบอกรักกันหรือไง
“อะไร? จดหมายจากผู้หวังดีเหรอ” ใบชายื่นหน้าเข้ามาถาม
“ใช่ แต่คราวนี้มาแปลก”
“เปิดดูเลย”
ฉันหันไปยักหน้าให้ใบชา ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีแดงออกมาเปิดอ่าน ด้านในยังคงมีเพียงกระดาษสีดำแผ่นเดียวเหมือนเดิม
‘ออทั่ม
อย่ายุ่งเรื่องชมรมว่ายน้ำ
ฉันไม่ได้สั่งให้ทำ
ผู้หวังดี’
“ผู้หวังดีรู้แล้วว่าเรากำลังทำอะไรอยู่” ฉันหันไปบอกใบชา
ฉันดีใจนะที่ผู้หวังดีไม่ได้ส่งจดหมายมาให้ทำอะไรแผงๆ อีก คำเตือนของผู้หวังดีมันทำให้ฉันมีลางสังหรณ์แปลกๆ แต่ก็ทำให้ฉันเริ่มมั่นใจแล้วล่ะ
มั่นใจว่าฉันจะทำ
ผู้หวังดีดูเดือดร้อนกับการที่ฉันจะสืบเรื่องชมรมว่ายน้ำ แสดงว่าถ้าฉันสืบเรื่องชมรมว่ายน้ำได้ ฉันก็จะรู้ว่าใครเป็นผู้หวังดี และเขาก็คงไม่กล้าทำอะไรฉันตอนนี้ เพราะฉันยังมีประโยชน์กับเขาอยู่ ดูจากการที่เขายอมส่งข้อความมาเตือนฉันทางโทรศัพท์เมื่อวาน
“แล้วแกจะทำยังไงต่อ” ใบชาถาม
“J”
แควกก~
ฉันฉีกจดหมายสีแดงออกเป็นสองส่วนพร้อมกับโยนกลับเข้าไปในล็อคเกอร์ ก่อนจะหยิบดอกกุหลาบสีแดงออกมา แล้วเดินไปตรงระเบียงทางเดิน หลังจากนั้นก็โยนดอกกุหลาบออกไปทันที
ฉันจะไม่ยอมให้มาจูงจมูกฉันอีกแล้ว...พอกันที!
TALK : เจอกันอีกแล้ว ตอนห้าแล้วเนอะ ไวมากกกก
ออทั่มกบฏต่อผู้หวังดีแล้ว อยากให้นางทำมาตั้งนานแล้ว คิคิ
ส่วนตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามา อาจจะดูไม่น่าคบ แต่น่ารักนะคะ
ยังไงก็ฝากติดตามและช่วยเชียร์ให้แผนออทั่มสำเร็จด้วยค่ะ สาธุ ♥
สังเกตว่าคอนเซปของแต่ละตอนเราดีนะ เหลือแค่ทำให้ตอนมันน่าอ่าน อ่านแล้วเพลินตาอะไรแบบนี้