“ สถานที่ที่เรียกว่าห้องสมุดที่ที่ไม่คิดว่าจะมีความรักของสองคนจะเกิดขึ้นได้...แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว” “ลูกหมี” จะได้เจอกับหนุ่มรุ่นน้องอารมณ์ดี “คลาสสิค” พบวิธีการจีบแสนละลายใจไปพร้อมๆกันได้แล้วค่ะ
ตอนที่ 2
ขอแบบสิบหลัก ไม่เอาเลขหนังสือ
Part: ลูกหมี
คุณเคยกลัวที่จะมีความรักหรือเปล่า กลัวที่จะเผชิญหน้ากับรักครั้งใหม่ บางทีฉันอาจเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้ ฉัน “ลูกหมี” หญิงสาวหน้าตาธรรมดาที่มีความสดใสเต็มเปี่ยม แต่ประสบการณ์ความรักของฉันไม่ได้สดใสเหมือนกับฉันน่ะสิคะ ฉันเคยมีแฟนคนแรกตอนปี 1 และก็ถูกเขาทำลายความเชื่อใจเพราะเขาไม่ได้คบแค่ฉันคนเดียวแต่คบกับผู้หญิงพร้อมกันถึงสามคน แฟนคนแรกของฉันเป็นคนที่เฟรนลี่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ด้วยความซื่อและไม่ทันเกมของเขาจึงทำให้ฉันตกอยู่ในเหตุการณ์อย่างที่เห็น
ฉันบอกเลิกเขาทันทีเมื่อรู้ สิ่งที่ฉันรับไม่ได้ที่สุดคือ การโกหก ตอนนั้นฉันเองก็ไม่ได้โกรธอะไรโดยพื้นฐานนิสัยของฉันเป็นคนใจเย็นและไม่ค่อยคิดมากถือโทษใคร คิดซะว่าฉันเองที่เผลอใจ แต่มันก็พลอยทำให้ฉันระแวงคนที่เข้ามาหาด้วย ยิ่งเป็นคนที่เฟรนลี่ขี้เล่นยิ่งทำให้ฉันแอบระแวง ดังนั้นเลยเป็นเหตุให้ฉันโสดยาวมาจนถึงมหาวิทยาลัยปี 3 นี่ไงล่ะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการความรักแต่ถ้าแฟนหาง่ายเหมือนซื้อขนมป่านนี้ฉันก็คงมีกับเขาไปนานแล้ว
ช่วงเวลาที่ฉันอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้สนใจเรื่องความรักหรือแฟนเลย เพราะฉันใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอ่านหนังสือ แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันหัวใจตายด้านจนไม่รู้สึกอะไรกับใครหรอกนะ ฉันเป็นคนที่หวั่นไหวง่ายคนหนึ่งเลยค่ะ เป็นคนที่แพ้การเอาใจแพ้ผู้ชายเทคแคร์เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่คงเป็นเพราะแหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำฉันทำให้ฉันแอบมีภูมิต้านทานนิดหนึ่ง
เขาบอกว่าการอ่านหนังสือจะช่วยทำให้จิตใจของเราหายฟุ้งซ่าน ผ่อนคลาย อารมณ์ดีและหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเราอีกโลกหนึ่ง การที่ฉันเข้าห้องสมุดบ่อยเลยพลอยทำให้ฉันติดใจการอ่านหนังสือในเรื่องต่าง ๆ ที่ทำให้ฉันเหมือนผจญภัยไปในที่ต่าง ๆ อย่างไม่รู้สึกเบื่อหากต้องอยู่กับหนังสือทั้งวัน
ชีวิตของฉันปกติดีมาจนถึงปี 3 แต่ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อฉันได้เจอกับรุ่นน้องอย่างคลาสสิคเป็นครั้งแรกที่ห้องสมุดและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น ก็เพราะอะไรเหรอคะ เพราะเขาตามมากวนฉันแทบจะทุกที่ที่ฉันไป ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันต้องเจอเขาอยู่ทุกที่ด้วย!? ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่หรือรุ่นพี่คณะของเขาต้องการให้มาทำภารกิจรับน้องอีก ฉันถูกคลาสสิคตามติดมาสามวันแล้วนับจากวันที่เจอกันครั้งแรกที่ห้องสมุด
แต่ฉันก็พยายามหลบหลีกจากเขาโดยการหนีมาห้องสมุด ส่วนมากฉันจะเจอเขาอยู่ที่โรงอาหารตอนพักกลางวัน ตอนเปลี่ยนคาบเรียนแล้วต้องเปลี่ยนตึก
เหมือนอย่างวันนี้ ตอนนี้กำลังเป็นตอนพักเที่ยง ฉันมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองพร้อมกับชะเง้อมองหาตาล เพื่อนสนิทของฉันที่หายไปประชุมนักกีฬายังไม่กลับมาเลย ฉันเลยเดินไปนั่งรอที่ม้าหินอ่อนหน้าคณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพราะเสียงเรียกชื่อ
“พี่ลูกหมี ครับบบ ว้าว บังเอิญจังเลย” เสียงเข้มทักทายอย่างสดใสพร้อมรอยยิ้มที่ออร่ากระจายมาเชียว ฉันมองรอยยิ้มตรงหน้าแล้วก้มลงอย่างไม่สนใจ ทำให้คลาสสิคชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็นั่งลงม้าหินอ่อนตรงข้ามกับฉัน ฉันเงยหน้ามองเขาที่อยู่ในชุดเสื้อดำกับกางเกงวอร์มที่เปื้อนโคลน ป้ายชื่อก็เปื้อนไปหมด สงสัยเพิ่งไปรับน้องของคณะวิศวะมา ยังรับไม่เสร็จอีกเหรอเนี่ย
“ผมไปรับน้องมาครับ เหนื่อยมากเลย” เขาบอกขึ้นอย่างกับรู้ว่าฉันจะถามพร้อมทำเสียงอ้อน
“หนีออกมารึไง เดี๋ยวก็โดนรุ่นพี่ว๊ากเอาหรอก” ฉันบอกเตือนออกไปทำให้คลาสสิคเอามือค้ำโต๊ะและลุกขึ้นพร้อมกับยื่นหน้าหล่อใสกิ๊งมาใกล้ฉันที่เงยหน้าสบตา แววตาหล่อสบประสาน
หน้าเขาใสมาก ใสกว่าฉันอีก
“ห่วงผมด้วยเหรอครับ ขอบคุณนะ” เขายิ้มมุมปาก ฉันเลยยกสันหนังสือที่ถือมาด้วยขึ้นทำให้ร่างสูงรีบผละออก
ฉันลุกขึ้นเมื่อเห็นตาลเดินมาแต่ไกล ฉันอยากจะไปจากตรงนี้ บ้าเอ๊ย เมื่อกี้ดันเผลอไปสบตากับเขาจัง ๆ ซะได้ ผู้ชายที่เฟรนลี่ไม่ค่อยถูกกับหัวใจของฉันเท่าไหร่เลย ผู้หญิงก็ต้องแพ้สายตาอ้อน ๆ ของผู้ชายขี้เล่นอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ฉันเองก็เป็นผู้หญิงธรรมดาโดนผู้ชายตามมันก็ต้องมีหวั่นบ้างล่ะ
“ลูกหมี รอนานป่ะ?” ตาลทักขึ้น ฉันเดินไปจูงมือเพื่อนสาวออกไปจากตรงนี้ทันที
“ฉันหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะตาล” ฉันบอกแล้วเดินออกไปพร้อมกับตาลที่มองหน้าฉันสลับกับคลาสสิคอย่างงง ๆ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรฉัน
ร่างสูงมองตามร่างบางที่เดินออกไปพร้อมเพื่อน ก่อนจะมีเสียงเพื่อนของคลาสสิคทักขึ้น
“เฮ้ย ไอ้คลาส หนีมาอยู่นี่เอง เมื่อกี้คุยกับสาวที่ไหนวะ ?” คลาสิคหันไปมองเพื่อนสนิทตัวเองตั้งแต่สมัยมัธยม ชื่อ ฟาย เป็นผู้ชายตัวสูงหน้าเข้มออกแนวเถื่อน ๆ หน่อย
“ก็รุ่นพี่ที่เล่าให้ฟังแหละ” เสียงเข้มบอกออกมา
“ห๊ะ เอาจริงเหรอ คนนี้มีอะไรน่าสนใจวะ ที่เจออยู่ห้องสมุดใช่ไหม ?” ฟายถามต่อ คลาสสิคพยักหน้ารับ
“อืม คนนี้แหละ”
“มีอะไรน่าสนใจ ก็หน้าตาธรรมดา ๆ นะ” ฟายถามขึ้นอย่างสงสัยเพราะมองผ่าน ๆ เท่านั้น ไม่ได้เห็นหน้าลูกหมีใกล้ ๆ คลาสสิคกระตุกยิ้ม
“น่าสนใจตรงที่พี่เขาเดินหนีฉันนี่แหละ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเดินหนีฉันมาก่อนเลยนะ” คำตอบของร่างสูงทำให้ผู้เป็นเพื่อนขมวดคิ้ว
“ให้อารมณ์เหมือนท้าทาย ได้มายาก ๆ หรือไงวะ” ฟายยิงคำถามใส่คลาสสิคที่ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ
“เปล่า ก็แค่คิดว่ามันสะดุดตาที่พี่เขาไม่เห็นกรี๊ดฉันเลย” คลาสสิคพูดตามที่คิดและพูดต่อ
“คิดดูสิ ว่าพี่เขาพยายามวิ่งหนี แต่ฉันก็จะวิ่งตาม ...เคยได้ยินป่ะว่า ยิ่งหนีก็ยิ่งตามติดน่ะ” คลาสสิคพูดออกมายิ้ม ๆ เมื่อรู้เป้าหมายของตัวเองที่ชัดเจนแล้ว เขาก็ย่อมจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ เพราะตอนนี้เขาสนใจในตัวลูกหมีเข้าซะแล้ว เขาก็ต้องทำภารกิจพิชิตใจของเธอให้ได้
“โห เอาจริงดิ? ขอให้โชคดี จีบให้ติดละกันนะเพื่อน...” ฟายยกนิ้วสู้ ๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนกับการจีบสาวครั้งนี้
ฉันมาถึงโรงอาหารในมหาวิทยาลัยก็สั่งอาหารมาทานทันที ทำให้ตาลมองยิ้ม ๆ เมื่อเห็นฉันถือจานข้าวมันไก่ของโปรดมาพร้อมกับเธอ
“นี่ เมื่อกี้รุ่นน้องตามเธอมาอีกแล้วใช่ไหม ?” ฉันนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับตาล แล้วจับช้อนส้อมไว้
“ใช่ รุ่นน้องคนนั้นแหละ”
“ฉันว่าน้องแกต้องสนใจลูกหมีอยู่แน่ ๆ เลย ไม่งั้นคงไม่ตามมา” ตาลว่าขึ้นทำให้ฉันขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ฉันมีอะไรให้น่าสนใจกัน ? เขาคงถูกให้มาทำภารกิจจากรุ่นพี่อีกล่ะมั้ง” ฉันตอบอย่างไม่อยากจะใส่ใจมันนัก ตาลก็พยักหน้ายอมเห็นด้วยกับฉันและไม่ถามเซ้าซี้อะไรเพิ่ม เราสองคนนั่งทานข้าวกันจนอิ่มก่อนที่จะพากันขึ้นไปเรียนคาบบ่าย
คาบเรียนบ่าย
“เขาบอกว่าคนประกวดเดือนปีนี้ หล่อแซ่บกันทุกคนเลย นี่ ๆ คนนี้ หล่อใสกิ๊ง ปี 1 ใสใส คณะวิศวะแหละแก” เสียงผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ที่เรียนคลาสเดียวกัน ส่งเสียงซุบซิบอย่างไม่สนใจอาจารย์ที่ยืนบรรยายวิชาพฤติกรรมมนุษย์อยู่หน้าชั้นเรียน คาบบ่ายเป็นอะไรที่ไม่กระตือรือร้นเลยสักนิด ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะหลับอยู่ตลอดเวลาเลย แต่ยังดีที่มีเสียงของผู้หญิงกลุ่มข้าง ๆ พูดกัน ทำให้ฉันบรือตามองอาจารย์ที่กำลังบรรยายอย่างสนุก
“ตาเยิ้มหมดแล้ว ลูกหมี” ตาลที่นั่งอยู่ข้างฉันแอบขำแล้วยื่นลูกอมกาแฟมาให้ฉันหนึ่งเม็ด
“ตาสว่างแน่นอน” เธอบอก ฉันยิ้มก่อนจะเอามาแกะกินและมองหนังสือของตัวเองตรงหน้า ตาลเลื่อนมือถือมาตรงหน้าของฉัน ฉันเลยมองอย่างงง ๆ
“ประกวดเดือนปีนี้ของมหาวิทยาลัยเรา มีน้องคลาสสิคด้วยนะ” ตาลบอกขึ้น ฉันเลยเลื่อนดูรูปของเพจที่ทำขึ้นเพื่อการประกวดดาวเดือน
“ของคณะอื่นก็มี ว้าว คณะวิทยาศาสตร์หล่อจัง” ฉันแกล้งเลื่อนไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยอมรับว่าคลาสสิคดูดีกว่าทุกคนที่เข้าประกวด คงเป็นเพราะหน้าตาที่หล่อใสกิ๊ง ร่าเริง รอยยิ้มขี้เล่นที่แสดงออกมาทำให้เขาดูเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย
“เออนี่ เย็นนี้ เธอมีซ้อมกีฬาเหรอ” ฉันเปลี่ยนเรื่องแล้วยื่นมือถือคืนให้กับตาล เธอพยักหน้าตอบรับ
“ใช่ ฉันมีซ้อมยาวเลยล่ะ คงไม่ได้ไปห้องสมุดเป็นเพื่อนเธอเลย” เธอบอกอย่างทำหน้าเศร้า ตาลมักจะไปห้องสมุดเป็นเพื่อนฉันเสมอค่ะ ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกันก็เลยมักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด
“ไม่เป็นไรน่า เธอไปซ้อมกีฬาเถอะ ฉันไปคนเดียวได้ ซ้อมกีฬาสู้ ๆ นะ ^^” ฉันยิ้มกว้าง ตาลเลยยิ้มตอบกลับมา
เมื่อเรียนเสร็จตอนประมาณบ่าย 3 โมง ฉันกับตาลก็แยกย้ายกันไปยังที่ที่ตัวเองจะไป ตาลไปซ้อมกีฬา ส่วนฉันก็ว่าจะตรงไปที่ห้องสมุด สถานที่ที่ฉันชอบไปเป็นประจำ ฉันมีการบ้านพอดีเลยว่าจะไปค้นข้อมูลรอตาลด้วย
ฉันเดินมาตามทางเดินระเบียงชั้น 2 ที่เป็นทางไปห้องสมุด มองไปยังเบื้องล่างก็เจอพวกผู้ชายน่าจะเป็นปี 1 กำลังเข้าคลาสเรียนพละอยู่ และสายตาของฉันก็บังเอิญไปสบตาเข้ากับหนุ่มหน้าใสที่ยืนอยู่ข้างล่าง อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้นเนี่ย ก็ฉันดันไปสบตากับคลาสสิคเต็ม ๆ เขายิ้มกว้างแล้วยกมือขึ้นโบกไม้โบกมือ ฉันมองผ่านหน้าต่างลงไปมองเขา ก่อนผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างเหมือนกันจะร้องกรี๊ดออกมา ทำเอาฉันตกอกตกใจหมด
“กรี๊ดดด คลาสสิคโบกมือมาทางนี้แหละแก เขาโบกให้ฉันแน่เลย” ผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสั้น ผมย้อมสีแดงนิด ๆ น่าจะเป็นปีหนึ่งเหมือนกันกับคลาสสิค ทำท่าเพ้อพร้อมกับมองร่างสูงที่กำลังโบกมือ ฉันมองแล้วเดินออกไปจากตรงนี้อย่างไม่สนใจ
คลาสสิคเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นลูกหมีโดยบังเอิญบนหน้าต่างชั้นสองก็ยิ้มกว้างโบกไม้โบกมือให้ร่างบาง แต่สิ่งที่ได้กลับคือ เสียงกรี๊ดของผู้หญิงที่ยืนถัดจากหน้าต่างที่ลูกหมียืนอยู่และลูกหมีก็เดินหนีไปโดยที่ไม่ยิ้มตอบกลับทักทายเขาสักนิด ร่างสูงมองทิศทางที่ร่างบางเดินไปก็กระตุกยิ้มเมื่อรู้ว่าที่ที่ลูกหมีจะไปก็คือห้องสมุดนั่นเอง
ฉันเข้ามาในห้องสมุดที่เป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ก้าวเข้ามา ความรู้สึกผ่อนคลายเวลามีหนังสือมากมายรายล้อมอยู่ช่างเป็นอะไรที่แสนวิเศษ สำหรับคนที่รักหนังสืออย่างฉัน ฉันเดินไปยังโต๊ะมุมโปรดแล้ววางกระเป๋าของตัวเองลง ก่อนจะเดินไปหาหนังสือเพื่อที่จะมาค้นคว้างานที่อาจารย์เพิ่งจะมอบหมายให้มาทำ ถ้าเป็นวันปกติหรือวันที่ไม่มีการบ้าน ฉันก็จะมาหาหนังสือเทพนิยายต่าง ๆ อ่านเล่นอย่างมีความสุข
ฉันหาหนังสือมาได้จำนวนหนึ่งก็มานั่งโต๊ะที่ตัวเองจองไว้ ระหว่างที่ฉันกำลังก้มหน้าก้มตามองหนังสือตรงหน้าสลับกับแผ่นกระดาษเอสี่ที่มีคำสั่งงานอาจารย์เขียนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนไม่รู้ว่ามีคนมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าของฉันแล้ว
ครืด เสียงเลื่อนเก้าอี้ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่นั่งลงตรงหน้าของฉัน เขายิ้มอารมณ์ดีอย่างสดใสมาให้ฉัน
“เจอกันอีกแล้วนะครับ บังเอิญจังเนอะว่าไหม ?” เขาถามขึ้นอย่างยียวน
“โต๊ะอื่นก็มี มานั่งโต๊ะนี้ทำไม” ฉันถาม เขาก็ทำท่าทางไม่รู้ไม่ไม่ชี้พร้อมกับยักไหล่ชิว ๆ
“ก็ผมเห็นโต๊ะนี้ว่างนี่”
“โต๊ะอื่นก็ว่าง”
“ก็ผมอยากนั่งโต๊ะตรงนี้ครับ” เขาตอบอย่างกวน ๆ ออกมาอีก ฉันเลยเผลอโวยวายขึ้นมาแต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อคลาสสิคเอานิ้วชี้ของเขาส่งสัญญาณให้เงียบ
“เอ๊ะ! นี่นายกวน...ประสาทฉันเหรอ” ฉันเบาเสียงลงคำข้างหลังเมื่อเห็นคนอื่นมองมาที่ฉัน เขากระตุกยิ้มก่อนจะเอาแขนมาวางบนโต๊ะและเอามือท้าวคางของเขาไว้
“ผมไม่ได้จะมากวนพี่สักหน่อย...” ฉันมองเขาที่ยิ้มอยู่นั่นแหละ ฉันเริ่มสงสัยขึ้นมานิดหน่อยว่า หมอนี่ปกติดีหรือเปล่า ไม่ได้เป็นประสาทจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย
“กำลังนินทาผมในใจอยู่เหรอครับ ?” เสียงเข้มถามขึ้น ฉันเลยส่ายหน้า
“นายต้องการอะไรกับฉันกันแน่ ตามฉันมาทำไม” ฉันถามออกมาไปอย่างต้องการจะรู้จุดประสงค์ แต่ก็ต้องชะงักกับประโยคที่เขาพูดตอบกลับ
“ถ้าผมบอกสิ่งที่ผมต้องการ...ผมจะได้สิ่งนั้นตอนนี้เลยหรือเปล่า” เสียงเข้มถามแล้วยิ้มมีเล่ห์นัย
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่นายขอคืออะไร” ฉันบอกออกไปเรียบ ๆ
แต่ภายในใจก็คิดตามเขาไปด้วยว่า เขาจะขออะไรของเขากัน !?
“ผมไม่ขออะไรที่มันมากมายหรอกครับ...เพราะผมไม่ใช่ผู้ชายที่รุกหนักแบบนั้น” เขาพูดประโยคข้างหลังเบาจนฉันไม่ได้ยิน
“ตกลงนายต้องการอะไร?” ฉันถามด้วยความอยากรู้ เขากระตุกยิ้มแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียกฉันเข้าไปใกล้ ๆ
แหม...กล้ามากระดิกนิ้วเรียกรุ่นพี่เหรอ เดี๋ยวก็จับหนังสือฟาดเลยนิ! แต่หนังสือหนักไปยกไม่ไหวเอาอย่างอื่นแทนละกัน ฉันเหลือบไปเห็นไม้บรรทัดเล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างหนังสือก็ยิ้มมุมปาก
“ขยับมาใกล้ ๆ ได้ไหมครับ ในห้องสมุดพูดเสียงดังไม่ได้” คลาสสิคบอกก่อนจะรีบผละออกเพราะฉันเอาไม้บรรทัดตีหน้าผากของเขาเบา ๆ แต่ก็มีเสียงดังเกิดขึ้น
แปะ!
“พี่!” เขาร้องออกมาอย่างลืมตัวแล้วเอามือกุมหน้าผากตัวเอง
“ชู่ววว เสียงดัง นี่มันห้องสมุดนะ” ฉันเอานิ้วชี้ทำท่าให้เขาเงียบพร้อมกับยิ้มให้เขา
“ตีมาได้ ผมเจ็บนะ” เขาเอามือลูบหน้าผากตัวเอง ฉันยักไหล่ชิว ๆ ใส่คืน
“ก็อยากลีลาทำไม บอกมาสิ ตกลงต้องการอะไร” ฉันมองเขาอย่างลุ้น ๆ หวังว่าหมอนี่คงจะไม่ได้เป็นโรคจิตหรอกนะ
“ผมอยากได้เบอร์โทรของพี่ ขอแบบสิบหลักนะครับ ไม่เอาเลขหนังสือ” เขาบอกดักไว้ ฉันฟังสิ่งที่เขาพูดออกมาด้วยความรู้สึกงงและประหลาดใจกับคำขอตรง ๆ ของเขา
“จะเอาเบอร์ไปทำอะไร รุ่นพี่ให้มาทำภารกิจหรือไง” ฉันถามออกไปตามที่ตัวเองสงสัย คลาสสิคกระตุกยิ้มพร้อมกับยื่นมือถือของเขาที่เปิดแป้นพิมพ์เบอร์ไว้
“เปล่า ผมมาขอให้ตัวผมเอง ผมอยากได้เบอร์พี่ครับ” คลาสสิคบอกอย่างตรงไปตรงมา ฉันมองมือถือของเขาที่ยื่นมาแต่ฉันก็ไม่ได้รับมันแต่กลับยื่นคืนให้
“ฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องให้” ฉันตอบออกไปเสียงเรียบและหันมาสนใจงานต่อ แต่ร่างสูงตรงหน้าก็พูดต่ออย่างไม่ยอมละความพยายาม
“ทำยังไงพี่ถึงจะยอมให้ผมครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนฟังอย่างฉันยังรู้สึกได้เลยว่าเขาเอาจริง ฉันคิดอยู่สักพักหนึ่งก็คิดอะไรดี ๆ ออก ฉันมองหน้าเขาที่จ้องฉันอยู่
สายตาของเขามันช่างอันตรายจริง ๆ
“ถ้านายมีอะไรมาทำให้ฉันสนใจได้ ก็อาจจะยอมให้เบอร์โทรสัก 2-3 ตัวก็ได้นะ” ฉันพูดเล่นอย่างอารมณ์ดีและไม่คิดว่าเขาจะตกลงกับข้อเสนอ คลาสสิคมองลูกหมีแล้วกระตุกยิ้ม
“ถ้าผมทำให้พี่สนใจสิ่งที่ผมกำลังจะทำให้ พี่จะยอมให้เบอร์ใช่ไหม ?” ฉันพยักหน้า ฉันสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อเขาลุกขึ้นจากโต๊ะและก้มลงมาหาฉัน
ทำไมหมอนี่ชอบยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาใกล้นักนะ ! ชอบทำให้ฉันตกใจทุกที
“รอให้เบอร์ผมได้เลยนะครับ พี่ลูกหมี” เขายักคิ้วพร้อมกับพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ฉันมองตามเขาที่เดินหายไปในมุมชั้นหนังสือ ฉันเอามือท้าวคางพลางคิดว่า เขาจะไปทำอะไรมาให้ฉันสนใจเขา วิธีไหนที่เขาจะเอามาใช้กันนะ
1 ชั่วโมงผ่านไป
ฉันนั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะจนเสร็จเรียบร้อยและปิดสมุดลง เป็นจังหวะเดียวกันที่ร่างสูงเดินกลับมาพร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กสีชมพูแปะลงบนโต๊ะ เขานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับยิ้มมุมปากแล้วชี้ให้ฉันดูแผ่นกระดาษบนโต๊ะอย่างบังคับ
มันเป็นแผ่นกระดาษที่เขียนเลขหนังสือไว้ ฉันดูก็รู้ทันทีว่าหนังสือเล่มนี้มันอยู่ตรงไหน ฉันกระตุกยิ้มก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษโน้ตขึ้นมาอย่างลืมตัว คิดจะเล่นอะไรของเขากัน ถ้าเป็นเรื่องหาหนังสือเป็นเรื่องสบาย ๆ อยู่แล้ว
“หาให้เจอนะครับ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเพื่อกระตุ้นความสนใจ ทำให้ฉันลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นหนังสือด้วยความอยากรู้ว่า เขาจะเล่นอะไรกันแน่ ? แค่หาหนังสือเล่มเดียวเนี่ยนะ ฉันแอบแวบหนีไปตอนเข้าไปหาหนังสือดีไหมนะ ระหว่างที่ฉันกำลังคิดจะหนีออกจากห้องสมุดตอนไปหาหนังสือก็ต้องชะงัก เมื่อร่างสูงคว้ากระเป๋าสะพายของฉันไปอย่างต้องการจะดักทาง
“ช่วยสนใจสิ่งที่ผมทำให้ด้วยนะครับ...และก็อย่าคิดหนี” ฉันส่งเสียงจิ๊ในลำคอก่อนจะเดินไปที่ชั้นหนังสืออย่างขัดใจ
เหมือนฉันกำลังหลงเข้าไปในกับดักของเขาเลย...ไม่ได้นะ! ฉันจะหลงคารมผู้ชายอารมณ์ดีแบบนี้ไม่ได้! อย่าไปหวั่นไหวอะไรแบบนี้อีกนะลูกหมี! ภายในใจก็คิดแบบนั้นแต่ขาของฉันกลับก้าวฉับ ๆ ไปข้างหน้า
ฉันเดินมาถึงชั้นหนังสือตามที่เขาเขียนไว้ มันเป็นนิยายกรีกโบราณและก็หาเจอง่ายมาก ฉันหยิบออกมาเปิดดูอย่างไม่ค่อยสนใจแต่ก็ต้องสะดุดตากับแผ่นกระดาษโน้ตอีกใบที่อยู่ในหนังสือพร้อมกับข้อความและรหัสหนังสืออีกเล่ม ทำให้ฉันผู้ไม่ละความพยายามในการทำอะไร รู้สึกอยากรู้และอยากค้นหาเล่มต่อไปขึ้นมา คิดจะทำอะไรของเขาต่อกันนะ
( เจอเล่มแรกแล้วล่ะสิครับ อยากเจอเล่มต่อไปไหม...? // 05256 หาให้เจอนะครับ พี่ลูกหมี)
.......................................................................................................................................................................................








เหมือนเดิมนะคะ มันแก้ยากข้ามตอนล่ะ แต่อะไรที่คอมเม้นต์ไปตอนแรก ตอนสองยังมีอยู่ ไว้ค่อยๆ ทยอยแก้ตอนหน้าแล้วกันเนอะ การบรรยายไม่คงที่ สลับกันไปมาตลอดเลย แล้วก็บทบรรยายเรียบไป ไม่มีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่ ไดอะลอคเองก็เหมือนกัน
สุดท้ายพี่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมคลาสสิคชอบลูกหมีขนาดนั้น มันไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้แต่มันไม่มีข้อมูลอะไรที่น่าเชื่อถือหรือชวนเชื่อเท่าไหร่ในกรณีนี้
รออ่านตอนต่อไปจ้า