|
หลายครั้งหลายคราที่มีการนำเรื่องราวเตือนภัยเกี่ยวกับ "ภัยร้ายในที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า" มานำเสนอให้สังคมได้รับรู้ถึงภัยร้ายใกล้ตัวที่เราเองก็อาจจะคิดไม่ถึง วันนี้ "เตือนภัยเด็กดี" by พี่เหมี่ยว ก็มีภัยร้ายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกหนึ่งรูปแบบมาบอกเล่าให้น้องๆ Dek-D ได้ฟังกันเป็นอุทาหรณ์ค่ะ เรื่องราวนี้ถูกบอกเล่าผ่านชายคนหนึ่งผู้ที่เกือบจะเป็นเหยื่อของจิ้งจอกสังคม ชายคนนี้ใช้บริการที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าอยู่เป็นประจำ พี่เหมี่ยวขออนุญาตเรียกเหยื่อของเหตุการณ์นี้ว่า นายเอ ก็แล้วกันนะคะ (เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ^^) นายเอบอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตอนนี้เขาเดินดื่มเครื่องดื่มออกจากห้างสรรพสินค้าเพื่อมาที่ลานจอดรถตามปกติ โดยในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นายเอมีความรู้สึกว่ามีคนเดินตามมาข้างหลังเขาอยู่ห่างๆ ซึ่งในตอนแรกเขาเองก็ไม่คิดอะไรคิดว่าเป็นผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าที่จอดรถอยู่ชั้นเดียวกับเขาเท่านั้น นายเอบอกว่าวันนั้นมีรถจอดอยู่ค่อนข้างเยอะ พอดีเขาดื่มน้ำหมดจึงตั้งใจว่าจะไปทิ้งแก้วน้ำก่อนแล้วจึงค่อยกลับไปที่รถ ด้วยความที่ช่วงนั้นทางห้างค่อนข้างเป็นห่วงความปลอดภัยเกี่ยวกับเรื่องการวางวัตถุอันตรายต่างๆ ทำให้ไม่ค่อยมีถังขยะวางไว้ตามจุดต่างๆ เมื่อเป็นเช่นนี้นายเอเลยตัดสินใจว่าจะไม่เดินหาถังขยะต่อไป เพราะคิดว่าเอาแก้วติดตัวไปด้วยแล้วค่อยทิ้งทีหลังก็ได้ โดยที่นายเอไม่ทันสังเกตว่าชายนิรนามคนนั้นยังเดินตามหลังเขาอยู่ห่างๆ มาตลอด และในจังหวะที่นายเอจะหันกลับไปขึ้นรถของตัวเอง เขาก็เห็นว่าชายนิรนามคนนั้นทำเป็นเดินเลยรถของเขาไป และทำท่าหยุดเหมือนมองหารถว่ารถของตัวเองจอดอยู่ที่ไหน ในระหว่างที่ชายนิรนามกำลังหันรีหันขวางอยู่ นายเอสังเกตเห็นว่าสภาพของชายคนดังกล่าวไม่ใช่ลักษณะของคนที่จะขับรถเก๋งอย่างแน่นอน เพราะภายในมือของชายคนนั้นมีแต่สายร้อยกุญแจที่ร้อยกุญแจอยู่เพียงแค่ดอกเดียว บวกกับการแต่งกายในลักษณะใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ จึงทำให้นายเอเริ่มคิดว่าชายคนนั้นอาจเป็นผู้ไม่หวังดี เมื่อคิดได้ดังนั้นนายเอจึงแกล้งเดินเลยรถของตัวเองออกไปอีกสี่ห้าคัน และก็หยุดเพื่อทำท่าทางจะไขกุญแจรถคันหนึ่ง ซึ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นชายผู้มีลักษณะไม่น่าไว้วางใจก็รีบเดินตามกลับมา (คิดว่าคงกลัวนายเอจะขับรถออกไปก่อนจึงรีบเดินมา) แต่นายเอก็แกล้งทำท่าทางเปลี่ยนใจอีกครั้ง โดยทำเป็นมองหาที่ทิ้งแก้วน้ำ และเดินสวนกับชายผู้ต้องสงสัยในระยะห่างที่ปลอดภัยโดยที่ชายคนนั้นไม่ทันสังเกตว่านายเอได้เดินย้อนกลับมาอีกทางหนึ่ง นายเอรีบเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ในระหว่างที่ชายคนนั้นมัวแต่ไปยืนดักรออยู่ที่ท้ายรถคันที่คิดว่าเป็นของนายเอ (รถคันที่นายเอแกล้งทำท่าไขกุญแจ) เพราะคิดว่าอีกซักพักนายเอต้องกลับมาขึ้นรถแน่นอน
พอนายเอเดินไปถึงรถก็รีบกดรีโมทเปิดรถและเข้าไปสตาร์เครื่องรถด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะกดเซ็นทรัลล็อค นายเอบอกว่าขณะที่เขาขับรถออกไปนั้นชายผู้ต้องสงสัยได้แต่ยืนมองมาจากหลังรถที่แอบอยู่และทำหน้างงๆ ซึ่งนายเอก็ตัดสินใจแจ้งพนักงงานรักษาความปลอดภัย เพราะคิดว่าไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นมิจฉาชีพจริงอย่างที่ตนเองสงสัยหรือไม่แต่เพื่อความปลอดภัยของคนอื่นๆ ก็ควรที่จะป้องกันไว้ดีกว่า นายเอจึงขับรถไปจอดตรงที่คืนบัตรจอดรถ และแจ้งทางพนักงงานรักษาความปลอดภัย เมื่อแจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวให้พนักงานรักษาความปลอดภัยทราบแล้ว พนักงงานรักษาความปลอดภัยก็ได้เข้าไปตรวจสอบที่บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งในตอนนั้นชายผู้ต้องสงสัยกำลังแสดงพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ พนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเข้าไปสอบถามว่าทำอะไรอยู่ ชายคนนั้นตอบว่า เขาจำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ตรงไหน แต่พอซักพักจี้ถามไปเรื่อยๆ ว่า รถยี่ห้ออะไร ทะเบียนอะไร ชายคนนั้นก็อึกอักตอบมาว่านึกขึ้นได้ว่าวันนี้เอามอเตอร์ไซค์มา ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าโกหกแน่นอน พนักงานรักษาความปลอดภัยจึงทำการค้นตัวพบว่าชายคนนั้นมีอาวุธมีคมเป็นมีดปอกผลไม้หนึ่งเล่ม หลังจากนั้นพนักงงานรักษาความปลอดภัยจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อควบคุมตัวและขยายผลต่อไป น้องเห็นรึเปล่าคะว่า ถ้าหากเราไม่รู้จักสังเกตความผิดปกติของสิ่งรอบข้างให้ดีๆ เราจะต้องตกอยู่ในอันตรายก็ได้นะคะ ... ดังนั้นเวลาจะไปไหนมาไหนอย่าไว้ใจว่าสถานที่นั้นมีคนพลุกพล่าน ให้คิดไว้เสมอนะคะว่ายิ่งคนเยอะเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะแฝงตัวอยู่ในนั้นสูงมากขึ้น!!
ภาพประกอบ : dektube.com
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




27 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะพี่เหมี่ยวที่บอก
ตามคนอื่นไปเลยเรื่อยๆ คอยแอบมอง คอยเดินตาม
หรือ แอบถ่ายนูปน่ากลัวที่สุด
รู้สึกไม่ดีเลยจริงๆกับพวกนี้
ขอบคุณที่นำมาเตือนนะคะ T_T [เรายิ่งไม่ค่อยสังเกตรอบข้างซะด้วย]
จะระวังตัวค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ^^
ขอบคุณพี่มะเหมี่ยวมากๆนะคะ^^
เดี๋ยวนี้ไม่ปลอดภัยเลย