|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวหอ Dek-D.com พบกันที่ "เรื่องน่ารู้หอพัก" อีกแล้ว หลายๆ ครั้งที่พี่จูนย้ำเรื่องเพื่อนร่วมห้อง หรือรูมเมทที่จะมาอยู่ร่วมแชร์ทุกสิ่งทุกอย่างกับเรา แต่น้องๆ ทราบมั้ยคะ กว่าที่เราจะได้คนมาอยู่ร่วมห้อง กว่าที่จะเรียนรู้กันจนตัดสินใจเลือกคนๆ นี้ และกว่าที่จะทำใจแยกจากเพื่อนซี้ได้เมื่อจบการศึกษา กว่าจะตั้งตัวได้ คนๆ นี้ก็กลายเป็นอีกคนในชีวิตไปแล้ว... ถ้าน้องๆ มีเพื่อนสนิทมากๆ สักคนหนึ่ง ก็จะเข้าใจว่าในสถานการณ์นั้น เราจะเป็นเช่นไร...
รูมเมท = เราต้องมีทัศนคติแบบเดียวกัน รูมเมท = เราต้อง "แชร์" กัน รูมเมท ไม่ได้เป็นเพียงคนแชร์ค่าห้องเท่านั้น แต่คนๆ นี้ ยังต้องมานอนด้วยกัน กินด้วยกัน ไปไหนไปกัน คิดถึงกัน เอาใจใส่ดูแลกัน ในช่วงเวลาของการดูแลตนเองเพื่อให้ผู้ปกครองไว้วางใจนี้ น้องๆ ไม่เพียงมองหาคนดีๆ มาอยู่ร่วมห้อง แต่ต้องมองให้ลึกไปอีกว่า "ใครกันล่ะ ที่จะมาร่วมแชร์การใช้ชีวิตส่วนตัวของเรา" น้องๆ จะต้องเรียนรู้ว่า รูมเมทคนนี้ล่ะ จะเข้ามามีอิทธิพลกับเราอย่างมาก ยากที่จะโกหกปิดบังกัน ยากที่จะละเลยไม่ใส่ใจกัน และในที่สุด รูมเมทก็จะเป็นมากกว่าเพื่อนสนิท เพราะคนๆ นี้จะรู้จักเราดียิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก รูมเมท = เราต้องสนิทกัน 24 ชม. ของคนเรานั้นเท่ากัน แต่จะมีกี่ ชม. ที่เป็นของเราและรูมเมทเพื่อนซี้ คนที่ตัวติดกัน มีเธอมีฉัน ไปไหนไปกัน วิธีสร้างความสนิทสนมนั้นง่ายมาก สังเกตและเอาใจใส่ เขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เชื่อเถอะว่ามันอยู่ที่ใจ เราให้เขารับ แล้วมีหรือที่เพื่อนคนดีจะไม่ตอบแทนกลับมาให้เราบ้าง น้องๆ จะได้รู้ว่า เพียงเรามีปัญหา แค่สบตาเพื่อนก็รู้แล้วว่าต้องพูดกับเราด้วยประโยคไหน จะหิว จะอิ่ม หัวเราะ หรือร้องไห้ คนแรกที่เราจะนึกถึง และคนเดียวที่อยู่ข้างเราเสมอ ก็คือ "รูมเมท" คนนี้แหละค่ะ
รูมเมท = เราต้องช่วยเหลือกัน ลำบากกายอย่างไร ลำบากใจเท่าไร ไม่หวั่น เพราะเพื่อนพร้อมแบกรับภาระด้วยกันเสมอ ใครจะมีสตางค์ให้เราหยิบยืมเวลาขาดแคลน ใครจะนั่งกินข้าวกับเราหากท้องกิ่วขึ้นมากลางดึก ไปไหนกับใคร ก็มีคนคอยถามไถ่ จะกลับเมื่อไรก็รอ อินเลิฟก็เชียร์ อกหักก็ปลอบ สมองทึบเพื่อนก็ให้กำลังใจแถมช่วยติว ในชีวิต นอกจากพ่อกับแม่ จะมีสักกี่คนที่เอาใจดูแลเราได้ขนาดนี้ แถมมิตรภาพดีๆ ยังไม่เคยลดน้อยลงไป มีแต่จะมากมายท่วมท้น รูมเมท = เราต้องรักกัน เพื่อนรักเพื่อน หรือเพื่อนรักกันเกินเพื่อน เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง อาจมีคนที่พยายามก้าวข้ามเส้นของความเป็นเพื่อน แต่เชื่อเถอะว่า สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น จนทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยคำพูดหรือแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาเลย เพียงเพราะว่า "กลัวจะเสียเพื่อน" ระหว่างที่ต่างฝ่ายต่างเก็บความประทับใจและรู้สึกดีๆ ต่อกัน พร้อมทั้งพยายามรักษามิตรภาพระหว่างกันนั้น แม้จะรู้สึกดีกับอีกฝ่ายแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ "เป็นเพื่อนกันต่อไป" ได้แค่นั้นเอง... รูมเมท = เราต้องจากกัน เมื่อวันสุดท้ายของ "รูมเมท" มาถึง ไม่ว่าช้าหรือเร็ว จำไว้เสมอว่า "หาไม่ยากหรอกนะ คนที่จะคบกันได้ตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรักษาความเป็นเพื่อนได้นานแค่ไหน" เมื่อถึงเวลาต้องจากกัน ควรหมั่นคิดถึงกัน ติดต่อกัน และคงความเอาใจใส่ซึ่งกันและกันไว้เสมอ อย่าให้ระยะทางทำลายมิตรภาพและความรู้สึกดีๆ แล้วความตื่นเต้นจะมาเยือนอีกที เมื่อเราได้ข่าวคราวทุกก้าวชีวิตของเพื่อนซี้ตลอดเวลา
ตอนที่พี่จูนต้องแยกกับเพื่อนๆ ที่หอพัก คำว่ารูมเมทของเราไม่ได้เหลือเพียงแค่รูปภาพและความทรงจำเก่าๆ เท่านั้น แต่ทุกวันนี้ แม้เราจะอยู่ไกลกัน เราก็ยังคงคิดถึงและติดต่อกันเสมอ... กว่าที่น้องๆ ชาว Dek-D.com จะได้พบ "รูมเมท" ที่ถูกใจ จนกระทั่งถึงตอนสุดท้ายของการอยู่ร่วมกัน น้องๆ คงได้เรียนรู้เรื่องราวดีๆ อีกมากมายนะคะ จำไว้ว่า... รักเพื่อนให้เหมือนที่เรารักตัวเอง เพื่อนดีๆ หาง่าย แต่จะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนั้นยากกว่าค่ะ ^^ แล้วตอนนี้ น้องๆ ชาว Dek-D อยากได้เพื่อนซี้คนไหนเป็น "รูมเมท" กันจ๊ะ?
|


46 ความคิดเห็น
ดูแล้วทำให้รู้วำเรารักรูมเมทมากขึ้น
รักแกว่ะ.....ง
จากคนโง่ไม่ค่อยรู้อะไรกับคำว่ารูมเมท
จนตอนนี้กระจ่างแล้ว
คริคริ
คลิปจบที่ "เฮ้ย!" พอดีเลย = =
แต่รูมเมทเปนยิ่งกว่าเพื่อนสนิท(แต่ไม่ใช่แฟน)จริงๆค่ะ ^^
ซึ้งจัง *-*~
ยังไม่มีรูทเมท เลย
มีแต่คลาสเมทอะครับ- - แต่ก็รักกันดี
โดยเฉพาะ "เพื่อนรักกันเกินเพื่อน เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งอาจะ
มีคนก้าวเกินเส้นของความเป็นเพื่อน แต่เชื่อเถอะ สิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้น จนทำให้เค้าไม่กล้า
เอ่ยคำพูดหรือแสดงความรู้สึกใดใดออกไปเลย เพียงเพราะว่า "กลัวจะเสียเพื่อน"
ยอมรับว่า อาจจะคิดอะไรเกินไปแล้ว ล้ำเส้นไปแล้ว
ขอโทษแกนะ...ที่รู้สึกบ้าบอแบบนี้ ไม่แน่เลย
แต่..เค้าจะพยายาม ทำหน้าที่ของคำว่า เพื่อน คำนี้อย่างดีที่สุด
อืม...
โชคดีจัง
ซึ้งๆ ชอบอ่ะ
ตอนนี้หรอ รู้จักจนกลายเป็นสมาชิกในครอบครัวอีกคนนึงไปแล้ว
ไม่เคยซะด้วยสิ
แล้วไม่คิดว่าจะได้มีรูมเมทกะเขา
แต่ .... หนังเรื่องนี้น่าดูนะ ^ ^
อยู่คนเดียว
ไม่ต้องหารต้องแคร์ใคร
บางทีมันก็น่าเบื่อ
ที่ต้องมาอยู่กับใครบางทีมันจูนเข้ากันไม่ได้
ตอนเราเข้ามหาลัยปี1 เราบังเอิญได้รูมเมทที่อยู่ต่างคณะกัน
แรกๆก็ไม่ค่อยชอบค่ะ รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาซะเลย -*-
แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นว่า บางครั้งเรารู้สึกสนิทกับมันมากกว่าเพื่อนที่เรียนด้วยกันซะอีก
สุดท้ายก็เลยอยู่ด้วยกันยันปัจจุบัน ปาไปปีกว่าๆแล้ว
และคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่ด้วยกันไปจนจบปี 4 เลย
รักแกนะเว้ยรูมเมทบ้า ฮ่าๆๆ
เลยจูนกันไม่ติด
ห้องเราเหมือน ส ส มากกว่า
สนิทแต่ไม่ได้สนิท มันไม่ใช่ ~