|
อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็นหนุ่มๆ หรือสาวๆ ก็มักจะให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง เรื่องของความสวยความงามและบุคลิกภาพจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญ น้องๆ หลายคนต้องคอยเสริมสวยเสริมหล่อกันตลอดเวลา เพราะกลัวว่าตัวเองจะดูไม่ดี ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่อาการรักสวยรักงามนั้นมีมากเกินไป คงจะต้องระวังกันสักหน่อยแล้วล่ะค่ะ เพราะว่ามีแพทย์ผิวหนังออกมาเตือนว่า ให้ระวังวัยรุ่นที่มีอาการเสริมสวยเสริมหล่อพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น เพราะอาการดังกล่าวนี้อยู่ในข่ายของ อาการโรคที่ไม่เป็นโรค หรือ โซมาโตฟอร์ม (Somatoform disorders)
{pic-desc} |
สำหรับอาการของโรคดังกล่าวนี้ คือกลุ่มอาการที่มีอาการแสดงทางร่างกายเหมือนเป็นโรค หรือเกิดจากการบาดเจ็บที่หาสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นโรคทางกาย โรคทางจิตใจ หรือจากการได้สารไม่ได้ รวมไปถึงอาการหลายอย่าง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ซึมเศร้า และวิงเวียนศีรษะ
ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวจะไปพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจ หลายๆ ครั้งด้วยความเข้าใจว่าตนเองเป็นโรค แต่แพทย์ตรวจไม่พบการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและได้ยืนยันให้ผู้ป่วยรับทราบ ทั้งนี้ได้มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่มาตรวจที่คลินิกผู้ป่วยนอกโรคผิวหนังในโรงเรียน แพทย์ร้อยละ 18.5 เป็นโรคที่ไม่เป็นโรค
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง อดีตนักวิจัยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกากล่าวว่า มีโซมาโตฟอร์มบางอย่างที่น่าสนใจในขณะนี้คือ body dysmorphic disorder (BDD) ซึ่งผู้ป่วยกังวลว่ามีความผิดปกติของผิวหนัง หรือมีความผิดปกติหรือ อวัยวะไม่ได้สัดส่วน เช่น จมูก เปลือกตา คิ้ว |
มีการประมาณว่า ประชากรทั่วไปร้อยละ 1-2 เป็นโรค BDD นี้ แต่สถิติ BDD กลับสูงขึ้นชัดเจนในกลุ่มคนที่มาพบแพทย์ กล่าวคือผู้ป่วยที่มาพบศัลยแพทย์ตกแต่งร้อยละ 2 -7 และผู้ป่วยที่มา พบแพทย์ผิวหนังร้อยละ 9-15 เป็น BDD
|
ผู้ป่วย BDD จะมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ ชอบดูกระจก หรืออีกทีก็หลีกเลี่ยงการดูกระจกไปเลย ชอบเปรียบเทียบอวัยวะที่ตนเองคิดว่าผิดปกติกับคนอื่น ชอบถามคนอื่นว่า ตา หู จมูกของตนเองปกติ หรือพอดูได้ไหม ชอบแต่งหน้า ทำผม ครั้งละนานๆ ใช้เวลาครุ่นคิดถึงรูปร่างหน้าตาตัวเองวันละ 1-3 ชั่วโมง บางคนไปทำจมูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ได้ขนาดที่พอใจเสียที บางคนหนีเรียน หนีงาน หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม |
{pic-desc} |
พบอาการซึมเศร้ารุนแรงได้บ่อย มีสถิติว่าผู้ป่วยโรคนี้เคยพยายามฆ่าตัวตายสูงถึงร้อยละ 29 พบในหญิงและชายเท่ากัน แต่ในชายพบว่าติดยาสูงถึงร้อยละ 50
สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือ โรค BDD มักเริ่มเป็นในวัยรุ่น คืออายุ 16-17 ปี และเป็นเรื้อรัง!!!
{pic-desc} |
และจากสาเหตุดังกล่าวนี้เอง จึงมีการออกมาเตือนให้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และแพทย์เองจำเป็นต้องรู้จักกลุ่มอาการเหล่านี้ ต้องระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเสริมความงามในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เพราะผลลัพธ์อาจเป็นฝันร้ายของทั้งผู้ป่วยและแพทย์ เนื่องจากการเสริมความงามไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐาน คือเรื่องของจิตใจ ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาจิตแพทย์ร่วมในการรักษาด้วยจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ |
ในส่วนของผู้ปกครองเองก็ควรทำความเข้าใจว่าโรคผิวหนังบางอย่างเป็นโรคที่แท้จริง ไม่ได้เป็นการรักสวยรักหล่อพร่ำเพรื่อ เช่น โรคสิว ที่ต้องการการรักษาอย่างถูกต้อง พบว่า ผู้ป่วยโรคสิวบางรายแม้เป็นสิวเพียงนิดเดียว ผู้ป่วยอาจซึมเศร้ารุนแรงสูงพอกับคนที่เป็นสะเก็ดเงินอย่างรุนแรงเลยทีเดียว
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจะมีโรคแบบนี้อยู่ด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วคงจะต้องหันกลับมามองตัวเองแล้วล่ะค่ะว่ามีอาการแบบที่เค้าออกมาเตือนกันรึเปล่า ถ้ามีล่ะก็จะได้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนเลยทีเดียว!!


ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th |
24 ความคิดเห็น
นี่ล่ะฉัน
ที่ทำให้ทุกคนสวยหล่อกันหมด
จบ...........
พอใจกับที่ตัวเองมีอยู่
T Tล้อจังอะว่าเล็กๆๆๆๆๆ
55+
ตัวเราจะเป็นหรือเปล่าเนี่ย คำอธิบายช่วงแรกๆเริ่มเข้าค่ายแล้วด้วย
ฮือๆ
เอ่อ...กลัว
ได้มั้ย
= o =
ท้ายคาบทุกคาบอ่ะ ต้องทาแป้งทาปาก หวีผม ส่องกระจก
โรคจิตอ่ะ!
แต่งตัวทีละนาน ๆ ไม่ค่อยมั่นใจ ชอบถามคนอื่น ตลอดเวลา เห้ย !
เป๊ะ ! = = ' เห้อ ทำไงอ่ะ คนมันไม่สวยนี่ 555555 5
ย่อมขาดความมั่นใจ เป็นธรรมดา
แล้วก็คิดว่าตัวเองตาตี่เกินไป
โอ๊ยก็แปลว่าเป็นโรคเหรอคะเนี่ย