|
... บ่อยครั้งที่เราต้องเดินทางคนเดียวในเวลากลางคืน ยิ่งในช่วงฝนตกแบบด้วยแล้ว "แท็กซี่" จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะพาเรากลับถึงบ้านได้ในเวลารวดเร็ว แต่ภายใต้ความสะดวกสบายของการใช้บริการรถแท็กซี่นั้น อาจจะมีภัยร้ายแฝงอยู่ก็ได้!!!
หลายครั้งที่เราได้ยินข่าวคราวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนรถแท็กซี่ ทั้งการจี้ชิงทรัพย์ การปล้น และการก่ออาชญากรรมทางเพศ เราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภัยร้ายเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน โดยที่เราเองก็อาจจะคาดไม่ถึง

จะดีกว่าไหมถ้าเรารู้จักที่จะป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแบบนั้นขึ้น ...
>> เริ่มตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ เวลาเปิดประตูบอกเพื่อที่หมายให้สังเกตว่าในรถมีทะเบียนรถที่เป็นแผ่นเหล็กติดอยู่ที่บริเวณประตูหรือไม่ และสังเกตว่าคนขับหน้าตา ท่าทาง ดูน่าไว้วางใจหรือไม่
>> เมื่อขึ้นไปนั่ง ควรจำทะเบียนรถทันที หรือจดใส่กระดาษไว้ ดูชื่อคนขับ และดูรูปบัตรที่ติดในรถกับคนที่ขับว่าตรงกันหรือไม่ แต่จะให้ดีที่สุดควรโทรศัพท์หาคนที่กำลังจะไปหา แล้วบอกไปเลยดังๆ เลยว่าขึ้นรถแท็กซี่แล้ว ตอนนี้อยู่ตรงไหนใกล้สถานที่อะไร ไม่ต้องอายเพราะความปลอดภัยของเราสำคัญกว่า
>> ถ้าต้องนั่งแท็กซี่คนเดียว ควรเลือกนั่งเบาะหลังที่นั่งคนขับ โดยนั่งให้ชิดประตูเพราะจะทำให้การพยายามทำอันตราย ต่อผู้โดยสารโดยตรงเป็นไปได้ยากขึ้น แต่เวลาจะลงรถควรลงทางประตูด้านซ้ายเพราะจะได้เป็นการกันไม่ให้คนขับลงจากรถแล้วมาทำอันตรายในระยะประชิดได้
>> จำไว้เสมอว่าอย่าบอกว่าไม่รู้หรือไม่ชินกับเส้นทาง ถึงแม้จะมาจากต่างจังหวัด ถ้าคนขับถามว่าไปทางไหนดี ควรบอกไปว่า "ไปทางไหนก็ได้ ... แต่ให้ดีเลือกทางที่รถไม่ค่อยติด และไม่เข้าซอยเปลี่ยว" ถ้าไม่รู้ทางทั้งคนนั่งและคนขับ ก็ควรเปลี่ยนรถคันใหม่หรือถามทางกับคนแถวนั้น แต่จำไว้ว่าที่ที่จะต้องจอดถามต้องปลอดภัย คนพลุกพล่าน
>> อีกหนึ่งข้อที่สำคัญหากคนขับแท็กซี่ชวนคุย ควรคุยเฉพาะเรื่องเส้นทางเท่านั้น ไม่ควรคุยเรื่องส่วนตัว เพราะจะเป็นการเปิดช่องทางให้พวกคนร้าย
>> ขณะนั่งบนรถควรสังเกต...
|
* เส้นทางตลอดเวลาที่ผ่าน เช่น ป้ายบอกชื่อถนน ชื่อซอย ถ้ารู้สึกผิดปกติให้โทรหาญาติหรือเพื่อนโดยบอกเส้นทางที่ผ่านมาทุกระยะ
* หากคนขับ ปรับกระจกมองข้างหลัง มาดูระดับขา หรือ ระดับหน้าอกของเรา ควรลงจากรถเพราะอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคนขับไม่ให้เกียรติต่อผู้โดยสารผู้หญิง และบ่งบอกว่าเขาอาจกำลังคิดอะไรที่ไม่ดีอยู่ แต่หากจำเป็นต้องนั่งต่อควรเอากระเป๋ามาปิดขาหรือเอามากอดอกไว้ ทำท่าทางให้ดูน่าเกรงใจ ที่สำคัญก่อนออกจากบ้านก็ควรจะดูแลตัวเองเบื้องต้นไว้บ้าง เช่น ไม่แต่งตัวโป๊เกินไป หรือมีเสื้อคลุมที่มิดชิดติดตัวไว้ด้วยก็จะดี |
* ควรสังเกตว่าคนขับขยับมือมาที่ช่องแอร์หรือฉีดสเปรย์ที่ช่องแอร์หรือไม่ ถ้าผิดสังเกต เริ่มรู้สึกมีอาการแปลกๆ เช่น รู้สึกปวดหัว คลื่นไส้จะอาเจียน รู้สึกเหมือนจะเป็นลม ไม่มีเรี่ยวแรง แสดงว่าอาจโดนมอมยา ควรหาที่ปลอดภัยคนเยอะๆ สว่างๆ แล้วลงจากรถ รีบโทรหาญาติหรือเพื่อนทันที หากโชคดีควรหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เยอะๆ หาที่พิงแล้วจะค่อยๆ ดีขึ้น
* ควรระวังคนขับบางรายที่ใช้วิธีช่วยขนสัมภาระ แล้วพยายามจะแตะเนื้อต้องตัวแบบไม่ตั้งใจ บางคนฉวยโอกาสนี้ป้ายยาสลบใส่โดยที่ผู้โดยสารไม่รู้ตัว
>> สิ่งที่สำคัญที่สุดเวลานั่งแท็กซี่ คือ
* ห้ามคิดว่า "คงไม่มีอะไร นั่งหลายครั้งแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย" เพราะจะทำให้เราปิดโอกาสในการระมัดระวังภัยของตัวเองน้อยลง
* ห้ามเผลอหลับบนรถแท็กซี่เด็ดขาด ไม่ว่าจะเหนื่อย ไม่สบายแค่ไหนก็ตาม
>> ถ้าถูกพาไปที่เปลี่ยว อย่าเปิดโอกาสให้คนขับประชิดตัว ควรพยายามชิงหนีออกมาก่อน ถ้าไม่มีอาวุธป้องกันตัวให้เอารถเป็นที่กำบัง หรือ วิ่งรอบรถพร้อมกับ ร้องตะโกนให้คนช่วยเพื่อถ่วงเวลา ถ้านานแล้วยังไม่มีใครมาช่วย ให้ตะโกนดังๆ ว่า "ตำรวจมาแล้ว ตำรวจช่วยด้วย" ให้คนร้ายหันไปมอง แล้ววิ่งสุดชีวิต
>> ถ้าบอกให้จอดแล้วไม่ยอมจอดแต่ยิ่งขับเร็วขึ้น ก่อนอื่นต้องตั้งสติดีๆแล้วเปิดประตูด้านหนึ่ง (ควรเป็นประตูด้านซ้ายของเบาะผู้โดยสาร จำไว้เสมอว่าเราต้องนั่งเบาะข้างหลังคนขับ) ให้สะบัดค้างไว้นอกรถเพื่อสร้างจุดสังเกต มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะมีคนสังเกตเห็นและช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข้อแนะนำที่พี่เหมี่ยวนำมาฝากนี้ น้องๆ ควรนำไปปรับใช้ในชิวิตจริงนะคะ เพราะเราคงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเหตุร้ายต่างๆ นั้นจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ คนขับแท็กซี่ที่เป็นคนดีก็มีเยอะค่ะ พวกที่เป็นคนร้ายนั้นเป็นแค่พวกที่อาศัยอาชีพขับแท็กซี่เป็นช่องทางเอาเปรียบคนอื่นแค่นั้นเองค่ะ
และนี่ก็คือเรื่องราวเตือนภัยในวันนี้ ถ้าน้องๆ มีเรื่องราวเตือนภัยดีๆ ที่น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ล่ะก็สามารถมาแบ่งปันประสบการณ์กันได้ที่นี่เลยนะคะ

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบดีๆ จากนิตยสาร สุดสัปดาห์ ค่ะ |
39 ความคิดเห็น
สมัยนี้อย่าว่าแต่ผู้โดยสารกลัวแท๊กซี่เลย
แท็กซี่ก็กลัวผู้โดยสารเหมือนกัน
เราจะรังวังไว้
ขึ้นแท๊กซี่ครั้งนึง
ได้ยินข่าวขอแท๊กซี่ กลัวนะ
แต่พยายามระวังไว้
แค้นอย่างนึง เค้าพาเราอ้อมโลกกก
โชคดีจริงๆ แต่ก็ยังต้องระวังตัวตลอด
เพื่อนผมเคยโดนจี้อ่ะ เอาเงินไปหมดเลยแต่ยังดีที่มันขับพาเพื่อนผมไปส่งป้ายรถเมล์นะ
เพื่อนมันต้องต่อรถเมล์ไปอีกอ่ะ ซวยจริงๆ แถมมันยังจำอะไรเกี่ยวกับรถคันนั้นไม่ได้เลย
ขนาดสีรถมันยังจำสับสนเลย - -"
ตอนผมมาจากต่างจังหวัดใหม่ๆอะ เวลาขึ้นก็ชอบทำท่าเหมือนรู้จักทางอะ เก๊กไปงั้นแหละ
ที่จริงแล้วก็ไปทุกที่ๆแท็กซี่มันพาไปนั่นแหละ =_=
ชอบคิดว่าไม่เป็นไรหรอก นั่งมาหลายครั้ง จริงๆแหละ
ต่อไปนี้ต้องระวังมากๆหน่อยละ
ภัยสังคม
ได้อะไรเยอะเลย
พอดีต้องนั่งแทกซี่กลับจากที่เรียนพิเศษตอน3ทุ่มกว่าๆทุกวันเลยค่ะ
จะระวังมากๆ
ต้องคุยการเมืองกับ เเท็กซี่ อิอิ
แต่ไม่เคยนั่งคนเดียวอยู่แล้ว
กลัววว ว ว
ต้องมีคนอื่นนั่งด้วยถึงจะนั่ง
เจอแท๊กซี่ชวนคุยเรื่องการเมืองอ่ะ......เบื่อ.....
ซวยล่ะสิ ชอบนั่งคนเดียวด้วยอ่ะ
ข้อมูลดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ จะระวังตัวให้มากขึ้นนะค่ะ
ขเบคุณนะค่ะ ^/\^
เป็นข้อมูลที่ควรแก่การอ่านอย่างยิ่งค่ะ
ดีมากมากเลยค่ะ
เเล้วถึงจะกลับด้วยกัน เเต่มันจะเที่ยงคืนเเล้ว รถไฟฟ้าจะปิดเเล้ว ไม่ทันเเน่เเล้วก็ไม่ทันจริงๆด้วย
ตอนเเรกอยู่สยาม ก็นัดว่าจะเจอกันที่สถานนีสยาม เเป่วววว พี่ๆเค้าไม่ได้อยู่สยาม เเต่อยู่ชิดลม
เลยนัดเเท็กซี่ไป เเบตก็จะหมดด้วย รู้เเค่ว่าเค้าอยู่ชิดลมเเล้วโทรศัทพ์ก็ ใช้ไม่ได้เเล้วตอนนั้น
เลยต้องเรียกเเท็กซี่ไปชิดลมตอนนั้นออกอาการร้อนใจมากเลยจะหาเจอมั้ย เเบตก็ยังร้องอยู่
เเต่มันโทรออกไม่ได้เเล้ว เเต่ค้างหน้าจอโทรศัพท์ไว้ ค้างไว้ที่เบอร์ของพี่สาว ก็เลยถามเเท็กซี่ว่าพี่มี
อารัยให้จดไหม ตอนเเรกเค้าก็เงียบ สักพักเค้าก็รื้อ ปากกากลับกระดาษมาให้ เเล้วเเบตก็ร้องเรา
ก็บอกว่าติดต่อพี่สาวไม่ได้กลัวเเบตหมดเเล้วเบอร์หาย เค้าก็ให้เรายืมโทรศัพท์ เเต่ว่าดันโทรหาพี่สาวไม่
ติดอีก โทรหลายรอบเลยเเท็กซี่เค้าก็บอกว่าได้ยินเเต่เสียงเพลง รอสายเเอบฮาเล็กน้อย
เเล้วก็ถึงชิดลมก็เลยจะจ่ายเงินเค้าก็ถามว่าจะไปหาที่ไหน เราก็เลยบอกเค้าไปว่าเดียวหาตู้โทรเอา
เค้าก็บอกว่าคุณจะไปหาคนเดียวได้เหรอมันอันตรายนะข้างบนก็ปิดหมดเเล้ว เเล้วเค้าก็ดับเครื่อง
เค้าก็เลยบอกว่าเอางี้เดียวจะขับดูไปเรื่อยๆ เพราะว่าไม่รู้ว่าพี่สาวอยู่ฝั่งไหน เค้าก้อค่อยๆขับช้าๆ
เเล้วก็เจอพี่สาวด้วย เเต่ว่าอยู่คนละฝั่งเเบบที่เค้าบอกจริงๆด้วย ต้องขอบคุณพี่มากเลย-/\-
ในเวลาเเบบนั้นจะหาคนดีๆได้สักกี่คนก็ไม่รู้ เเล้วยิ่งเราลนลานขนาดนั้นด้วย