ความฝันของฉันต้องแตกดับ...เมื่อคนที่เฝ้าฝันหามาตลอด 8 ปี พอเจอตัวจริงกลับตรงข้ามกับสิ่งที่คิดแบบสุดๆ แล้วฉันจะทำยังไงต่อไปดีเนี่ยยยย!! ไอ้นี่มันตัวปลอม นี่มันเสิ่นเจิ้นชัดๆ =[]=!
2
นางทาส งานทาส
“ปล่อยนะ!”
ฉันดิ้นสุดแรงเกิดเมื่อไอ้คนเป็นพี่จัดการอุ้มฉันเดินตรงดิ่งไปทางหลังบ้านโดยไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้นแถมยังทำเมินเฉยต่อท่าทีโวยวายของฉันอีกต่างหาก คนนะเว้ยไม่ใช่ลูกหมาจะมาหิ้วไปแบบนี้ไม่ได้!! แล้วขอเหอะสังคม! อยู่ดีๆ ก็ลากกันมาทั้งที่ฉันเพิ่งตื่นนอน จะห้าวยังไงฉันก็ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง…ทำอะไรเกรงใจสภาพหนังหน้าฉันด้วยค่ะ
ฉันยังเมาขี้ตาอยู่เลยเฟ้ยยย!
“อย่าดิ้น!!” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวจนเกือบเป็นการตวาดพลางตีสีหน้าเย็นชาเหมือนพยายามสยบฉันให้กลัว แต่เหอะ!! ใครมันจะไปกลัวกัน
รู้จักไหมเจ๊มุกขาโหดน่ะ!!
สมัยอยู่ต่างจังหวัดกับยายฉันนี่ขาโหดประจำหมู่บ้านเลยนะเว้ย! แม้จะไม่ใช่เด็กเกเรแต่ใครมาแหยมคือเสร็จทุกราย ถึงภายนอกจะดูมุ้งมิ้งเรียบร้อยเวลาต่อหน้าผู้ใหญ่แต่ฉันทำไปเพราะรู้กาลเทศะไง หากว่ากันตามนิสัยจริงๆ แล้วฉันไม่ใช่คนยอมใคร และไม่มีวันยอมแน่ๆ ถ้าใครมาทำฉันก่อน
ตุบ ผัวะ!
“บอกให้ปล่อยไงโว้ยยย!!”
“อยู่นิ่งๆ!”
ความเป็นกุลสตรีของฉันหมดสิ้น…เริ่มขึ้นวะขึ้นโว้ยด้วยอารมณ์โกรธ และเพราะหมอนั่นมันอุ้มแบบช้อนตัวฉันไว้เหมือนแม่อุ้มลูกไง มือฉันที่ว่างเลยสวนกำปั้นไปหวังทุบไอ้คนอุ้มให้ได้รับความเจ็บปวดจนปล่อยฉันลง ทว่าต่อยตีได้แค่ทีสองทีเท่านั้นอีกฝ่ายก็ไหวตัวทัน เขาเบี่ยงหน้าหลบแล้วเปลี่ยนเป็นจับฉันอุ้มห้อยหัวพาดบ่าแทน ฉันนิ่งไปสักพักอย่างมึนงงเนื่องจากเลือดมันกำลังไหลลงหัว จะอ้วกแหล่ไม่อ้วกแหล่อยู่แล้วเนี่ย!
“ถ้ายังไม่หยุด เธอได้โดนดีแน่”
“พี่นั่นแหละ ถ้ายังไม่ปล่อย มุกจะไม่เกรงใจแล้วนะ!!”
ถึงแม้จะอยู่ในท่ายากแค่ไหนฉันก็ไม่ยอมหรอก ใครจะบ้ายอมให้ไอ้ตัวสูงนี่กระเตงไปไหนก็ไม่รู้! ฉันพลิกวิกฤตเป็นโอกาส…ท่านี้ขาฉันมันตรงกับลำตัวเขาพอดีไง พอได้จังหวะขาเรียวเลยพยายามเหวี่ยงหวังกระแทกเข่าใส่ท้อง เตะเท้าใส่เป้าเขาเต็มแรง หึๆ แม่จะเล่นให้สิ้นทายาทเลยคอยดู!
หมับ!
“จะทำอะไร?”
คนอายุมากกว่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด คือยังไม่ทันที่แผนฉันจะสำเร็จสมใจเขาก็รู้ทัน (เหตุใดเอ็งจึงร้ายนัก!) ท่อนแขนแข็งแกร่งหยุดฉันไว้ในลักษณะกอดรัดขาทั้งสองฉันไว้หมด แถมรัดแน่นเหมือนคนกำลังโกรธจนฉันแอบเบ้หน้าด้วยความเจ็บ ทำไมมันรู้ทันไปหมดเลยฟะ!
ก็ได้! ในเมื่อเขาสกัดกั้นฉันทุกทางแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้...เหลือวิธีเดียวแล้วล่ะ
จึ้กกกก!!
“เฮ้ย ทำบ้าอะไร!”
เขาร้องโวยเสียงดังลั่นก่อนเหวี่ยงร่างฉันที่ห้อยหัวอยู่ให้พ้นจากบ่า โลกทั้งใบของฉันกลายเป็นภาพสโลว์โมชั่นไปหมด ทุกอย่างมันหมุนคว้างโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะมัวแต่สะใจจากการที่ตัวเองหยิกบั้นท้ายอีพี่น้ำตาลไปเต็มแรงเพื่อหวังให้เขาปล่อยฉันลงจนในที่สุดเขาก็ปล่อย…โดยหารู้ไม่ว่า...
หมอนี่มันปล่อย
ปล่อยฉันลงน้ำไง!
“กรี๊ดดดดดดดด!!”
ตู้ม!!!
"เฮือกกก แค่กๆ ชะ…ช่วยด้วย..."
ฉันตะเกียกตะกายตัวเองขึ้นมาจากน้ำพยายามยืดคอเอาหัวโผล่พ้นน้ำให้ได้มากที่สุด เมื่อวานตอนพี่แววพาไปเดินสำรวจบ้านฉันเห็นแล้วว่าสระว่ายน้ำของบ้านหลังนี้มันกว้างเท่าสระมาตรฐานที่เขาไว้ใช้แข่งว่ายน้ำได้เลยมั้ง เพราะฉะนั้นความลึกคงไม่ต้องพูดถึง!
"ช่วยอะไร" หมอนั่นเดินมาข้างสระน้ำแล้วยืนค้ำหัวมองฉันด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม
"มะ...มุกว่ายน้ำไม่เป็น!!"
"อย่ามาสำออย"
หมอนั่นแค่นหัวเราะ ร่างสูงถอยหลังออกห่างจากสระเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นโดนเขาเปียก นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยาะเย้ยอย่างปิดไม่มิด เขายืนนิ่งเฉยทำเพียงปรายตามองดูฉันกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ในน้ำเหมือนคนกำลังใกล้ตาย
ไม่จริงหรอกใช่ไหม...
เขาจะปล่อยให้ฉันตายจริงๆ เหรอ
แค่ไม่ชอบหน้ากันถึงกับต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ
ทำไมล่ะ...เพราะอะไรกัน?
"อีกนานไหม"
"แค่กๆ"
นอกจากไม่ช่วยแล้วอีกฝ่ายยังใช้สายตากดดันเหมือนกับฉันทำเขาเสียเวลาอีก อะไรกัน! ฉันกำลังจะตายนะ!
"หยุดตีน้ำได้แล้ว…" ไม่ตีก็จมสิโว้ยยย!! เขาพูดเสียงดุ มองฉันที่นอนหงายไปกับน้ำอย่างพยายามลอยตัวทั้งที่ทำไม่เป็น -_- สองมือสองขานี่ทั้งถีบทั้งตีน้ำเพื่อพยุงตัวเองไว้กันตาย "น้ำมันตื้น เธอยืนก็ถึง"
"..."
"ตรงนี้พื้นมันไม่ลึก น้ำมันสูงแค่เอวเธอเอง จะนอนงอขาหาพระแสงอะไร ยืนสิยัยโง่!!"
ว่าไงนะ =___=;
สิ้นเสียงเขาสติฉันก็เหมือนถูกดึงกลับมา -_- ฉันเลิกตื่นตูมแล้วลองเหยียดขาขึ้นยืนเหมือนที่เขาบอก ปรากฏว่าระดับน้ำกลับอยู่ถึงแค่ลิ้นปี่ฉันเท่านั้น
…นี่ฉันทำบ้าอะไรอยู่เหรอคะซิส!!
"ไตร่ตรองความโง่ตัวเองอยู่ล่ะสิ"
"ทำไมไม่บอกดีๆ เล่า!" ฉันตีน้ำใส่หมอนั่นด้วยความโมโห ก็ว่าแล้วว่าทำไมแววตาหมอนั่นมันดูสนุกชอบกล ยืนดูฉันเล่นจำอวดเป็นอีบ้าอยู่คนเดียวกลางสระนี่คงจะฮามากสินะ ไอ้ที่ยิ้มๆ เมื่อกี้นี้คือกลั้นขำใช่ไหม
ฮึ่ย!! อายก็อายโมโหก็โมโห เอาหัวมุดลงไปในน้ำแล้วกลั้นใจตายไปเลยดีไหมฟะ!
"ยืนบ่นบ้าอะไรอยู่คนเดียว"
"ยุ่ง!" ร่างสูงโปร่งขมวดคิ้วมองเหมือนไม่ชอบใจกับท่าทางก้าวร้าวของฉัน เขาส่ายหน้าแล้วเดินไปหยิบอะไรบางอย่างแถวๆ นั้นก่อนเดินกลับมาหาฉันพร้อมโยนบางอย่างที่ว่าใส่
โครม!!
แหก! นั่นมันไม้ขัดพื้นไหมล่ะ…ถ้าเมื่อกี้หลบไม่ทันไม้ยาวๆ นั่นก็ตีเข้าแสกหน้าฉันดั้งยุบไปแล้วนะ!!
"อะไรอีกเนี่ย!"
"อุปกรณ์ทำความสะอาดไง...บ้านไม่มีใช้เหรอ"
อะ...ไอ้! เขาไม่พูดจากวนทีนฉันสักสามนาทีลิ้นเขาจะจุกปากตายไหม!
“มุกรู้แล้ว! แต่ความหมายคือโยนมาเพื่อ!?”
“ล้างจานมั้ง”
โอ๊ยยยยยย! มาต่อยกันเลยดีกว่ามาจะได้จบๆ ไป คุยด้วยแล้วปวดหัวเว้ย!
“ทำความสะอาดไง รอบๆ สระทั้งหมดเนี่ย จัดการให้เรียบร้อยนะ...” เขาตอบมาดีๆ ในที่สุด อีกฝ่ายละสายตาจากฉันแล้วมองไปรอบๆ นัยน์ตาสีอ่อนของฉันจึงมองตามอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเบิกตากว้างน้ำลายแทบฟูมปาก ให้ตายเถอะ!
นี่มันสระว่ายน้ำหรือลานสะสมใบไม้กันแน่เนี่ย!
จำได้ว่าเมื่อวานที่เดินผ่านสระว่ายน้ำนี่ยังดูสะอาดเรียบร้อยอยู่เลยนี่ แล้วทำไมเพียงชั่วข้ามคืนทั้งซากใบไม้เอย เศษพลาสติกเอยถึงได้ปลิวว่อนอยู่รอบๆ สระขนาดนี้ แถมพอมองลงมาในสระที่ฉันยืนอยู่นี่ก็เห็นว่าใบไม้ลอยเท้งเต้งอยู่กลางสระเต็มไปหมด บางใบยังเขียวสดอยู่เลยเหอะ อย่างกับมีคนตั้งใจเด็ดมาโยนใส่ในนี้ -____-
“ฉันให้เวลาถึงแปดโมงเท่านั้นนะ”
เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ แสยะยิ้มให้หนึ่งทีแล้วหมุนตัวกลับไปนั่งยังเก้าอี้ใต้ร่มผ้าใบขนาดใหญ่ข้างๆ สระแทน ส่วนฉันกวาดตามองสระน้ำอันกว้างใหญ่แถมเงียบสงบเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ตรงนี้อีกแล้วนอกจากฉันกับไอ้เซินเจิ้นนี่สองคน
อืม... แล้วคือยังไง? ให้ฉันเก็บกวาดทุกอย่าง?
คนเดียวเนี่ยนะ! แม่เจ้าโว้ยยย!
“พี่!! มาคุยกันให้รู้เรื่องนะ! เรื่องอะไรทำไมต้องมาให้มุกขัดสระว่ายน้ำบ้าๆ นี่ด้วย!” พอได้ยินเสียงฉันแหกปากโวยเป็นอีบ้าอยู่กลางสระเขาก็ปรือตาขึ้นมามองฉันแวบหนึ่งแต่ยังไม่ยอมขยับ…จงใจลีลาใส่ด้วยการบรรจงบิดขี้เกียจอีกทีสองทีจนพอใจแล้วถึงลุกขึ้นมานั่งมองหน้าฉันนิ่งๆ
“โวยวายอะไร”
“ทำไมมุกต้องทำด้วย! นี่แขกไงไม่ใช่แรงงาน!!”
“อ้าวเป็นแขกเหรอ? นึกว่าเอธิโอเปีย…คนอะไรตัวดำๆ เห็นแต่ฟันกับเถิก”
มันไม่ใช่ไหมล่ะ ไอ้… -_-^^
เส้นสติฉันร่ำร้องเหมือนมันจะขาดผึงให้ได้ นอกจากจะวิจารณ์หน้าฉันแล้วมันยังด่าฉันดำอีกด้วย! ออกตัวก่อนว่าฉันไม่ได้อีเดียดเหยียดผิวเลยนะ แต่ฉันเป็นคนภูมิใจกับผิวตัวเองมาก โอเค! ว่าฉันไม่ได้ขาวเหมือนกรอกกลูต้า ยกลังแบบเขาแต่ผิวฉันเป็นแบบที่เขาเรียกว่าผิวสีน้ำผึ้งไงนึกออกไหม มันไม่ดำเว้ย!!
“เป็นอะไรทำหน้าบิดหน้าเบี้ยว…ปวดขี้?”
“แล้วทำไมมุกต้องมาขัดสระ” ฉันวกกลับไปเข้าเรื่องพยายามไม่สนใจท่าทางชวนคันฝ่าเท้าของเขา ขืนตอบโต้กันไปมาวันนี้ทั้งวันฉันคงได้ยืนเน่าอยู่ในสระนี่แหละ
“ก็ฉันสั่งไง”
“พี่เป็นพระเจ้าเหรอ ทำไมมุกต้องทำตามด้วย”
“ก็เพราะว่าเธอไม่มีทางเลือกไง”
“ทำไมจะไม่มี แค่มุกโทรกริ๊งไปหาพ่อพี่ทีเดียว รับรองว่าพี่โดนดีแน่!!” นี่ไม่ได้พูดเว่อร์นะ แต่ลุงพงศ์เจ้านายพ่อฉันน่ะเขาใจดีกับฉันมากจริงๆ ทุกครั้งที่เจอกันเขามักแสดงท่าทีเอ็นดูฉันเสมอ
“แล้วเธอมีปัญญาโทร?”
“ทำไมจะไม่มะ... เหวยยย!”
ชิบลอส! หลังจากหมุนตัวไปมาเอามือจกๆ ล้วงๆ แถวกระเป๋ากางเกงอยู่สักพัก อีโง่อย่างฉันถึงเพิ่งสำนึกได้ว่าโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนนี่หว่า ก็หมอนี่มันลากฉันมาทันทีที่ตื่น แล้วฉันจะไปเอามาจากไหนเล่า! (แต่ถึงมันอยู่ในกระเป๋ากางเกงก็คงสำลักน้ำเครื่องแฮงก์ไปแล้วแหละ)
“ไง” เขายกมือขึ้นกอดอกเลิกคิ้วข้างหนึ่งถามฉันด้วยสีหน้าแบบว่าดูเหนือกว่าโคตรๆ
“ไงอะไร ไม่เห็นยาก ก็แค่ขึ้นไปเอา” ฉันตัดบท ตัดสินใจปีนขึ้นจากสระทันทีไม่สนใจเขาอีก แต่ทว่า…
ตู้มมม!
คนนิสัยไม่ดีปราดเข้ามาแตะนิ้วลงที่หน้าผากฉันพร้อมผลักเบาๆ (ตรงไหน!) ในลักษณะเหมือนกำลังเฉดหัวฉัน ส่งผลให้ร่างฉันร่วงลงสระอีกครั้ง ถึงจะหล่นลงบนน้ำแต่การโดนถีบลงมาถึงสองครั้งนี่มันก็จุกนะเข้าใจไหม TOT โว้ยยยย!! แม่จะไม่ทนแล้วนะ!
“กลับไปทำหน้าที่ของเธอซะ ยัยขี้ข้า!”
นี่มันอะไรกันนักหนาเนี่ย!!
……………
“แดดร้อนเนอะ…ว่ามะ?”
ฉันเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้นขณะหันไปมองไอ้คนที่บ่นว่าร้อนทั้งที่ตัวเองนั่งอยู่ในร่ม ผู้ชายร่างสูงในชุดวอร์มสีดำตัดกับผิวสว่างแสบตากำลังนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ตัวยาวที่หมอนี่ลงทุนไปลากมาจากสระว่ายน้ำเพื่อเอามันมานั่งเฝ้าฉันทำงานอยู่ตรงนี้ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดก่อนจะหยิบแว่นกันแดดสีแดงแรงฤทธิ์เงาวับที่มันสะท้อนแดดมาแยงตาฉันแทบบอดออกมาสวม พลางยกมือขึ้นเท้าคางเอียงคอมองฉันด้วยท่าทางกวนประสาท
“ก็ไม่เท่าไหร่นะพี่…ที่จริงมุกว่ามันหนาวไปด้วยซ้ำ”
ฉันตอบกวนประสาทกลับไปเช่นกันก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วหันกลับมาสนใจวัชพืชเพื่อนรักตรงหน้าต่อ…ใช่จ้า! ฉันไม่ได้พูดอะไรผิดไป ตอนนี้เป็นเวลาเดียวกับที่ดวงอาทิตย์กำลังทำมุมขนานกับประเทศไทย แสงแดดก็ช่างร้อนแรงราวกับไฟเย่อร์ที่แผดเผาฉันให้ไหม้เกรียมแล้วเตรียมส่งกลับขุมนรก แล้วฉันทำอะไร อ่อ…ก็นั่งกำจัดวัชพืชอยู่บนสนามหญ้ามหึมาของไอ้แว่นแดงนี่อยู่ไง!!
“เอาเสื้อกันหนาวสักตัวไหมล่ะ”
“ได้ก็ดีค่ะ!!”
ฉันต่อปากต่อคำกลับไปพร้อมทั้งลงแรงขย้ำไอ้หญ้าบ้านี่ไปด้วย อันไหนวัชพืชอันไหนหญ้าฉันไม่รู้หรอก ได้แต่ถอนๆ ให้มันเสร็จๆ ไป (เสร็จก็คือจนกว่าอีพี่มันจะสาแก่ใจ) คิดดู…เกือบเที่ยงแล้วฉันยังไม่ได้แม้แต่อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันด้วยซ้ำ ข้าวเช้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรที่ฉันต้องมาใส่ชุดนอนลายหมีนั่งถอนหญ้าอยู่หน้าบ้านตอนเที่ยงวะเนี่ย!!
ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจนถึงป่านนี้เขาให้ฉันทำสารพัดตั้งแต่เก็บกวาดสระว่ายน้ำ (ดีนะไม่ให้เก็บตะกอนหรือทำความสะอาดในน้ำด้วย) ทำความสะอาดแต่ละห้องในคฤหาสน์หลังนี้ (ดีอีกเหมือนกันตรงที่เขาให้ทำเฉพาะห้องที่เปิดใช้ เพราะห้องที่ไม่ได้เปิดใช้มีอีกเพียบบบบ) มาจนนั่งถอนวัชพืชอยู่ตอนนี้ ซึ่งอีเย็นอย่างฉันก็ไม่รู้ว่างานทาสชิ้นนี้มันไฟนอลหรือยัง แต่เห็นรางๆ แล้วว่าเหมือนเขามีกรงหมาขนาดใหญ่อยู่ตรงมุมหนึ่งของสวนหลังบ้าน
คิดว่าเห็นอนาคตไหมล่ะ =_=
เดาไม่ยากว่าฉันต้องได้ล้างมันแน่ๆ
แต่ที่น่าแปลกคือเขาให้ฉันทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง…ไปได้ทุกห้องที่มันเปิดใช้งาน ฉันได้ทำความสะอาดแม้กระทั่งห้องลุงพงศ์พ่อของเขาด้วยซ้ำไป ทว่ากลับมีเพียงห้องเดียวที่ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
คือห้องของเขา!!
แล้วไม่ว่าฉันจะไปทำความสะอาดอยู่ที่ไหนมุมใดเขาก็จะตามไปเฝ้าประกบด้วยตลอดราวกับว่ากลัวจะมีอะไรผิดปกติ คือไอ้กลัวว่าฉันจะแอบอู้นี่ก็อาจจะใช่ แต่เขาก็ไม่เห็นจำเป็นต้องนั่งจ้องฉันตาไม่กระพริบ จดจ่อกับทุกการกระทำของฉันแบบนี้นี่! อย่างกับว่าถ้าเขาเผลอฉันอาจจะไปเจออะไรดีๆ ที่เขาไม่อยากให้เห็นก็เป็นได้
คิดแล้วก็สงสัยพี่น้ำตาลคนนี้ดูมีแต่เรื่องแปลกไปหมด ตั้งแต่การที่มาบอกว่าตัวเองคือพี่น้ำตาลแต่ไม่รู้จักฉัน อีกทั้งเอาแต่แกล้งกันไม่หยุดหย่อน ไหนจะคอยระวังเหมือนกำลังหวาดระแวงว่าฉันจะไปรู้อะไรเข้า แล้วคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าการที่เขาแกล้งฉันสารพัดสารเพตั้งแต่เมื่อวานนี้เขาจงใจทำให้ฉันรู้สึกแย่ จงใจทำให้ฉันกลัวและหนีกลับไป ถ้าเขาไม่มีอะไรกับฉันจริงๆ ทำไมต้องพยายามไล่ฉันด้วยล่ะจริงไหม ไม่เมคเซ้นส์เอาซะเลย
“นี่พี่…!”
ฉันโยนเหล่าวัชพืชเพื่อนรักในมือทิ้ง ลุกขึ้นยืนพร้อมปัดฝุ่นออกจากตัวก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปหาเขาเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้
“มีอะไร ยัยดำ”
“มุกมาคิดๆ ดูแล้วนะ…” ฉันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลสว่างประกายรับแสงแดด คนตัวโตยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ เงยหน้าใช้นัยน์ตาคมกริบสงบนิ่งมองฉันอย่างตั้งใจฟัง “ที่พี่จงใจแกล้งมุก…เพื่อทำให้มุกกลัวแล้วก็หนีกลับไปใช่ไหม”
“อ้าว ฉลาด…”
“ถ้าจะมาบอกว่าทำเพราะหมั่นไส้กันมุกคงไม่เชื่อ ในเมื่อพี่บอกว่าไม่รู้จักมุกแล้วเราก็เพิ่งเจอกัน มันก็ไม่มีเหตุผลที่พี่จะต้องลงทุนทำขนาดนี้ ยิ่งพี่ทำตัวแบบนี้มันทำให้มุกยิ่งสงสัย”
“…”
“ว่าแท้ที่จริงแล้วพี่เป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับพี่น้ำตาล”
“…”
“และพี่กำลังปิดบังความจริงอะไรอยู่!!”
(…โปรดติดตามตอนต่อไป…)
………………………………………………….
++TALK++
หูยยย ได้คุยบ้างแล้วก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง
แจ่มใสและเด็กดีที่ให้โอกาสได้เข้ามายังรอบ 19 คนสุดท้ายนี้
ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องผองเพื่อนที่น่ารักทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอมา (รับมงฯ เลยไหม 555555)
และขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สละเวลาเข้ามาอ่าน เม้น โหวต หรือร่วมให้กำลังใจ T^T
น้อมรับทุกคำติชมนะคะ มันอาจจะบกพร่องไปบ้างแต่สัญญาจะพัฒนาผลงานขึ้นไปตลอดค่ะ
>>> สุดท้ายนี้ขอฝากพี่น้ำตาลคนกวนกับน้องมุกคนป่วนไว้ในอ้อมใจด้วยค่ะ *กราบ* <<<
รักกกกกก <3
สงสารมุกได้อีห ToT
รอตอนต่อไปฮะ
ขำเวลาพี่น้ำตาลว่ามุก โอ้ยยย แต่ละอย่าง5555 นี่อยากอ่านตอนต่อไปล่ะ อยากรู้ว่าตกลงไอ้พี่น้ำตาลแว่นแดงนี่เป็นใครกันแน่ สู้ๆๆ😘😘
ปล.พอเลื่อนมาเจอรูปข้างล่างแล้วฟินไปอีก โง้ยย
มีความจำเลยรักไปอีก...
โอยสงสารมุก...
เจอพระเอกเถื่อนอีกเรื่องแล้วดิ? 555
ชื่อน้ำตาลแต่ไม่หวานเลยค่ะซิส...
สวัสดีค่า พี่อายเอง เป็นกรรมกร เอ้ย เมนเทอร์ของนักเขียนหน้าใสปีนี้เนาะ เราอาจยังไม่เคยเจอกันเนื่องจากพี่ไม่ได้ไปเวิร์คช็อป แต่ขอให้รู้ไว้ว่าเราแอบดูอยู่เสมอออออ
เข้าเรื่องเลยดีกว่า อ่านจบแล้วนะคะ ขอเม้นรวมเลยทั้งตอนหนึ่งและตอนสองเนอะ
ชอบตอนเปิดเรื่องนะคะ ตลกตอนพระเอกถามเธองงอะไร 5555 มีความห่ามและเถื่อนมากค่ะ คาแรกเตอร์พระเอกกับนางเอกน่ารักดีนะ น่าจะตีกันมันส์
จุดที่อยากแนะนำให้ปรับคือ การดำเนินเรื่องไวไปนิดนึงค่ะ ยังไม่มีการดึงอารมณ์ ไม่มีช่วงเวลาให้นักอ่านได้ปรับฟีลตามตัวละครเลย คือมันไปไวเกินไปทำให้ตามไม่ทันค่ะ ซึ่งผลเสียของการดำเนินเรื่องไวเกินไปคือนักอ่านอาจจะยังไม่อินตาม เช่นในช่วงของฉากดราม่า นางเอกร้องไห้ จริงๆ ก็ไม่ผิดนะคะ ร้องไห้ได้เพราะพระเอกมันก็ร้ายเหลือเกิน แต่เพราะมันไวเกินไปนิดนึง เหมือนอ่านมาไม่กี่บรรทัดอ้าวดราม่าจนร้องไห้แล้วเหรอ อะไรแบบนี้ ด้วยความที่เปิดเรื่องมาแนวฮาด้วยแหละ เลยแบบคิดไม่ถึงว่านางเอกจะดราม่าหรือจิตใจบอบช้ำอะไรขนาดนี้ จริงๆ ฉากนี้ถ้าเอาไปใส่หลังจากผ่านไปอีกสักหน่อยน่าจะดีนะคะ (หรือถ้าแพลนจะเขียนดราม่ายิ่งกว่านี้ไว้ในฉากต่อๆๆ จากนี้แล้วก็อยากแนะนำว่า มันเล่นได้นะคะ ดึงอารมณ์ได้ ต้องค่อยๆ บิลด์อารมณ์คนอ่านไปค่ะ ให้เค้ารู้จักตัวละครของเรามากกว่านี้ ผูกพันกับตัวละครมากกว่านี้หน่อยจะได้มีอารมณ์ร่วมมากขึ้นนะคะ เทคนิคของพี่คือ ถ้าจะใส่ดราม่า จะต้องดราม่าขึ้นเรื่อยๆ พีคขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น ห้ามน้อยกว่าหรือเท่ากับ นึกาพเป็นขั้นบันไดนะคะ)
ส่วนข้อดีสุดๆ ของเรื่องนี้คือทำให้พี่อยากรู้มากๆ ว่าอีตาพี่ชูก้าร์ไรเดอร์นี่เป็นอะไรทำไมถึงต้องผีเข้าผีออกใส่นางเอกขนาดนี้ 5555+ เกลียดการถามว่า ไตร่ตรองความโง่ของตัวเองอยู่ล่ะสิ มีความปากคอเราะรายอย่างมากค่ะ
แนะนำอีกอย่าคือนี่คาดหวังไว้กับการคลายปมมากๆ เลยนะ ถ้าหักมุมได้ดีมันน่าจะดีมากแน่ๆ แล้วก็ต้องระวังอย่าดึงจังหวะยาวเกินไปนะคะ แบบว่าถ้าจะเน้นการคลายปมทีละนิด ก็ต้องคลายทีละนิดแบบทิ้งช่วงจังหวะให้ดี
แนะนำเลยคือต้องไม่ปล่อยปมมารวดเดียวตูมๆ จนกลายเป็นรู้หมดแล้วเลยไม่ลุ้น หรือปล่อยมาแบบ น้อยเกินไปจนไม่น่าสนใจ (คืออาจจะเขียนลากยาวไปเรื่องอื่นที่บางทีก็ไม่จำเป็น ทำให้กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อทั้งที่จริงๆ พลอตเราดี เล่นได้อีกเยอะมาก) ทางที่ดีควรเขียนโครงเรื่องไว้เลยว่า บทนี้จะคลายปมไหน บทนี้จะเพิ่มปมไหนเข้าไป แบบคร่าวๆ ก็ได้พอให้เราเห็นแนวทาง จะทำให้เรื่องของเราไม่ออกทะเลและน่าสนใจทุกตอนค่ะ
สู้ๆ นะคะ พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ ถ้ามีอะไรที่อยากให้แนะนำ ตอนหน้าก็เขียนทิ้งไว้ได้นะจ๊ะ จุ๊บๆ
ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ 55555555555
นี่ๆ แอบเห็นมีหย่อนปมซะน่าสนใจเชียววว อยากอ่านต่อไวๆ แล้วค่ะพี่น.
ด้วยรัก จุ๊บบ >3<
เอาใจช่วยมุก ฮี่ๆ ทิ้งปมไว้น่าติดตามต่อมากกก
รอน้าา สู้ๆ ค่ะพี่ไนซ์