|
สวัสดีค่ะน้องๆ dek-d.com ... เรากลับมาพบกันอีกครั้งที่ "เตือนภัยชาวเด็กดี" นะคะ วันนี้พี่เหมี่ยวก็มีเรื่องของภัยร้ายใกล้ตัวเกี่ยวกับมิจฉาชีพบนรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ที่น้องๆ ควรระวังมาฝากกันค่ะ ...
พูดไปใครจะเชื่อคะว่าที่ที่มีคนพลุกพล่านอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอสจะมีพวกมิจฉาชีพคอยฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากเราอยู่ และเจ้ามิจฉาชีพตัวร้ายพวกนี้จะแฝงมาในคราบของผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสอย่างพวกเรานี่ล่ะค่ะ เราแทบจะไม่มีทางทราบได้เลยว่าคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เรานั้นจะเป็นพวกมิจฉาชีพหรือไม่

ภาพนี้สำหรับประกอบบทความเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทความแต่อย่างใด
เรื่องที่พี่เหมี่ยวจะนำมาเล่าให้น้องๆ ฟังนั้น เป็นเรื่องของผู้หญิงคนนึงที่เจอกับมิจฉาชีพในคราบของผู้ใช้บริการบีทีเอส และต้องบอกเลยว่าเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนจริงๆ ถ้าเราไม่ได้ระวังตัว
... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าเป็นสถานีที่มีคนพลุกพล่าน ผู้คนวิ่งเข้า-ออกรถไฟฟ้าด้วยความรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา น้องเอ(พี่เหมี่ยวขอเรียกผู้หญิงผู้ประสบเหตุว่าน้องเอแล้วกันนะคะ)เล่าว่า วันนั้นพอรถไฟฟ้ามาจอดเทียบชานชาลา น้องเอก็รอจนคนลงหมดแล้วเดินเข้าไปในตัวรถพร้อมกับมองหาที่ยืนสำหรับตัวเอง
ช่วงเวลาดังกล่าวปรากฏว่า มีผู้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 19-20 ปี ใส่กางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืด ถือกล่องกระดาษใบหนึ่งท่าทางหนักมาก เดินขึ้นมาในขบวนรถ แล้วชนบริเวณด้านหลังของเธอ ซึ่งก็ไม่ได้ชนแรงอะไร แต่เธอเองก็รู้สึกว่ามีอะไรมาโดนที่หลัง ซึ่งตอนนั้นเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผู้ชายคนนั้นกลับตะโกนว่า "คุณชนผม" ด้วยสัญชาตญาณน้องเอก็หันไปกล่าวคำขอโทษ เพราะเห็นเขาถือกล่องใบใหญ่อยู่
แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น ... เพราะ ผู้ชายคนนั้นทรุดตัวลงวางของแล้วลงไปนอนกับพื้น แสดงอาการเสมือนว่า บาดเจ็บสาหัส น้องเอก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรเพราะการเดินกระทบกันแค่นั้นไม่น่าจะทำให้ได้รับบาดเจ็บอะไรได้ แต่เขาร้องโอดโอยเหมือนใกล้ตาย จนคนที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียงทนไม่ไหว ลุกลงไปพยุงขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ แล้วถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็ชี้มาที่เธอว่าเป็นคนชนเขาล้มจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ผู้โดยสารทุกคนในรถก็คงตกใจเช่นเดียวกันว่าทำไมชนกันแค่นี้ถึงกับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้เลยหรือ???
และตอนนั้นก็มีชายมีน้ำใจคนนึงที่ลุกขึ้นไปให้ความช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น ชายมีน้ำใจเข้าไปดูที่บริเวณหัวเข่าที่ชายหนุ่มคนนั้นบอกว่าเจ็บมากเพื่อดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ไม่มีรอยแผลอะไร มีเพียงรอยแดงเหมือนคนนั่งคุกเข่า แต่เขาก็บอกว่าเขาเจ็บมากเหมือนขาเขาหัก ชายมีน้ำใจก็สงสัยจึงถามต่อว่า ขาของคุณ มีปัญหาหรือเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า ชายหนุ่มคนนั้นก็บอกว่า เขาเคยขาหัก
ชายมีน้ำใจคนนั้นจึงตะโกนว่า "ในรถคันนี้มีใครเป็นหมอหรือพยาบาลบ้าง มีคนหกล้มได้รับบาดเจ็บช่วยเข้ามาดูหน่อย"
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณประตูอีกด้านหนึ่งก็เดินเข้ามาดู และก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็พูดเสริมขึ้นว่า เขาอาจจะมีโรคประจำตัว พอเจออย่างนี้ก็อาจจะวูบลงไปได้ เพราะตัวเขาเองเคยเป็นเช่นนี้ต้องนอนโรงพยาบาลตั้ง 3 วัน ผู้ชายคนนี้อาจจะมีปัญหามาก่อน แล้วต้องถือของหนักก็อาจจะได้รับบาดเจ็บได้
ผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็พูดขึ้นมา ถ้าเจ็บมากขนาดนี้ก็ไปโรงพยาบาลดีกว่า ผู้บาดเจ็บก็พูดสวนขึ้นมาทันควันว่า "ผมไม่ไปโรงพยาบาลหรอก ผมยังเป็นนักศึกษาไม่มีสตางค์ ถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ผู้หญิงคนนี้ชนผมต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ผม แล้วต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วย เพราะของๆ เขาได้รับความเสียหาย กล่องที่ถือมาเป็นจอคอมพิวเตอร์ แอลซีดีที่ต้องนำไปให้คนอื่นไม่ใช่ของตัวเอง"

จากเหตุการณ์ที่เกิดน้องเอไม่ได้พูดอะไร แต่เธอรู้สึกช็อก!!! แต่หลายคนที่อยู่บนรถไฟฟ้า รวมถึงผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้นก็บอกกับเขาว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ชน คุณเดินเข้ามาแล้วล้มลงไปเอง แต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังยืนยันว่า น้องเอเดินชนเขาจนได้รับบาดเจ็บ ข้าวของเสียหายและจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเขา
... ผู้ชาย 2 คนที่ยืนข้างๆ น้องเอก็กระซิบให้เธอลงจากรถเมื่อถึงสถานีต่อไป ไม่ต้องไปโต้เถียงกับชายหนุ่มคนนั้น พอใกล้ถึงต่อไปสถานี เด็กหนุ่มผู้ที่บอกว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บอย่างหนักก็ตะโกนว่า "มันจะหนีไปแล้ว เดินชนผม ทำของผมเสียหายแล้วหนี"
พอถึงสถานีราชเทวี น้องเอจึงรีบเดินออกจากรถคันนั้นไป พร้อมกับโทรศัพท์เล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟัง เพื่อนๆของน้องเอทุกคนต่างตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นขบวนการมิจฉาชีพ เพราะมีข้อพิรุธมากมาย
เห็นมั้ยล่ะคะว่าเดี๋ยวนี้พวกมิจฉาชีพทั้งหลายจะมีวิธีการในการหลอกลวงที่แฝงมาในหลากหลายรูปแบบ ถ้าหากน้องๆ พบเจอเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว พี่เหมี่ยวแนะนำให้น้องๆ โวยวาย ณ ตอนที่กำลังเกิดเหตุเลยค่ะ ถ้าเราแน่ใจว่าเค้าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน ให้ตะโกนบอกคนรอบข้างเลยว่า คนๆ นี้มีพิรุธเค้าอาจเป็นมิจฉาชีพ อย่าไปอายใครค่ะ เพราะถ้าน้องๆ อายพวกมิจฉาชีพพวกนี้ก็จะลอยนวลไปก่อความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีกก็ได้นะคะ
และถ้าจะให้ชัวร์ที่สุดคือ ให้น้องๆ โทร 191 หรือกดสัญญาณแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ของบีทีเอสให้เค้ามาตรวจสอบผู้ต้องสงสัย ณ ตอนนั้นเลยค่ะ ... ยังมีภัยใกล้ตัวอีกมากมายที่สามารถเกิดขึ้นกับน้องๆ ได้ในทุกที่ทุกเวลา เพราะฉะนั้นน้องๆ dek-d.com จึงต้องรู้จักระวังและสังเกตคนที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเราด้วยนะคะ
และน้องๆ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันบ้างนะคะ ^^
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลดีๆจากหนังสือพิมพ์มติชนค่ะ |
26 ความคิดเห็น
อันตรายจังเลย เนี้ยแหละ พวกเสแสร้ง นิสัยไม่ดี-*- คิดหลอกเอาตังล่ะสิท่า โด่เอ๊ยยย
ตอนเที่ยงอ่ะ นั่งจากสยามไปพญาไทยเเล้วคนเเน่น มากกก กกก
พอลงจากรถมากระเป๋าสะพายเรา>>เเบบสะพายข้างช่องหน้า เปิดซิบอยุพอเปิดดู
เย้!มือถือหาย จบข่าวค่ะ
ดีนะที่ใส่'เป๋าตังไว้ช่องใน
ไม่งั้นเสดแน่ๆ
น่ากลัวจรึง ขึ้น บีทีเอส ทุกวันด้วย เเหมนี่หนีขึ้น รถไฟฟ้า ยังมี อีกรึ ตูล่ะกลัว ถ้ามี เจ้าโจร มันมีพวกอยู่ด้วย ก็น่ากลัวอีก มันอาจจะเข้ามารุมเเละ พูดๆๆ ใส่เเละอาจจะใช้ช่วง ชุลมุน ขโมยของ ของเราไปได้เลยนะเนี่ย
น่าสงสารอ่ะ เราขึ้นบ่อยมากเลย ไม่ค่อยกล้าขึ้นแล้ว
ด้านกว่านี้มีอีกมั้ยมรืงเอ๊ยยยยยยย ..
แหกปากให้โลกรู้ไปเลย
ดูซิ ใครจะด้านกว่ากัน - -*
เคยโดนพวกพนักงานขายของในห้างยัดเยียดให้ซื้อของอ่ะ
มันบอกว่าเราทำสินค้าของมันพัง ทั้งๆที่ยังไม่ได้แตะเลย
เราก็เลยแหกปากเถียง คนมามองกันเต็มเลย
อินังนั่นมันเลยหุบปากแล้วเดินไป
55+ สะจายย (บางทีความด้านมันก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ)
ชั่วร้ายยยยย
อืม เพื่อนเราเคยโดนแต่ไม่ใช่แบบนี้ ดป็นโรคจิตตอนนั้นที่เพื่อนเราโดนเรากำลังคุยโทรศัพท์กับมันอยู่ มันเงียบไปซักพัก มันก็บอกเราว่า เมื่อกี้มีผู้ชายใส่ชุดร.ด. หน้าตาหื่นๆ เดินอ้อมมาทางข้างหลัง แล้วก็เอานั่นมาเสียดๆกับก้นเพื่อนเรา แต่ตอนนี้ไปแล้ว
เพื่อนเราเล่าให้ฟัง แต่ส่วนตัวเราก็ไม่ค่อยได้ใช้รถไฟฟ้าเท่าไหร่เพราะไม่ได้เดินทางไปไหนด้วยรถไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะไปกับเพื่อนมากกว่า ไปเที่ยว
เคยเจอแต่พวกที่ใจดำไม่ยอมแบ่งที่จับให้
พอเรายืนไม่อยู่หน้าคว่ำก็หัวเราะ
ช่วยก็ไม่ช่วย -*-
กับอีกประเภทคือใช้เด็กให้เป็นประโยชน์
คือเตี้ยมให้เด็กพูดประมาณว่า"ไม่มีที่นั่งเลยค่ะ"
พอเราลุกให้คนเป็นแม่ก็นั่ง ส่วนลูกก็เดินเล่นไปมา
-*-
แต่ไม่ใช่ใส่ชุดรด. แต่เปนเหมื่อนแขกตัวใหญ่ๆๆอะ
แต่พี่เรารุ้สึกไม่ดีเลยเดินหนีจากตงนั้น
เป็นผม ๆ จะเตะซ้ำที่ขามันให้เจ็บจริง ๆ แล้วหนีครับ